ทุกต้นปีจะมีสินค้าวางป้าย "ลดหย่อนภาษีได้" เต็มห้าง แต่พอถามว่าโครงการปีนี้ชื่ออะไร ใช้ใบเสร็จแบบไหน หลายคนตอบไม่ถูก เพราะรัฐเคยใช้ทั้งชื่อ "ช้อปดีมีคืน" และ "Easy E-Receipt" สลับกันมาหลายปี กติกาก็ขยับทุกปี บทความนี้พาแยกให้ชัดว่าสองชื่อนี้ต่างกันตรงไหน เก็บหลักฐานยังไงถึงใช้สิทธิได้จริง และ ณ ตอนนี้ (มิถุนายน 2569) มาตรการล่าสุดที่ยืนยันได้คืออันไหน เพื่อจะได้ไม่ช้อปเสียเปล่า
ทั้งสองชื่อคือมาตรการเดียวกันในเชิงหลักการ คือ "ซื้อของในช่วงต้นปีแล้วนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา" แต่คนละรุ่น คนละปี จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือชนิดหลักฐาน: ช้อปดีมีคืน รับใบกำกับภาษีแบบกระดาษได้ ส่วน Easy E-Receipt ต้องเป็นใบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice / e-Receipt) เท่านั้น
ช้อปดีมีคืน คือมาตรการรุ่นก่อน
ช้อปดีมีคืน เป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่ออกมาเป็นรายปีในช่วงต้นปี จุดเด่นคือยืดหยุ่นเรื่องหลักฐาน เพราะรับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปทั้งแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ร้านค้าเข้าร่วมได้กว้าง สิ่งที่ต้องระวังคือ "เพดานลดหย่อน" ไม่ได้เท่ากันทุกปี เช่น ปีภาษี 2565 ให้สูงสุด 30,000 บาท (ช่วงใช้จ่าย 1 ม.ค.–15 ก.พ. 2565) ส่วนปีภาษี 2566 ขยับเพดานขึ้นเป็นสูงสุด 40,000 บาท โดยแบ่งเป็นใบกระดาษ 30,000 บาท และใบอิเล็กทรอนิกส์อีก 10,000 บาท จะเห็นว่าตัวเลขขยับได้ จึงต้องยึดประกาศของแต่ละปีเสมอ (ข้อมูล ณ ปีภาษีที่ระบุ)
Easy E-Receipt คือรุ่นที่มาแทน และบังคับใบอิเล็กทรอนิกส์
Easy E-Receipt (รวมเวอร์ชันล่าสุด Easy E-Receipt 2.0) คือมาตรการที่มาแทนช้อปดีมีคืนในช่วงหลัง เป้าหมายแฝงคือผลักดันให้ร้านค้าออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น จึงรับเฉพาะ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เท่านั้น ใบกระดาษใช้ไม่ได้เลย แลกกับเพดานลดหย่อนที่สูงขึ้น สำหรับปีภาษี 2568 เพดานอยู่ที่สูงสุด 50,000 บาท แบ่งเป็นสินค้า/บริการทั่วไป ไม่เกิน 30,000 บาท และเพิ่มได้อีก ไม่เกิน 20,000 บาท เฉพาะสินค้า OTOP / วิสาหกิจชุมชน / วิสาหกิจเพื่อสังคม โดยช่วงใช้จ่ายคือ 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 2568 (ข้อมูล ณ ปีภาษี 2568)
กับดักที่เจอบ่อยที่สุด: ช้อปทันเวลาแต่ลืมขอ e-Tax Invoice ตอนจ่ายเงิน พอจะยื่นภาษีถึงรู้ว่าได้แค่ใบเสร็จย่อธรรมดา ใช้สิทธิไม่ได้ ก่อนจ่ายทุกครั้งต้องแจ้งร้านว่า "ขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูป (e-Tax Invoice)" พร้อมให้ชื่อ-นามสกุลและเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เลขบัตรประชาชน) กับร้าน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ร้านต้องใช้ออกใบเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับ KUMKRONG
ตารางเทียบ ช้อปดีมีคืน vs Easy E-Receipt 2.0

| หัวข้อ | ช้อปดีมีคืน (รุ่นก่อน) | Easy E-Receipt 2.0 (ปีภาษี 2568) |
|---|---|---|
| ชนิดหลักฐาน | ใบกำกับภาษีเต็มรูป กระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ | e-Tax Invoice / e-Receipt อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น |
| เพดานลดหย่อน | 30,000 บาท (ปี 2565) / สูงสุด 40,000 บาท (ปี 2566) | สูงสุด 50,000 บาท |
| การแบ่งวงเงิน | ปี 2566 = กระดาษ 30,000 + อิเล็กทรอนิกส์ 10,000 | ทั่วไป 30,000 + OTOP/วิสาหกิจชุมชน/เพื่อสังคม 20,000 |
| ช่วงใช้จ่าย (ตัวอย่างปีที่ผ่านมา) | 1 ม.ค.–15 ก.พ. 2565 | 16 ม.ค.–28 ก.พ. 2568 |
| ผู้มีสิทธิ | ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมห้างหุ้นส่วน/นิติบุคคล) | ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมห้างหุ้นส่วน/นิติบุคคล) |
เห็นภาพชัดขึ้นเมื่อดูการแบ่งเพดานของ Easy E-Receipt 2.0 ปีภาษี 2568: ก้อนแรกใช้ได้กับร้านทั่วไปที่ออกใบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนก้อนที่สองสงวนไว้ให้กลุ่ม OTOP และวิสาหกิจชุมชนโดยเฉพาะ ใครอยากใช้สิทธิให้เต็ม 50,000 บาท ต้องมีใบจากกลุ่มหลังด้วย จะใช้แต่ร้านทั่วไปอย่างเดียวได้สูงสุดแค่ 30,000 บาท
ลดภาษีได้จริงเท่าไหร่ ขึ้นกับฐานภาษีของเรา
จุดที่เข้าใจผิดบ่อยที่สุด: ช้อป 50,000 บาท ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 50,000 บาท ยอดที่ใช้สิทธิจะไปลด "เงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี" ก่อนคำนวณ เงินที่ประหยัดได้จริงจึงเท่ากับ ยอดที่ใช้สิทธิ คูณ อัตราภาษีขั้นบันไดของเรา คนที่ฐานภาษีสูงจะประหยัดได้มากกว่า ส่วนคนที่เงินได้สุทธิยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี (เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ได้รับยกเว้น) ช้อปไปก็ไม่ได้เงินคืนจากสิทธินี้
| อัตราภาษีขั้นบันไดของคุณ | ยอดใช้สิทธิ (บาท) | ประหยัดภาษีโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| 5% | 50,000 | 2,500 |
| 10% | 50,000 | 5,000 |
| 20% | 50,000 | 10,000 |
| 35% | 50,000 | 17,500 |
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อให้เห็นภาพ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นแบบขั้นบันได 0–35% (ปีภาษี 2568) ตัวเลขจริงของแต่ละคนขึ้นกับเงินได้สุทธิและค่าลดหย่อนอื่น ๆ รวมกัน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว
ถ้าฐานภาษีไม่สูง ไม่จำเป็นต้องรีบช้อปให้ครบเพดานเพื่อ "เอาคืน" เพราะยิ่งช้อปไม่ได้แปลว่ายิ่งคุ้ม ทางที่สบายใจกว่าคือช้อปเฉพาะของที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว เช่น ของใช้จำเป็นหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถึงรอบเปลี่ยน แล้วขอใบ e-Tax Invoice ติดมือไว้ จะได้ทั้งของและสิทธิลดหย่อนโดยไม่จ่ายเกินจำเป็น
แล้ว "ปีนี้" โครงการไหนยังใช้ได้
ภาพรวมคือช้อปดีมีคืนถูกแทนที่ด้วย Easy E-Receipt ไปแล้ว ดังนั้นถ้าปีไหนมีมาตรการ ก็มักมาในชื่อ Easy E-Receipt ที่บังคับใบอิเล็กทรอนิกส์ มาตรการล่าสุดที่ยืนยันได้จากกรมสรรพากรคือ Easy E-Receipt 2.0 ของปีภาษี 2568 (ใช้จ่าย 16 ม.ค.–28 ก.พ. 2568 นำไปยื่นต้นปี 2569) สำหรับปีภาษี 2569 นั้น ณ ข้อมูลที่ตรวจ (มิ.ย. 2569) ยังไม่พบประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีจากแหล่งทางการที่ยืนยันว่ามีโครงการต่อ ข่าวหรือบล็อกที่พูดถึง "ช้อปดีมีคืน/Easy E-Receipt 2569" ส่วนใหญ่ยังเป็นการคาดการณ์ จึงยังไม่ควรนับว่ามีจนกว่าจะมีประกาศจริง
เงื่อนไข วันเริ่ม-สิ้นสุด เพดานวงเงิน และประเภทสินค้าที่ร่วมรายการ เปลี่ยนได้ทุกปี และมาตรการปี 2569 ยังไม่ได้รับการยืนยัน ก่อนรูดบัตรหรือจ่ายเพื่อหวังลดหย่อน ให้ตรวจประกาศล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือมติ ครม. ทุกครั้ง อย่าอ้างอิงตัวเลขหรือสมมติว่าโครงการของปีก่อนยังใช้ได้
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ด้านภาษีและการเงิน ไม่ใช่นายหน้าหรือที่ปรึกษาภาษี บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวอย่างการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการ และเราไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อ่าน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและเพดานลดหย่อนล่าสุดกับกรมสรรพากร หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่มีคุณสมบัติก่อนใช้สิทธิจริง








