ทริปยุโรปทริปแรกมักสะดุดที่ด่านเดียวกันเสมอ นั่นคือ "วีซ่าเชงเก้น" — ไม่ใช่เพราะมันยากเกินเอื้อม แต่เพราะรายละเอียดเยอะ เอกสารต้องสอดคล้องกัน และกฎก็ขยับทุกปี บทความนี้พาคุณไล่ทีละข้อแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ต้องยื่นที่ประเทศไหน ใช้เอกสารอะไร ค่าธรรมเนียมล่าสุดเท่าไหร่ ไปจนถึงจุดที่คนไทยมักพลาด เพื่อให้คุณเตรียมตัวครบและเพิ่มโอกาสผ่านให้มากที่สุด
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่ตัวแทนรับยื่นวีซ่า ไม่ใช่นายหน้าประกัน และไม่ใช่สถานทูต ขั้นตอน เอกสาร ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขประกันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดตรวจสอบล่าสุดกับเว็บไซต์ทางการของสถานทูต/ศูนย์รับยื่น (VFS Global / TLScontact) ของประเทศที่คุณจะไป ก่อนดำเนินการจริงเสมอ
วีซ่าเชงเก้นคืออะไร และต้องยื่นของประเทศไหน?
วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa ประเภท C หรือวีซ่าพำนักระยะสั้น) คือวีซ่าใบเดียวที่ให้คุณเดินทางเข้า-ออกได้ในกลุ่มประเทศเขตเชงเก้น ปัจจุบันมี 29 ประเทศ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ โดยบัลแกเรียและโรมาเนียเป็นสองสมาชิกล่าสุดที่เข้าร่วมเต็มรูปแบบ — พรมแดนทางอากาศและทางทะเลเปิดตั้งแต่ 31 มี.ค. 2567 และยกเลิกการตรวจที่พรมแดน "ทางบก" ครบสมบูรณ์เมื่อ 1 ม.ค. 2568 พำนักได้รวมไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน (กฎ 90/180) วัตถุประสงค์ทั่วไปคือท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจระยะสั้น
กฎ 90/180 คิดแบบ "ย้อนหลังแบบเลื่อน": ในวันใดก็ตาม ให้นับย้อนหลัง 180 วันที่ผ่านมา ว่าคุณอยู่ในเขตเชงเก้นรวมไม่เกิน 90 วันหรือยัง ไม่ใช่การรีเซ็ตเป็นช่วงตายตัว สหภาพยุโรปมีเครื่องคำนวณ "Short-stay calculator" ให้ลองนับเองได้ฟรีบนเว็บทางการ
คำถามที่เจอบ่อยคือ ไปหลายประเทศต้องยื่นที่ไหน? กฎจาก European Commission มี 2 ข้อหลัก คือ (1) ยื่นกับสถานทูตของประเทศที่คุณพำนักนานที่สุด (Main Destination) และ (2) ถ้าอยู่หลายประเทศจำนวนวันเท่ากันจนชี้จุดหมายหลักไม่ได้ ให้ยื่นกับประเทศที่คุณเข้าเป็นด่านแรก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะยื่นผิดประเทศอาจถูกปฏิเสธตั้งแต่ต้น
ETIAS ไม่เกี่ยวกับคนไทยในตอนนี้ค่ะ — ระบบ ETIAS (การลงทะเบียนออนไลน์สำหรับผู้ที่ยกเว้นวีซ่า) มีกำหนดเริ่มช่วงปลายปี 2569 และใช้กับนักท่องเที่ยวที่ "ไม่ต้องขอวีซ่า" เท่านั้น ผู้ถือพาสปอร์ตไทยยังต้องขอวีซ่าเชงเก้นแบบปกติเหมือนเดิม อย่าสับสนว่า ETIAS มาแทนวีซ่า (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 — ตรวจล่าสุดกับเว็บทางการ EU)
เอกสารหลักที่มักต้องใช้ (ภาพรวม — ตรวจรายการจริงกับสถานทูต)
| หมวด | เอกสารตัวอย่าง | ทำไมต้องมี |
|---|---|---|
| ตัวตน | พาสปอร์ตอายุเหลือ ≥3 เดือนหลังวันออกจากเขตเชงเก้น + มีหน้าว่าง ≥2 หน้า + ออกไม่เกิน 10 ปี, รูปถ่ายตามสเปก, ใบคำร้องกรอกครบ | ยืนยันตัวตนและสิทธิเดินทาง (พาสปอร์ตเล่มเก่าแนบด้วยถ้ามี) |
| การเงิน | สเตทเมนต์ย้อนหลัง 3–6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน/การงาน | แสดงว่ามีกำลังจ่ายและมีเหตุผลจะกลับไทย |
| แผนเดินทาง | ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (จอง), ที่พักครบทุกคืน, แพลนเที่ยว | วันเดินทาง ที่พัก และตั๋วต้องสอดคล้องกัน (ยังไม่ต้องจ่ายเต็มก่อนได้วีซ่า) |
| ประกัน | ประกันเดินทางคุ้มครองค่ารักษา ≥ 30,000 ยูโร ครอบคลุมทุกวันที่อยู่ในเขตเชงเก้น | เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย EU — ขาดไม่ได้ |
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น 2569 เท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น 2 ก้อนคนละส่วนกัน อย่ารวมเป็นยอดเดียว: (1) ค่าธรรมเนียมวีซ่าของสถานทูต (Visa Fee) ซึ่ง European Commission กำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกประเทศเชงเก้น และ (2) ค่าบริการศูนย์รับยื่น (Service Fee ของ VFS Global / TLScontact) ที่ต่างกันไปตามศูนย์และประเทศ ตัวเลขวีซ่าด้านล่างเป็นอัตราทางการ ส่วนค่าบริการศูนย์และยอดเงินบาทที่เรียกเก็บจริงให้ยึดหน้าจ่ายเงินของศูนย์รับยื่นเป็นหลัก
| รายการ | กลุ่ม | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee) | ผู้ใหญ่ | 90 ยูโร |
| ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee) | เด็กอายุ 6 ถึงต่ำกว่า 12 ปี | 45 ยูโร |
| ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee) | เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี | ยกเว้น (ฟรี) |
| ค่าบริการศูนย์รับยื่น (Service Fee) | ทุกคน | แล้วแต่ศูนย์/ประเทศ — ตรวจยอดจริงที่เว็บศูนย์ |
อัตราผู้ใหญ่ 90 ยูโรนี้ปรับขึ้นจาก "เดิม 80 ยูโร" ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2567 และยังเป็นอัตราปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยทั่วไป "ไม่คืน" แม้ถูกปฏิเสธ ถอนเรื่อง หรือไม่มาตามนัด จึงคุ้มมากที่จะเตรียมเอกสารให้แน่นตั้งแต่ครั้งแรก และควรเช็กยอดเงินบาทล่าสุดที่หน้าชำระเงินเพราะแปรตามอัตราแลกเปลี่ยน
ขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้น 7 สเต็ป
- 1. กำหนดประเทศที่ต้องยื่น (Main Destination) ตามกฎพำนักนานสุด หรือประเทศที่เข้าเป็นด่านแรกถ้าวันเท่ากัน
- 2. เช็กว่าประเทศนั้นรับยื่นผ่านศูนย์ไหน (VFS Global หรือ TLScontact) และอ่านเช็กลิสต์ของสถานทูตนั้นโดยตรง
- 3. กรอกใบคำร้อง และจองคิวนัดยื่น (คิวอาจเต็มเร็วช่วงไฮซีซั่น — จองล่วงหน้า)
- 4. รวบรวมเอกสารตามเช็กลิสต์ของสถานทูตประเทศนั้นให้ครบ ตรวจวันให้ตรงกันทุกใบ
- 5. เตรียมประกันเดินทางที่คุ้มครอง ≥30,000 ยูโร ครอบคลุมทุกวัน และจัดหลักฐานการเงินให้พร้อม
- 6. ไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง สแกนลายนิ้วมือ (ไบโอเมตริก) และชำระค่าธรรมเนียม
- 7. รอผลและรับเล่มคืน — เผื่อเวลายื่นล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ยิ่งไฮซีซั่นยิ่งต้องเผื่อมาก
หมายเหตุ: หลายสถานทูตเปิดให้ยื่นล่วงหน้าได้นานสุดประมาณ 6 เดือนก่อนเดินทาง (กรณีบางอาชีพอาจถึง 9 เดือน) ตัวเลขในกราฟเป็นกรอบเวลา "ที่ควรเผื่อ" ไม่ใช่ระยะพิจารณาที่การันตี ระยะจริงขึ้นกับสถานทูต ปริมาณคำขอ และช่วงเวลา
ประกันเดินทาง: เอกสารบังคับตามกฎหมายที่ห้ามลืม
กฎหมายวีซ่าของสหภาพยุโรป (EU Visa Code มาตรา 15) กำหนดให้ผู้ขอวีซ่าเชงเก้นต้องมีประกันการเดินทางที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การรักษาในโรงพยาบาล การส่งตัวกลับประเทศเพื่อรักษา และกรณีเสียชีวิต ขั้นต่ำ 30,000 ยูโร ตลอดทริป และต้องครอบคลุมทุกวันที่อยู่ในเขตเชงเก้น ขาดข้อนี้ใบคำร้องอาจถูกตีกลับทันที
ระวังกับดักการแปลงเป็นเงินบาท: เอกสารเก่าหลายแห่งเขียนว่า "30,000 ยูโร ≈ 1.5 ล้านบาท" ซึ่งอิงอัตราเก่า ~50 บาท/ยูโร ที่อัตราราว 37–39 บาท/ยูโร (2569) จะเท่ากับราว 1.1–1.2 ล้านบาทเท่านั้น ทางที่ปลอดภัยคือยึดตัวเลขทางกฎหมายเป็น "30,000 ยูโร" เพราะวงเงินบาทขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ตอนทำประกัน
เคล็ดลับลดความเสี่ยงถูกตีกลับ: เลือกประกันที่ระบุชัดว่าคุ้มครอง "Schengen Area" หรือ "Worldwide" วงเงินค่ารักษา ≥30,000 ยูโร ครอบคลุมทุกวันของทริป และพิมพ์ใบรับรอง/กรมธรรม์ฉบับภาษาอังกฤษแนบไปด้วย จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจง่ายขึ้น (นี่เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่ง — เทียบเงื่อนไขกับบริษัทประกันที่มีใบอนุญาตเสมอ)
สถานทูต/ประเทศไหน "ของ่าย" สำหรับคนไทย?
ในวงนักเดินทางมักเล่าต่อ ๆ กันว่าบางสถานทูต "ของ่ายกว่า" แต่ตามจริงไม่มีประเทศไหนการันตีผ่าน 100% และอัตราอนุมัติเปลี่ยนทุกปี สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า "ง่าย" จริง ๆ คือความชัดเจนของเช็กลิสต์ ความเร็วของคิว และความสอดคล้องของเอกสารที่คุณเตรียม ไม่ใช่ตัวประเทศเอง ตารางนี้เทียบเชิงโครงสร้างเพื่อช่วยวางแผน ไม่ใช่การการันตีผล
| มุมที่ดู | สิ่งที่ช่วยให้ "รู้สึกง่าย" | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| เช็กลิสต์ | ประเทศที่มีลิสต์ละเอียด ชัดเจน | ลิสต์ยาว = ต้องเตรียมมากขึ้น แต่เดาน้อยลง |
| คิวนัดยื่น | ศูนย์ที่คิวว่างเร็ว | ไฮซีซั่นคิวเต็มแทบทุกที่ ต้องจองไว |
| รอบยื่นล่วงหน้า | ยื่นได้ก่อนเดินทางนานพอ | ยื่นกระชั้นเสี่ยงไม่ทันรอบเดินทาง |
| ประวัติเดินทาง | คนที่เคยมีวีซ่า/เดินทางมาก่อน | ครั้งแรกต้องโชว์เอกสารแน่นกว่า |
5 จุดที่คนไทยมักโดนปฏิเสธวีซ่า
- เอกสารการเงินไม่สอดคล้องกับแผนเที่ยว เช่น เงินในบัญชีน้อยแต่จองทริปหรู หรือมีเงินก้อนโผล่เข้าก่อนยื่นแบบผิดปกติ
- ไม่มีหลักฐานผูกพันกับไทย (งาน ครอบครัว ทรัพย์สิน) ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลว่าจะไม่กลับ
- ประกันเดินทางไม่ครบเงื่อนไข หรือวงเงินค่ารักษาต่ำกว่า 30,000 ยูโร หรือไม่ครอบคลุมทุกวัน
- ยื่นผิดประเทศ (ไม่ตรงกับ Main Destination) หรือแผนเดินทางสับสน วันไม่ตรงกับตั๋ว/ที่พัก
- กรอกใบคำร้องผิด ข้อมูลไม่ตรงกับเอกสารแนบ หรือเตรียมเอกสารไม่ครบตามเช็กลิสต์ของสถานทูตนั้น
จุดชี้ขาดของเชงเก้นคือ "ความสอดคล้อง" ของทุกเอกสาร — แผนเที่ยว ตั๋ว ที่พัก หลักฐานการเงิน และประกัน ต้องเล่าเรื่องเดียวกัน ถ้าทุกใบสอดรับกันและยื่นถูกประเทศ โอกาสผ่านก็สูงขึ้นมาก กุญแจสองคำคือ "เผื่อเวลา" และ "เอกสารเล่าเรื่องเดียวกัน"
สรุป: วีซ่าเชงเก้นไม่ได้ยากอย่างที่กลัว ถ้าเตรียมเอกสารครบและสอดคล้อง ยื่นถูกประเทศตามกฎ Main Destination มีประกัน ≥30,000 ยูโรครบทุกวัน และเผื่อเวลายื่นล่วงหน้า อย่าลืมว่ากฎ ค่าธรรมเนียม และเช็กลิสต์ปรับได้ตลอด ตรวจล่าสุดกับเว็บทางการของสถานทูต/ศูนย์รับยื่นและ European Commission ก่อนยื่นจริงเสมอ








