ลองนึกภาพวันที่เงินเดือนก้อนสุดท้ายเข้าบัญชี แล้วหลังจากนั้นต้อง "จ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง" ไปอีกหลายสิบปีโดยไม่มีรายได้ประจำ — คำถามที่ตามมาทันทีคือ แล้วต้องมีเงินก้อนเท่าไหร่ถึงจะจ่ายไหวจนแก่? ข่าวดีคือเรื่องนี้ไม่ต้องเดา และไม่ต้องเก่งเลขเลยค่ะ นักวางแผนการเงินทั่วโลกใช้สูตรลัดตัวเดียวกันที่จำง่ายมาก วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจ "กฎ 4%" และเลขมหัศจรรย์ที่ชื่อว่า 25 กัน
บทความนี้เน้นเรื่องเดียว คือ 'การคำนวณเงินก้อนเป้าหมายตอนเกษียณ' ด้วยกฎ 4% / ค่าใช้จ่าย × 25 — ถ้าอยากดูภาพรวมขั้นตอนวางแผนทั้งกระบวนการ อ่านต่อที่คู่มือวางแผนเกษียณด้วยตัวเอง และถ้าอยากเทียบ 'ประกันบำนาญ vs กองทุนเพื่อเกษียณ' มีบทความแยกให้แล้วค่ะ (ลิงก์ด้านล่าง)
กฎ 4% คืออะไร และทำไมต้องคูณ 25
หัวใจของการคำนวณคือคำถามกลับด้านค่ะ แทนที่จะถามว่า 'ต้องมีเงินเท่าไหร่' ให้ถามก่อนว่า 'หลังเกษียณจะใช้เงินปีละเท่าไหร่' แล้วค่อยหาเงินก้อนที่ใหญ่พอจะ 'ปั๊มเงิน' จำนวนนั้นออกมาได้ทุกปีโดยไม่หมด แนวคิดนี้เรียกว่า safe withdrawal rate หรือ 'อัตราถอนเงินที่ปลอดภัย' ซึ่งงานศึกษาคลาสสิก (Trinity Study, 1998) เสนอตัวเลขราว 4% ต่อปีไว้เป็นกรอบ
สูตรลัดที่ต้องจำ: เงินก้อนเป้าหมาย = ค่าใช้จ่ายต่อปี ÷ 4% ซึ่งเท่ากับ ค่าใช้จ่ายต่อปี × 25 — เช่น อยากใช้ปีละ 300,000 บาท ก็คือ 300,000 × 25 = 7,500,000 บาท (เลข 25 มาจาก 100 ÷ 4 = 25 เป็นคณิตศาสตร์ตรงไปตรงมา ไม่ใช่การการันตีว่าจะพอเสมอ)
ความหมายลึก ๆ ของกฎนี้สวยงามมากค่ะ ถ้าเรามีพอร์ตที่ใหญ่พอและถอนใช้แค่ประมาณ 4% ของก้อนในแต่ละปี ส่วนที่เหลือยังลงทุนอยู่และโตต่อ จึงมีโอกาสที่เงินต้นจะ 'อยู่ได้นาน' ไม่ใช่ตักจนหมดเร็ว นี่คือเหตุผลที่กฎ 4% ให้เลขก้อนใหญ่กว่าการเอาค่าใช้จ่ายมาคูณจำนวนปีดื้อ ๆ เพราะมันเผื่อให้เงินทำงานต่อระหว่างที่เราใช้ไปด้วย
กฎ 4% เป็น 'กรอบประมาณการเชิงการศึกษา' จากบริบทตลาดสหรัฐฯ ในอดีต ไม่ใช่กฎหมายหรือการการันตีผลตอบแทน ตัวเลขจริงขึ้นกับพอร์ตที่เราถือ ลำดับปีที่ตลาดขึ้น-ลง และอายุขัยจริง บางคนจึงเลือกใช้อัตราอนุรักษ์นิยมกว่า เช่น 3-3.5% (ก้อนใหญ่ขึ้น ปลอดภัยขึ้น) — การลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนไม่แน่นอน
ลองคำนวณตามไลฟ์สไตล์ของคุณ
ตารางนี้ใช้กฎ 4% (คูณ 25) ล้วน ๆ ค่ะ เริ่มจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่คิดว่าอยากใช้หลังเกษียณ คูณ 12 เป็นต่อปี แล้วคูณ 25 ได้เงินก้อนเป้าหมาย ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างประมาณการเพื่อให้เห็นแนวทาง คำนวณด้วยมูลค่าเงินวันนี้ (ยังไม่ปรับเงินเฟ้อ ดูหัวข้อถัดไป)
| ไลฟ์สไตล์หลังเกษียณ | ใช้จ่าย/เดือน | ต่อปี | เงินก้อน (× 25) |
|---|---|---|---|
| เรียบง่าย พอเพียง | 15,000 บาท | 180,000 บาท | 4,500,000 บาท |
| สบาย ๆ มีเที่ยวบ้าง | 25,000 บาท | 300,000 บาท | 7,500,000 บาท |
| สุขสบาย เที่ยวต่างประเทศ | 40,000 บาท | 480,000 บาท | 12,000,000 บาท |
ที่มา: คำนวณตามกฎ 4% (เงินก้อน = ค่าใช้จ่ายต่อปี × 25) ด้วยมูลค่าเงิน ณ ปัจจุบัน · ตัวอย่างประมาณการเพื่อการศึกษา ไม่ผูกพัน · as-of 2026-06-24
เห็นไหมคะว่าตัวเลขขยับตามไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน หลายคนตกใจกับเลข 7 หลัก แต่อย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะก้อนนี้คือเป้าปลายทาง ไม่ใช่เงินที่ต้องมีพรุ่งนี้ และยังมีตัวช่วยอย่างประกันสังคมกรณีชราภาพหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาหักลบให้เบาลงด้วย (เดี๋ยวเล่าตอนท้าย)
อย่าลืม 'เงินเฟ้อ' — ตัวกัดเงียบ ๆ

จุดที่คนคำนวณเองมักพลาดที่สุดคือลืมว่าเงิน 25,000 บาทวันนี้ กับ 25,000 บาทในอีก 30 ปี ซื้อของได้ไม่เท่ากัน เพราะเงินเฟ้อค่อย ๆ ลดอำนาจซื้อลงทุกปี ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปที่ราว 1-3% ต่อปี ฟังดูน้อย แต่ทบกันหลายสิบปีก็เปลี่ยนภาพได้เยอะค่ะ
เคล็ดลับเช็กเร็วด้วย 'กฎ 72': เอา 72 หารด้วยอัตราเงินเฟ้อต่อปี = จำนวนปีที่ราคาของจะแพงขึ้นเท่าตัว เช่น เงินเฟ้อ 3% ต่อปี ราคาของจะแพงขึ้น 2 เท่าในราว 24 ปี (72 ÷ 3) แปลว่าค่าใช้จ่ายเดือนละ 25,000 วันนี้ อาจกลายเป็นราว 50,000 ตอนคุณเกษียณจริง
วิธีรับมือแบบไม่ปวดหัว มี 2 ทางค่ะ ทางแรกคือคำนวณก้อนด้วยกฎ 4% เหมือนเดิม แล้ว 'เผื่อเพิ่ม' ตามจำนวนปีที่เหลือก่อนเกษียณ ยิ่งเหลือเวลายาว ยิ่งเผื่อมาก ทางที่สองคือประมาณค่าใช้จ่ายต่อปี ณ ปีที่เกษียณ (ปรับเงินเฟ้อแล้ว) ก่อนค่อยคูณ 25 ตารางข้างล่างช่วยให้เห็นว่าเลขเป้าหมายบวมขึ้นแค่ไหนเมื่อเผื่อเงินเฟ้อราว 3% ต่อปี
| เหลือเวลาก่อนเกษียณ | ค่าใช้จ่าย/เดือน (วันนี้) | ค่าใช้จ่าย/เดือน (ปรับเงินเฟ้อ ~3%) | เงินก้อนเป้าหมาย (× 25) |
|---|---|---|---|
| 10 ปี | 25,000 บาท | ประมาณ 33,600 บาท | ประมาณ 10,080,000 บาท |
| 20 ปี | 25,000 บาท | ประมาณ 45,200 บาท | ประมาณ 13,560,000 บาท |
| 30 ปี | 25,000 บาท | ประมาณ 60,700 บาท | ประมาณ 18,210,000 บาท |
ที่มา: ปรับค่าใช้จ่ายด้วยเงินเฟ้อทบต้นสมมติ 3% ต่อปี (อยู่ในกรอบเป้าหมาย ธปท. 1-3% — ตรวจค่าปีล่าสุดที่ bot.or.th) แล้วคูณ 25 ตามกฎ 4% · ตัวอย่างประมาณการเพื่อการศึกษา · as-of 2026-06-24
ตัวเลขดูน่าตกใจ แต่นี่แหละคือเหตุผลที่ 'การลงทุนให้เงินโตชนะเงินเฟ้อ' สำคัญกว่าการฝากเฉย ๆ ค่ะ ถ้าเงินที่เราเก็บโตเร็วกว่าเงินเฟ้อ ก้อนปลายทางก็ไล่ทันเป้าได้ พลังของดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานให้เราเองเมื่อเริ่มเร็วและสม่ำเสมอ
หักลบสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว เป้าหมายจริงเล็กกว่าที่คิด
ข่าวดีที่สุดของบทความนี้คือ ก้อนที่เราคำนวณได้ ไม่ใช่ก้อนที่ต้องเก็บเองทั้งหมดค่ะ เพราะหลายคนมี 'รายได้หลังเกษียณ' หรือ 'เงินก้อน' ที่กำลังก่อตัวอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว ลองหักออกจากเป้าหมายก่อนตกใจ
- เงินบำนาญ/บำเหน็จชราภาพจากประกันสังคม (สำหรับผู้ประกันตน) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กบข. — ถ้ามีรายได้ประจำหลังเกษียณส่วนนี้ ให้เอา 'รายได้ต่อปีที่ได้รับ' ไปหักออกจากค่าใช้จ่ายต่อปีก่อนคูณ 25 เป้าหมายจะลดลงทันที
- เงินก้อนที่สะสมไว้แล้ว เช่น ยอด PVD/RMF/SSF/เงินฝากที่มีอยู่ตอนนี้ — เอามาลบออกจากเงินก้อนเป้าหมายได้ตรง ๆ ที่เหลือคือ 'ช่องว่าง' ที่ต้องเก็บเพิ่ม
- สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มเกษียณ — การออมผ่าน RMF, ประกันบำนาญ, SSF, PVD ฯลฯ นอกจากเป็นเงินเกษียณแล้ว ยังลดภาษีได้ (เพดานรวมกลุ่มเกษียณไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีภาษี ตามกรมสรรพากร) เท่ากับเก็บเงินได้คุ้มสองต่อ
ตัวอย่าง: เป้าหมาย 7,500,000 บาท แต่คาดว่าจะมีรายได้ประจำหลังเกษียณ (บำนาญ ปสส. + อื่น ๆ) ปีละ 120,000 บาท ก็เหมือนลดค่าใช้จ่ายที่ต้องหาเองเหลือปีละ 180,000 บาท → เป้าหมายที่ต้องเก็บเองเหลือ 180,000 × 25 = 4,500,000 บาท เบาลงตั้ง 3 ล้าน (ตัวอย่างประมาณการ ตัวเลขจริงขึ้นกับสิทธิของแต่ละคน)
สรุป: รู้เลขเป้าหมายแล้ว ก็เริ่มได้เลย
ทบทวนสั้น ๆ นะคะ (1) ถามตัวเองว่าหลังเกษียณอยากใช้ปีละเท่าไหร่ (2) คูณ 25 ได้เป้าหมายตามกฎ 4% (3) เผื่อเงินเฟ้อด้วยกฎ 72 (4) หักรายได้/เงินก้อนที่มีอยู่แล้วออก เหลือเท่าไหร่คือช่องว่างที่ต้องเก็บ ทั้งหมดนี้ใช้แค่เครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้คำตอบคร่าว ๆ แล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การได้ตัวเลขเป๊ะถึงหลักร้อย แต่คือการเห็นภาพ แล้วเริ่มลงมือเก็บตั้งแต่วันนี้ เพราะเวลาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคนวางแผนเกษียณค่ะ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการวางแผนเกษียณรายบุคคล กฎ 4% และกฎ 72 เป็นกรอบประมาณการเชิงการศึกษา ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทน · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจ · KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าหรือที่ปรึกษาการลงทุน








