หกโมงเย็นวันศุกร์ พนักงานคลังสินค้าคนหนึ่งก้มยกกล่องใบสุดท้ายก่อนกลับบ้าน แล้วหลังล็อกจนยืนไม่ขึ้น ต้องนอนโรงพยาบาลสามคืน หมอสั่งพักงานต่ออีกสองสัปดาห์ คำถามแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวไม่ใช่ 'เจ็บแค่ไหน' แต่เป็น 'ค่ารักษาใครจ่าย แล้วเงินเดือนช่วงที่หยุดจะหายไปไหม' คำตอบที่หลายคนยังไม่รู้คือ ลูกจ้างในระบบมี กองทุนเงินทดแทน คุ้มครองเรื่องนี้อยู่แล้ว และที่สำคัญคือ ลูกจ้างไม่ได้จ่ายเงินสมทบกองนี้แม้แต่บาทเดียว นายจ้างเป็นคนจ่ายฝ่ายเดียวตามกฎหมาย บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่ายว่าเบิกอย่างไร ใช้ฟอร์มอะไร มีกรอบเวลาเท่าไหร่ และต่างจากประกันสังคม ม.33 ตรงไหน

กองทุนเงินทดแทน คนละกองกับ กองทุนประกันสังคม (ม.33) นะคะ กองทุนเงินทดแทนคุ้มครองเฉพาะกรณี เจ็บ/ป่วย/ทุพพลภาพ/เสียชีวิต ที่ 'เนื่องจากการทำงาน' เท่านั้น และนายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบฝ่ายเดียว (ลูกจ้างไม่จ่าย) ส่วนกองทุนประกันสังคมที่หักจากเงินเดือนทุกเดือน ดูแลเรื่องเจ็บป่วยทั่วไป คลอดบุตร ว่างงาน ชราภาพ ฯลฯ

กองทุนเงินทดแทนคืออะไร ใครได้สิทธิ

กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน ที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นรายปี เพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน เงินสมทบส่วนนี้นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียวในอัตราประมาณ 0.2–1.0% ของค่าจ้างรวมทั้งปี (คิดจากฐานค่าจ้างคนละไม่เกิน 240,000 บาท/ปี) อัตราขึ้นกับความเสี่ยงของประเภทกิจการ จุดที่คนสับสนบ่อยคือกองทุนนี้แยกขาดจากกองทุนประกันสังคม กองหนึ่งดูแลเรื่องทั่วไปในชีวิต อีกกองดูแลเฉพาะ 'เรื่องที่เกิดจากงาน'

คุณจะได้สิทธินี้เมื่อเข้าเงื่อนไข 3 ข้อง่าย ๆ คือ (1) เป็นลูกจ้างตามกฎหมาย (2) ได้รับบาดเจ็บ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญหาย หรือเสียชีวิต และ (3) เหตุนั้นเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้นายจ้าง รวมถึงการทำงานนอกสถานที่ตามคำสั่งนายจ้างด้วย ที่สำคัญคือสิทธินี้ผูกกับการ 'เป็นลูกจ้าง' ไม่ได้ผูกกับการที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบครบหรือยัง ดังนั้นแม้นายจ้างจะลืมขึ้นทะเบียนหรือค้างจ่าย ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิเบิก (แล้ว สปส. จะไปไล่เบี้ยกับนายจ้างเอง) ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

compare_two_funds
หัวข้อกองทุนเงินทดแทนกองทุนประกันสังคม (ม.33)
ใครจ่ายเงินสมทบนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียวนายจ้าง + ลูกจ้าง + รัฐ
เหตุต้องเกี่ยวกับงานไหมต้องเกิดจากการทำงานไม่จำเป็น (เจ็บป่วยทั่วไปก็ได้)
คุ้มครองอะไรเจ็บ/ป่วย/ทุพพลภาพ/ตาย จากงานเจ็บป่วยทั่วไป คลอด ว่างงาน ชราภาพ ฯลฯ
ฟอร์มหลักที่ใช้แจ้งกท.16ตามแต่ละสิทธิ (สปส. 2-01 ฯลฯ)
สายด่วน1506 กด 31506 กด 1

อุบัติเหตุระหว่างเดินทางไป-กลับบ้านกับที่ทำงานตามเส้นทางปกติ โดยทั่วไป 'ไม่ถือว่าเกิดจากการทำงาน' จึงเบิกกองทุนเงินทดแทนไม่ได้ (ต้องใช้สิทธิประกันสังคม หรือ พ.ร.บ.รถ แทน) แต่ถ้าเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ตามคำสั่งนายจ้าง อันนั้นเข้าข่าย กรณีก้ำกึ่งให้โทรถาม สปส. สายด่วน 1506 กด 3 ก่อนยื่น

เบิกได้กี่อย่าง วงเงินเท่าไหร่

ยื่นแบบ กท.16 'ครั้งเดียว' ครอบคลุมสิทธิทุกกรณีเลยค่ะ ไม่ต้องยื่นซ้ำหลายรอบ ตัวเลขด้านล่างเป็นเพดานตามกฎกระทรวงที่ใช้อยู่ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) วงเงินเหล่านี้ปรับเป็นระยะ โปรดตรวจล่าสุดกับ สปส. 1506 หรือ wcfp.sso.go.th ก่อนยื่นจริง

benefits_table
สิทธิรายละเอียดโดยย่อ
ค่ารักษาพยาบาลเริ่มต้นเหมาจ่ายไม่เกิน 65,000 บาท/การประสบอันตราย 1 ครั้ง · กรณีบาดเจ็บรุนแรงเพดานรวมไต่ขึ้นเป็นขั้นได้ถึง 1,000,000 บาท (รักษาที่ ร.พ.รัฐต่อเนื่องจนสิ้นสุดการรักษา เบิกตามจริงได้)
ค่าทดแทนกรณีหยุดงาน (ทำงานไม่ได้)70% ของค่าจ้างรายเดือน ตั้งแต่วันแรกที่แพทย์ให้หยุด (ฐานค่าจ้างคิดสูงสุด 20,000 บาท = สูงสุดราว 14,000 บาท/เดือน) จ่ายตลอดช่วงหยุด รวมไม่เกิน 1 ปี
ค่าทดแทนสูญเสียอวัยวะ70% ของค่าจ้าง ตามประเภท/ระดับการสูญเสีย ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ70% ของค่าจ้าง จ่ายไม่น้อยกว่า 15 ปี
ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานค่ากายภาพ/ฟื้นฟู/อุปกรณ์ เพื่อให้กลับไปทำงานได้ ตามที่กำหนด
กรณีเสียชีวิต/สูญหายค่าทำศพ (~50,000 บาท ตามที่กฎกระทรวงกำหนด) + ค่าทดแทนแก่ทายาท 70% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 10 ปี (120 เดือน)

ตัวเลขที่เปลี่ยนบ่อยและคนมักเข้าใจผิด: ค่าทดแทนกรณีหยุดงานจ่าย 'ตั้งแต่วันแรก' ที่แพทย์ให้หยุด ไม่ใช่ต้องหยุดเกิน 3 วันก่อนถึงเริ่มนับ (เกณฑ์ '3 วัน' เป็นความเข้าใจเก่า) และเพดานค่ารักษาเริ่มต้นปัจจุบันคือ 65,000 บาท (ปรับขึ้นจากเดิม 50,000 บาท ตามกฎกระทรวงฯ มีผล 25 เม.ย. 2567) ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ตรวจล่าสุดกับ sso.go.th

medical_ceiling_steps (บาท)
เริ่มต้น (เหมาจ่าย)
65,000
บาดเจ็บรุนแรง (รวมไม่เกิน)
165,000
ขั้นที่ 3 (รวมไม่เกิน)
300,000
ขั้นที่ 4 (รวมไม่เกิน)
500,000
สูงสุด (รวมไม่เกิน)
1,000,000

อ่านกราฟแบบนี้ค่ะ ตัวเลขแต่ละแท่งคือ 'เพดานรวมสะสม' ของค่ารักษาในเคสเดียวกัน ไม่ใช่เงินที่ได้เพิ่มแยกก้อน พูดง่าย ๆ คือเพดานจะถูก 'ขยายขึ้นเป็นขั้น' ตามความรุนแรงที่แพทย์รับรอง ไม่ใช่ว่าได้ทุกขั้นมาบวกกัน ตามกฎกระทรวงฯ (มีผล 25 เม.ย. 2567) เริ่มที่จ่ายจริงไม่เกิน 65,000 บาท ถ้าบาดเจ็บรุนแรง (เช่น อวัยวะภายในบาดเจ็บหนัก กระดูกหักหลายแห่งที่ต้องผ่าตัด บาดเจ็บศีรษะ/ไขสันหลังรุนแรง หรือไฟไหม้ตั้งแต่ 25% ของผิวกาย) เพดานรวมขยับเป็นไม่เกิน 165,000 บาท แล้วถ้ายังไม่พอ ขยายเป็นเพดานรวมไม่เกิน 300,000 → 500,000 และสูงสุดเพดานรวมไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย และถ้ารักษาที่โรงพยาบาลของรัฐต่อเนื่องจนสิ้นสุดการรักษา จะเบิกค่ารักษาตามจริงเท่าที่จำเป็นได้ (ไม่ติดเพดานล้าน) ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 · อ้างอิงหน้าค่ารักษาพยาบาล กองทุนเงินทดแทน ที่ sso.go.th

ขั้นตอนเบิกกองทุนเงินทดแทน ทำตามนี้

สิทธิและความคุ้มครองของแรงงานมีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบ

ภาพรวมคือ 'นายจ้าง' เป็นคนหลักในการแจ้งเรื่องและส่งตัวเข้ารักษา แต่ลูกจ้างควรรู้ทุกสเต็ปไว้ เผื่อต้องยื่นเองหรือคอยติดตามเรื่อง

  • 1. แจ้งนายจ้าง/หัวหน้าทันทีที่เกิดเหตุ พร้อมจดวัน เวลา สถานที่ และชื่อพยานไว้
  • 2. เข้ารักษาที่สถานพยาบาล โดยขอใบส่งตัว (กท.44) จากนายจ้าง ถ้ามี จะได้ไม่ต้องสำรองจ่ายที่ ร.พ.คู่สัญญา
  • 3. นายจ้างยื่นแบบ กท.16 (แจ้งการประสบอันตราย) ต่อ สปส. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบเหตุ
  • 4. ถ้าลูกจ้างสำรองจ่ายไปก่อน เก็บใบเสร็จตัวจริง + ใบรับรองแพทย์ (กท.16/1) ทุกใบไว้ให้ครบ
  • 5. ยื่นเรื่องที่ สปส. เขตพื้นที่ที่นายจ้างขึ้นทะเบียน หรือยื่นผ่านระบบ WCF Platform (wcfp.sso.go.th)
  • 6. รอเจ้าหน้าที่พิจารณาและแจ้งผล ถ้าได้รับเงินทดแทนจะโอนตามรอบที่กำหนด

ลูกจ้างมีสิทธิยื่นแบบ กท.16 ด้วยตัวเองได้ ภายใน 180 วัน นับแต่วันประสบอันตราย และถ้าเป็นโรคที่ปรากฏอาการ 'หลังออกจากงาน' กรอบเวลาขยายเป็นภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย อย่าปล่อยให้เลยกำหนดเพราะอาจเสียสิทธิ และถ้านายจ้างไม่ยอมแจ้ง นายจ้างมีความผิดตามกฎหมายด้วย ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

เอกสารที่ต้องเตรียม

documents_table
เอกสารใครเตรียม
แบบ กท.16 (แจ้งการประสบอันตราย/เจ็บป่วย)นายจ้าง หรือ ลูกจ้างยื่นเองได้
แบบส่งตัวเข้ารักษา กท.44 (ถ้ามี)นายจ้าง
ใบรับรองแพทย์ กท.16/1 หรือใบความเห็นแพทย์สถานพยาบาล
ใบเสร็จค่ารักษา (กรณีสำรองจ่าย ตัวจริง)ลูกจ้าง
สำเนาบัตรประชาชนลูกจ้างลูกจ้าง
หลักฐานเพิ่มกรณีก้ำกึ่ง (บันทึกประจำวันตำรวจ/แผนที่เกิดเหตุ)นายจ้าง/ลูกจ้าง

จดสองตัวเลขนี้ไว้ในมือถือเลยค่ะ: นายจ้างต้องแจ้งภายใน 15 วัน · ลูกจ้างยื่นเองได้ภายใน 180 วัน (โรคที่ปรากฏหลังออกจากงานขยายเป็น 2 ปี) ถ้าไม่แน่ใจว่ากรณีของเราเข้าเงื่อนไขไหน โทร 1506 กด 3 (กองทุนเงินทดแทน) สอบถามได้ฟรี

คำถามที่เจอบ่อย

ทำงานพาร์ทไทม์/รายวันได้สิทธิไหม — ได้ค่ะ ถ้าเป็นลูกจ้างตามกฎหมายและนายจ้างอยู่ในข่ายต้องจ่ายเงินสมทบ สิทธิผูกกับสถานะ 'ลูกจ้าง' ไม่ได้ผูกกับชั่วโมงทำงาน ส่วนฟรีแลนซ์ที่รับงานเป็นชิ้นโดยไม่ใช่ลูกจ้าง โดยทั่วไปไม่เข้าข่ายกองทุนนี้ (อาจพิจารณาประกันอุบัติเหตุส่วนตัว หรือ ม.40 แทน)

ป่วยจากงานสะสม เช่น โรคจากสารเคมี การได้ยินเสื่อมจากเสียงดัง หรือโรคจากการทำงานตามประกาศ เบิกได้ไหม — อยู่ในข่ายคุ้มครอง แต่ต้องมีความเห็นแพทย์ยืนยันว่าโรคนั้นเกี่ยวข้องกับงาน และถ้าอาการปรากฏหลังออกจากงานก็ยังยื่นได้ภายใน 2 ปี แนะนำปรึกษา สปส. เป็นรายกรณี

ถ้านายจ้างไม่ยอมแจ้งหรือบอกให้ไปใช้สิทธิประกันสังคม ม.33 แทน ทำยังไง — ลูกจ้างยื่น กท.16 เองได้โดยตรงที่ สปส. เขตพื้นที่ภายใน 180 วัน และสามารถร้องเรียนเรื่องสิทธิแรงงานได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) สายด่วน 1546

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกัน · ตัวเลขวงเงิน/เปอร์เซ็นต์เป็นเพดานตามกฎกระทรวงที่ใช้อยู่ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) ซึ่ง สปส. ปรับเป็นระยะ โปรดตรวจเงื่อนไขและวงเงินล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 กด 3 · www.sso.go.th · ระบบ WCF Platform (wcfp.sso.go.th) ก่อนยื่นจริงทุกครั้ง สำหรับเคสจริงควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ สปส. โดยตรง