KUMKRONG
ของใช้แม่และเด็ก

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ตรวจอะไรบ้าง? แพ็กเกจและการเตรียมตัว

Doctor Chat · ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการ KUMKRONG22 มิถุนายน 2569อัปเดตล่าสุด 24 มิถุนายน 2569อ่าน 7 นาที

KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบ/ให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้า · ราคา/ตัวเลขเป็นประมาณการ · ธุรกรรมดำเนินการโดยบริษัทประกัน · มีค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) · เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล · มาตรฐานบรรณาธิการ

ก่อนมีลูกน้อย การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ช่วยให้คุณและคู่เริ่มต้นอย่างมั่นใจและปลอดภัย บทความนี้สรุปว่าตรวจอะไรบ้าง แพ็กเกจต่างกันอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีค่าฝากครรภ์-คลอดบุตรที่ควรรู้ไว้วางแผนต่อ

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ตรวจอะไรบ้าง? แพ็กเกจและการเตรียมตัว

การตัดสินใจอยากมีลูกคือจุดเริ่มต้นของแผนระยะยาว และสิ่งที่สูตินรีแพทย์มักให้ทำเป็นด่านแรกคือ "ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์" (Pre-pregnancy / Preconception Check-up) เพราะหลายภาวะ เช่น การเป็นพาหะธาลัสซีเมีย การไม่มีภูมิหัดเยอรมัน หรือน้ำตาลในเลือดสูง ถ้ารู้ตั้งแต่ก่อนท้อง จะวางแผน ดูแล หรือฉีดวัคซีนล่วงหน้าได้ ต่างจากการมารู้ตอนตั้งครรภ์แล้วซึ่งทางเลือกในการจัดการจะแคบลง บทความนี้จึงสรุปให้เห็นภาพรวมว่าตรวจอะไรบ้าง แพ็กเกจต่างกันอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร และเมื่อเช็กสุขภาพเสร็จแล้วจะวางแผนการเงินเรื่องลูกต่ออย่างไร

ข้อมูลทั้งหมดเป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล รายการตรวจและความเหมาะสมขึ้นกับอายุ ประวัติสุขภาพ และดุลยพินิจของแพทย์ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เสมอ และอ้างอิงข้อมูลสุขภาพจากแหล่งทางการ เช่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ตรวจอะไรบ้าง?

รายการตรวจมักแบ่งเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ตรวจร่างกายพื้นฐาน เลือด ภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรม ตารางด้านล่างสรุปรายการที่พบบ่อยและเหตุผลของแต่ละรายการ โดยรายการจริงจะปรับตามอายุและประวัติของแต่ละคน

รายการตรวจก่อนตั้งครรภ์ที่พบบ่อย (กรอบความรู้ทั่วไป)
รายการตรวจเพื่ออะไร
ตรวจร่างกายทั่วไป + น้ำหนัก/ความดัน/BMIประเมินสุขภาพพื้นฐานและความเสี่ยงเบื้องต้นก่อนตั้งครรภ์
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)คัดกรองภาวะซีด/โลหิตจางที่อาจกระทบการตั้งครรภ์ และเป็นเบาะแสของพาหะธาลัสซีเมีย
กรุ๊ปเลือด + หมู่เลือด Rhเตรียมรับมือกรณีหมู่เลือด Rh แม่กับลูกไม่เข้ากัน
คัดกรองพาหะธาลัสซีเมียดูความเสี่ยงพาหะของทั้งคู่ เพื่อประเมินโอกาสที่ลูกจะเป็นโรค
ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella)หากไม่มีภูมิ แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนและเว้นระยะก่อนตั้งครรภ์
ไวรัสตับอักเสบบี / ซิฟิลิส / HIVลดโอกาสส่งผ่านเชื้อสู่ลูก และวางแผนการดูแลได้ทันหากตรวจพบ
น้ำตาลในเลือด (FBS)คัดกรองเบาหวานที่ควรควบคุมให้ดีก่อนตั้งครรภ์
ตรวจปัสสาวะดูการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและการทำงานของไตเบื้องต้น

นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear) อัลตราซาวด์ดูมดลูกและรังไข่ หรือเสริมกรดโฟลิก (Folic acid) ล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งคำแนะนำสากลและของกรมอนามัยระบุว่าการได้รับกรดโฟลิกตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติของหลอดประสาท (Neural tube defects) ในทารก ทั้งนี้ขนาดและระยะเวลาที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อทานเองตามที่อ่านมา

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายหญิงคนเดียว โดยเฉพาะการคัดกรองพาหะธาลัสซีเมียและโรคติดต่อ ควรตรวจทั้งคู่ เพราะธาลัสซีเมียเป็นโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลูกจะเสี่ยงเป็นโรคก็ต่อเมื่อได้รับยีนแฝงจากทั้งพ่อและแม่ การรู้สถานะพาหะของทั้งสองฝ่ายจึงประเมินความเสี่ยงได้ครบกว่า

แพ็กเกจตรวจมีกี่แบบ เลือกอย่างไร?

โรงพยาบาลส่วนใหญ่จัดเป็นแพ็กเกจสำเร็จ แบ่งคร่าว ๆ ตามความละเอียด ตั้งแต่แบบพื้นฐานไปจนถึงแบบครอบคลุมพันธุกรรมเชิงลึก ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าควรพิจารณาแบบไหนตามบริบทตัวเอง โดยช่วงราคาเป็นเพียงการประมาณการเพื่อให้เห็นลำดับขั้น ราคาจริงผันผวนและต่างกันมากในแต่ละโรงพยาบาล/โปรโมชัน ควรเช็กราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจเสมอ

เปรียบเทียบแพ็กเกจตรวจก่อนตั้งครรภ์ (ตัวอย่างเชิงโครงสร้าง · ช่วงราคาประมาณการ ณ มิ.ย. 2569 · ตรวจราคาล่าสุดกับโรงพยาบาล)
แบบแพ็กเกจครอบคลุมอะไร (โดยทั่วไป)เหมาะกับใครช่วงราคาโดยประมาณ
พื้นฐานเลือด กรุ๊ปเลือด ภูมิคุ้มกันหลัก โรคติดต่อคู่ที่สุขภาพดี ไม่มีประวัติเสี่ยงในครอบครัวหลักพันต้น ๆ
มาตรฐานพื้นฐาน + คัดกรองธาลัสซีเมีย + ตรวจภายใน/อัลตราซาวด์ส่วนใหญ่ที่อยากตรวจให้ครบในคราวเดียวหลักพันกลาง ๆ
ครอบคลุม/พรีเมียมมาตรฐาน + คัดกรองพันธุกรรมเชิงลึก + ฮอร์โมนอายุมาก หรือมีประวัติครอบครัวเสี่ยง (ตามที่แพทย์ประเมิน)หลักหมื่นขึ้นไป

ไม่จำเป็นว่าแพ็กเกจแพงสุดจะเหมาะที่สุดเสมอไป สิ่งที่ควรดูคือรายการตรวจตรงกับความเสี่ยงของตัวเองหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ลองโทรปรึกษาแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลก่อน หรือเล่าประวัติครอบครัวให้แพทย์ช่วยเลือกรายการที่จำเป็นจริง ๆ จะคุ้มกว่าการเหมาแพ็กเกจใหญ่โดยไม่จำเป็น

สัดส่วนกลุ่มรายการตรวจในแพ็กเกจมาตรฐาน (ภาพประกอบเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ตัวเลขจริงของโรงพยาบาลใด) (%)
เลือด/ภูมิคุ้มกัน
40
คัดกรองโรคติดต่อ
25
ตรวจภายใน/อัลตราซาวด์
20
ร่างกายทั่วไป/ปัสสาวะ
15

เตรียมตัวก่อนไปตรวจอย่างไร?

เตรียมตัวเล็กน้อยช่วยให้ผลตรวจแม่นยำขึ้นและลดโอกาสต้องไปตรวจซ้ำ

  • งดน้ำงดอาหารประมาณ 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ หากมีรายการตรวจน้ำตาล/ไขมันในเลือด (โดยทั่วไปจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย แต่ควรยึดตามคำสั่งของจุดตรวจ)
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และงดแอลกอฮอล์ราว 1-2 วันก่อนตรวจ
  • หลีกเลี่ยงการตรวจภายในและ Pap smear ช่วงมีประจำเดือน นัดหลังประจำเดือนหมดจะเหมาะกว่า
  • เตรียมประวัติสุขภาพ ยาประจำตัว และประวัติครอบครัว (เช่น ธาลัสซีเมีย เบาหวาน ความดัน) ไปเล่าให้แพทย์ฟัง
  • ถ้าทำได้ ชวนคู่ไปตรวจพร้อมกันในวันเดียว ประหยัดเวลาและได้ประเมินความเสี่ยงร่วมกันครบกว่า
  • สอบถามสิทธิที่มีอยู่ก่อน เช่น สิทธิประกันสังคม (สปส.) สิทธิบัตรทอง หรือสวัสดิการที่ทำงาน บางรายการตรวจ/วัคซีนอาจใช้สิทธิได้

การตรวจพบความเสี่ยง เช่น เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ไม่มีภูมิหัดเยอรมัน หรือน้ำตาลสูง ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นข้อมูลที่ทำให้วางแผน ดูแล หรือฉีดวัคซีนล่วงหน้าได้ทัน หัวใจของการตรวจคือ "รู้ก่อน เตรียมก่อน" ผลตรวจทุกอย่างควรให้แพทย์เป็นผู้แปลผลและวางแผนร่วมกับคุณ

ตรวจเสร็จแล้ว วางแผนการเงินสำหรับลูกน้อยต่อ

เมื่อสุขภาพพร้อม อีกเรื่องที่คู่รักมือใหม่มักวางแผนต่อคือค่าใช้จ่ายของการมีลูก ข่าวดีคือบางส่วนของค่าใช้จ่ายช่วงตั้งครรภ์ สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามกรมสรรพากร ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์แต่ละคราว (ท้องละไม่เกิน 60,000 บาท) โดยครอบคลุมทั้งค่าตรวจ/รับฝากครรภ์ ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าทำคลอด และค่ากินอยู่ในสถานพยาบาล ทั้งนี้ต้องมีใบรับรองแพทย์และใบเสร็จ และเมื่อรวมกับสิทธิเบิกสวัสดิการรัฐ/นายจ้างแล้วต้องไม่เกินเพดาน 60,000 บาท

สิทธิลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวกับการมีบุตร (อ้างอิงกรมสรรพากร · as-of มิ.ย. 2569 · ตรวจเงื่อนไขปีภาษีล่าสุดที่ rd.go.th)
รายการเพดาน/เงื่อนไขโดยย่อ
ค่าฝากครรภ์ + ค่าคลอดบุตรตามจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์แต่ละคราว รวมกับสิทธิสวัสดิการแล้วไม่เกิน 60,000 บาท ต้องมีใบรับรองแพทย์ + ใบเสร็จ
ลดหย่อนบุตร (บุตรชอบด้วยกฎหมาย)30,000 บาท/คน ไม่จำกัดจำนวนบุตรชอบด้วยกฎหมาย (กรณีบุตรบุญธรรม รวมกับบุตรชอบด้วยกฎหมายต้องไม่เกิน 3 คน)
บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561หักลดหย่อนเพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท (รวมเป็น 60,000 บาท/คน) ยกเว้นบุตรบุญธรรม

เงื่อนไขลดหย่อนบุตรโดยย่อ: บุตรต้องอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุ 20-25 ปีและกำลังศึกษา และต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีนั้นไม่ถึง 30,000 บาท รายละเอียดและเงื่อนไขอาจปรับตามปีภาษี ควรตรวจสอบฉบับล่าสุดที่ rd.go.th ก่อนยื่นภาษีจริง

พอเห็นภาพค่าใช้จ่ายและสิทธิลดหย่อนแล้ว ขั้นต่อไปคือจัดงบของใช้เด็กอ่อนและวางแผนระยะยาว อ่านวิธีจัดงบและของจำเป็นได้ที่ คู่มือเตรียมของให้ลูกน้อย และดูภาพรวมสิทธิลดหย่อนสำหรับครอบครัวได้ที่หน้า ลดหย่อนภาษี

สำหรับใครที่อยากเข้าใจเรื่องประกันสุขภาพหรือการเตรียมความคุ้มครองของครอบครัวก่อนมีลูก สามารถศึกษากรอบความรู้พื้นฐานแบบเป็นกลางได้ที่ หน้าเปรียบเทียบ โดยข้อมูลทั้งหมดเป็นการให้ความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การชี้นำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่ง KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย

สรุปสั้น ๆ

  • ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ = เช็กเลือด ภูมิคุ้มกัน โรคติดต่อ และคัดกรองพาหะพันธุกรรม เพื่อเริ่มต้นอย่างปลอดภัย
  • ควรตรวจทั้งคู่ โดยเฉพาะพาหะธาลัสซีเมียและโรคติดต่อ เพราะประเมินความเสี่ยงของลูกได้ครบกว่า
  • เลือกแพ็กเกจให้ตรงกับความเสี่ยงตามที่แพทย์ประเมิน ไม่จำเป็นต้องแพงสุด และเช็กราคาล่าสุดเสมอ
  • เตรียมงดอาหารตามรายการตรวจ เตรียมประวัติครอบครัว และนัดให้พ้นช่วงประจำเดือน
  • ค่าฝากครรภ์+คลอดบุตรลดหย่อนภาษีได้ตามจ่ายจริง สูงสุด 60,000 บาท/การตั้งครรภ์ (rd.go.th)
  • ผลตรวจทุกอย่างควรให้แพทย์เป็นผู้แปลผลและวางแผนร่วมกับคุณ