เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก: งบ ค่าใช้จ่าย และของต้องเตรียม (อัปเดต 2569)
KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบ/ให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้า · ราคา/ตัวเลขเป็นประมาณการ · ธุรกรรมดำเนินการโดยบริษัทประกัน · มีค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) · เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล · มาตรฐานบรรณาธิการ
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกต้องเตรียมงบเท่าไหร่ คู่มือมือใหม่ฉบับอัปเดตปี 2569 ครบทั้งงบประหยัด/กลาง/สบาย ฤดูเที่ยว ราคา JR Pass ล่าสุด กฎพาวเวอร์แบงก์ และกฎคืนภาษี Tax-Free ใหม่ พร้อมตาราง กราฟ และเช็กลิสต์ที่อ่านง่าย

ญี่ปุ่นมักเป็นต่างประเทศ "ครั้งแรก" ของใครหลายคน เพราะบินไม่นาน สะอาด ปลอดภัย เดินเที่ยวเองได้ และของกินอร่อยจนยอมต่อคิว แต่พอเปิดปฏิทินจะจองจริง คำถามที่ทำให้มือลังเลคือ ตกลงต้องเตรียมเงินก้อนเท่าไหร่ถึงจะไปได้แบบไม่ต้องกัดฟัน บทความนี้พาไล่งบทีละก้อนด้วยตัวเลขจริง ๆ (อัปเดตอัตราแลกเปลี่ยนและราคา JR Pass ปี 2569) พร้อมตาราง กราฟ และเช็กลิสต์ของต้องเตรียม เพื่อให้ทริปแรกของคุณวางแผนง่ายตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้าน บทความนี้เป็นข้อมูลให้ความรู้เพื่อการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ
เราเปรียบเทียบและให้ข้อมูลเพื่อการวางแผนเท่านั้น ไม่ได้ขายประกัน ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณ และไม่แนะนำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่งเป็นการเฉพาะ ตัวเลขค่าใช้จ่าย ราคาตั๋ว และอัตราแลกเปลี่ยนในบทความเป็นการประมาณการ ณ มิ.ย. 2569 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอด กรุณาตรวจสอบราคาล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจเสมอ
ไปญี่ปุ่นช่วงไหนดี เลือกฤดูให้ตรงใจและตรงงบ
ฤดูกาลมีผลกับทั้งบรรยากาศและราคาแบบเห็น ๆ ช่วงที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดคือซากุระ (ปลายมีนาคม–เมษายน) และใบไม้แดง (ตุลาคม–พฤศจิกายน) ซึ่งสวยที่สุดแต่ตั๋วเครื่องบินและที่พักก็แพงและเต็มเร็วที่สุดเช่นกัน ถ้าทริปแรกของคุณงบจำกัด การเลี่ยงไปช่วงที่คนน้อยกว่าจะช่วยให้เงินเท่าเดิมเที่ยวได้สบายขึ้นมาก
| ฤดู | ช่วงเดือน | จุดเด่น | ราคา/ความหนาแน่น |
|---|---|---|---|
| ซากุระ | ปลาย มี.ค.–เม.ย. | ดอกซากุระบาน อากาศกำลังดี | แพงสุด คนเยอะสุด ควรจองล่วงหน้า 3–4 เดือน |
| ฤดูร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | เทศกาลดอกไม้ไฟ แต่ร้อนชื้นและมีฝน | ปานกลาง (เลี่ยงโกลเด้นวีคต้น พ.ค. ราคาพุ่ง) |
| ใบไม้แดง | ต.ค.–พ.ย. | ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย | แพง คนเยอะ ต้องจองเร็ว |
| ฤดูหนาว | ธ.ค.–ก.พ. | หิมะ เล่นสกี ไฟประดับอิลลูมิเนชัน | ถูกลง (ยกเว้นช่วงปีใหม่) เหมาะมือใหม่งบจำกัด |
อยากได้ราคาดีและคนไม่แน่น ลองเล็งต้นเดือนกุมภาพันธ์ (หลังตรุษจีน) หรือกลางเดือนมิถุนายน (ก่อนปิดเทอมญี่ปุ่น) อากาศยังเที่ยวได้ ราคาตั๋วและที่พักลงมาเยอะ เหมาะกับการลองเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกแบบสบายกระเป๋า
งบเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน แบบเห็นภาพ
สมมติทริปคลาสสิกของมือใหม่ โตเกียว 5 วัน 4 คืน เราแบ่งงบเป็น 3 ระดับ คือ ประหยัด (โฮสเทล/เกสต์เฮาส์ เน้นร้านสะดวกซื้อและร้านถูก) กลาง (โรงแรม 3 ดาว กินร้านทั่วไป) และสบาย (โรงแรมดีขึ้น มีมื้อพิเศษและช้อปได้บ้าง) ตัวเลขด้านล่างเป็นบาทต่อคน เป็นช่วงประมาณการ ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
| รายการ (ต่อคน) | ประหยัด | กลาง | สบาย |
|---|---|---|---|
| ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | 10,000–14,000 | 16,000–20,000 | 26,000–32,000 |
| ที่พัก 4 คืน | 5,000–7,000 | 10,000–14,000 | 20,000–28,000 |
| เดินทางในญี่ปุ่น (รถไฟ) | 2,000–3,000 | 3,000–4,000 | 4,000–6,000 |
| อาหาร 5 วัน | 3,500–5,000 | 6,000–8,000 | 10,000–14,000 |
| เที่ยว/กิจกรรม/ตั๋วเข้าชม | 1,500–2,500 | 3,000–5,000 | 6,000–8,000 |
| ช้อปปิ้ง/ของฝาก | 2,000–4,000 | 5,000–7,000 | 12,000–18,000 |
| รวมโดยประมาณ | ราว 28,000–33,000 | ราว 47,000–55,000 | ราว 85,000–100,000 |
บทความเก่า ๆ มักคิดเงินเยนที่ราว 0.23–0.30 บาท/เยน ซึ่งเป็นอัตราในอดีต ปัจจุบันเยนอ่อนกว่านั้นมาก ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 อยู่ราว 4.8 เยนต่อ 1 บาท หรือคิดกลับเป็นประมาณ 0.21 บาทต่อ 1 เยน (กรอบราว 0.20–0.21 บาท/เยน) แปลว่า 10,000 เยน ≈ 2,000–2,100 บาท ไม่ใช่ 2,300–3,000 บาทแบบที่หลายเว็บยังเขียนอยู่ อัตรานี้ผันผวนตลอด ก่อนเดินทางให้เช็กอัตราล่าสุดกับธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารที่คุณใช้
จะเห็นว่าก้อนใหญ่ที่สุดคือตั๋วเครื่องบินกับที่พัก รวมกันเกินครึ่งของงบทั้งทริป ดังนั้นถ้าอยากประหยัด ให้โฟกัสสองก้อนนี้ก่อน เช่น เลือกบินสายการบินโลว์คอสต์ จองที่พักล่วงหน้า หรือเลือกย่านที่ราคาถูกลงแต่ยังขึ้นรถไฟสายหลักได้สะดวก
เดินทางในญี่ปุ่น JR Pass คุ้มไหมในปี 2569
หนึ่งในสิ่งที่มือใหม่สับสนที่สุดคือจะซื้อ JR Pass ดีไหม คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนั่งชินคันเซ็นข้ามเมืองบ่อยแค่ไหน เพราะหลังปรับราคาครั้งใหญ่ (ตุลาคม 2566) JR Pass แบบทั่วประเทศแพงขึ้นมาก และจะปรับขึ้นอีกรอบในเดือนตุลาคม 2569 จึงคุ้มเฉพาะคนที่เดินทางไกลหลายรอบจริง ๆ เท่านั้น
| JAPAN RAIL PASS (Ordinary) ผู้ใหญ่ | ราคาถึง 30 ก.ย. 2569 | ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 |
|---|---|---|
| 7 วัน | 50,000 เยน | 53,000 เยน |
| 14 วัน | 80,000 เยน | 84,000 เยน |
| 21 วัน | 100,000 เยน | 105,000 เยน |
คิดเป็นเงินไทยคร่าว ๆ ที่อัตราราว 0.21 บาท/เยน (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) พาส 7 วันราคา 50,000 เยน ตกราว 10,000–10,500 บาท ลองเทียบกับรูปแบบเที่ยวของคุณก่อนตัดสินใจตามตารางนี้
| รูปแบบเที่ยว | ทางเลือกที่มักประหยัดกว่า | เหตุผล |
|---|---|---|
| เที่ยวโตเกียวอย่างเดียว | บัตร Suica/Pasmo (เติมเงิน) แตะจ่ายตามจริง | ไม่ต้องใช้ JR Pass จ่ายเท่าที่นั่งจริงมักถูกกว่า |
| โตเกียว + 1 เมืองใกล้ | ตั๋วเที่ยวเดียว หรือพาสเฉพาะภูมิภาค | ถูกกว่า JR Pass ทั่วประเทศมาก |
| โตเกียว–เกียวโต–โอซาก้า | พิจารณา JR Pass หรือพาสภูมิภาค (เช่น คันไซ-ฮิโรชิมา) | นั่งชินคันเซ็นไกลหลายรอบในทริปเดียวเริ่มคุ้ม |
ทริปแรกที่เที่ยวแค่โตเกียวกับเมืองรอบ ๆ แนะนำบัตร Suica หรือ Pasmo แบบเติมเงิน แตะขึ้นรถไฟได้ทั้งเครือข่าย ง่ายและไม่ต้องนั่งคำนวณให้ปวดหัว เก็บ JR Pass ไว้ทริปหน้าที่จะตะลุยหลายเมืองในคราวเดียว
ของต้องเตรียมก่อนบินไปญี่ปุ่น
นอกจากพาสปอร์ตและเอกสารแล้ว ของไม่กี่อย่างนี้จะทำให้ทริปราบรื่นขึ้นมาก โดยเฉพาะ เน็ต กับ เงิน สองอย่างนี้พลาดไม่ได้เลย ส่วนพาวเวอร์แบงก์มีกฎใหม่ที่ต้องรู้ก่อนแพ็กกระเป๋า
- ✓eSIM หรือซิมเน็ต — ญี่ปุ่นต้องใช้แผนที่ แปลภาษา และหาร้านตลอดเวลา ข้อควรรู้คือ eSIM ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแบบดาต้าอย่างเดียว ไม่มีเบอร์โทร จึงรับ OTP จากธนาคารไทยไม่ได้ ทางแก้คือเปิดซิมไทยเบอร์เดิมไว้รับ SMS/OTP คู่กับ eSIM สำหรับเน็ต (โทรศัพท์รองรับ 2 ซิม)
- ✓เงินเยนสด + บัตร — ญี่ปุ่นยังใช้เงินสดมากกว่าที่คิด พกเยนสดไว้บ้างและพกบัตรที่กดเงิน/รูดได้ ก่อนไปแจ้งธนาคารเปิดใช้บัตรต่างประเทศกันบัตรถูกระงับ เรื่องค่าธรรมเนียมที่ยืนยันได้คือ "ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน" (FX) ราว 2–2.5% ซึ่งเก็บทุกครั้งที่รูดบัตรเป็นสกุลต่างประเทศ (ตรวจอัตราของแต่ละบัตรได้จากเครื่องมือเปรียบเทียบของธนาคารแห่งประเทศไทย) อีกจุดที่ควรระวังคือ เวลาเครื่องรูดบัตรหรือเว็บต่างประเทศถามว่าจะให้คิดเงินเป็น "สกุลบาท" หรือ "สกุลเยน" ให้เลือกจ่ายเป็น "สกุลเยน" (สกุลท้องถิ่น) เสมอ เพราะการเลือกให้คิดเป็นเงินบาท (ที่เรียกว่า DCC) มักมีอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายแฝงที่แพงกว่า · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารผู้ออกบัตร
- ✓พาวเวอร์แบงก์ — มือถือใช้ทั้งวันต้องมีแบตสำรอง แต่ต้องรู้กฎ พาวเวอร์แบงก์พกได้เฉพาะสัมภาระถือขึ้นเครื่อง (carry-on) ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง ความจุไม่เกิน 100Wh (ราว 20,000 mAh) พกได้ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน และตามข้อกำหนด CAAT (มีผล 2568–2569) ห้ามใช้/ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ระหว่างเที่ยวบิน บางสายการบินเช่นการบินไทยกำหนดห้ามใช้/ชาร์จตลอดเที่ยวบินด้วย ควรเช็กข้อกำหนดของสายการบินที่บินจริงก่อนเดินทาง
- ✓รองเท้าเดินสบาย — ทริปญี่ปุ่นเดินวันละ 15,000–20,000 ก้าวเป็นเรื่องปกติ รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายช่วยชีวิตได้มาก
- ✓อะแดปเตอร์ปลั๊ก — ปลั๊กญี่ปุ่นเป็นขาแบน 2 ขา (Type A) แรงดัน 100V ส่วนใหญ่อุปกรณ์ชาร์จรองรับ แต่ควรเตรียมหัวแปลงไปเผื่อ
- ✓เสื้อผ้าตามฤดู — หน้าหนาวต้องเสื้อกันหนาว ถุงมือ หมวก หน้าร้อนเน้นเสื้อระบายอากาศ ร่ม และครีมกันแดด
- ✓ประกันเดินทาง — กันเหตุไม่คาดฝัน ค่ารักษาที่ญี่ปุ่นแพงมาก (อ่านหัวข้อถัดไป)
ทำไมควรมีประกันเดินทางญี่ปุ่น
เรื่องนี้สำคัญและมือใหม่มักมองข้าม ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นแพงในระดับที่ทำเอาตกใจได้ การไปโรงพยาบาลด้วยเรื่องเล็ก ๆ เช่น ท้องเสีย เป็นไข้ หรือลื่นล้ม อาจมีค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาท ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดอาจขึ้นหลักแสนได้ เพราะคุณไม่มีสิทธิ์ใช้ระบบประกันสุขภาพของคนญี่ปุ่น ประกันเดินทางจึงเหมือนเข็มขัดนิรภัยที่จ่ายหลักร้อยถึงพันต้น ๆ แต่ช่วยกันความเสี่ยงหลักแสน
ญี่ปุ่นไม่ได้บังคับซื้อประกันเหมือนกลุ่มประเทศเชงเก้นในยุโรป (ที่กำหนดวงเงินค่ารักษาขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือราว 1.1 ล้านบาท ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน) แต่ด้วยค่ารักษาที่สูงและคุณใช้ประกันสุขภาพญี่ปุ่นไม่ได้ ประกันเดินทางจึงเป็นสิ่งที่ควรมีอย่างยิ่ง เวลาเทียบแผนให้ดูที่วงเงินค่ารักษาพยาบาล การเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบิน และกระเป๋าหาย/ล่าช้า เป็นหลัก
คุณสามารถเปรียบเทียบประกันเดินทางแบบประมาณการได้โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ดูว่าแต่ละแผนคุ้มครองค่ารักษา การยกเลิกทริป และกระเป๋าต่างกันอย่างไร แล้วค่อยไปทำธุรกรรมจริงบนเว็บไซต์ของบริษัทประกันที่มีใบอนุญาตเอง KUMKRONG เป็นเพียงสื่อเปรียบเทียบเพื่อให้ข้อมูล ไม่ได้เป็นผู้ขายหรือผู้รับเบี้ย
ช้อปปิ้งและคืนภาษี Tax-Free กฎใหม่ที่ต้องรู้ปลายปี 2569
นักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่นได้รับยกเว้นภาษีบริโภค (consumption tax) 10% เมื่อซื้อของในร้านที่เข้าร่วม Tax-Free โดยมียอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 เยนต่อร้านต่อวัน (ก่อนภาษี) จุดที่ต้องรู้คือ ระบบนี้กำลังจะเปลี่ยน
| หัวข้อ | ระบบเดิม (ถึง 31 ต.ค. 2569) | ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569) |
|---|---|---|
| วิธีหักภาษี | หักภาษีให้ทันทีหน้าร้าน (จ่ายราคาไม่รวมภาษี) | จ่ายราคารวมภาษีก่อน แล้วขอคืนภาษีตอนขาออกที่สนามบิน |
| ยอดซื้อขั้นต่ำ | 5,000 เยน/ร้าน/วัน | 5,000 เยน/ร้าน/วัน (เท่าเดิม) |
| รวมสินค้าทั่วไป + ของบริโภค | แยกประเภท ต้องห่อปิดผนึกของบริโภค | รวมทุกประเภทนับยอดได้ ยกเลิกการห่อปิดผนึก |
ถ้าไปก่อน 1 พ.ย. 2569 ยังหักภาษีหน้าร้านได้เหมือนเดิม แต่ถ้าไปหลังจากนั้น เตรียมใจว่าต้องจ่ายราคารวมภาษีก่อน แล้วไปทำเรื่องขอคืนที่สนามบินตอนขาออก (ผ่านเครื่องของศุลกากรหรือเว็บ Visit Japan Web) โดยควรทำเรื่องคืนภาษีและบินออกภายใน 90 วันนับจากวันซื้อ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือต้องพกพาสปอร์ตติดตัวเสมอเวลาช้อป และต้องซื้อในร้านที่ร่วมรายการ Tax-Free เท่านั้น หมายเหตุ การคืนภาษีนี้เป็นของผู้มาเยือนต่างชาติที่ซื้อของในญี่ปุ่น คนละเรื่องกับการคืน VAT ของไทย
เคล็ดลับประหยัดงบฉบับมือใหม่
- ✓จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า 2–3 เดือน ราคาต่างกันได้หลายพันบาท
- ✓เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟสายหลัก ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง
- ✓มื้อกลางวันกินร้านราคาประหยัดหรือร้านสะดวกซื้อ (ของกินร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นอร่อยจริง) แล้วเก็บงบไว้มื้อเย็นพิเศษ
- ✓ตั้งงบช้อปปิ้งไว้ล่วงหน้าและแยกเงินก้อนนี้ออกมา จะได้ไม่เผลอใช้เกิน
- ✓ใช้สิทธิ์ Tax-Free เมื่อซื้อครบ 5,000 เยนต่อร้านต่อวัน และอย่าลืมพกพาสปอร์ตติดตัว
สรุปแล้ว เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่วางงบให้ชัดด้วยตัวเลขที่อัปเดต เลือกฤดูให้เหมาะกับงบและความชอบ เตรียมเน็ตกับเงินให้พร้อม รู้กฎพาวเวอร์แบงก์และ Tax-Free และมีประกันเดินทางไว้อุ่นใจ เพราะค่ารักษาที่ญี่ปุ่นแพงเกินกว่าจะเสี่ยง เริ่มจากการเปรียบเทียบประกันเดินทางแบบไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว แล้วค่อย ๆ ไล่จองตามเช็กลิสต์ รับรองว่าทริปในฝันจะราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบินจนกลับถึงบ้าน
แหล่งอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) — อัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน (ใช้ตรวจอัตรา JPY/THB ล่าสุด ~4.8 เยน/บาท ณ มิ.ย. 2569)(ข้อมูล ณ 2569-06)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) — เครื่องมือเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต รวมถึง 'ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน' (FX) ที่เก็บเมื่อรูดเป็นสกุลต่างประเทศ(ข้อมูล ณ 2569-06)
- JAPAN RAIL PASS (เว็บทางการ) — ตารางราคา Ordinary: 7 วัน 50,000 เยน (ถึง 30 ก.ย. 2569), 53,000 เยน (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569)(ข้อมูล ณ 2569-06)
- Japan-guide.com — Tax-Free Shopping: ยอดขั้นต่ำ 5,000 เยน, ภาษีบริโภค 10%, เปลี่ยนเป็นระบบคืนเงินตอนขาออก 1 พ.ย. 2569(ข้อมูล ณ 2569-06)
- สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) — ข้อกำหนดพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่อง (≤100Wh, carry-on only, ≤2 ก้อน, ห้ามชาร์จ/ใช้)(ข้อมูล ณ 2569-06)
- AIS — ใช้ eSIM ต่างประเทศและการรับ OTP ธนาคาร (eSIM ดาต้าอย่างเดียว ต้องเปิดเบอร์ไทยรับ OTP)(ข้อมูล ณ 2569-06)
เครื่องมือที่ช่วยคุณต่อ
ฟรี · ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัว · ใช้ได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง
แก้ Jet Lag ยังไงให้หายเร็ว: วิธีปรับเวลานอนก่อน-ระหว่าง-หลังบิน
บินไกลแล้วหัวตื้อ นอนไม่หลับ ตื่นไม่สดชื่น? รวมวิธีแก้ Jet Lag เชิงให้ความรู้แบบเป็นขั้นเป็นตอน ปรับเวลานอนตั้งแต่ก่อนบิน ระหว่างบิน ถึงหลังลงเครื่อง ใช้แสงแดดและมื้ออาหารช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพ พร้อมตารางเทียบทิศ-ส่วนต่างเวลา และตัวช่วยที่ปลอดภัย
เที่ยวเกาหลีงบเท่าไหร่ 5 วัน 4 คืน: แจกแจงตั๋ว-ที่พัก-กิน-เที่ยว + K-ETA ที่ต้องทำก่อนบิน
เที่ยวเกาหลี 5 วัน 4 คืน เตรียมงบเท่าไหร่? แจกแจงทุกหมวด ตั้งแต่ตั๋ว ที่พัก ค่ากิน ค่าเดินทางในเมือง ไปจนถึง K-ETA ที่คนไทยต้องลงทะเบียนก่อนบิน พร้อมตารางงบ 3 สไตล์และตัวเลขจริง (ประมาณการ · ตรวจราคาล่าสุดก่อนจอง · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)