ทริปจีนต่างจากทริปอื่นตรงที่ "การเตรียมตัวก่อนบิน" สำคัญพอ ๆ กับการแพ็กกระเป๋า เพราะมีสองด่านที่หลายคนไปเจอหน้างานแล้วถึงรู้ว่าควรทำมาก่อน คือเรื่องเน็ต (แอปที่เราใช้ทุกวันอย่าง Google, Line, Instagram เปิดในจีนไม่ได้) กับการจ่ายเงิน (ร้านส่วนใหญ่สแกนจ่าย ไม่ค่อยรับเงินสดหรือบัตรต่างชาติ) และตั้งแต่ปลายปี 2568 ยังมีของใหม่ที่ต้องทำเพิ่มคือ "บัตรขาเข้าดิจิทัล" ออนไลน์ บทความนี้เรียงให้เป็นลำดับ ตั้งแต่เอกสารเข้าเมือง เน็ต การจ่ายเงิน ไปจนถึงปลั๊กไฟและพาวเวอร์แบงก์ เป็นข้อมูลให้ความรู้เพื่อเตรียมตัว ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล และทุกตัวเลข/เงื่อนไขควรตรวจล่าสุดกับแหล่งทางการก่อนเดินทางเสมอ
สี่อย่างที่ควรจัดให้เสร็จ "ตั้งแต่อยู่ไทย": (1) เช็กสิทธิยกเว้นวีซ่า + เตรียมกรอกบัตรขาเข้าดิจิทัล (China Digital Arrival Card) (2) เน็ตที่ใช้ในจีนได้ (eSIM/ซิมท่องเที่ยว) (3) ติดตั้งและล็อกอิน VPN จากไทยอย่างน้อย 1–2 ตัว (4) แอปจ่ายเงิน Alipay หรือ WeChat Pay ผูกบัตรให้เรียบร้อย ที่เหลือค่อยจัดกระเป๋า
1. เข้าเมือง: วีซ่า + บัตรขาเข้าดิจิทัล (จุดที่อัปเดตล่าสุด)
ข่าวดีคือไทยกับจีนมีความตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างกันแบบ "ถาวร" สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตธรรมดา ลงนาม 28 ม.ค. 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2567 เป็นต้นมา ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเข้าจีนเพื่อท่องเที่ยว/ติดต่อธุระระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า พำนักได้ "ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง" และรวมแล้ว "ไม่เกิน 90 วันในทุก ๆ ช่วง 180 วัน" (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
สิทธิยกเว้นวีซ่านี้ใช้กับการ "ท่องเที่ยว/ธุระระยะสั้น" เท่านั้น ถ้าไปทำงาน เรียน เป็นสื่อ พำนักถาวร หรือจะอยู่เกิน 30 วัน ต้องขอวีซ่าประเภทที่ตรงกับวัตถุประสงค์ก่อนเข้าประเทศ และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้ — ตรวจล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตจีน/ศูนย์รับยื่นวีซ่าจีน (CVASC) หรือกระทรวงการต่างประเทศก่อนจองตั๋วทุกครั้ง
ของใหม่ที่ทริปเก่า ๆ ไม่มี: ตั้งแต่ 20 พ.ย. 2568 จีนเปลี่ยนมาใช้ "บัตรขาเข้าดิจิทัล" (China Digital Arrival Card) แทนบัตรกระดาษ ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าจีนทางอากาศ/บก/น้ำ ต้องกรอกข้อมูลออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์/แอปทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีน (NIA), แอป "NIA 12367" หรือมินิโปรแกรมใน WeChat/Alipay กรอกฟรีผ่านช่องทางทางการ ใช้เวลาไม่นาน และกรอกได้ทั้งก่อนเดินทางหรือเมื่อถึงด่าน (แนะนำกรอกล่วงหน้าให้เรียบร้อยจะสบายใจกว่า) ทั้งนี้บัตรขาเข้านี้ "ไม่ใช่วีซ่า" และใช้กับจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น — ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ตรวจล่าสุดที่เว็บ NIA
| รายการ | รายละเอียด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| พาสปอร์ต | ควรเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน | ถ่ายรูป/สำเนาเก็บในมือถือเผื่อด้วย |
| บัตรขาเข้าดิจิทัล (CDAC) | กรอกออนไลน์ผ่านช่องทางทางการ NIA | ฟรี · กรอกก่อนบินหรือที่ด่าน · ไม่ใช่วีซ่า |
| ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | พิมพ์หรือเซฟ PDF ไว้ | บางครั้ง ตม. ขอดูตั๋วขากลับ |
| ใบจองที่พัก | ใบยืนยันการจอง | เผื่อกรอกที่อยู่ตอนเข้าเมือง |
| ประกันเดินทาง | ดูค่ารักษาพยาบาล/เคลื่อนย้ายฉุกเฉิน | จีนไม่บังคับ แต่ค่ารักษาแพง ควรมีไว้ |
เรื่องประกันเดินทาง: จีนไม่ได้บังคับให้ต้องมีประกันเหมือนการขอวีซ่าเชงเก้น (ของยุโรปกำหนดวงเงินค่ารักษา + เคลื่อนย้ายฉุกเฉินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร ราว 1.5 ล้านบาท) แต่ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่จีนไม่ถูกเลย หลายคนจึงเลือกทำไว้อุ่นใจ ถ้าอยากเข้าใจว่าประกันเที่ยวต่างประเทศคุ้มครองอะไรบ้าง (ค่ารักษา เหมาจ่ายหรือตามจริง การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน เที่ยวบินดีเลย์ สัมภาระ) ลองอ่านแนวทางกลาง ๆ เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การชี้นำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่ง
2. เน็ต & VPN: ด่านที่คนลืมบ่อยที่สุด
จีนมีระบบกรองอินเทอร์เน็ตที่บล็อกบริการที่เราใช้ทุกวัน เช่น Google, Gmail, Google Maps, YouTube, Instagram, Facebook, Line และ WhatsApp ถ้าต่อเน็ตของจีนตรง ๆ จะเปิดแอปเหล่านี้ไม่ได้ ทางออกที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมมี 2 แนวคือ ใช้เน็ตที่ "วิ่งออกนอกประเทศ" (eSIM/ซิมท่องเที่ยว/โรมมิ่ง) ซึ่งมักเปิดแอปสากลได้เลย หรือใช้เน็ตจีนในประเทศแล้วพึ่ง VPN
| ตัวเลือก | เปิด Google/Line ได้ไหม | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| eSIM ท่องเที่ยวจีน (เราต์ผ่านนอกประเทศ) | ส่วนใหญ่เปิดได้เลย ไม่ต้องตั้ง VPN เพิ่ม | คนที่อยากง่าย ติดตั้งล่วงหน้าแล้วใช้ได้ทันที |
| ซิมท่องเที่ยว/โรมมิ่งจากไทย | มักเปิดได้ เพราะวิ่งผ่านเครือข่ายไทย | คนที่ชอบซิมจริงใส่เครื่อง |
| ซิมจีนในประเทศ (China Mobile ฯลฯ) | เปิดไม่ได้ ต้องพึ่ง VPN | คนอยู่ยาว/ต้องใช้แอปจีนเยอะ |
| WiFi โรงแรมอย่างเดียว | เปิดไม่ได้ ต้องมี VPN | ไม่แนะนำเป็นทางหลัก |
ถ้าจะใช้ VPN ต้อง "ดาวน์โหลดและล็อกอินตั้งแต่อยู่ไทย" ก่อนบินเสมอ เพราะเมื่อถึงจีนแล้ว เว็บ/สโตร์ของแอป VPN หลายตัวจะโหลดไม่ได้ ติดตั้งไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 ตัวเผื่อบางตัวใช้ไม่ได้หน้างาน
3. แอปจ่ายเงิน: จีนแทบไม่ใช้เงินสดแล้ว

เรื่องที่เซอร์ไพรส์นักท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ร้านค้า ตลาด รถเมล์ ไปจนถึงแม่ค้าริมทางในจีน "สแกนจ่าย" กันแทบทั้งหมด บัตรเครดิตต่างชาติบางที่ก็ไม่รับ และพกเงินสดเยอะก็ไม่สะดวก ทางออกคือตั้งค่าแอป Alipay หรือ WeChat Pay แล้วผูกบัตรของเราไว้ตั้งแต่อยู่ไทย ทั้งสองแอปเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติผูกบัตรต่างประเทศได้แล้ว
| หัวข้อ | Alipay (โหมดนักท่องเที่ยว) | WeChat Pay |
|---|---|---|
| ผูกบัตรต่างชาติ | ทำได้ค่อนข้างง่าย เมนูภาษาอังกฤษชัด | ทำได้ แต่บางบัญชีต้องยืนยันตัวตนเพิ่ม |
| ใช้จ่ายทั่วไป | สแกนจ่ายได้แทบทุกร้าน | สแกนจ่ายได้แทบทุกร้าน |
| ฟังก์ชันเสริม | เรียกรถ/ซื้อตั๋ว/แปลภาษาในแอป | แชต + จ่ายเงินในแอปเดียว |
| เหมาะกับมือใหม่ | เริ่มที่ตัวนี้ก่อนได้ | ติดตั้งเสริมไว้เป็นตัวสำรอง |
การจ่ายผ่าน Alipay/WeChat ด้วยบัตรต่างชาติอาจมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน หรือค่าธรรมเนียมต่อรายการสำหรับยอดเล็ก ๆ ตรวจอัตราล่าสุดกับธนาคารผู้ออกบัตรและในแอปก่อน เพื่อไม่ให้งบบานปลายโดยไม่รู้ตัว
4. ปลั๊กไฟ & พาวเวอร์แบงก์: เตรียมให้ถูกกฎ
จีนใช้ไฟ 220V/50Hz เหมือนไทย (ไทย 220V/50Hz เช่นกัน) แต่ "รูปแบบปลั๊ก" ต่างกัน จีนใช้ปลั๊ก Type A (ขาแบนสองขา), Type C (ขากลมสองขา) และ Type I (ขาแบนสามขาทรงสามเหลี่ยม ซึ่งไทยไม่ค่อยมี) เต้ารับสมัยใหม่ในจีนหลายที่เป็นแบบรวมที่เสียบได้หลายชนิด แต่พกหัวแปลง (adapter) ที่รองรับ Type I ไว้จะอุ่นใจกว่า อุปกรณ์ไทยส่วนใหญ่ เช่น มือถือ โน้ตบุ๊ก ที่ชาร์จ รองรับ 100–240V อยู่แล้ว ต้องใช้แค่ "หัวแปลง" ไม่ใช่ "หม้อแปลงแรงดัน" — ดูฉลากที่ตัวอุปกรณ์ว่าระบุ Input 100–240V ก่อนเสมอ (ที่ม้วนผม/ไดร์เป่าผมราคาถูกบางรุ่นเป็นแรงดันเดียว ต้องระวัง)
กฎพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน (อิงข้อกำหนด CAAT ของไทย + มาตรฐาน ICAO/IATA): พกได้เฉพาะในสัมภาระถือขึ้นเครื่อง (carry-on) เท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง · ความจุ ≤100Wh (≈20,000mAh) พกได้ · >100–160Wh ต้องขออนุญาตสายการบินก่อน · >160Wh ห้าม และหลายสายการบิน (เช่น การบินไทย มีผล 15 มี.ค. 2568) "ห้ามใช้/ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ระหว่างเที่ยวบิน" ตรวจเงื่อนไขจำนวนก้อนกับสายการบินที่จองอีกครั้ง
5. แอป & ของจำเป็นอื่น ๆ ที่ควรลงก่อนบิน
- แอปแผนที่ที่ใช้ในจีนได้ เช่น Apple Maps หรือแผนที่ในแอป Alipay (Google Maps อาจไม่อัปเดตเส้นทางในจีน)
- แอปแปลภาษา ที่มีโหมดแปลภาพป้าย/เมนูอาหาร ช่วยได้มากเวลาเมนูเป็นภาษาจีนล้วน
- แอปเรียกรถ เช่น DiDi (มีให้เรียกในเมนู Alipay ด้วย)
- VPN อย่างน้อย 1–2 ตัว ติดตั้งและล็อกอินจากไทยก่อนบิน
- พาวเวอร์แบงก์ (เก็บใน carry-on เท่านั้น) + หัวแปลงปลั๊กที่รองรับ Type I
ก่อนไป ลองตั้งงบเป็นก้อน ๆ — ค่าเน็ต ค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเดินทางในเมือง ค่าช้อป — จะคุมเงินง่ายขึ้น ราคาที่พักและตั๋วเข้าสถานที่ช่วงเทศกาลขึ้นเร็วมาก แนะนำเทียบหลายแพลตฟอร์มและตรวจราคาล่าสุดก่อนจองทุกครั้ง ตัวเลขราคาทั้งหมดเป็นค่าโดยประมาณที่เปลี่ยนแปลงได้
สรุปเช็กลิสต์ก่อนบิน
ถ้าจำอะไรไม่ได้ ขอให้จำลำดับนี้: เช็กสิทธิยกเว้นวีซ่า + เตรียมกรอกบัตรขาเข้าดิจิทัล (CDAC) กับเว็บทางการ → เตรียมเน็ต (eSIM หรือซิมท่องเที่ยว) และติดตั้ง VPN จากไทย → ผูกบัตรใน Alipay/WeChat → เตรียมหัวแปลงปลั๊ก Type I และจัดพาวเวอร์แบงก์ลง carry-on → พิจารณาประกันเดินทางและตั้งงบเป็นก้อน เท่านี้ทริปจีนก็ราบรื่นขึ้นเยอะ เหลือแค่สนุกกับการเที่ยว
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้าประกันหรือตัวแทนรัฐ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมตัว ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลวีซ่า เงื่อนไขบัตรขาเข้า ราคาซิม/eSIM ที่พัก และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้ตลอด กรุณาตรวจสอบกับแหล่งทางการ (สถานทูตจีน/CVASC, NIA, กระทรวงการต่างประเทศ, CAAT, สายการบิน) ก่อนตัดสินใจเสมอ เรื่องสุขภาพการเดินทางหรือยา ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรที่มีใบอนุญาต





