วันที่จดทะเบียนบริษัทผ่าน เรารู้สึกเหมือนได้เลื่อนขั้นจาก "คนทำงาน" เป็น "เจ้าของกิจการ" จริง ๆ แต่พอเดือนแรกผ่านไป คำถามที่ตามมาติด ๆ มักไม่ใช่ "จะขายของยังไงให้ปัง" แต่เป็น "ตกลงบริษัทเราต้องเสียภาษีอะไรบ้าง แล้วยื่นเมื่อไหร่กันแน่นะ" เพราะตอนเป็นมนุษย์เงินเดือน บริษัทจัดการให้หมด พอมาเป็นเจ้าของเอง ภาระนี้กลายมาอยู่บนโต๊ะเราเต็ม ๆ
ข่าวดีคือ ภาษีนิติบุคคลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราเห็นภาพรวมว่า "มีกี่ก้อน ใครต้องเสีย ยื่นเดือนไหน" บทความนี้จะพาเจ้าของ SME มือใหม่ไล่ดูทีละก้อนแบบไม่ต้องเป็นนักบัญชีก็ตามทัน พร้อมตัวเลขและกำหนดเวลาที่อ้างอิงจากกรมสรรพากรโดยตรงค่ะ
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่สำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำภาษีรายกรณี ตัวเลข อัตรา และกำหนดเวลาทั้งหมดอาจเปลี่ยนได้ ก่อนยื่นจริงควรตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161) และปรึกษานักบัญชี/ผู้สอบบัญชีที่มีใบอนุญาตของคุณ ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
นิติบุคคลต่างจากบุคคลธรรมดายังไง
พอจดทะเบียนเป็น "บริษัทจำกัด" หรือ "ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" สิ่งที่เกิดขึ้นคือกฎหมายมองว่าบริษัทเป็น "คน" อีกคนหนึ่ง แยกออกจากตัวเราโดยสิ้นเชิง เงินของบริษัทจึงไม่ใช่เงินของเรา และภาษีก็เป็นคนละก้อนกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เราเคยยื่นค่ะ
| ประเด็น | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล (บริษัท/ห้างฯ) |
|---|---|---|
| ฐานที่เสียภาษี | เงินได้สุทธิ (รายได้ − ค่าใช้จ่าย − ลดหย่อน) | กำไรสุทธิ (รายได้ − รายจ่าย − ค่าเสื่อม ปรับปรุงตามกฎหมาย) |
| อัตราภาษี | ขั้นบันได 0–35% | SME เข้าเงื่อนไข 0/15/20% · ทั่วไป 20% |
| ทำบัญชี/งบการเงิน | ไม่ต้อง (เก็บหลักฐานรายได้) | ต้องทำบัญชี + งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองทุกปี |
| แบบหลักที่ยื่น | ภ.ง.ด.90/91 (ปีละครั้ง) | ภ.ง.ด.50 + ภ.ง.ด.51 (ปีละ 2 ครั้ง) |
เรื่องเล็กที่ช่วยได้มากตั้งแต่วันแรก: แยกบัญชีธนาคารบริษัทกับบัญชีส่วนตัวให้ขาดจากกัน เวลาปิดงบและพิสูจน์รายจ่ายกับสรรพากรจะง่ายขึ้นมาก และลดความเสี่ยงที่รายจ่ายส่วนตัวจะปนกับของบริษัท
4 ก้อนภาษีหลักที่ SME ส่วนใหญ่เจอ
ไม่ใช่ทุกบริษัทจะเจอครบทุกก้อน ขึ้นอยู่กับว่าขายอะไร มีลูกจ้างไหม รายได้เท่าไหร่ ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพก่อนว่าก้อนไหนเกี่ยวกับเราบ้าง
| ก้อนภาษี | ใครต้องเสีย | ยื่นกับใคร |
|---|---|---|
| ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) | นิติบุคคลทุกแห่ง (เสียจากกำไรสุทธิ) | กรมสรรพากร |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | รายรับเกิน 1.8 ล้าน/ปี หรือสมัครเอง | กรมสรรพากร |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) | เมื่อบริษัทจ่ายค่าบริการ/ค่าเช่า/เงินเดือน | กรมสรรพากร (นำส่งแทนผู้รับเงิน) |
| เงินสมทบประกันสังคม | บริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน | สำนักงานประกันสังคม (สปส.) |
ข้อควรรู้: "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" ไม่ใช่ภาษีของบริษัทเราเองโดยตรง แต่เป็นภาษีของคู่ค้าที่เรามีหน้าที่ "หักไว้" แล้วนำส่งสรรพากรแทนเขา เช่น จ่ายค่าบริการ/ค่าจ้างทำของ 3% ค่าเช่าอสังหาฯ 5% ค่าโฆษณา 2% ค่าขนส่ง 1% (อัตราตามประเภทเงินได้) ถ้าลืมหัก บริษัทเราต้องรับผิดชอบจำนวนที่ควรหักนั้นเอง ตรวจอัตราตามประเภทเงินได้ล่าสุดกับกรมสรรพากร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) SME จ่ายอัตราเท่าไหร่

ข่าวดีของกิจการเล็กคือ SME ที่เข้าเงื่อนไขจะได้อัตราพิเศษที่ต่ำกว่าบริษัทใหญ่ เงื่อนไข "SME" ตามกรมสรรพากรต้องเข้าทั้งสองข้อพร้อมกัน คือ ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และ มีรายได้จากการขายสินค้า/บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี ถ้าหลุดข้อใดข้อหนึ่ง จะเสีย 20% ตั้งแต่บาทแรกเหมือนบริษัททั่วไป
| กำไรสุทธิต่อปี | อัตราภาษี (SME ที่เข้าเงื่อนไข) |
|---|---|
| 0 – 300,000 บาท | ยกเว้น (0%) |
| 300,001 – 3,000,000 บาท | 15% |
| เกิน 3,000,000 บาท | 20% |
อัตรานี้เป็น "ขั้นบันได" หมายความว่าคิดทีละช่วง ไม่ใช่เอากำไรทั้งก้อนคูณอัตราเดียว เช่น กำไร 800,000 บาท จะได้ยกเว้น 300,000 แรก แล้วคิด 15% เฉพาะส่วน 500,000 ที่เหลือ = 75,000 บาท ลองดูตัวอย่างเทียบกันตามระดับกำไรในกราฟด้านล่าง
ตัวเลขในกราฟเป็นตัวอย่างการคำนวณจาก "กำไรสุทธิทางภาษี" ซึ่งไม่เท่ากับกำไรในงบเสมอไป เพราะกฎหมายให้ปรับปรุงหลายรายการ เช่น ค่ารับรองหักได้จำกัด ค่าใช้จ่ายต้องห้ามบางอย่างหักไม่ได้ ค่าเสื่อมราคาต้องคิดตามเกณฑ์ ตรงนี้ควรมีนักบัญชี/ผู้สอบบัญชีช่วยดู ตัวเลขจริงจะได้ไม่ผิด
ยื่นเดือนไหน ยื่นยังไง (ปฏิทินกันลืม)
หัวใจของภาษีนิติบุคคลคือ "จำกำหนดให้ได้" เพราะยื่นช้ามีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มทุกก้อน จุดที่มือใหม่มักงงคือ CIT ต้องยื่นปีละ 2 ครั้ง ไม่ใช่ครั้งเดียว ตารางนี้สรุปกำหนดเวลาตามที่กรมสรรพากรกำหนด (กรณีรอบบัญชีปกติ 12 เดือน)
| แบบ | คือภาษีอะไร | กำหนดยื่น (ยื่นกระดาษ) |
|---|---|---|
| ภ.ง.ด.51 | CIT ครึ่งปี (จากประมาณการกำไรทั้งปี) | ภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี |
| ภ.ง.ด.50 | CIT ทั้งปี (พร้อมงบที่ผู้สอบบัญชีรับรอง) | ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี |
| ภ.พ.30 | VAT รายเดือน | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 | ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป |
ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากรได้เวลาเพิ่มอีก 8 วันในหลายแบบ (ต้องยื่นออนไลน์ล้วน ไม่ปนกระดาษ) เช่น ภ.พ.30 ขยายจากวันที่ 15 เป็นวันที่ 23 ของเดือนถัดไป และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1/3/53) ขยายจากวันที่ 7 เป็นวันที่ 15 ช่วยให้มีเวลาหายใจขึ้นเยอะ ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 — ตรวจกำหนดล่าสุดที่ rd.go.th
"รอบระยะเวลาบัญชี" ส่วนใหญ่คือ 1 ม.ค.–31 ธ.ค. (12 เดือน) ถ้ารอบจบ 31 ธ.ค. ภ.ง.ด.50 จะครบกำหนดราวสิ้นเดือน พ.ค. ปีถัดไป ส่วน ภ.ง.ด.51 ครึ่งปีจะครบกำหนดราวสิ้นเดือน ส.ค. (ยื่นกระดาษ) สำหรับปีแรกที่เพิ่งจด รอบบัญชีอาจสั้นกว่า 12 เดือนได้ และถ้าปีแรกสั้นกว่านั้น อาจยังไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 — ตรวจกับนักบัญชีของคุณ
กับดักที่ SME เจอบ่อยคือ ภ.ง.ด.51 ครึ่งปีให้ยื่นจาก "ประมาณการกำไรทั้งปี" ถ้าประมาณการกำไรไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ขาด ตามที่กรมสรรพากรกำหนด จึงควรประมาณการอย่างระมัดระวัง ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
VAT กับประกันสังคม สองเรื่องที่มักมาคู่กัน
พอบริษัทมีรายรับจากการขายสินค้า/บริการ "เกิน" 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียน VAT (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ จากนั้นต้องออกใบกำกับภาษี เก็บ VAT ขายในอัตรามาตรฐาน 7% และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มียอดขายก็ต้องยื่นเป็นศูนย์ (จะสมัครจดก่อนถึงเกณฑ์ก็ได้ ถ้าอยากนำ VAT ซื้อมาเครดิต)
อีกเรื่องที่มาพร้อมการมีทีมงานคือประกันสังคม พอมีลูกจ้างคนแรก บริษัทต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับ สปส. ภายใน 30 วัน แล้วนำส่งเงินสมทบทุกเดือน ส่วนนี้เป็นสวัสดิการที่ลูกจ้างได้รับโดยตรง ทั้งกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน ไปจนถึงชราภาพ
อัปเดตสำคัญสำหรับการตั้งค่าเงินเดือน: ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เพดานฐานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ปรับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท/เดือน ทำให้เงินสมทบสูงสุดของฝ่ายลูกจ้าง(และนายจ้างสมทบเท่ากัน) ขยับจาก 750 เป็น 875 บาท/เดือน (อัตรา 5% เท่าเดิม) ลูกจ้างที่ค่าจ้าง ≤15,000 จ่ายเท่าเดิม ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 — ตรวจอัตราล่าสุดกับ สปส. 1506 ก่อนตั้งระบบ payroll
เกร็ดที่หลายคนลืม: นอกจากเงินสมทบประกันสังคมที่นายจ้าง+ลูกจ้างจ่ายฝ่ายละ 5% แล้ว นายจ้างยังต้องจ่าย "เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน" อีกก้อน (ฝ่ายนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ลูกจ้างไม่จ่าย) ราว 0.2–1.0% ของค่าจ้างรวมทั้งปี (ฐานคนละไม่เกิน 240,000 บาท/ปี) อัตราตามความเสี่ยงของประเภทกิจการ คุ้มครองลูกจ้างกรณีบาดเจ็บ/เจ็บป่วยจากการทำงาน ซึ่งเป็นคนละกองกับกองทุนประกันสังคม
เช็กลิสต์ SME มือใหม่ ก่อนถึงฤดูยื่นภาษี
- ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ครบทุกเดือน เก็บใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีทุกใบ อย่าให้ขาด
- มีนักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีช่วยปิดงบและยื่นแบบ (งบนิติบุคคลต้องมีผู้สอบบัญชีรับรอง)
- จดปฏิทินล่วงหน้า: ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) → ภ.ง.ด.50 (ทั้งปี) → ภ.พ.30 และหัก ณ ที่จ่าย (รายเดือน)
- สมัคร e-Filing กรมสรรพากร เพื่อยื่นออนไลน์และได้ขยายเวลาอีก 8 วัน
- แยกบัญชีธนาคารบริษัทกับบัญชีส่วนตัวให้ชัด เอกสารและการพิสูจน์รายจ่ายจะง่ายขึ้นมาก
- ตรวจอัตราเงินสมทบประกันสังคม/กองทุนเงินทดแทนล่าสุดก่อนตั้งระบบเงินเดือน
สรุปสั้น ๆ: นิติบุคคลเสียภาษีจากกำไรสุทธิ (SME เข้าเงื่อนไขได้อัตราพิเศษ 0/15/20%) ยื่น CIT ปีละ 2 ครั้ง (ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี + ภ.ง.ด.50 ทั้งปี) บวก VAT 7% ถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้าน บวกหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคม/กองทุนเงินทดแทนเมื่อมีลูกจ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ทำบัญชีให้ครบ + ยื่นให้ตรงเวลา"
ภาษีนิติบุคคลมีรายละเอียดเยอะก็จริง แต่ถ้าวางระบบเอกสารดี ๆ ตั้งแต่ต้น และมีนักบัญชีคู่ใจ ทุกอย่างจะกลายเป็นกิจวัตรที่จัดการได้ บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำภาษีรายกรณี ก่อนยื่นจริงโปรดตรวจอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161) สำนักงานประกันสังคม (1506) และปรึกษานักบัญชี/ผู้สอบบัญชีของคุณนะคะ







