iPhone รุ่นใหม่ราคาแตะสามหมื่นบาทขึ้นไปทุกปี ขณะที่เครื่อง "refurbished" (เครื่องมือสองที่ผ่านการตรวจสภาพและปรับสภาพโดยผู้ขาย) ของรุ่นเดียวกันถูกกว่าหลายพันบาท และรุ่นย้อนหลัง 1–3 ปีถูกกว่าราคาเปิดตัวได้ตั้งแต่ราวหนึ่งในสามไปจนถึงเกินครึ่ง คำถามที่คนไทยถามซ้ำ ๆ บน Pantip มาหลายปีคือ "CompAsia เชื่อถือได้ไหม" กับ "ซื้อเครื่อง refurb แล้วจะเจออะไรบ้าง" บทความนี้จะตอบด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย รวมถึงจุดที่หลายคนมองข้าม — เครื่องมือสองแทบทำประกันมือถือของค่ายใหญ่ไม่ได้ นั่นคือช่องว่างความคุ้มครองที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกันและไม่ใช่ผู้ขายสินค้า บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) — หากคุณคลิก/ซื้อ เราอาจได้รับค่าตอบแทนโดยไม่กระทบราคาที่คุณจ่าย เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูล ณ ก.ค. 2569 โปรดตรวจสอบราคา/เงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการโดยตรง

CompAsia คือใคร แล้วเชื่อถือได้แค่ไหน?

CompAsia เป็นแพลตฟอร์มซื้อ-ขายอุปกรณ์มือสองและ refurbished ระดับภูมิภาคเอเชีย มีสาขาไทยที่ compasia.co.th ขายทั้งมือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทวอทช์ ครอบคลุมแบรนด์หลักอย่าง Apple, Samsung, Oppo, Xiaomi และ Vivo จุดขายที่ทำให้ต่างจากการซื้อมือสองจากคนแปลกหน้าคือ ทุกเครื่องผ่าน "การตรวจคุณภาพ 32 ขั้นตอน" ทั้งฟังก์ชันการทำงาน หน้าจอ และแบตเตอรี่ พร้อมการันตีสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health) ไม่ต่ำกว่า 80% ทุกเครื่อง ส่งฟรีทั่วประเทศ และผ่อน 0% ได้ 6 เดือนผ่านบัตรเครดิต

เครื่องแบ่งเป็น 3 เกรดตามสภาพภายนอก ซึ่ง CompAsia อธิบายไว้ในบล็อกทางการ: Excellent/Like New (แทบไม่มีตำหนิ), Good (มีรอยเล็กน้อย มองแทบไม่เห็นเมื่อเปิดหน้าจอ) และ Fair (มีรอยขนแมวหรือรอยบุบเล็กน้อย มองไม่เห็นจากระยะช่วงแขน) — ยิ่งเกรดต่ำ ราคายิ่งถูก แต่ฟังก์ชันภายในผ่านการตรวจเหมือนกันทุกเกรด

ส่วนคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือ หลักฐานที่จับต้องได้ที่สุดคือรีวิวผู้ซื้อจริงบน Pantip (กระทู้ 41908115): ผู้ซื้อ iPhone 12 Pro 128GB ราคา ฿21,490 ได้เครื่องสภาพเหมือนใหม่ แบตเตอรี่ 84% และเมื่อเช็กกับระบบของ Apple แล้วไม่พบประวัติการเปลี่ยนอะไหล่ ข้อเสียที่รายงานตรง ๆ คือไม่ได้กล่องแท้และสายชาร์จแท้ (ได้สายแบรนด์อื่นแทน) เราไล่อ่านกระทู้ที่ถามถึง CompAsia ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ความเห็นโดยรวมเป็นเชิง "บวกแบบระวัง" และไม่พบกระทู้ร้องเรียนการโกงร้ายแรง — ซึ่งสำหรับตลาดมือสองไทยที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเครื่องติด iCloud หรือเครื่องโจรกรรม ถือว่าเป็นประวัติที่ดีกว่าค่าเฉลี่ย

ซื้อ refurb ประหยัดกว่าเครื่องใหม่จริงเท่าไหร่?

คำตอบสั้น ๆ: รุ่นปีล่าสุดประหยัดราว 13% แต่รุ่นย้อนหลัง 1–3 ปีคือจุดที่คุ้มจริง เพราะถูกกว่าราคาเปิดตัวได้ราว 35–62% ตามรุ่น ตัวเลขราคา refurb ด้านล่างดึงจากหน้าเว็บ CompAsia ณ ต้นเดือน ก.ค. 2569 ส่วนราคาเปิดตัวมาจาก Apple Newsroom TH และรายงานข่าวเปิดตัวของสื่อไทย (Blognone/Siamphone)

ราคา iPhone refurbished (CompAsia) เทียบราคาเปิดตัวเครื่องใหม่
รุ่นราคา refurb (CompAsia)ราคาเปิดตัวเครื่องใหม่ประหยัดจากราคาเปิดตัว
iPhone 17 (256GB)฿25,900฿29,900 (ก.ย. 2568)~฿4,000 (~13%)
iPhone 16 (128GB)฿19,150฿29,900 (ก.ย. 2567)~฿10,750 (~36%)
iPhone 15 (128GB)เริ่ม ฿17,500฿32,900 (ก.ย. 2566)~฿15,400 (~47%)
iPhone 15 Pro Max (256GB)฿25,700฿48,900 (ก.ย. 2566)~฿23,200 (~47%)
iPhone 16 Pro Max (256GB)เริ่ม ฿31,800฿48,900 (ก.ย. 2567)~฿17,100 (~35%)
iPhone 14 (128GB)฿12,400฿32,900 (ก.ย. 2565)~฿20,500 (~62%)

ราคา refurb จากเว็บ CompAsia ณ 6 ก.ค. 2569 (เกรด/ความจุเริ่มต้น) · ราคาเปิดตัวไทยของความจุเริ่มต้นแต่ละรุ่น จาก Apple Newsroom TH และข่าวเปิดตัว (Blognone/Siamphone) · ราคา refurb เปลี่ยนตามสต็อกและเกรด โปรดเช็กหน้าเว็บล่าสุดก่อนซื้อ

ราคา iPhone refurbished บน CompAsia (บาท)
iPhone 17 (256GB)
25,900
iPhone 16 (128GB)
19,150
iPhone 15 Pro Max (256GB)
25,700
iPhone 14 (128GB)
12,400

สังเกตแพตเทิร์นสำคัญ: ถ้าคุณอยากได้ "รุ่นล่าสุด" ส่วนต่างราว 4,000 บาทอาจไม่คุ้มกับประกันศูนย์ที่หายไป (เดี๋ยวจะพูดถึง) แต่ถ้ายอมถอยไป 1–2 รุ่น อย่าง iPhone 15 Pro Max ที่เหลือ ฿25,700 จากราคาเปิดตัว ฿48,900 นั่นคือส่วนต่างราวสองหมื่นสามพันบาท (~47%) สำหรับเครื่องที่สเปกยังแรงเกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และถ้าถอยไปถึง iPhone 14 ส่วนลดทะลุ 60% จากราคาเปิดตัว — โซนรุ่นย้อนหลัง 1–3 ปีนี่แหละคือจุดที่ตลาด refurb ได้เปรียบชัดเจนที่สุด

ความเสี่ยงของเครื่อง refurb ที่ต้องยอมรับก่อนกดสั่งคืออะไร?

ตรวจความคุ้มครองบ้านและทรัพย์สินให้ตรงกับมูลค่าจริง

เพื่อความแฟร์ ต้องพูดข้อเสียให้ครบเท่าข้อดี ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของเครื่อง refurb มี 4 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือแบตเตอรี่: การันตีแค่ ≥80% หมายความว่าคุณอาจได้เครื่องที่แบตเหลือ 81% ก็ได้ (เคสจริงจาก Pantip ได้ 84%) ผู้ใช้งานหนักอาจต้องจ่ายค่าเปลี่ยนแบตภายใน 1–2 ปี ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ควรบวกเข้าไปในการคำนวณ เรื่องที่สองคือประกันศูนย์ผู้ผลิตมักหมดอายุไปแล้ว เหลือเพียงประกันร้าน 1 เดือนหากไม่ซื้อขยาย เรื่องที่สามคือไม่ได้กล่องแท้และอุปกรณ์แท้ ซึ่งกระทบราคาขายต่อในอนาคต และเรื่องสุดท้ายคือการซื้อออนไลน์ไม่เห็นเครื่องจริงก่อน — ความกังวลอันดับหนึ่งในแทบทุกกระทู้ Pantip แม้ CompAsia จะระบุว่าอะไหล่ที่เปลี่ยน (ถ้ามี) ต้องมาจากศูนย์ที่ Apple รับรอง และตามรีวิวผู้ใช้มีนโยบายเปลี่ยนเครื่องภายใน 7 วันแรกช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงได้ระดับหนึ่ง

วันแรกที่เครื่องถึงมือ ให้เช็กหมายเลขซีเรียลกับระบบตรวจสอบของผู้ผลิต (Apple: checkcoverage.apple.com) ดูประวัติการเปลี่ยนอะไหล่ใน Settings เช็ก Battery Health จริง ทดสอบกล้อง ลำโพง ไมค์ Face ID และการชาร์จให้ครบ — หากพบปัญหาให้ติดต่อร้านภายในช่วงเปลี่ยน/คืนเครื่องทันที อย่ารอ

ประกันร้าน CompAsia คุ้มครองอะไร แล้วเครื่องมือสองทำประกันมือถือได้ไหม?

นี่คือหัวข้อที่คนพูดถึงน้อยที่สุดแต่สำคัญที่สุดในมุมการจัดการความเสี่ยง ประกันมาตรฐานของ CompAsia คือ 1 เดือนทุกเครื่อง และซื้อขยายเป็น 6 เดือน (1+5) หรือ 12 เดือน (1+11) ได้ตอน checkout (ค่าธรรมเนียมแสดงตอนชำระเงิน ไม่ได้ประกาศบนหน้าเว็บ) เงื่อนไขตามหน้า warranty ทางการ: คุ้มครองเฉพาะ "ความบกพร่องของฮาร์ดแวร์" มีบริการรับ-ส่งเครื่องฟรี ถ้าซ่อมไม่คุ้มจะเปลี่ยนเครื่อง refurb เทียบเท่าให้ แต่ไม่คุ้มครองตกแตก น้ำเข้า หรือเครื่องที่ผ่านการเจลเบรก และการเคลมใช้เวลาได้ถึงราว 14 วันทำการโดยไม่มีเครื่องสำรองให้ระหว่างรอ

แล้วถ้าอยากได้ความคุ้มครองแบบประกันมือถือเต็มรูปแบบล่ะ? ตรงนี้คือช่องว่างจริง: ประกันมือถือของค่ายใหญ่ในไทยแทบทั้งหมดผูกกับ "เครื่องใหม่" เช่น AIS Mobile Care กำหนดชัดว่าต้องสมัครภายในวันที่ซื้อเครื่องใหม่จาก AIS เท่านั้น (อ้างอิงฐานข้อมูล call center ของ AIS เอง) ประกันจอแตกที่แถมกับบัตรเครดิตหรือขายในช็อปก็มักมีเงื่อนไขทำนองเดียวกัน กระทู้ Pantip เก่า ๆ ที่ตามหาประกันจอแตกให้เครื่องที่ไม่ได้ซื้อจากช็อปก็จบด้วยคำตอบว่าหายาก พูดตรง ๆ คือ การซื้อเครื่อง refurb เท่ากับยอมรับความคุ้มครองที่จำกัดกว่าเครื่องใหม่ — สิ่งที่พอทำได้จริงคือซื้อประกันขยายของร้าน (ซึ่งกันเฉพาะเครื่องเสียเอง) แล้วจัดการความเสี่ยงตกแตกด้วยตัวเองผ่านเคสและฟิล์มกันรอยคุณภาพดี ซึ่งเราเคยคำนวณความคุ้มเทียบกันไว้แล้วในบทความฟิล์ม vs เคส vs ประกันจอแตก

เครื่อง refurbished/มือสองสมัครประกันมือถือรายใหญ่แทบไม่ได้ เพราะเงื่อนไขส่วนมากบังคับสมัครภายในวันซื้อเครื่องใหม่ ประกันร้านที่ซื้อขยายได้ก็คุ้มครองเฉพาะฮาร์ดแวร์บกพร่อง ไม่รวมตกแตก/น้ำเข้า — ธรรมชาติของประกัน gadget ทั่วเอเชียก็คล้ายกัน เช่นบางประเทศ (ไม่ใช่เงื่อนไขในไทย) กำหนดว่าเครื่องต้องซื้อใหม่ไม่เกิน 60 วันจึงทำประกันได้ ดังนั้นบวกความเสี่ยงข้อนี้เข้าไปในการตัดสินใจด้วย ไม่ใช่ดูแค่ส่วนต่างราคา

โฆษณา · affiliateเช็กราคาเครื่อง refurb + ของที่ช่วยปิดความเสี่ยง "ตกแตก" ที่ประกันร้านไม่คุ้มครอง

ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้รับค่าตอบแทนหากคุณซื้อ โดยไม่กระทบราคาที่คุณจ่าย

KUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) เมื่อคุณคลิก/ซื้อผ่านลิงก์เหล่านี้ โดยไม่กระทบราคาที่คุณจ่าย · เราเป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่ผู้ขาย

ฝั่งขาย: เทิร์นเครื่องเก่า (Trade-in) ที่ไหนได้ราคาดี?

อีกครึ่งหนึ่งของสมการคือเครื่องเก่าในมือคุณ ช่องทางหลักในไทยมี 4 กลุ่ม: (1) Apple Trade In ทางการ ดำเนินการโดยพาร์ตเนอร์ Likewize ข้อควรรู้คือจ่ายเป็น Apple Store Gift Card ไม่ใช่เงินสด (2) ค่ายมือถือ เช่น AIS Trade In ผ่าน remobie มีบริการรับเครื่องถึงบ้านฟรี แลกเป็นคูปองส่วนลดเครื่องใหม่ (3) แพลตฟอร์ม refurb อย่างแอป CompAsia "เก่าแลกใหม่" ที่ให้ตรวจเครื่องผ่านแอปแล้วเลือกได้ว่าจะรับเงินสดเข้าบัญชีหรือ store credit และรับซื้อทั้งเครื่องเปิดติดและเปิดไม่ติด (4) ขายเองบน Kaidee/Facebook/ร้านตู้ MBK ซึ่งได้ราคาสูงสุดแต่ก็เสี่ยงเจอมิจฉาชีพสูงสุดเช่นกัน กติกาง่าย ๆ คือ ราคาเทิร์นผ่านช่องทางทางการต่ำกว่าขายเองราว 10–30% — คุณจ่ายส่วนต่างนั้นเพื่อแลกกับความสะดวกและความปลอดภัย

ส่วน "ราคาเทิร์นตอนนี้ได้กี่บาท" เราจงใจไม่ฟันธงเป็นตัวเลข เพราะราคาเทิร์นเปลี่ยนเร็วมากและต้องกดประเมินสดจากสภาพเครื่องจริงของคุณเท่านั้น ตารางด้านล่างเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงหลัง iPhone 14 เปิดตัว (ก.ย. 2565) — ใส่ไว้เพื่อให้เห็น "โครงสร้าง" ว่าราคาเทิร์นลดหลั่นตามรุ่นและสภาพยังไง ไม่ใช่ราคาที่คุณจะได้ในวันนี้ ซึ่งต่ำกว่านี้มากแล้วตามอายุรุ่นที่เพิ่มขึ้น

โครงสร้างราคา Apple Trade In รายรุ่น — ข้อมูลเก่า ก.ย. 2565 เพื่อดูสัดส่วนการหักราคาเท่านั้น
รุ่นเครื่องเก่าเพดานราคาเทิร์น (ก.ย. 2565)หมายเหตุ
iPhone 13 Pro Max฿22,600ราคาจริงลดหลั่นตามสภาพเครื่อง
iPhone 13 Pro฿20,400จอ/บอดี้มีตำหนิ = โดนหักราคา
iPhone 13฿14,100
iPhone 12 Pro Max฿17,000
iPhone 12฿10,200
iPhone 11฿8,000รุ่นเก่าราคาตกเร็ว ขายเองอาจคุ้มกว่า

ตัวเลขจากบทความ Checkraka เผยแพร่ 23 ก.ย. 2565 (ช่วงหลัง iPhone 14 เปิดตัว) — เก่ามากแล้ว ห้ามใช้เป็นราคาอ้างอิงปัจจุบัน ราคาเทิร์นจริง ณ ก.ค. 2569 ต่ำกว่านี้มาก ใช้ตารางนี้ดูลำดับ/สัดส่วนการหักราคาเท่านั้น และกดประเมินสดจากเครื่องมือของ Apple/ค่ายมือถือ/แอป CompAsia เทียบอย่างน้อย 2–3 ช่องทางก่อนตัดสินใจ · Apple Trade In จ่ายเป็น Gift Card ไม่ใช่เงินสด

เช็กราคาอย่างน้อย 3 เจ้า (Apple Trade In / ค่ายมือถือ / แอป CompAsia) แล้วเทียบกับราคาตลาดขายเองบน Kaidee ถ้าส่วนต่างเกิน 20–30% และคุณรับความเสี่ยงนัดเจอ-โอนเงินได้ การขายเองอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าเครื่องรุ่นเก่ามากหรือไม่อยากเสียเวลา ช่องทางทางการที่รับเครื่องถึงบ้านคือคำตอบที่ปลอดภัยกว่า

ก่อนปล่อยเครื่อง ต้องเตรียมยังไงไม่ให้ข้อมูลรั่ว (และไม่โดนหักราคา)?

ขั้นตอนนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะมือถือหนึ่งเครื่องมีทั้งรูปถ่าย แชท แอปธนาคาร และรหัสผ่านของคุณทั้งชีวิต การ "ลบไฟล์เฉย ๆ" ไม่พอ ต้อง factory reset จริง ๆ และที่พลาดกันบ่อยที่สุดคือลืมปลดล็อก Activation Lock — เครื่องที่ยังติดล็อก iCloud/Find My ขายไม่ได้หรือโดนหักราคาหนักมาก เช็กลิสต์ก่อนส่งเครื่องมีดังนี้

  • สำรองข้อมูลทั้งหมดขึ้น cloud หรือคอมพิวเตอร์ (iCloud/Google One/สาย USB)
  • ออกจากระบบ iCloud และปิด Find My (ปลดล็อก Activation Lock) — ขั้นตอนที่ห้ามลืมที่สุด
  • ยกเลิกการจับคู่ Apple Watch และอุปกรณ์ Bluetooth ที่ผูกไว้
  • ลบ eSIM ออกจากเครื่อง และถอดซิมการ์ดจริงออก
  • ล้างเครื่องด้วย Erase All Content and Settings — ไม่ใช่แค่ลบแอป/ไฟล์
  • ถอนการผูกเครื่องออกจากแอปธนาคาร/แอปยืนยันตัวตน (ย้าย authenticator ไปเครื่องใหม่ก่อน)
  • หากล่องแท้ ใบเสร็จ และอุปกรณ์แท้มารวมกัน — ช่วยเพิ่มราคาขายได้จริง
  • ถ่ายรูปสภาพเครื่องทุกด้านเก็บไว้ก่อนส่ง เผื่อมีข้อพิพาทเรื่องตำหนิ

เครื่องที่หลุดมือไปพร้อมข้อมูลคือช่องทางรั่วของภาพส่วนตัว เอกสาร และการเข้าถึงแอปการเงิน อย่าเชื่อคำว่า "เดี๋ยวร้านล้างให้" — ล้างเองให้เสร็จก่อนเครื่องออกจากมือทุกครั้ง ทั้งขายเอง เทิร์น หรือส่งซ่อม

สรุปแล้ว ใครเหมาะกับ refurb ใครควรจ่ายเครื่องใหม่?

จากตัวเลขทั้งหมด ภาพที่ชัดคือ: เครื่อง refurb เหมาะกับคนที่อยากได้สเปกเรือธงในงบจำกัด รับได้กับแบตที่ไม่เต็มร้อยและกล่องไม่แท้ และพร้อมจัดการความเสี่ยงเองด้วยเคส ฟิล์ม และประกันขยายของร้าน โดยเฉพาะโซนรุ่นย้อนหลัง 1–3 ปีที่ส่วนลดราว 35–62% จากราคาเปิดตัวนั้นหนากว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนคนที่ควรจ่ายเครื่องใหม่คือคนที่ต้องการประกันศูนย์เต็มปี อยากทำประกันมือถือแบบคุ้มครองตกแตก/น้ำเข้า (ซึ่งผูกกับเครื่องใหม่เท่านั้น) หรือใช้เครื่องหนักจนสุขภาพแบตคือเรื่องใหญ่ การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นกับงบและความเสี่ยงที่คุณรับได้ — บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล และหากอยากเห็นภาพรวมว่าความคุ้มครองมือถือแต่ละแบบต่างกันยังไง ลองอ่านต่อในบทความเปรียบเทียบด้านล่าง หรือใช้ Smart Filter ของเราสำรวจความคุ้มครองที่เข้ากับชีวิตคุณ

อ่านต่อ / เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ฟิล์ม vs เคส vs ประกันจอแตก อะไรคุ้มกว่ากัน?คำนวณจริงว่าเงินก้อนเดียวกัน ปิดความเสี่ยงจอแตกแบบไหนคุ้มสุด — สำคัญมากสำหรับเครื่อง refurb ที่ไม่มีประกันตกแตกเปิด →ประกันมือถือจากร้าน vs จากบริษัทประกัน ต่างกันตรงไหน?แกะเงื่อนไขความคุ้มครองมือถือแต่ละแบบ ก่อนตัดสินใจว่าเครื่องคุณคุ้มครองด้วยอะไรได้บ้างเปิด →รวมบทความหมวดคุ้มครองทรัพย์สินและอุปกรณ์บ้าน มือถือ แกดเจ็ต — ทุกเรื่องความคุ้มครองนอกเหนือรถและการเดินทางเปิด →Smart Filter — หาความคุ้มครองที่เข้ากับชีวิตคุณตอบไม่กี่ข้อแบบไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ระบบช่วยชี้ประเภทความคุ้มครองที่ควรศึกษาต่อเปิด →