ถ้าคุณเปิดเว็บกรุงศรีแล้วเจอบัตรเครดิตชื่อคล้าย ๆ กันเรียงเป็นแถว — Signature, Lady Titanium, JCB Platinum, NOW, Platinum Mastercard — แล้วงงว่าต่างกันตรงไหน คุณไม่ได้งงคนเดียว เพราะทั้ง 5 ใบออกโดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์เหมือนกัน โครงสร้างดอกเบี้ยเหมือนกัน แต่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์การใช้เงินคนละแบบชัดเจน: ใบหนึ่งเกิดมาเพื่อสายเที่ยวญี่ปุ่น ใบหนึ่งเพื่อสายช้อปแบรนด์แฟชั่น ใบหนึ่งเพื่อสายช้อปออนไลน์ และอีกใบเพื่อคนที่แค่อยากมีบัตรใบแรกโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
บทความนี้เทียบทั้ง 5 ใบจากหน้าเว็บทางการ krungsricard.com (เข้าถึงเมื่อ 6 ก.ค. 2569) แบบ education-first คือเราจะชี้ทั้งจุดเด่นและ "เงื่อนไขตัวเล็ก" ที่ทำให้เปอร์เซ็นต์เงินคืนหัวโฆษณาไม่เท่ากับเงินที่ได้จริง — ไม่ใช่บทความเชียร์สมัคร และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
บัตรทั้ง 5 ใบต่างกันตรงไหน มองภาพรวมก่อน?
เริ่มจากสิ่งที่เหมือนกันทุกใบก่อน: ดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี ระยะปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 50 วัน และผู้สมัครบัตรหลักอายุ 20–65 ปี ตัวเลข 16% นี้ไม่ใช่จุดเด่นของกรุงศรี แต่คือเพดานตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้ดอกเบี้ย + ค่าปรับ + ค่าธรรมเนียมรวมกันแบบ effective rate ห้ามเกิน 16% ต่อปี — ทุกธนาคารในไทยโชว์ตัวเลขเดียวกันหมด (อัตราที่เรียกเก็บจริงของแต่ละใบอาจต่ำกว่าเพดานนี้ เช่น หน้าเว็บ Signature ระบุดอกเบี้ยหมวดซื้อสินค้า/บริการที่ 15% ต่อปี — ดูตารางดอกเบี้ยของแต่ละใบประกอบ)
สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ มี 3 แกน: (1) รายได้ขั้นต่ำ — 4 ใน 5 ใบใช้เกณฑ์ 15,000 บาท/เดือนตามขั้นต่ำ ธปท. มีเพียง Signature ใบเดียวที่ตั้งไว้ 70,000 บาท/เดือน (2) ค่าธรรมเนียมรายปี — มีตั้งแต่ฟรีจริง ฟรีแบบมีเงื่อนไข ไปจนถึง 4,280 บาท และ (3) หมวดที่ให้สิทธิประโยชน์หนักที่สุด ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าใบไหน "ใช่" สำหรับพฤติกรรมใช้จ่ายของคุณ
| บัตร | ค่าธรรมเนียมรายปี | รายได้ขั้นต่ำ | ออกแบบมาเพื่อใคร |
|---|---|---|---|
| Krungsri Signature (Visa) | 4,280 บาท (รวม VAT) ฟรีปีแรก · ปีต่อไปยกเว้นเมื่อใช้ครบ 300,000 บาท/12 รอบบัญชี | 70,000 บาท/เดือน | สายเดินทาง ใช้จ่ายหนัก อยากได้เลานจ์ + พอยต์คูณ |
| Lady Titanium (Mastercard) | ฟรีแบบมีเงื่อนไข (อาจถูกเก็บหากบัตรไม่เคลื่อนไหว 12 เดือนติด) | 15,000 บาท/เดือน | สายช้อปแฟชั่น-บิวตี้แบรนด์ร่วมรายการ |
| JCB Platinum | ฟรีแบบมีเงื่อนไข (อาจถูกเก็บหากบัตรไม่เคลื่อนไหว 12 เดือนติด) | 15,000 บาท/เดือน | สายญี่ปุ่น/เอเชีย + กินร้านอาหารบ่อย |
| NOW Platinum (Visa) | ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี (บัตรหลักและบัตรเสริม) | 15,000 บาท/เดือน | สายช้อปออนไลน์ + อยากผ่อน 0% |
| Platinum Mastercard | ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า/รายปี | 15,000 บาท/เดือน | บัตรใบแรก ใช้ทั่วไป ไม่อยากมีภาระรายปี |
ข้อมูลจากหน้าทางการ krungsricard.com เข้าถึง 6 ก.ค. 2569 · เจ้าของกิจการใช้เกณฑ์เงินหมุนเวียนเข้าบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (ขั้นต่ำราว 300,000 บาท/เดือน) แทนเกณฑ์เงินเดือน · เงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้ โปรดตรวจสอบหน้าทางการก่อนตัดสินใจ
ค่าธรรมเนียมรายปีที่บอกว่า "ฟรี" ฟรีจริงหรือฟรีแบบมีเงื่อนไข?
ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดเพราะคำว่า "ฟรี" ในตลาดบัตรเครดิตมี 3 ระดับ ระดับแรกคือฟรีจริง: NOW และ Platinum Mastercard ระบุบนหน้าทางการว่าไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี โดยไม่ผูกเงื่อนไขยอดใช้จ่าย นี่คือเหตุผลที่สองใบนี้มักถูกพูดถึงในฐานะบัตรใบแรก
ระดับที่สองคือฟรีแบบมีเงื่อนไขความเคลื่อนไหว: Lady Titanium และ JCB Platinum ฟรีแรกเข้าและรายปี แต่จากข้อมูล checkraka.com (ณ 28 เม.ย. 2568) จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะกรณีบัตร "ไม่เคลื่อนไหว" ต่อเนื่อง 12 เดือน — ตัวเลขที่ checkraka ระบุคือ Lady 750/375 บาท และ JCB 4,000/2,000 บาท (บัตรหลัก/บัตรเสริม) ซึ่งเรายังไม่พบยืนยันบนตารางค่าธรรมเนียมทางการฉบับล่าสุด จึงแนะนำให้ยึดตัวเลขจาก PDF ตารางค่าธรรมเนียมของกรุงศรีเป็นหลักก่อนสมัคร แต่หลักการสำคัญคือ ถ้ามีบัตรกลุ่มนี้แล้วไม่ได้ใช้เลยทั้งปี มีโอกาสโดนเก็บ
ระดับที่สามคือฟรีแบบต้องแลกด้วยยอดใช้จ่าย: Signature เก็บ 4,280 บาท (รวม VAT) โดยฟรีปีแรก และปีถัดไปจะยกเว้นก็ต่อเมื่อใช้จ่ายสะสมครบ 300,000 บาทภายใน 12 รอบบัญชี หรือเฉลี่ยเดือนละ 25,000 บาท — ในกระทู้ Pantip มีผู้ถือบัตรจริงสะท้อนตรงกันว่า ถ้าไม่ใช่สายเดินทางหรือใช้จ่ายหนักจริง สิทธิประโยชน์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่าธรรมเนียมส่วนนี้
เงื่อนไขเรียกเก็บของ Lady และ JCB ผูกกับการที่บัตร "ไม่เคลื่อนไหว 12 เดือนติด" ดังนั้นการรูดยอดเล็ก ๆ อย่างน้อยปีละครั้ง (เช่น ค่ากาแฟหนึ่งแก้ว) ก็เพียงพอที่จะคงสถานะฟรีไว้ — แต่ถ้ารู้ตัวว่าจะไม่ใช้บัตรเลย การยกเลิกไปเลยอาจสะอาดกว่าการถือทิ้งไว้
เงินคืนเปอร์เซ็นต์สูง ๆ ที่โฆษณา ได้เงินจริงเดือนละเท่าไร?

นี่คือหัวใจของบทความนี้ ตัวเลข 7% / 5% / 3% บนหัวโฆษณาดูหวือหวา แต่ทุกใบมี "เพดานเงินคืนรายเดือน" ที่ต่ำกว่าที่หลายคนคิดมาก และเพดานนี้เองที่กำหนดว่ายอดใช้จ่ายเท่าไรถึงจะได้สิทธิ์เต็ม — ใช้เกินจากนั้นคือไม่ได้อะไรเพิ่มในหมวดนั้น
| บัตร | สิทธิ์เด่น | เพดานต่อเดือน | ยอดใช้จ่ายที่ชนเพดานพอดี |
|---|---|---|---|
| Lady Titanium | เงินคืน 7% แบรนด์แฟชั่น/บิวตี้ร่วมรายการ (เช่น ZARA, H&M, JASPAL, SEPHORA, EVEANDBOY) | 560 บาท | ราว 8,000 บาท/เดือนในแบรนด์ร่วม |
| NOW Platinum | เงินคืน 5% ช้อปออนไลน์ (คิดทุก 500 บาทต่อเซลล์สลิป) | 300 บาท | ราว 6,000 บาท/เดือนของยอดออนไลน์ที่เข้าเงื่อนไข |
| JCB Platinum | เงินคืน 3% ร้านอาหารทั่วโลก + 1% ใช้จ่ายในญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ (ยอดขั้นต่ำ 4,000 บาท/เซลล์สลิป) | 150 บาท (ร้านอาหาร) / 400 บาท (ต่างประเทศ) | ราว 5,000 บาท/เดือนหมวดร้านอาหาร |
| Signature | พอยต์ x5 ที่ห้างฯ (ทุก 5,000 บาท) และสายการบิน+โรงแรม (ทุก 10,000 บาท) | 2,400 พอยต์ (ห้างฯ) / 4,800 พอยต์ (เดินทาง) | ดูเงื่อนไขรอบการคำนวณบนหน้าทางการ |
| Platinum Mastercard | พอยต์ x2 ห้างฯ พันธมิตรและซูเปอร์มาร์เก็ต | 240 พอยต์ (ห้างฯ) / 120 พอยต์ (ซูเปอร์ฯ) | เพดานต่ำ เหมาะเป็นสิทธิ์เสริมมากกว่าเหตุผลหลัก |
เพดานจากหน้าทางการ/เงื่อนไขบัตร ณ 6 ก.ค. 2569 · ยอด "ชนเพดานพอดี" คือการคำนวณย้อนกลับจากเพดาน (เช่น 560 ÷ 7% = 8,000) เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ตัวเลขทางการ · แต่ละหมวดมีรายการยกเว้น โปรดอ่านเงื่อนไขฉบับเต็ม
เคสที่คนสับสนมากที่สุดคือ 5% ของบัตร NOW เพราะเงื่อนไขคือคิดเงินคืน "ทุก 500 บาทต่อเซลล์สลิป" — แปลว่ายอดออนไลน์ 499 บาทได้เงินคืน 0 บาท และยอด 999 บาทได้เงินคืนจากแค่ 500 บาทแรก (25 บาท) ไม่ใช่จากทั้งยอด เรื่องนี้เป็นประเด็นถกกันจริงใน Pantip เพราะหลายคนเข้าใจว่าจะได้ 5% ของทุกบาทที่รูด นอกจากนี้หมวดประกัน กองทุน และท่องเที่ยวยังถูกยกเว้นจากเงินคืน 5% ด้วย
เพดาน 300 บาท/เดือนของ NOW แปลว่ายอดออนไลน์ที่ได้ 5% จริงมีแค่ราว 6,000 บาท/เดือน และเฉพาะยอดที่หาร 500 ลงตัวเป็นก้อน ๆ ต่อสลิปเท่านั้น ถ้าพฤติกรรมของคุณคือรูดยอดเล็กกระจายหลายครั้ง เงินคืนจริงจะต่ำกว่า 5% อย่างมีนัยสำคัญ — เทียบกับความถี่และขนาดยอดของตัวเองก่อนเสมอ
จุดเด่นรายใบ — แต่ละใบทำอะไรได้ดีที่สุด?
Krungsri Signature คือใบท็อปของตระกูล จุดขายคือฝั่งเดินทาง: เลานจ์สนามบินผ่าน Dragonpass (หน้าเว็บทางการไม่ระบุโควตาจำนวนครั้งต่อปีชัดเจน — ควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดก่อนถือเป็นเหตุผลหลักในการสมัคร) พอยต์คูณ 5 ที่ห้างฯ และหมวดสายการบิน+โรงแรม ส่วนลดร้านอาหารสูงสุด 25% โรงแรมสูงสุด 50% และบางจากสูงสุด 5% แลกกับรายได้ขั้นต่ำ 70,000 บาท/เดือน และเกณฑ์ยกเว้นรายปีที่ต้องใช้ 300,000 บาท/ปี
JCB Platinum คือใบที่คนไปญี่ปุ่นบ่อยพูดถึงกันมาก เพราะให้สิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินเครือ JCB ในญี่ปุ่นและอีกราว 9 ประเทศ/เขต (เช่น ฮาวาย จีน เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน) ทั้งที่เป็นบัตรไม่มีรายปีแบบมีเงื่อนไข — ส่วนผสมนี้หายากในตลาดไทย บวกเงินคืน 3% ร้านอาหารทั่วโลก และ 1% เมื่อใช้จ่ายในญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ โดยเงินคืน 1% ฝั่งต่างประเทศนี้มีเงื่อนไขยอดขั้นต่ำ 4,000 บาทต่อเซลล์สลิป — ยอดเล็ก ๆ อย่างค่าข้าวหน้าร้านสะดวกซื้อในโตเกียวจึงไม่เข้าเกณฑ์ ข้อจำกัดอีกอย่างคือเพดานเงินคืนต่อเดือนต่ำตามตารางข้างบน
Lady Titanium โฟกัสสายช้อปชัดเจน: เงินคืน 7% ในแบรนด์แฟชั่น/บิวตี้ร่วมรายการ ผ่อน 0% นาน 4 เดือนในหมวดแฟชั่น ความงาม และสปา (ยอดขั้นต่ำ 1,000 บาท/รายการ) พร้อมประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินสูงสุด 6 ล้านบาทติดบัตรมาด้วย ชื่อบัตรสื่อถึงผู้หญิงแต่เงื่อนไขรับสมัครไม่ได้จำกัดเพศ — ตัวตัดสินคือคุณช้อปแบรนด์ร่วมรายการบ่อยแค่ไหน
NOW Platinum คือใบดิจิทัลของตระกูล: เงินคืน 5% ช้อปออนไลน์ (ตามเงื่อนไขต่อเซลล์สลิปที่เล่าไป) พอยต์ x2 ร้านอาหาร (เพดาน 300 พอยต์/เดือน) ผ่อน 0% ผ่าน Krungsri Smart Plan สูงสุดราว 10 เดือนกับร้านค้าร่วมรายการ และมีประกันเดินทาง 6 ล้านบาทเช่นกัน ส่วน Platinum Mastercard คือใบพื้นฐานที่สุด: ไม่มีรายปี พอยต์ x2 ห้างฯ พันธมิตรและซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนลดบางจากรวมโปรโมชันได้ถึง 4% ผ่อน 0% 4 เดือนสำหรับค่าเทอม/การศึกษา ผ่อนสินค้า Apple 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่อนค่ารักษาพยาบาลได้ และมี Zero Liability คุ้มครองกรณีบัตรถูกใช้ทุจริตสูงสุด 50,000 บาท (ตามข้อมูล checkraka)
สรุปแล้วใครเหมาะกับใบไหน?
| คุณเป็นสายไหน | ใบที่เงื่อนไขตรงที่สุด | เพราะอะไร |
|---|---|---|
| ไปญี่ปุ่น/เอเชียบ่อย กินร้านอาหารประจำ | JCB Platinum | เลานจ์ JCB ในญี่ปุ่น + ~9 ประเทศโดยไม่มีรายปี, เงินคืน 3% ร้านอาหาร + 1% ในญี่ปุ่น/เอเชีย (ขั้นต่ำ 4,000 บาท/สลิป) |
| ช้อปแฟชั่น-บิวตี้แบรนด์ร่วมรายการเดือนละหลายพัน | Lady Titanium | เงินคืน 7% (เพดาน 560 บาท/เดือน) + ผ่อน 0% 4 เดือนหมวดแฟชั่น/บิวตี้/สปา |
| ยอดใช้จ่ายส่วนใหญ่คือช้อปออนไลน์ + อยากผ่อน 0% | NOW Platinum | เงินคืน 5% ออนไลน์ (อ่านเงื่อนไขต่อเซลล์สลิป) + Smart Plan ผ่อน 0% สูงสุด ~10 เดือน + ไม่มีรายปี |
| อยากได้บัตรใบแรกใช้ทั่วไป ไม่อยากมีภาระรายปี | Platinum Mastercard | ไม่มีแรกเข้า/รายปีจริง + ผ่อนค่าเทอม/Apple/ค่ารักษาพยาบาล 0% + Zero Liability |
| รายได้ 70,000+ เดินทางบ่อย ใช้จ่ายเกิน 300,000 บาท/ปีแน่นอน | Signature | เลานจ์ Dragonpass + พอยต์ x5 + ส่วนลดโรงแรม/ร้านอาหาร — คุ้มก็ต่อเมื่อใช้ถึงเกณฑ์ยกเว้นรายปี |
ตารางนี้จับคู่จาก "เงื่อนไขบัตร" กับ "รูปแบบการใช้จ่าย" เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล — การอนุมัติและวงเงินขึ้นกับการพิจารณาของธนาคาร
ข้อสังเกตที่อยากให้ติดตัวไป: บัตรที่ "ดีที่สุด" ไม่มีอยู่จริง มีแต่บัตรที่เพดานสิทธิประโยชน์ทับกับยอดใช้จ่ายจริงของคุณมากที่สุด คนที่ช้อปออนไลน์เดือนละ 3,000 บาทได้ประโยชน์จาก NOW น้อยกว่าที่โฆษณาสื่อ ขณะที่คนใช้จ่ายปีละไม่ถึงสามแสนถือ Signature แล้วมีโอกาสจ่ายรายปี 4,280 บาทฟรี ๆ — เสียงจากผู้ถือบัตรจริงใน Pantip ยืนยันทั้งสองประเด็นนี้
ผลิตภัณฑ์การเงินมีภาระดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม โปรดศึกษาเงื่อนไขจากธนาคารโดยตรงก่อนสมัคร บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล · KUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) โดยไม่กระทบสิ่งที่คุณได้รับ
ก่อนกดสมัคร ต้องรู้กติกา ธปท. อะไรบ้าง?
สองเรื่องที่ควรเข้าใจเพราะใช้กับบัตรเครดิตทุกธนาคาร ไม่ใช่แค่กรุงศรี เรื่องแรกคือวงเงิน: เกณฑ์ ธปท. ผูกวงเงินกับรายได้เป็นขั้น — รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือนได้วงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้, 30,000–50,000 บาทไม่เกิน 3 เท่า และ 50,000 บาทขึ้นไปไม่เกิน 5 เท่า นี่คือที่มาของคำว่า "วงเงิน 2–5 เท่า" ที่เห็นบนหน้าเว็บธนาคาร ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ 5 เท่า
เรื่องที่สองสำคัญกว่า: กับดักจ่ายขั้นต่ำ อัตราจ่ายขั้นต่ำปกติของบัตรเครดิตคือ 10% ของยอดเรียกเก็บ แต่ ณ ตอนนี้ ธปท. มีมาตรการชั่วคราวคงอัตราจ่ายขั้นต่ำไว้ที่ 8% ต่อเนื่องถึง 31 ธ.ค. 2569 พร้อมมาตรการจูงใจให้ปิดหนี้เร็ว: ผู้ที่จ่ายตั้งแต่ 8% ขึ้นไปจะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.25% ทุก 3 เดือน (ตามเงื่อนไขของแต่ละผู้ออกบัตร) แต่ตัวเลข 8% หรือ 10% ไม่ได้เปลี่ยนหลักสำคัญข้อนี้เลย: ทันทีที่จ่ายไม่เต็มจำนวน ระยะปลอดดอกเบี้ย 50 วันจะหายไป และดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปีจะเริ่มเดินบนยอดคงค้างทันที ส่วนการกดเงินสดจากบัตรมีค่าธรรมเนียม 3% ของยอดที่กดและคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันกด — เงินคืน 300–560 บาท/เดือนที่ไล่เก็บมา หายวับได้ในดอกเบี้ยเดือนเดียวถ้าเริ่มจ่ายขั้นต่ำ ดังนั้นกติกาข้อแรกของการใช้บัตรเครดิตให้ "ได้" มากกว่า "เสีย" คือจ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน
- เช็กตารางค่าธรรมเนียมฉบับทางการ (PDF) บน krungsricard.com — โดยเฉพาะเงื่อนไขเรียกเก็บกรณีบัตรไม่เคลื่อนไหวของ Lady/JCB
- คำนวณยอดใช้จ่ายจริงต่อเดือนในหมวดที่บัตรให้สิทธิ์ แล้วเทียบกับเพดานเงินคืน — อย่าตัดสินจาก % หัวโฆษณา
- ถ้ามอง Signature ให้ถามตัวเองว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรถึง 300,000 บาท/ปีแน่หรือไม่ ถ้าไม่ถึงคือมีต้นทุนรายปี 4,280 บาท
- อ่านรายการหมวดยกเว้นเงินคืน (เช่น ประกัน กองทุน ท่องเที่ยว ในบัตร NOW) และเงื่อนไขยอดขั้นต่ำต่อสลิป (500 บาทของ NOW, 4,000 บาทฝั่งต่างประเทศของ JCB) ก่อนวางแผนใช้
- ตั้งใจให้ชัดว่าจะจ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน — อย่าพึ่งอัตราขั้นต่ำ 8% (มาตรการชั่วคราวถึงสิ้นปี 2569) เป็นแผนหลัก ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องวินัยการจ่าย การยังไม่มีบัตรคือทางเลือกที่ถูกกว่า
- สมัครและจัดการบัตรได้ผ่านแอป UCHOOSE, เว็บ krungsricard.com หรือสาขาธนาคารกรุงศรี — ธุรกรรมทั้งหมดทำบนระบบของธนาคารโดยตรง
ลิงก์ไปยังหน้าผลิตภัณฑ์บนเว็บของกรุงศรีโดยตรง — การสมัคร การกรอกข้อมูล และการอนุมัติทั้งหมดเกิดขึ้นบนระบบของธนาคาร ไม่ใช่บน KUMKRONG · KUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) โดยไม่กระทบสิ่งที่คุณได้รับ · ไม่ใช่คำแนะนำให้สมัคร โปรดศึกษาเงื่อนไขและภาระดอกเบี้ย (สูงสุด 16% ต่อปี) ก่อนตัดสินใจ
Krungsri Signature — เงื่อนไขค่าธรรมเนียม 4,280 บาทและเกณฑ์ยกเว้นสายเดินทาง/ใช้จ่ายหนัก: เลานจ์ Dragonpass, พอยต์ x5, รายได้ขั้นต่ำ 70,000 บาท/เดือนใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปีดูข้อเสนอ
Krungsri Lady Titanium — เงื่อนไขเงินคืน 7% และแบรนด์ร่วมรายการสายช้อปแฟชั่น-บิวตี้: เพดานเงินคืน 560 บาท/เดือน + ผ่อน 0% 4 เดือนใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปีดูข้อเสนอKrungsri JCB Platinum — เงื่อนไขเลานจ์ JCB และเงินคืนร้านอาหารสายญี่ปุ่น/เอเชีย: เลานจ์ในญี่ปุ่น + ~9 ประเทศ, เงินคืน 3% ร้านอาหารใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปีดูข้อเสนอKrungsri NOW Platinum — เงื่อนไขเงินคืน 5% ออนไลน์ฉบับเต็มสายออนไลน์: อ่านเงื่อนไข "ทุก 500 บาทต่อเซลล์สลิป" และหมวดยกเว้นก่อนใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปีดูข้อเสนอKrungsri Platinum Mastercard — เงื่อนไขบัตรไม่มีรายปีบัตรใบแรก/ใช้ทั่วไป: ผ่อนค่าเทอมและ Apple 0% + Zero Liabilityใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปีดูข้อเสนอKUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) เมื่อคุณคลิก/ซื้อผ่านลิงก์เหล่านี้ โดยไม่กระทบราคาที่คุณจ่าย · เราเป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่ผู้ขาย



