บิลค่าไฟใบแรกหลังรับรถ EV มาจอดที่บ้าน มักเป็นจุดที่หลายคนเริ่มจดสมุดบัญชีในหัวว่า "ต้นทุนต่อกิโลเมตรของรถคันนี้จริง ๆ เท่าไหร่กันแน่" และคำตอบส่วนใหญ่ไปจบที่คำสามตัวอักษร: TOU วันนี้คุ้มครองชวนมานั่งกางตัวเลขกันแบบคนดูแลงบบ้าน ว่ามิเตอร์ TOU ลดค่าไฟได้จริงแค่ไหน มีต้นทุนแฝงอะไรซ่อนอยู่ และบ้านแบบไหนที่ "คืนทุน" ได้เร็วพอจะคุ้มที่จะเปลี่ยน
บทความนี้ให้ความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการเงินรายบุคคล · ตัวเลขค่าไฟทั้งหมดเป็น "ช่วงประมาณ ณ มิ.ย. 2569" เพื่อให้เห็นวิธีคิด ยังไม่รวมค่า Ft และภาษี ซึ่งปรับได้ตามประกาศการไฟฟ้า โปรดตรวจอัตราจริงของเขตบ้านคุณกับ MEA (กฟน.) หรือ PEA (กฟภ.) ก่อนตัดสินใจเสมอ
มิเตอร์ TOU คืออะไร ต่างจากมิเตอร์บ้านปกติยังไง
มิเตอร์บ้านทั่วไป (อัตราปกติแบบก้าวหน้า) คิดค่าไฟตาม "จำนวนหน่วยรวมต่อเดือน" ยิ่งใช้มาก หน่วยท้าย ๆ ยิ่งแพงขึ้น และไม่สนใจว่าคุณใช้ตอนกลางวันหรือกลางคืน — ราคาต่อหน่วยเท่ากันหมด ส่วนมิเตอร์ TOU (Time of Use) คิดค่าไฟตาม "ช่วงเวลา" ที่ใช้ แบ่งเป็นช่วงแพง (On-Peak) กับช่วงถูก (Off-Peak) หัวใจของมันคือ ถ้าคุณย้ายการใช้ไฟหนัก ๆ โดยเฉพาะการชาร์จรถไปไว้ช่วง Off-Peak ได้ ค่าไฟต่อหน่วยจะถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ
- On-Peak (ช่วงแพง): จันทร์–ศุกร์ เวลา 09:00–22:00 น.
- Off-Peak (ช่วงถูก): จันทร์–ศุกร์ เวลา 22:00–09:00 น. และ "ทั้งวัน" ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
- ช่วงเวลาเหล่านี้ค่อนข้างคงที่ แต่ควรยืนยันกับตารางอัตราล่าสุดของ MEA/PEA เพราะการไฟฟ้าอาจปรับเงื่อนไขได้
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณ "เสียบชาร์จตอนเข้านอนแล้วถอดตอนเช้า" รถจะดูดไฟเกือบทั้งหมดในช่วง Off-Peak ซึ่งเป็นเรตที่ถูกที่สุดของวัน นี่แหละคือเหตุผลที่ผู้ใช้ EV จำนวนมากสนใจ TOU
| หัวข้อ | มิเตอร์ปกติ (อัตราก้าวหน้า) | มิเตอร์ TOU |
|---|---|---|
| วิธีคิดค่าไฟ | ตามจำนวนหน่วยรวมต่อเดือน | ตามช่วงเวลาที่ใช้ (On-Peak/Off-Peak) |
| ค่าไฟกลางคืน | เท่ากับกลางวัน | ถูกกว่ากลางวันชัดเจน |
| ค่าไฟกลางวันวันทำงาน | ปานกลาง | แพงกว่า (On-Peak) |
| ค่าบริการ/ค่าธรรมเนียมรายเดือน | ต่ำกว่า | สูงกว่า (ตรวจกับการไฟฟ้า) |
| ค่าเปลี่ยน/ติดตั้งมิเตอร์ | ไม่มี (มิเตอร์เดิม) | มีค่าใช้จ่ายครั้งเดียว |
| เหมาะกับใคร | ใช้ไฟกระจายทั้งวัน คุมเวลาไม่ได้ | ชาร์จ EV/ใช้ไฟหนักตอนกลางคืน–วันหยุดเป็นหลัก |
จุดตัดสินใจสั้น ๆ: ถ้าบ้านคุณ "ย้ายการใช้ไฟหนักไป Off-Peak ได้จริง" (ชาร์จรถ + ซัก/อบ/ปั๊มน้ำ/แอร์ห้องนอน) TOU มีแนวโน้มคุ้ม แต่ถ้ามีคนอยู่บ้านเปิดแอร์กลางวันวันทำงานเป็นหลัก กำไรจาก Off-Peak อาจถูก On-Peak กินคืนจนไม่เหลือ
ค่าไฟ TOU ต่อหน่วยอยู่ที่เท่าไหร่ (และทำไมห้ามจำเป็นตัวเลขตายตัว)
สำหรับบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟแรงดันต่ำ ตัวเลขที่ถูกอ้างอิงบ่อยของอัตรา TOU คือ Off-Peak ประมาณ 2.58 บาท/หน่วย และ On-Peak ประมาณ 4.10 บาท/หน่วย โดยตัวเลขเหล่านี้เป็น "ค่าพลังงานพื้นฐาน" ที่ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม จุดที่ต้องระวังคือ ค่า Ft ปรับทุก ๆ 4 เดือนตามประกาศ ทำให้ค่าไฟต่อหน่วยจริงในบิลขยับขึ้นลงได้ ตัวเลขด้านล่างจึงใช้เป็น "ช่วงประมาณ" เพื่อสาธิตวิธีคำนวณเท่านั้น ตัวเลขจริงให้ยึดตามอัตราล่าสุดของ MEA/PEA ในเขตของคุณ
เทียบให้เห็นภาพ: บนมิเตอร์ปกติแบบก้าวหน้า เมื่อบ้านใช้ไฟรวมต่อเดือนสูงขึ้นจากการชาร์จรถ หน่วยส่วนเพิ่มมักตกอยู่ในขั้นราคาสูง (โดยทั่วไปประมาณ 4–5 บาท/หน่วย ขึ้นกับยอดใช้รวมและค่า Ft) ขณะที่บน TOU หน่วยที่ชาร์จตอนกลางคืนจะคิดที่เรต Off-Peak ซึ่งต่ำกว่าชัดเจน นี่คือต้นตอของส่วนต่างที่เรากำลังจะคำนวณ
ลองคำนวณ: ชาร์จ EV ที่บ้านเดือนละกี่บาท

สมมติให้เห็นภาพ บ้านคุณขับ EV เฉลี่ยวันละ ~40 กม. กินพลังงานราว 6–7 หน่วย (kWh) ต่อวัน หรือประมาณ 200 หน่วยต่อเดือน เฉพาะส่วนชาร์จรถ (ตัวเลขการใช้จริงต่างกันตามรุ่นรถ น้ำหนัก สภาพจราจร และการเปิดแอร์) เราจะเทียบ 3 สถานการณ์ โดยใช้ช่วงราคาประมาณข้างต้น
| กรณี | ค่าไฟต่อหน่วย (ช่วงประมาณ) | 200 หน่วย/เดือน | ส่วนต่างเทียบมิเตอร์ปกติ |
|---|---|---|---|
| มิเตอร์ปกติ (หน่วยส่วนเพิ่ม) | ~4–5 บาท/หน่วย | ~800–1,000 บาท | ฐานเปรียบเทียบ |
| TOU – ชาร์จกลางคืน Off-Peak | ~2.58 บาท/หน่วย | ~520 บาท | ประหยัด ~280–480 บาท |
| TOU – เผลอชาร์จกลางวัน On-Peak | ~4.10 บาท/หน่วย | ~820 บาท | ใกล้เคียง/แพงกว่าเล็กน้อย |
ดูแถวล่างสุดให้ดีนะคะ ถ้าติด TOU แล้ว "เผลอ" ชาร์จหรือเปิดแอร์/เครื่องใช้ไฟหนักช่วงกลางวันวันทำงาน หน่วยเหล่านั้นจะถูกคิดเรต On-Peak ที่แพงกว่าเดิม TOU ลดค่าไฟได้ก็ต่อเมื่อเรา "ย้ายการใช้ไฟไป Off-Peak ได้จริง" เท่านั้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนมิเตอร์แล้วถูกลงเอง
อย่าลืม "ต้นทุนแฝง" ก่อนตัดสินใจเปลี่ยน TOU
การประหยัดค่าหน่วยไฟไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป เพราะ TOU มีต้นทุนที่ต้องเอามาหักลบ ก่อนตัดสินใจ ลองตั้งโต๊ะหักลบ 3 รายการนี้
| รายการ | ลักษณะค่าใช้จ่าย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าเปลี่ยน/ติดตั้งมิเตอร์ TOU | จ่ายครั้งเดียว | โดยประมาณ ~4,000–6,000 บาท (ผันแปรตามขนาดมิเตอร์/เฟส) — ตรวจตัวเลขจริงกับ MEA/PEA |
| ค่าบริการ/ค่าธรรมเนียมรายเดือน | จ่ายทุกเดือน | สูงกว่ามิเตอร์ปกติ ต้องเอามาหักจากเงินที่ประหยัดได้ |
| ค่าไฟ On-Peak ที่แพงขึ้น | แล้วแต่พฤติกรรม | ถ้ากลางวันวันทำงานใช้ไฟเยอะ จะกินกำไรที่ประหยัดได้ |
| อาจต้องอัปเกรดขนาดมิเตอร์/สายเมน | บางบ้าน จ่ายครั้งเดียว | ถ้าจะติด Wallbox กำลังสูง ช่างไฟต้องประเมินก่อน |
สูตรคิดจุดคืนทุนง่าย ๆ: (เงินที่ประหยัดต่อเดือน − ค่าธรรมเนียมรายเดือนที่เพิ่ม) = กำไรสุทธิต่อเดือน แล้วเอา ค่าติดตั้งครั้งเดียว ÷ กำไรสุทธิต่อเดือน = จำนวนเดือนที่คืนทุน เช่น ถ้าประหยัดสุทธิ ~350 บาท/เดือน และค่าติดตั้ง ~5,000 บาท จะคืนทุนราว 14 เดือน — ถ้าคุณวางแผนใช้ EV ยาว ๆ ก็ถือว่าน่าสนใจ (ตัวเลขเป็นตัวอย่าง ใช้ตัวเลขจริงของบ้านคุณแทน)
ก่อนยื่นเรื่อง ลองสอบถามผ่านช่องทางทางการ: แอป/สายด่วน MEA (กฟน. พื้นที่กรุงเทพฯ–นนทบุรี–สมุทรปราการ) หรือ PEA (กฟภ. ต่างจังหวัด) เพื่อเช็กอัตรา TOU เขตบ้านคุณ ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนมิเตอร์ปัจจุบัน และเงื่อนไข เพราะรายละเอียดต่างกันตามพื้นที่และช่วงเวลา
ตัวช่วยให้ TOU "คุ้มจริง": ตั้งเวลาชาร์จกลางคืนโดยไม่ต้องตื่นมาเสียบ
จุดที่ทำให้หลายคนพลาดคือ "ลืมตั้งเวลา" แล้วเสียบทิ้งไว้ทั้งวันจนหน่วยช่วงกลางวันโดน On-Peak บ้านที่ใช้เครื่องชาร์จ AC ติดผนัง (Wallbox) ที่ตั้งเวลาเริ่ม–หยุดได้ หรือใช้ปลั๊ก/ไทเมอร์อัจฉริยะตั้งให้เริ่มชาร์จหลัง 22:00 น. จะมั่นใจได้ว่าได้เรต Off-Peak เต็ม ๆ โดยไม่ต้องตื่นมานั่งเสียบเองตอนดึก หมายเหตุเรื่องอุปกรณ์: เครื่องชาร์จ AC ที่บ้านใช้หัว Type 2 กำลังทั่วไป 7.4 kW (1 เฟส) ถึง 11–22 kW (3 เฟส) แต่รถแต่ละรุ่นรับ AC ได้ไม่เท่ากัน ควรเลือกกำลังที่รถคุณรับได้จริงและที่ระบบไฟบ้านรองรับ
ความปลอดภัยต้องมาก่อน หากต้องเดินสายหรือติดตั้งเครื่องชาร์จกำลังสูง ควรให้ช่างไฟที่มีความรู้ติดตั้งและตรวจสายดิน ขนาดสายไฟ และเบรกเกอร์ให้เหมาะสมเสมอ อย่าใช้ปลั๊กพ่วงหรือเต้ารับธรรมดารับโหลดชาร์จต่อเนื่องนาน ๆ
เกี่ยวกับประกัน: ที่ชาร์จที่บ้านอยู่ในกรมธรรม์ EV ไหม
เรื่องนี้คนเข้าใจผิดบ่อย จึงขอใส่ไว้ให้ชัด เพราะคุณกำลังจะลงทุนกับเครื่องชาร์จที่บ้าน กรมธรรม์ประกันรถ EV มาตรฐานของไทย (BEV) อ้างอิงคำสั่งนายทะเบียนที่ 47/2566 ของสำนักงาน คปภ. — ประกาศใช้ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 และบังคับใช้กับกรมธรรม์ใหม่ทุกฉบับตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2567 (ใช้กับรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% เท่านั้น) กรมธรรม์มาตรฐานนี้คุ้มครองเฉพาะ "ที่ชาร์จแบบพกพา (portable)" ที่แถมมากับรถ ส่วน "ที่ชาร์จติดผนังที่บ้าน (fixed Wallbox)" ถือเป็นข้อยกเว้น ไม่อยู่ในความคุ้มครองพื้นฐาน หากต้องการให้ครอบคลุม ต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่ม (rider) แยกต่างหาก จุดนี้ควรถามบริษัทประกันให้ชัดก่อนตัดสินใจ และตรวจถ้อยคำกรมธรรม์จริงเสมอ
ข้อมูลกรมธรรม์ข้างต้นอ้างอิงคำสั่งนายทะเบียน 47/2566 (สำนักงาน คปภ.) ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 · เงื่อนไขจริง (ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก rider แท่นชาร์จ) ต่างกันตามบริษัทและแผน ให้ยึดถ้อยคำในกรมธรรม์ของคุณและสอบถามบริษัทประกันโดยตรง
สรุป: TOU คุ้มไหมสำหรับบ้านคุณ
- คุ้ม ถ้า: ชาร์จ EV กลางคืนได้สม่ำเสมอ, ย้ายการใช้ไฟหนัก (ซัก/อบ/แอร์) ไปกลางคืนหรือวันหยุดได้, ตั้งเวลาชาร์จเองได้, และวางแผนใช้ EV ยาว ๆ จนคืนทุน
- อาจไม่คุ้ม ถ้า: มีคนอยู่บ้านเปิดแอร์กลางวันวันทำงานเยอะ, ชาร์จรถน้อย/ชาร์จนอกบ้านเป็นหลัก, หรือคุมเวลาชาร์จไม่ได้
- ก่อนตัดสินใจ: ขออัตรา TOU + ค่าธรรมเนียมล่าสุดจาก MEA/PEA แล้วแทนตัวเลขจริงของบ้านคุณลงในสูตรคืนทุน (ค่าติดตั้ง ÷ กำไรสุทธิต่อเดือน)
เมื่อจัดการเรื่องค่าไฟชาร์จที่บ้านลงตัวแล้ว อีกชิ้นที่ไม่ควรลืมคือความคุ้มครองตัวรถ EV เอง โดยเฉพาะแบตเตอรี่แรงดันสูง (ซึ่งกรมธรรม์มาตรฐานชดใช้ตามอายุการใช้งาน และมี rider ให้ชดใช้เต็ม 100% ได้) มอเตอร์ และแท่นชาร์จ ลองศึกษาเปรียบเทียบเงื่อนไขแบบเป็นกลางได้ที่หน้าเปรียบเทียบของคุ้มครอง
KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบและให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกัน · ตัวเลขค่าไฟ/ค่าติดตั้งเป็นการประมาณการเพื่อการศึกษา ณ มิ.ย. 2569 ยังไม่รวม Ft/ภาษี · ธุรกรรมจริงดำเนินการโดยผู้ให้บริการ/บริษัทประกันที่เกี่ยวข้อง · บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตร (affiliate) สำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่ประกัน และมีค่าตอบแทนจากการแนะนำ







