ลองคิดเล่นๆ ว่าบัตรเครดิตคิดดอกราว 16% ต่อปี ถ้ามียอดค้าง 73,000 บาทแล้วจ่ายแค่ขั้นต่ำไปเรื่อยๆ เงินส่วนใหญ่ในแต่ละงวดจะถูกหักไปเป็นดอกเบี้ยก่อน เหลือไปลดเงินต้นนิดเดียว ยอดเลยดูเหมือนแช่อยู่กับที่ ทั้งที่เราจ่ายทุกเดือน นี่ไม่ใช่เพราะเราไม่มีวินัย แต่เป็นวิธีคิดดอกของหนี้แบบหมุนเวียนที่ออกแบบมาแบบนั้น ข่าวดีคือมีลำดับการจ่ายที่ช่วยให้หลุดออกได้เร็วขึ้นและถูกลง บทความนี้พาไปรู้จัก 2 วิธีที่คนใช้กันทั่วโลก คือ Snowball (ก้อนหิมะ) กับ Avalanche (หิมะถล่ม) แล้วดูว่าแบบไหนเข้ากับชีวิตเรามากกว่า

บทความนี้เป็นความรู้การเงินทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล การบริหารหนี้และการลงทุนมีความเสี่ยง ตัวเลขยอดหนี้และค่างวดในบทความเป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขจริงให้ยึดตามใบแจ้งหนี้และสัญญาของคุณกับสถาบันการเงินเสมอ

ก่อนเริ่ม: ทำบัญชีหนี้ของตัวเองให้ครบก่อน

ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ขั้นแรกที่ข้ามไม่ได้คือเขียนหนี้ทั้งหมดออกมาเป็นรายการ ฟังดูน่ากลัว แต่พอเห็นภาพรวมครบใจจะนิ่งขึ้นเยอะ ให้จดทุกก้อนว่าเหลือยอดเท่าไร ดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี และจ่ายขั้นต่ำเดือนละเท่าไร สามตัวเลขนี้คือข้อมูลที่ใช้ตัดสินว่าจะเริ่มถล่มก้อนไหนก่อน

รู้เพดานดอกไว้เป็นหลัก: ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บัตรเครดิตคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมทุกประเภทรวมกันได้ไม่เกิน 16% ต่อปี ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (เช่น บัตรกดเงินสด ที่ไม่มีทะเบียนรถค้ำ) รวมกันแบบลดต้นลดดอกได้ไม่เกิน 25% ต่อปี (ตรวจล่าสุด 25 มิ.ย. 2569) ให้ดูอัตราจริงในใบแจ้งหนี้ของคุณ เพราะแต่ละก้อนไม่เท่ากัน

ตัวอย่างสมมติ: บัญชีหนี้ของ 'คุณมายด์' (ตัวเลขตัวอย่างเพื่อการศึกษา)
ก้อนหนี้ยอดคงเหลือ (บาท)ดอกเบี้ย/ปีขั้นต่ำ/เดือน (บาท)
บัตรเครดิต A8,00016%400
บัตรเครดิต B25,00016%1,250
บัตรกดเงินสด (สินเชื่อส่วนบุคคล)40,00025%2,000
รวม73,0003,650

อัตราในตารางใช้เพดานสูงสุดตามเกณฑ์ ธปท. (บัตรเครดิต 16%, สินเชื่อส่วนบุคคล 25%) เพื่อให้ตัวอย่างสมจริง ของจริงหลายเจ้าคิดต่ำกว่าเพดาน ให้เทียบกับใบแจ้งหนี้ของคุณเอง

วิธีที่ 1: Snowball — ปิดก้อนเล็กก่อน เติมกำลังใจ

วิธีก้อนหิมะคือเรียงหนี้จากยอดเงินต้นน้อยที่สุดไปมากที่สุด แล้วทุ่มเงินส่วนเกินทั้งหมดไปจ่ายก้อนที่เล็กที่สุดก่อน ส่วนก้อนอื่นจ่ายแค่ขั้นต่ำไว้ก่อน พอปิดก้อนเล็กได้ ก็เอาเงินที่เคยจ่ายก้อนนั้นไปสมทบก้อนถัดไป ยอดที่ทุ่มจ่ายก็กลิ้งโตขึ้นเรื่อยๆ เหมือนก้อนหิมะที่ใหญ่ขึ้นทุกที

จากตัวอย่างคุณมายด์ Snowball จะเริ่มที่บัตรเครดิต A (8,000 บาท) ก่อน เพราะยอดน้อยสุด พอปิดได้ในไม่กี่เดือนจะรู้สึกเห็นผลจับต้องได้ แล้วค่อยไล่ไปบัตรเครดิต B (25,000) และบัตรกดเงินสด (40,000) ตามลำดับยอดเงิน

จุดแข็งของ Snowball คือพลังใจ การได้เห็นจำนวนก้อนหนี้ลดลงเร็วๆ ช่วยให้รู้สึกว่ากำลังไปต่อได้ เหมาะกับคนที่เคยตั้งใจปลดหนี้แล้วล้มเลิกกลางทางเพราะรู้สึกว่ามันไม่ขยับ

วิธีที่ 2: Avalanche — ฆ่าดอกแพงก่อน ประหยัดเงินสุด

เข้าใจพื้นฐานก่อน ช่วยให้เปรียบเทียบได้อย่างมั่นใจ

วิธีหิมะถล่มคือเรียงหนี้จากดอกเบี้ยสูงสุดไปต่ำสุด แล้วทุ่มเงินส่วนเกินไปที่ก้อนดอกแพงที่สุดก่อน ส่วนก้อนอื่นจ่ายขั้นต่ำ พอปิดก้อนดอกแพงได้ก็ไล่ไปก้อนดอกสูงรองลงมา วิธีนี้เมื่อคิดเป็นตัวเลขจะประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากที่สุด และมักปลดหนี้หมดเร็วกว่าเล็กน้อย

จากตัวอย่างเดิม Avalanche จะให้คุณมายด์ถล่มบัตรกดเงินสด (ดอก 25%) ก่อนเลย แม้ยอด 40,000 บาทจะใหญ่ที่สุด เพราะมันคือก้อนที่กินดอกเบี้ยมากที่สุดในแต่ละเดือน เมื่อปิดได้แล้วค่อยไปบัตรเครดิต A และ B ที่ดอก 16% เท่ากัน (กรณีดอกเท่ากัน เลือกปิดก้อนยอดน้อยกว่าก่อนได้เพื่อตัดจำนวนใบให้น้อยลง)

จุดแข็งของ Avalanche คือคุ้มที่สุดในแง่ตัวเงิน เพราะตัดก้อนที่ดอกแพงสุดออกไปก่อน ทำให้เงินทุกบาทที่จ่ายเข้าไปลดเงินต้นได้มากกว่า เหมาะกับคนที่โฟกัสตัวเลขได้และอดทนรอผลที่อาจเห็นช้ากว่าในช่วงแรก

เทียบกันชัดๆ: Snowball vs Avalanche

เปรียบเทียบ 2 วิธีปลดหนี้
หัวข้อSnowball (ก้อนหิมะ)Avalanche (หิมะถล่ม)
เรียงลำดับจากยอดเงินต้นน้อย → มากดอกเบี้ยแพง → ถูก
จุดเด่นเห็นก้อนหนี้หายเร็ว ได้กำลังใจประหยัดดอกเบี้ยรวมมากสุด
จุดอ่อนอาจจ่ายดอกรวมมากกว่าเล็กน้อยก้อนแรกอาจใช้เวลานานกว่าจะปิด ท้อง่ายช่วงต้น
เหมาะกับใครคนที่ต้องการแรงใจ ชอบเห็นความคืบหน้าคนที่โฟกัสตัวเลขและรอผลได้
หลักการร่วมจ่ายขั้นต่ำทุกก้อนเสมอ แล้วทุ่มเงินส่วนเกินไปก้อนเป้าหมายจ่ายขั้นต่ำทุกก้อนเสมอ แล้วทุ่มเงินส่วนเกินไปก้อนเป้าหมาย
ดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่าย (ตัวอย่างสมมติเปรียบเทียบ · ยิ่งต่ำยิ่งดี) (บาท)
จ่ายขั้นต่ำอย่างเดียว
31,000
Snowball
12,500
Avalanche
11,200

กราฟด้านบนเป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ผลที่การันตี ข้อสรุปที่งานวิชาการการเงินส่วนบุคคลมักชี้ตรงกันคือ ทั้งสองวิธีดีกว่าการจ่ายขั้นต่ำอย่างเดียวมาก ส่วนต่างระหว่าง Snowball กับ Avalanche มักไม่เยอะ ฉะนั้น วิธีที่คุณทำได้จริงจนจบ คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

เกร็ดที่หลายคนไม่รู้: ดอกเบี้ยผิดนัดคิดยังไง

เวลาจ่ายช้าหรือผิดนัด หลายคนกลัวว่าจะโดนคิดดอกเบี้ยผิดนัดบนยอดหนี้ทั้งก้อน แต่ตามเกณฑ์ ธปท. (มีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564) ดอกเบี้ยผิดนัดให้คิดบนฐานเงินต้นของ 'งวดที่ผิดนัดจริง' เท่านั้น ไม่ใช่เงินต้นคงเหลือทั้งสัญญา และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดเท่ากับอัตราตามสัญญาบวกเพิ่มได้ไม่เกิน 3% นอกจากนี้การตัดชำระยังใช้แบบแนวนอน คือทยอยตัดงวดที่ค้างนานที่สุดก่อน (ตรวจล่าสุด 25 มิ.ย. 2569) รู้กลไกนี้ไว้ช่วยให้เราตรวจสอบใบแจ้งหนี้ได้ว่าโดนคิดถูกต้องหรือไม่

แล้วเราควรเลือกแบบไหน

คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ขึ้นกับนิสัยการเงินของแต่ละคน ถ้าคุณเคยตั้งใจปลดหนี้แล้วล้มเลิกกลางทางเพราะรู้สึกว่ามันไม่ขยับ Snowball จะช่วยจุดไฟด้วยชัยชนะเล็กๆ ที่จับต้องได้ แต่ถ้าคุณเป็นสายเหตุผล ทนเห็นตัวเลขดอกแพงๆ ไม่ได้ และอยากประหยัดทุกบาท Avalanche คือคำตอบ และถ้าหนี้ก้อนที่ดอกแพงที่สุดดันเป็นก้อนที่ยอดเล็กที่สุดด้วย ทั้งสองวิธีก็จะชี้ไปก้อนเดียวกัน ยิ่งง่ายเข้าไปอีก

  • หยุดสร้างหนี้ใหม่ก่อน — เก็บบัตรไว้ในลิ้นชัก หรือลบบัตรออกจากแอปช้อปสักพัก
  • หาเงินส่วนเกินมาโปะ แม้เดือนละ 500-1,000 บาทก็ช่วยร่นเวลาและดอกเบี้ยได้มาก
  • ถ้าดอกหลายก้อนสูงมาก ลองศึกษาการรวมหนี้ (debt consolidation) หรือโครงการของ ธปท. เพื่อขอลดภาระดอก
  • ตั้งเตือนวันครบกำหนดจ่ายทุกใบ กันค่าปรับและดอกเบี้ยผิดนัดที่ยิ่งซ้ำเติม
  • ฉลองเล็กๆ ทุกครั้งที่ปิดได้ 1 ก้อน เพื่อรักษากำลังใจ (แบบไม่รูดบัตรนะคะ)

ระวังการกู้ก้อนใหม่ดอกแพงมาโปะก้อนเก่า และหนี้นอกระบบที่อ้างว่า 'ปลดหนี้ให้' มักเป็นกับดักที่ทำให้หนี้พอกกว่าเดิม ถ้าจ่ายไม่ไหวจริงๆ ติดต่อช่องทางการจัดการหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอข้อมูลและทางเลือกการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้

จัดบ้านการเงินให้ครบ ไม่ใช่แค่ปลดหนี้

การปลดหนี้คือก้าวแรกของสุขภาพการเงินที่ดี แต่อย่าลืมดูภาพรวมด้วย เช่น วางแผนภาษีให้ได้คืนมากขึ้นแล้วเอามาโปะหนี้ที่ คู่มือลดหย่อนภาษี เก็บเอกสารการเงินสำคัญไว้ใน Vault ตู้เซฟดิจิทัล และเมื่อหนี้เริ่มเบาลง ค่อยมองหาเกราะกันความเสี่ยงในชีวิตที่ เปรียบเทียบประกัน เผื่อเหตุไม่คาดฝันจะได้ไม่ต้องวนกลับไปก่อหนี้ใหม่

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล หากต้องการแนวทางที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ ควรปรึกษาสถาบันการเงินของคุณหรือช่องทางการจัดการหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอ้างอิงข้อมูลทางการประกอบเสมอ