ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ตรวจอะไรบ้าง? แพ็กเกจและการเตรียมตัว
KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบ/ให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้า · ราคา/ตัวเลขเป็นประมาณการ · ธุรกรรมดำเนินการโดยบริษัทประกัน · มีค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) · เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล · มาตรฐานบรรณาธิการ
ก่อนมีลูกน้อย การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ช่วยให้คุณและคู่เริ่มต้นอย่างมั่นใจและปลอดภัย บทความนี้สรุปว่าตรวจอะไรบ้าง แพ็กเกจต่างกันอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีค่าฝากครรภ์-คลอดบุตรที่ควรรู้ไว้วางแผนต่อ

การตัดสินใจอยากมีลูกคือจุดเริ่มต้นของแผนระยะยาว และสิ่งที่สูตินรีแพทย์มักให้ทำเป็นด่านแรกคือ "ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์" (Pre-pregnancy / Preconception Check-up) เพราะหลายภาวะ เช่น การเป็นพาหะธาลัสซีเมีย การไม่มีภูมิหัดเยอรมัน หรือน้ำตาลในเลือดสูง ถ้ารู้ตั้งแต่ก่อนท้อง จะวางแผน ดูแล หรือฉีดวัคซีนล่วงหน้าได้ ต่างจากการมารู้ตอนตั้งครรภ์แล้วซึ่งทางเลือกในการจัดการจะแคบลง บทความนี้จึงสรุปให้เห็นภาพรวมว่าตรวจอะไรบ้าง แพ็กเกจต่างกันอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร และเมื่อเช็กสุขภาพเสร็จแล้วจะวางแผนการเงินเรื่องลูกต่ออย่างไร
ข้อมูลทั้งหมดเป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล รายการตรวจและความเหมาะสมขึ้นกับอายุ ประวัติสุขภาพ และดุลยพินิจของแพทย์ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เสมอ และอ้างอิงข้อมูลสุขภาพจากแหล่งทางการ เช่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ตรวจอะไรบ้าง?
รายการตรวจมักแบ่งเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ตรวจร่างกายพื้นฐาน เลือด ภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรม ตารางด้านล่างสรุปรายการที่พบบ่อยและเหตุผลของแต่ละรายการ โดยรายการจริงจะปรับตามอายุและประวัติของแต่ละคน
| รายการ | ตรวจเพื่ออะไร |
|---|---|
| ตรวจร่างกายทั่วไป + น้ำหนัก/ความดัน/BMI | ประเมินสุขภาพพื้นฐานและความเสี่ยงเบื้องต้นก่อนตั้งครรภ์ |
| ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) | คัดกรองภาวะซีด/โลหิตจางที่อาจกระทบการตั้งครรภ์ และเป็นเบาะแสของพาหะธาลัสซีเมีย |
| กรุ๊ปเลือด + หมู่เลือด Rh | เตรียมรับมือกรณีหมู่เลือด Rh แม่กับลูกไม่เข้ากัน |
| คัดกรองพาหะธาลัสซีเมีย | ดูความเสี่ยงพาหะของทั้งคู่ เพื่อประเมินโอกาสที่ลูกจะเป็นโรค |
| ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella) | หากไม่มีภูมิ แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนและเว้นระยะก่อนตั้งครรภ์ |
| ไวรัสตับอักเสบบี / ซิฟิลิส / HIV | ลดโอกาสส่งผ่านเชื้อสู่ลูก และวางแผนการดูแลได้ทันหากตรวจพบ |
| น้ำตาลในเลือด (FBS) | คัดกรองเบาหวานที่ควรควบคุมให้ดีก่อนตั้งครรภ์ |
| ตรวจปัสสาวะ | ดูการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและการทำงานของไตเบื้องต้น |
นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear) อัลตราซาวด์ดูมดลูกและรังไข่ หรือเสริมกรดโฟลิก (Folic acid) ล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งคำแนะนำสากลและของกรมอนามัยระบุว่าการได้รับกรดโฟลิกตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติของหลอดประสาท (Neural tube defects) ในทารก ทั้งนี้ขนาดและระยะเวลาที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อทานเองตามที่อ่านมา
ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายหญิงคนเดียว โดยเฉพาะการคัดกรองพาหะธาลัสซีเมียและโรคติดต่อ ควรตรวจทั้งคู่ เพราะธาลัสซีเมียเป็นโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลูกจะเสี่ยงเป็นโรคก็ต่อเมื่อได้รับยีนแฝงจากทั้งพ่อและแม่ การรู้สถานะพาหะของทั้งสองฝ่ายจึงประเมินความเสี่ยงได้ครบกว่า
แพ็กเกจตรวจมีกี่แบบ เลือกอย่างไร?
โรงพยาบาลส่วนใหญ่จัดเป็นแพ็กเกจสำเร็จ แบ่งคร่าว ๆ ตามความละเอียด ตั้งแต่แบบพื้นฐานไปจนถึงแบบครอบคลุมพันธุกรรมเชิงลึก ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าควรพิจารณาแบบไหนตามบริบทตัวเอง โดยช่วงราคาเป็นเพียงการประมาณการเพื่อให้เห็นลำดับขั้น ราคาจริงผันผวนและต่างกันมากในแต่ละโรงพยาบาล/โปรโมชัน ควรเช็กราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจเสมอ
| แบบแพ็กเกจ | ครอบคลุมอะไร (โดยทั่วไป) | เหมาะกับใคร | ช่วงราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| พื้นฐาน | เลือด กรุ๊ปเลือด ภูมิคุ้มกันหลัก โรคติดต่อ | คู่ที่สุขภาพดี ไม่มีประวัติเสี่ยงในครอบครัว | หลักพันต้น ๆ |
| มาตรฐาน | พื้นฐาน + คัดกรองธาลัสซีเมีย + ตรวจภายใน/อัลตราซาวด์ | ส่วนใหญ่ที่อยากตรวจให้ครบในคราวเดียว | หลักพันกลาง ๆ |
| ครอบคลุม/พรีเมียม | มาตรฐาน + คัดกรองพันธุกรรมเชิงลึก + ฮอร์โมน | อายุมาก หรือมีประวัติครอบครัวเสี่ยง (ตามที่แพทย์ประเมิน) | หลักหมื่นขึ้นไป |
ไม่จำเป็นว่าแพ็กเกจแพงสุดจะเหมาะที่สุดเสมอไป สิ่งที่ควรดูคือรายการตรวจตรงกับความเสี่ยงของตัวเองหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ลองโทรปรึกษาแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลก่อน หรือเล่าประวัติครอบครัวให้แพทย์ช่วยเลือกรายการที่จำเป็นจริง ๆ จะคุ้มกว่าการเหมาแพ็กเกจใหญ่โดยไม่จำเป็น
เตรียมตัวก่อนไปตรวจอย่างไร?
เตรียมตัวเล็กน้อยช่วยให้ผลตรวจแม่นยำขึ้นและลดโอกาสต้องไปตรวจซ้ำ
- ✓งดน้ำงดอาหารประมาณ 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ หากมีรายการตรวจน้ำตาล/ไขมันในเลือด (โดยทั่วไปจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย แต่ควรยึดตามคำสั่งของจุดตรวจ)
- ✓นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และงดแอลกอฮอล์ราว 1-2 วันก่อนตรวจ
- ✓หลีกเลี่ยงการตรวจภายในและ Pap smear ช่วงมีประจำเดือน นัดหลังประจำเดือนหมดจะเหมาะกว่า
- ✓เตรียมประวัติสุขภาพ ยาประจำตัว และประวัติครอบครัว (เช่น ธาลัสซีเมีย เบาหวาน ความดัน) ไปเล่าให้แพทย์ฟัง
- ✓ถ้าทำได้ ชวนคู่ไปตรวจพร้อมกันในวันเดียว ประหยัดเวลาและได้ประเมินความเสี่ยงร่วมกันครบกว่า
- ✓สอบถามสิทธิที่มีอยู่ก่อน เช่น สิทธิประกันสังคม (สปส.) สิทธิบัตรทอง หรือสวัสดิการที่ทำงาน บางรายการตรวจ/วัคซีนอาจใช้สิทธิได้
การตรวจพบความเสี่ยง เช่น เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ไม่มีภูมิหัดเยอรมัน หรือน้ำตาลสูง ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นข้อมูลที่ทำให้วางแผน ดูแล หรือฉีดวัคซีนล่วงหน้าได้ทัน หัวใจของการตรวจคือ "รู้ก่อน เตรียมก่อน" ผลตรวจทุกอย่างควรให้แพทย์เป็นผู้แปลผลและวางแผนร่วมกับคุณ
ตรวจเสร็จแล้ว วางแผนการเงินสำหรับลูกน้อยต่อ
เมื่อสุขภาพพร้อม อีกเรื่องที่คู่รักมือใหม่มักวางแผนต่อคือค่าใช้จ่ายของการมีลูก ข่าวดีคือบางส่วนของค่าใช้จ่ายช่วงตั้งครรภ์ สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามกรมสรรพากร ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์แต่ละคราว (ท้องละไม่เกิน 60,000 บาท) โดยครอบคลุมทั้งค่าตรวจ/รับฝากครรภ์ ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าทำคลอด และค่ากินอยู่ในสถานพยาบาล ทั้งนี้ต้องมีใบรับรองแพทย์และใบเสร็จ และเมื่อรวมกับสิทธิเบิกสวัสดิการรัฐ/นายจ้างแล้วต้องไม่เกินเพดาน 60,000 บาท
| รายการ | เพดาน/เงื่อนไขโดยย่อ |
|---|---|
| ค่าฝากครรภ์ + ค่าคลอดบุตร | ตามจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์แต่ละคราว รวมกับสิทธิสวัสดิการแล้วไม่เกิน 60,000 บาท ต้องมีใบรับรองแพทย์ + ใบเสร็จ |
| ลดหย่อนบุตร (บุตรชอบด้วยกฎหมาย) | 30,000 บาท/คน ไม่จำกัดจำนวนบุตรชอบด้วยกฎหมาย (กรณีบุตรบุญธรรม รวมกับบุตรชอบด้วยกฎหมายต้องไม่เกิน 3 คน) |
| บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 | หักลดหย่อนเพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท (รวมเป็น 60,000 บาท/คน) ยกเว้นบุตรบุญธรรม |
เงื่อนไขลดหย่อนบุตรโดยย่อ: บุตรต้องอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุ 20-25 ปีและกำลังศึกษา และต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีนั้นไม่ถึง 30,000 บาท รายละเอียดและเงื่อนไขอาจปรับตามปีภาษี ควรตรวจสอบฉบับล่าสุดที่ rd.go.th ก่อนยื่นภาษีจริง
พอเห็นภาพค่าใช้จ่ายและสิทธิลดหย่อนแล้ว ขั้นต่อไปคือจัดงบของใช้เด็กอ่อนและวางแผนระยะยาว อ่านวิธีจัดงบและของจำเป็นได้ที่ คู่มือเตรียมของให้ลูกน้อย และดูภาพรวมสิทธิลดหย่อนสำหรับครอบครัวได้ที่หน้า ลดหย่อนภาษี
สำหรับใครที่อยากเข้าใจเรื่องประกันสุขภาพหรือการเตรียมความคุ้มครองของครอบครัวก่อนมีลูก สามารถศึกษากรอบความรู้พื้นฐานแบบเป็นกลางได้ที่ หน้าเปรียบเทียบ โดยข้อมูลทั้งหมดเป็นการให้ความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การชี้นำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่ง KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย
สรุปสั้น ๆ
- ✓ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ = เช็กเลือด ภูมิคุ้มกัน โรคติดต่อ และคัดกรองพาหะพันธุกรรม เพื่อเริ่มต้นอย่างปลอดภัย
- ✓ควรตรวจทั้งคู่ โดยเฉพาะพาหะธาลัสซีเมียและโรคติดต่อ เพราะประเมินความเสี่ยงของลูกได้ครบกว่า
- ✓เลือกแพ็กเกจให้ตรงกับความเสี่ยงตามที่แพทย์ประเมิน ไม่จำเป็นต้องแพงสุด และเช็กราคาล่าสุดเสมอ
- ✓เตรียมงดอาหารตามรายการตรวจ เตรียมประวัติครอบครัว และนัดให้พ้นช่วงประจำเดือน
- ✓ค่าฝากครรภ์+คลอดบุตรลดหย่อนภาษีได้ตามจ่ายจริง สูงสุด 60,000 บาท/การตั้งครรภ์ (rd.go.th)
- ✓ผลตรวจทุกอย่างควรให้แพทย์เป็นผู้แปลผลและวางแผนร่วมกับคุณ
แหล่งอ้างอิง
- กรมสรรพากร — ค่าฝากครรภ์ ค่าคลอดบุตร และบุตรคนที่ 2 ลดหย่อนอย่างไร(ข้อมูล ณ 2026-06-25)
- กรมสรรพากร — Clear Cut ประเด็นเด็ดเกร็ดลดหย่อน (บุตร/เกิดหลัง 2561)(ข้อมูล ณ 2026-06-25)
- กรมสรรพากร — หมวดค่าลดหย่อนบุตร(ข้อมูล ณ 2026-06-25)
เครื่องมือที่ช่วยคุณต่อ
ฟรี · ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัว · ใช้ได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปรอทวัดไข้เด็ก + ของใช้ดูแลยามป่วยที่ควรมีติดบ้าน
จับตัวลูกแล้วร้อนผ่าวกลางดึก ควรหยิบอะไรก่อน? ชวนคุณแม่รู้จักปรอทวัดไข้เด็กแต่ละแบบ เกณฑ์ไข้ตามตำแหน่งวัด เช็กลิสต์ของใช้ยามป่วยที่ควรมีติดบ้าน พร้อมมุมวางแผนเงิน-ภาษีที่เกี่ยวกับลูก แบบให้ความรู้ ไม่ใช่คำวินิจฉัย
ของเล่นเสริมพัฒนาการตามวัย 0-3 ปี: เลือกยังไงให้ตรงช่วงโต
ของเล่นที่ "ตรงวัย" ช่วยลูกได้มากกว่าของเล่นแพง ๆ คู่มือเลือกของเล่น 0-3 ปีตามทักษะที่ลูกกำลังฝึก พร้อมเช็กลิสต์ความปลอดภัย มาตรฐาน และวิธีวางงบให้คุ้ม แบบเข้าใจง่ายเพื่อการศึกษา