เปิดบิลค่าไฟเดือนแรกหลังออกรถไฟฟ้า แล้วใจหายวาบ — หรือยิ้มออก? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อรถ แต่อยู่ที่ว่าเดือนนั้นคุณเสียบชาร์จที่บ้านเป็นหลัก หรือวิ่งเข้าตู้ DC ริมทางบ่อยแค่ไหน บทความนี้ขอชวนคุณแม่บ้านนักวางแผนการเงินมานั่งกางตัวเลขด้วยกัน ทีละช่อง ให้เห็นชัด ๆ ว่า 'ค่าชาร์จต่อเดือน' ของบ้านกับของตู้สาธารณะมันห่างกันแค่ไหน และอะไรคือตัวแปรที่ทำให้ตัวเลขขยับ
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบเพื่อการศึกษา ไม่ใช่นายหน้าประกันหรือผู้ขายไฟฟ้า ตัวเลขทุกตัวในหน้านี้เป็น 'ช่วงประมาณการ ณ มิ.ย. 2569' เพื่อให้เห็นวิธีคิด ค่าไฟ ค่า Ft และค่าบริการตู้ชาร์จเปลี่ยนได้ตลอด โปรดยึดบิลค่าไฟจริงของคุณและแอปผู้ให้บริการตู้เป็นหลักก่อนตัดสินใจ
ก่อนเทียบราคา ขอปูสูตรกลางไว้ใช้ร่วมกัน
ค่าชาร์จต่อเดือนของทุกวิธีคิดจากสมการเดียวกัน เปลี่ยนแค่ 'ราคาต่อหน่วย' ที่เสียบเข้าไปตอนท้าย ตัวเลขที่ต้องรู้มีสามตัว: (1) ระยะทางที่ขับต่อเดือน เป็นกิโลเมตร (2) อัตรากินไฟของรถ ซึ่งรถ EV ส่วนใหญ่ในไทยอยู่ราว 6–7 กม. ต่อ 1 หน่วยไฟ (kWh) ขึ้นกับรุ่น น้ำหนัก และสไตล์การขับ และ (3) ราคาต่อหน่วยที่คุณจ่ายจริงในแต่ละวิธีชาร์จ
หน่วยไฟที่ต้องเติมต่อเดือน = ระยะทางต่อเดือน ÷ อัตรากินไฟ (กม./หน่วย) → ค่าชาร์จต่อเดือน = หน่วยไฟ × ราคาต่อหน่วย จำสองบรรทัดนี้ คุณคำนวณรถตัวเองได้ทุกสถานการณ์
ตลอดบทความนี้เราจะล็อกสมมติฐานเดียวเพื่อให้เทียบกันแฟร์ ๆ: ขับวันละ ~40 กม. = ราว 1,200 กม./เดือน รถกินไฟ 6 กม./หน่วย จึงต้องเติมราว 200 หน่วยต่อเดือน คุณแค่เปลี่ยนตัวเลขเป็นของจริงในชีวิตคุณ แล้วเดินตามช่องเดิมได้เลย
ชาร์จที่บ้าน: ถูกที่สุด แต่ราคาต่อหน่วยมีหลายหน้า
บ้านชนะเรื่องราคาต่อหน่วยเสมอ เพราะคุณจ่ายตามอัตราค่าไฟที่อยู่อาศัยของการไฟฟ้า ไม่ได้บวกค่าบริการสถานีเหมือนตู้สาธารณะ แต่ 'ราคาต่อหน่วยที่บ้าน' ก็ไม่ได้มีตัวเดียว มันขึ้นกับว่าคุณใช้มิเตอร์แบบไหน และชาร์จช่วงเวลาใด มิเตอร์บ้านปกติคิดแบบขั้นบันได ยิ่งใช้ไฟทั้งบ้านมากต่อเดือน ราคาต่อหน่วยส่วนเพิ่มก็ขยับสูงขึ้น ส่วนมิเตอร์ TOU (Time of Use) แยกราคาตามช่วงเวลา ช่วงกลางคืน Off-Peak ถูกลงชัดเจน เหมาะกับการเสียบทิ้งไว้ตอนนอน
ตัวเลขอ้างอิงของ TOU แรงดันต่ำที่อยู่อาศัย: Off-Peak ราว 2.58 บาท/หน่วย (22:00–09:00 จันทร์–ศุกร์ และทั้งวันเสาร์–อาทิตย์–วันหยุดราชการ) ส่วน On-Peak ราว 4.10 บาท/หน่วย (09:00–22:00 จันทร์–ศุกร์) — ทั้งคู่ยังไม่รวมค่า Ft และภาษี ซึ่งค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน จึงต้องตรวจอัตราจริงล่าสุดที่ MEA (กทม.–นนทบุรี–สมุทรปราการ) หรือ PEA (ต่างจังหวัด) ก่อนคำนวณ
| วิธีชาร์จที่บ้าน | ราคาต่อหน่วย (ฐานอ้างอิง) | ค่าชาร์จ/เดือน (ประมาณ) |
|---|---|---|
| มิเตอร์ TOU ช่วง Off-Peak (กลางคืน) | ~2.58 บาท/หน่วย | ~520 บาท |
| มิเตอร์บ้านปกติ (อัตราขั้นบันได) | ~4–5 บาท/หน่วย | ~800–1,000 บาท |
| มิเตอร์ TOU ช่วง On-Peak (กลางวัน วันธรรมดา) | ~4.10 บาท/หน่วย | ~820 บาท |
ราคา TOU ในตารางเป็นค่าฐานก่อนบวก Ft และภาษี ตัวเลขในบิลจริงจะสูงกว่านี้เล็กน้อย และเปลี่ยนทุก 4 เดือนตามรอบ Ft — ใช้เป็นกรอบเทียบ ไม่ใช่ยอดที่ต้องจ่ายเป๊ะ ๆ ตรวจอัตราปัจจุบันที่ mea.or.th หรือ pea.co.th
บทความนี้โฟกัส 'ค่าชาร์จต่อเดือน' ถ้าอยากเจาะว่า 'ควรเปลี่ยนไปติดมิเตอร์ TOU ไหม คุ้มจุดไหน ค่าติดตั้งเท่าไหร่' อ่านต่อแบบลงรายละเอียดได้ที่บทความเฉพาะเรื่องมิเตอร์ TOU ของเรา
ชาร์จตู้สาธารณะ: แพงกว่าเพราะจ่ายค่าความสะดวกและความเร็ว

ตู้สาธารณะแบ่งกว้าง ๆ เป็นตู้ AC (หัว Type 2 ชาร์จช้ากว่า) กับตู้ DC Fast Charge (หัว CCS2 เป็นหลักในไทย ชาร์จเร็ว) ราคาต่อหน่วยของตู้สูงกว่าบ้านหลายเท่า เพราะรวมต้นทุนสถานี ค่าเช่าพื้นที่ และค่าบริการ แถมหลายเครือข่ายยังคิดต่างกันตามช่วง Peak/Off-Peak ของตัวเอง ตัวเลขด้านล่างเป็นกรอบกว้างที่พบในตลาด ณ มิ.ย. 2569 แต่ละแบรนด์ตั้งราคาเองและปรับบ่อย จึงต้องเปิดแอปเช็กก่อนเสียบทุกครั้ง
| ประเภทตู้ | ค่าบริการต่อหน่วย (ช่วงที่พบในตลาด) | ค่าชาร์จ/เดือน (ประมาณ) |
|---|---|---|
| ตู้ AC สาธารณะ (Type 2) | ~5–7.5 บาท/หน่วย | ~1,000–1,500 บาท |
| ตู้ DC Fast ช่วง Off-Peak (CCS2) | ~7–8 บาท/หน่วย | ~1,400–1,600 บาท |
| ตู้ DC Fast ช่วง On-Peak (CCS2) | ~8–10 บาท/หน่วย | ~1,600–2,000 บาท |
ค่าบริการตู้แต่ละเครือข่ายไม่เท่ากัน บางแอปมีแพ็กเกจสมาชิกที่ลดราคาต่อหน่วยได้ และราคานี้อัปเดตบ่อยมาก ให้เปิดแอปผู้ให้บริการเช็กราคาช่วงเวลาที่คุณจะชาร์จจริงเสมอ ถ้าอยากเข้าใจความต่างทางเทคนิคของ AC กับ DC ว่าทำไมเร็ว–ช้าและกินกระเป๋าต่างกัน อ่านต่อได้ที่บทความ AC vs DC ของเรา
เทียบให้เห็นภาพ: บ้าน vs ตู้ vs แบบผสม
ชีวิตจริงคนส่วนใหญ่ใช้แบบ 'ผสม' — ชาร์จบ้านเป็นหลักวันธรรมดา แล้วพึ่งตู้สาธารณะเฉพาะทริปไกลหรือวันที่ลืมเสียบ กราฟด้านล่างวางสี่รูปแบบบนสมมติฐานเดียวกัน (~200 หน่วย/เดือน ณ มิ.ย. 2569) ให้เห็นช่องว่างชัด ๆ จะได้เห็นว่าการ 'ย้ายสัดส่วน' มาชาร์จบ้านมากขึ้นแค่ไม่กี่สิบเปอร์เซ็นต์ ก็ขยับบิลได้จริง
| หัวข้อ | ชาร์จที่บ้าน | ตู้สาธารณะ |
|---|---|---|
| ราคาต่อหน่วย | ถูกที่สุด โดยเฉพาะ TOU กลางคืน | สูงกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะ DC Fast |
| ความสะดวก | เสียบทิ้งตอนนอน ตื่นมาแบตพร้อมใช้ | ต้องหาตู้ว่าง อาจรอคิวชั่วโมงเร่งด่วน |
| ความเร็ว | ช้ากว่า เหมาะชาร์จข้ามคืน | DC Fast เติมไวมาก เหมาะทริปไกล |
| ต้นทุนเริ่มต้น | มีค่าเครื่องชาร์จที่บ้าน อาจขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ | ไม่มีต้นทุนติดตั้ง จ่ายตามใช้ |
| เหมาะกับใคร | มีบ้าน/ที่จอดส่วนตัว ขับประจำ | อยู่คอนโด เดินทางไกลบ่อย ชาร์จเสริม |
จุดตัดสินใจที่กำหนดบิลคุณมากที่สุดคือ 'ที่จอดรถ' ถ้ามีที่จอดส่วนตัวติดเครื่องชาร์จที่บ้านได้ ค่าชาร์จต่อเดือนจะถูกลงเห็น ๆ แต่ถ้าอยู่คอนโดที่ติดตั้งไม่ได้ ต้องเผื่อใจว่าตัวเลขจะเอียงไปใกล้ฝั่งตู้สาธารณะมากกว่า — ลองคำนวณจากสัดส่วนการใช้จริงของคุณก่อนตัดสินใจซื้อรถ
6 วิธีกดค่าชาร์จต่อเดือนให้ต่ำลง
- ตั้งให้บ้านเป็นฐานหลัก ใช้ตู้สาธารณะเฉพาะทริปไกลหรือเสริมตอนจำเป็น — นี่คือคันโยกที่ขยับบิลได้มากที่สุด
- ถ้าขับเยอะและชาร์จกลางคืนได้สม่ำเสมอ ลองคำนวณว่ามิเตอร์ TOU คุ้มจุดคุ้มทุนเมื่อไหร่ (มีบทความเฉพาะของเราช่วยคิด)
- ตั้งเวลาชาร์จผ่านแอปรถหรือเครื่องชาร์จ ให้เริ่มชาร์จช่วง Off-Peak อัตโนมัติ กันเผลอชาร์จ On-Peak
- ขับนุ่มนวล ลดเร่ง–เบรกกะทันหัน ช่วยให้อัตรากินไฟ (กม./หน่วย) ดีขึ้น บิลลดลงตาม
- เช็กแรงดันลมยางสม่ำเสมอ ยางอ่อนทำให้กินไฟมากขึ้นแบบไม่รู้ตัว
- โหลดแอปผู้ให้บริการตู้หลายเจ้า เทียบราคาต่อหน่วยและโปรสมาชิกก่อนเสียบทุกครั้ง
อย่าลืมต้นทุนคู่กัน: ภาษีรถและประกัน EV
ค่าชาร์จเป็นต้นทุนรายเดือนที่เห็นชัด แต่การวางแผนการเงินรถ EV ที่ครบ ต้องนับภาษีและประกันด้วย ภาษีรถประจำปีของ BEV คิดตาม 'น้ำหนักรถ' ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 จัดเก็บโดยกรมการขนส่งทางบก (DLT) ต่างจากรถน้ำมันที่คิดตามขนาดเครื่องยนต์ (cc) และเคยมีพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปี BEV ลง 80% (มีผล 9 พ.ย. 2565) สำหรับรถใหม่ที่จดทะเบียนในช่วง 1 ต.ค. 2565–30 ก.ย. 2568 โดยลดให้ 1 ปีนับจากวันจดทะเบียนของรถแต่ละคัน — สิทธิ์นี้ผูกเวลา หน้าต่างเดิมสิ้นสุดแล้วและมีข่าวพิจารณาขยาย จึงควรตรวจสถานะล่าสุดของรถคุณที่ DLT ก่อนวางงบ
ส่วนประกันรถ EV มีจุดต่างจากรถน้ำมันที่กระทบงบโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่แรงดันสูงและเครื่องชาร์จที่บ้าน กรมธรรม์ BEV มาตรฐานของไทย (อิงคำสั่งนายทะเบียนที่ 47/2566 ประกาศใช้ 1 ม.ค. 2567 และบังคับใช้กับกรมธรรม์ใหม่ทุกฉบับตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2567) นับแบตเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถและรวมในทุนประกัน แต่กรณีต้องเปลี่ยนแบตทั้งก้อนจะชดใช้ลดตามอายุ (ปีแรก 100% แล้วลดปีละ 10% จนต่ำสุด 50% เมื่อเกิน 5 ปี) ซื้อ rider ให้ชดใช้เต็ม 100% ได้ และจุดที่หลายคนเข้าใจผิด: เครื่องชาร์จติดผนังที่บ้าน (fixed Wallbox) ไม่อยู่ในความคุ้มครองพื้นฐาน — ต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่ม ส่วนที่ชาร์จพกพา (portable) ที่แถมมากับรถจึงจะรวมอยู่
KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้า · ราคาประมาณการ · ธุรกรรมดำเนินการโดยบริษัทประกันที่ได้รับใบอนุญาตบนเว็บไซต์ของบริษัทเอง · มีค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) · เนื้อหานี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่การชี้นำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่ง







