ประกันคือสัญญาที่เราจ่ายเงินวันนี้ เพื่อแลกกับคำมั่นว่า "ถ้าเกิดเรื่อง บริษัทจะจ่าย" — บางทีคำมั่นนั้นต้องอยู่ยาวถึง 10-20 ปีข้างหน้า เวลาเลือกแผน เรามักเทียบราคากับความคุ้มครองจนลืมถามคำถามที่ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่ง คือ "อีกสิบปี บริษัทนี้ยังแข็งแรงพอจะจ่ายเคลมก้อนใหญ่ให้ครอบครัวเราอยู่ไหม" เครื่องมือแรกที่ช่วยส่องเรื่องนี้แบบเปิดเผยและตรวจสอบได้ คือ Credit Rating ค่ะ บทความนี้จะพาอ่านให้เข้าใจว่ามันบอกอะไร บอกแค่ไหน และต้องเอาไปวางคู่กับตัวเลขอะไรอีก 2-3 อย่างถึงจะเห็นภาพฐานะบริษัทได้ครบ

Credit Rating = คะแนนความน่าเชื่อถือที่ "สำนักจัดอันดับ" ให้ไว้ บอกว่าบริษัทมีความสามารถชำระภาระผูกพันตามสัญญาได้แค่ไหน สำหรับบริษัทประกันก็คือความสามารถ "จ่ายตามกรมธรรม์" ยิ่งเรตติ้งสูง (AAA, AA) ยิ่งแปลว่าโอกาสจ่ายไม่ไหวต่ำ แต่ขอย้ำตั้งแต่ต้น: เรตติ้งวัด "มีเงินจ่ายไหม" ไม่ได้วัด "จ่ายให้เราเร็วและง่ายไหม" สองเรื่องนี้คนละเรื่องกัน

Credit Rating วัดอะไรจริงๆ

ลองนึกถึงตอนเราจะให้ใครยืมเงินก้อนโต เราอยากรู้ว่าเขามีปัญญาใช้คืนแน่ไหม Credit Rating ก็คือการที่สำนักจัดอันดับมืออาชีพเข้าไปตรวจสุขภาพการเงินของบริษัท แล้วสรุปออกมาเป็นตัวอักษร AAA, AA, A, BBB ไล่ลงไป คะแนนนี้สะท้อน "ความสามารถในการชำระหนี้ตามภาระผูกพัน" ซึ่งของบริษัทประกันก็คือความสามารถจ่ายค่าสินไหมและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์นั่นเอง

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย: เรตติ้งวัด "ความแข็งแรงทางการเงิน" ไม่ได้วัด "ความเร็วหรือความใจดีตอนเคลม" บริษัทเรตติ้งสูงอาจมีกระบวนการพิจารณาเคลมเข้มงวด ส่วนบริษัทเรตติ้งกลางๆ อาจบริการดีมากก็ได้ เรตติ้งจึงเป็น "ด่านคัดกรองด่านแรก" ที่ดี แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกบริษัทค่ะ

สำนักไหนเรตอะไร — และอย่าสับ "สเกลในประเทศ" กับ "สเกลโลก"

ในไทยเราจะเจอเรตติ้งจากหลายสำนัก แต่มีจุดที่ต้องแยกให้ชัด คือ (1) เรตติ้งระดับประเทศ (National Scale) ที่ออกโดยสำนักในไทย กับ (2) เรตติ้งระดับโลก (International Scale) ที่ออกโดยสำนักสากล สองอย่างนี้ "ตัวอักษรเหมือนกันแต่ความหมายคนละสเกล" เทียบข้ามกันตรงๆ ไม่ได้

สำนักจัดอันดับที่เกี่ยวกับบริษัทประกันไทย (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
สำนักสเกลใช้ดูอะไร
TRIS Ratingในประเทศ (national)หนึ่งใน 2 สำนักที่ ก.ล.ต. รับรองในไทย ให้เรตเทียบกันเฉพาะในกลุ่มผู้ออกตราสาร/บริษัทไทยด้วยกัน เข้าใจบริบทตลาดไทยละเอียด
Fitch Ratings (Thailand)ในประเทศ (national, ลงท้าย (tha))อีกสำนักที่ ก.ล.ต. รับรอง ให้เรตระดับประเทศของบริษัทไทย เช่น AAA(tha)
S&P / Moody's / Fitch (สเกลโลก) / AM Bestระดับโลกให้คะแนน "ความแข็งแกร่งด้านการจ่ายเคลม (Insurer Financial Strength)" แบบเทียบข้ามประเทศ มักใช้กับบริษัทใหญ่/ในเครือต่างชาติ บริษัทไทยรายเล็กอาจไม่ได้ขอเรตสเกลโลก

เห็น (tha) หรือ (THA) ต่อท้าย เช่น AAA(tha) แปลว่าเป็น National Scale — เทียบความน่าเชื่อถือ "เฉพาะในประเทศไทยด้วยกัน" บริษัทที่แข็งแรงสุดในไทยจะได้ AAA(tha) แต่พอไปวัดด้วยสเกลโลก อาจได้ตัวอักษรต่ำลง เพราะถูกเพดานความเสี่ยงของประเทศจำกัดไว้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และไม่ได้แปลว่าบริษัทแย่ลงค่ะ — แค่คนละไม้บรรทัด

อ่านตัวอักษร: เส้นที่สำคัญที่สุดอยู่ตรง BBB- กับ BB+

ข้อมูลที่โปร่งใสช่วยให้เปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรม

ทั้ง S&P, Fitch และ TRIS ใช้ระบบตัวอักษรชุดเดียวกัน ไล่จาก AAA (ดีสุด) ลงมา และมีเครื่องหมาย + / - ขยายในแต่ละขั้น (+ คือค่อนไปทางบนของขั้นนั้น, - คือค่อนไปทางล่าง) แต่เส้นที่ "คนซื้อประกันควรจำให้แม่นที่สุด" ไม่ใช่ AAA — มันคือเส้นแบ่งระหว่าง BBB- กับ BB+ ค่ะ

แนวเทียบระดับเรตติ้ง — เส้นแบ่งอยู่ระหว่าง BBB- กับ BB+ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
กลุ่มช่วงสัญลักษณ์ความหมายโดยรวม
น่าลงทุน (Investment Grade)AAA ลงมาจนถึง BBB-ฐานะมั่นคงพอที่จะรับภาระผูกพันได้ตามปกติ ยิ่งสูงยิ่งทนต่อภาวะเศรษฐกิจผันผวน BBB- คือขั้นต่ำสุดที่ยัง "น่าลงทุน"
เก็งกำไร / ต้องจับตา (Speculative)BB+ ลงไปจนถึง Cความเสี่ยงผิดนัดชำระเริ่มสูงขึ้นชัด ควรติดตามใกล้ชิดและดูตัวเลขอื่นประกอบ
ผิดนัด / มีปัญหาD (หรือใกล้เคียง)อยู่ในภาวะผิดนัดชำระหรือมีปัญหาร้ายแรง

ตั้งแต่ BBB- ขึ้นไปเรียกว่าระดับ "น่าลงทุน" (Investment Grade) ส่วน BB+ ลงไปจนถึง D เรียก "เก็งกำไร / Speculative Grade" (ที่มา: ThaiBMA) เส้นเดียวที่ขยับแล้วความหมายเปลี่ยนเยอะที่สุดคือ BBB- → BB+ ค่ะ สำหรับคนซื้อประกันทั่วไป การเห็นบริษัทอยู่ในกลุ่ม Investment Grade ถือเป็นสัญญาณอุ่นใจระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นแค่ "ระดับหนึ่ง" ไม่ใช่ทั้งหมด

ลำดับชั้นเรตติ้ง (สเกลเข้าใจง่าย 1-10 — ยิ่งสูง ฐานะยิ่งแข็งแรง) (ระดับความแข็งแรงโดยเทียบ)
AAA
10
AA
9
A
8
BBB- (ขั้นต่ำ Investment Grade)
6
BB+ (เริ่ม Speculative)
5
B
3
CCC ลงไป
1

อย่าลืม Outlook กับ "วันที่ทบทวน" — เรตติ้งไม่ใช่ของถาวร

เรตติ้งมักมาพร้อม "แนวโน้ม (Outlook)" ที่บอกทิศทางในระยะข้างหน้า และที่สำคัญ เรตติ้งทุกฉบับมี "วันที่" เสมอ เพราะมันถูกปรับขึ้น-ลงได้ตามผลประกอบการและความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป ถ้าไปเจอเรตติ้งที่ออกมาหลายปีแล้ว ให้ถือว่ายังไม่พอ — ต้องตามหาฉบับล่าสุดเสมอ

อ่าน Outlook ยังไง
Outlookแปลว่า
Positive (บวก)มีโอกาสถูกปรับเรตติ้ง "ขึ้น" ในระยะข้างหน้า
Stable (คงที่)แนวโน้มทรงตัว ไม่น่าเปลี่ยนในเร็วๆ นี้
Negative (ลบ)มีโอกาสถูกปรับเรตติ้ง "ลง" ควรจับตาเป็นพิเศษ

ดูคู่กับ CAR ของ คปภ. — ตัวเลขนี้แม่นกว่าที่หลายเว็บบอก

นอกจากเรตติ้ง บริษัทประกันทุกแห่งยังต้องรายงาน "อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน" (Capital Adequacy Ratio — CAR) ต่อสำนักงาน คปภ. ภายใต้กรอบ RBC2 ตัวเลขนี้บอกว่าบริษัทมีเงินกองทุนหนากว่าความเสี่ยงที่แบกอยู่กี่เท่า ยิ่งสูงยิ่งมีกันชนรับเหตุไม่คาดฝัน และนี่คือจุดที่เว็บไทยจำนวนมากให้ข้อมูลผิด ขออธิบายให้ถูกต้องตามตัวบทค่ะ

เกณฑ์ CAR ตามประกาศ คปภ. RBC2 (ข้อ 6) — ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
ระดับ CARสถานะ
ต่ำกว่า 100%ผิดกฎหมาย — เงินกองทุนไม่ถึงขั้นต่ำที่ประกาศ คปภ. กำหนด (ข้อ 6: "ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละหนึ่งร้อย") และมีพื้นขั้นต่ำของเงินกองทุน 30 ล้านบาทกำกับไว้อีกชั้น
100% ถึงต่ำกว่า 140%ถูกกฎหมาย แต่ต่ำกว่า "ระดับเฝ้าระวัง" 140% (มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565; เดิม 120% ช่วงปี 2562-2564) นายทะเบียนอาจกำหนดมาตรการที่จำเป็นได้
ตั้งแต่ 140% ขึ้นไปอยู่เหนือระดับเฝ้าระวัง บริษัทที่แข็งแรงมักรันสูงกว่านี้มาก (หลายแห่ง 200%+)

จำให้ขึ้นใจ: ขั้นต่ำ "ตามกฎหมาย" ของ CAR คือ 100% ไม่ใช่ 140% ค่ะ — เลข 140% ที่หลายบล็อกเรียกว่า "ขั้นต่ำ" จริงๆ คือ "ระดับเฝ้าระวัง" ที่ถ้าต่ำกว่านี้ นายทะเบียนอาจเข้ามากำหนดมาตรการ พูดง่ายๆ: ต่ำกว่า 100% = ผิดกฎหมาย, 100-140% = ถูกกฎหมายแต่ถูกจับตา, สูงกว่า 140% มากๆ = สบายใจขึ้น (อ้างอิงประกาศ คปภ. RBC2 ข้อ 6)

ถ้าหาเรตติ้งไม่เจอ หรือเลวร้ายสุดบริษัทล้ม — ยังมีกันชนอะไร

บริษัทประกันบางแห่ง โดยเฉพาะรายเล็กหรือรายที่ไม่ได้ออกหุ้นกู้ อาจ "ไม่ได้ขอจัดอันดับ" ซึ่งไม่ได้แปลว่าแย่เสมอไป — ให้ไปดู CAR และฐานะการเงินจากแหล่งทางการของ คปภ. แทน และในกรณีเลวร้ายที่สุดคือบริษัทประกันวินาศภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้เอาประกันยังมี "กองทุนประกันวินาศภัย" เป็นตาข่ายรองรับชั้นสุดท้าย

กองทุนประกันวินาศภัย ตั้งขึ้นตามมาตรา 79 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำหน้าที่จ่ายให้เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากการเอาประกันภัย เมื่อบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยมีเพดานจ่าย "ไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อคน" (รวมทุกสิทธิที่บุคคลนั้นมีต่อบริษัทที่ถูกเพิกถอน) — ส่วนประกันชีวิตมีกองทุนประกันชีวิตคู่ขนาน เพดาน 1 ล้านบาท/คน เช่นกัน ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

กันชนนี้มีไว้รองรับ "กรณีเลวร้ายสุด" จริงๆ และของจริงเคยเกิดมาแล้ว: หลังบริษัทประกันโควิด 4 แห่ง (เอเชียประกันภัย, เดอะ วัน, ไทยประกันภัย, อาคเนย์ประกันภัย) ถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีเจ้าหนี้ราว 683,068 ราย ยื่นขอรับชำระหนี้จากกองทุนฯ รวมกว่า 56,000 ล้านบาท (เป็นภาพรวมสะสม ณ ช่วงหลังการเพิกถอน) — ตัวเลขนี้คือเหตุผลว่าทำไม "เลือกบริษัทที่แข็งแรงตั้งแต่ต้น" ถึงสำคัญกว่ารอพึ่งกองทุนปลายทางค่ะ

เคลมไว เคลมง่าย ดูจากตัวเลขไหน (เสริมจากเรตติ้ง)

เรตติ้งกับ CAR บอก "มีเงินจ่าย" แต่ถ้าอยากเดาว่าบริษัทรับประกันแล้วมีวินัยทางการเงินแค่ไหน มีอีก 2 อัตราส่วนที่อ่านง่ายและเป็นนิยามมาตรฐานสากล: อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (loss / claim ratio) = ค่าสินไหมที่จ่าย หารด้วยเบี้ยที่ถือเป็นรายได้ และอัตราส่วนรวม (combined ratio) = loss ratio บวก expense ratio เส้นสำคัญคือ 100%: ถ้า combined ratio ต่ำกว่า 100% แปลว่ามีกำไรจากการรับประกัน, สูงกว่า 100% แปลว่าขาดทุนจากการรับประกัน (ยังอาจมีกำไรสุทธิได้ถ้ารายได้จากการลงทุนมาช่วย แต่ถ้าสูงเกิน 100% ต่อเนื่องหลายปี เป็นสัญญาณที่ต้องระวัง)

เรตติ้งบอกความแข็งแรงการเงิน แต่ถ้าอยากรู้ว่าใคร "เคลมไว เคลมง่าย" จากประสบการณ์จริง อ่านวิธีดูสถิติและรีวิวเคลมต่อได้ที่ จ่ายจริง (Jaai-Jing) และเตรียมเอกสารให้พร้อมที่ คู่มือเคลม ค่ะ

สรุปเป็นขั้นตอนตรวจเองได้ใน 5 นาที

  • เช็กก่อนว่าบริษัทมีใบอนุญาตจริง: เข้า OIC e-Service smart.oic.or.th เมนูบริษัทประกันภัย (Menu12) ดูรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาต + ข้อมูลการเงิน (ตัวแทน/นายหน้าดูที่ Menu1) ไม่แน่ใจโทรสายด่วน คปภ. 1186 ยืนยันได้
  • หาเรตติ้งฉบับล่าสุด + Outlook ดูว่าอยู่กลุ่ม Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) ไหม และเป็นสเกลในประเทศ (tha) หรือสเกลโลก จะได้ไม่ตกใจเวลาตัวเลขต่างกัน
  • ดู CAR จากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย/ที่ คปภ. รวบรวม — จำว่าขั้นต่ำตามกฎหมายคือ 100% และระดับเฝ้าระวังคือ 140% (บริษัทแข็งแรงมักสูงกว่านี้มาก)
  • ถ้าหาเรตติ้งไม่เจอ ไม่ต้องด่วนสรุปว่าแย่ — บางบริษัทแค่ไม่ได้ขอจัดอันดับ ให้ใช้ CAR และฐานะการเงินทางการแทน
  • เอาทั้งหมดไปวางคู่กับประสบการณ์เคลมจริงและเงื่อนไขกรมธรรม์ของแผนนั้นๆ ก่อนตัดสินใจ

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้เปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย · บทความนี้เป็นข้อมูลเชิงการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการเลือกซื้อกรมธรรม์รายบุคคล · ตัวอย่างสัญลักษณ์/สเกลใช้เพื่ออธิบาย เกณฑ์จริงของแต่ละสำนัก (TRIS / Fitch / S&P) ต่างกันในรายละเอียดและเรตติ้งเปลี่ยนได้ตลอด โปรดตรวจเรตติ้งและฐานะการเงินล่าสุดจากเว็บไซต์สำนักจัดอันดับและ คปภ. ก่อนตัดสินใจเสมอ · ธุรกรรมและการให้ข้อมูลส่วนตัวทำบนเว็บไซต์ของบริษัทประกันที่มีใบอนุญาตเท่านั้น