ทุกคนที่ยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องแนบประกันเดินทาง — อันนี้รู้กันหมด แต่สิ่งที่หลายคนเพิ่งมารู้ตอนเตรียมเอกสารคือ "ไม่ใช่ทุกแผนของทุกบริษัทจะยื่นได้" และแผนราคาถูกสุดที่เห็นในโฆษณามักเป็นแผนที่ยื่นไม่ได้พอดี

บทความนี้เทียบสามเจ้าที่คนไทยนิยมใช้ยื่นเชงเก้นและถูกพูดถึงบ่อยในกระทู้รีวิวยื่นวีซ่า — AXA Smart Traveller Plus, MSIG Travel Easy และ Tune Protect (Tune Travel) — แต่เป้าหมายไม่ใช่บอกว่า "ซื้อเจ้าไหน" เพราะคำตอบขึ้นกับทริปและอายุของแต่ละคน เป้าหมายคือให้คุณอ่านตารางความคุ้มครองเองเป็น แล้วตัดสินใจได้เองในทุกปีที่ราคาและเงื่อนไขเปลี่ยน ตัวเลขทั้งหมดมาจากหน้าเว็บและโบรชัวร์ทางการของทั้งสามบริษัท ณ วันที่ตรวจสอบ (ก.ค. 2569) — เบี้ยจริงเปลี่ยนตามจำนวนวัน โซน อายุ และช่องทางขาย โปรดเช็คใบเสนอราคาจริงอีกครั้งก่อนซื้อ

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย และไม่ได้รับค่าตอบแทนจากแบรนด์ใดในบทความนี้ ข้อมูลเปรียบเทียบมาจากเอกสารและหน้าเว็บทางการ ณ ก.ค. 2569 เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับบริษัทโดยตรง · ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

วีซ่าเชงเก้นต้องการประกันแบบไหนกันแน่?

กติกากลางไม่ได้มาจากบริษัทประกัน แต่มาจากกฎหมายสหภาพยุโรปโดยตรง — EU Visa Code (Regulation 810/2009) มาตรา 15 กำหนดว่า ประกันที่ใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องผ่าน 3 เกณฑ์: (1) วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การส่งตัวกลับประเทศด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และกรณีเสียชีวิต (2) ใช้ได้ทั่วทั้งเขตประเทศสมาชิกเชงเก้น ไม่ใช่แค่ประเทศที่ยื่นวีซ่า (3) คุ้มครองตลอดระยะเวลาที่ตั้งใจพำนักจริง ไม่ใช่แค่บางวัน

สามเกณฑ์นี้คือ "ไม้บรรทัด" ที่คุณจะใช้วัดทุกแผนในบทความนี้ บริษัทประกันในไทยรู้เกณฑ์นี้ดี ทั้ง AXA และ MSIG ระบุตัวเลข 1.5 ล้านบาทบนเว็บตัวเองตรง ๆ และ Tune Protect ถึงขั้นประทับตราในโบรชัวร์ว่าแผนไหน "สามารถใช้ยื่น VISA" ได้ — แต่การประทับตราของบริษัทก็ยังไม่เท่ากับการเช็คแถวตัวเลขเอง เพราะมีรายละเอียดช่วงอายุที่ตราไม่ได้บอก (เดี๋ยวจะเห็นในหัวข้อข้อยกเว้น)

ราคาโฆษณา "เริ่มต้น" เชื่อได้แค่ไหน?

บทเรียนแรกของการอ่านตาราง: ราคา "เริ่มต้น" บนหน้า landing มักเป็นแผนถูกสุดของตระกูล ซึ่งบ่อยครั้งคือแผนที่ยื่นเชงเก้นไม่ได้ ตัวอย่างจริง ณ วันที่ตรวจสอบ — AXA โฆษณาประกันเดินทาง "เริ่มต้น 135 บาท" แต่แผนอีโค่ราคานั้นไม่อยู่ในรายชื่อแผนที่ AXA ระบุเองใน FAQ ว่าใช้ยื่นเชงเก้นได้ (ยื่นได้เฉพาะ พลัส-ไลท์, โกลด์, แพลทตินัม, เอมเมอรัลด์ — 4 จาก 6 แผน) ฝั่ง Tune Travel แผน S ที่ถูกสุดก็ให้ค่ารักษาแค่ 800,000 บาท ต่ำกว่าเกณฑ์ 1.5 ล้านบาทเกือบครึ่ง โบรชัวร์จึงประทับตรายื่นวีซ่าได้เฉพาะ M, L, XL

แผนที่ใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้นได้จริง (ข้อมูลทางการ ณ ก.ค. 2569)
บริษัท / ตระกูลแผนแผนที่ยื่นเชงเก้นได้ค่ารักษาพยาบาลต่างประเทศ (วงเงินช่วงอายุมาตรฐาน)เบี้ยเริ่มต้น ณ วันที่ตรวจสอบ
AXA Smart Traveller Plus (6 แผน)พลัส-ไลท์ / โกลด์ / แพลทตินัม / เอมเมอรัลด์ (อีโค่และซิลเวอร์ยื่นไม่ได้)พลัส-ไลท์ 2 ล้าน · โกลด์ 2 ล้าน · แพลทตินัม 2 ล้าน · เอมเมอรัลด์ 4 ล้านบาทพลัส-ไลท์เริ่ม 189 บ. · โกลด์ 400 บ. · แพลทตินัม 550 บ. · เอมเมอรัลด์ 870 บ.
MSIG Travel Easy (5 แผน)ทุกแผน: Easy 1 / Easy 2 / Easy 3 / Easy Visa Plus / Easy VISA5 ล้าน / 3 ล้าน / 2 ล้าน / 2 ล้าน / 2 ล้านบาท (วงเงินนี้สำหรับช่วงอายุมาตรฐาน 15–75 ปี — ไม่ใช่เกณฑ์รับประกัน MSIG รับตั้งแต่ 6 เดือนถึง 80 ปี ดูตารางถัดไป)Easy VISA เริ่ม 190 บ. (โซนเอเชีย) / ราว 255 บ. (Worldwide ครอบคลุมยุโรป); ทริปยุโรป 7–10 วันอยู่ราว 350–365 บ. — เช็คใบเสนอราคาจริง
Tune Protect — Tune Travel (4 แผน)M / L / XL (แผน S ค่ารักษา 800,000 บ. ยื่นไม่ได้)M 2 ล้าน · L 2 ล้าน · XL 3 ล้านบาท (วงเงินช่วงอายุมาตรฐาน 1–75 ปี — รับประกันจริงถึง 80 ปี วงเงินช่วง 76–80 ลดลง ดู callout ด้านล่าง)รายเที่ยวเริ่ม 99 บ./วัน · รายปีแผน M เริ่ม 5,299 บ.

เกณฑ์ขั้นต่ำวีซ่าเชงเก้น = €30,000 ≈ 1.5 ล้านบาท · วงเล็บช่วงอายุในคอลัมน์ค่ารักษา = ช่วงอายุที่ได้วงเงินเต็มตามตาราง ไม่ใช่ช่วงอายุที่รับสมัคร (อายุรับประกันดูตารางที่สอง) · เบี้ยเป็นตัวเลข ณ วันที่ตรวจสอบจากหน้า/โบรชัวร์ทางการ (ประมาณการ · ไม่ผูกพัน) เบี้ยจริงขึ้นกับจำนวนวัน โซน อายุ และช่องทางขาย

ก่อนกดซื้อเพราะเห็นราคาเริ่มต้นถูก ให้ถามคำเดียว: "แผนราคานี้ ค่ารักษาถึง 1.5 ล้านบาทไหม และบริษัทระบุว่ายื่นเชงเก้นได้ไหม" ถ้าซื้อแผนที่ยื่นไม่ได้ คุณจะเสียทั้งเวลาและอาจต้องซื้อใหม่ก่อนวันนัด VFS

นอกจากค่ารักษา แผนสามเจ้าต่างกันตรงไหนบ้าง?

ก่อนออกเดินทาง ตรวจความคุ้มครองให้ตรงกับกิจกรรมและปลายทาง

ถ้าดูแค่ "ผ่านเกณฑ์วีซ่าไหม" ทั้งสามเจ้ามีแผนที่ผ่านหมด ความต่างจริง ๆ อยู่ที่หมวดรอง ๆ ที่คนไม่ค่อยเปิดดู แต่กลับเป็นเงินก้อนใหญ่เวลาเกิดเรื่อง — โดยเฉพาะการยกเลิก/เลื่อนทริป ซึ่งสำหรับทริปยุโรปที่จองตั๋วและโรงแรมล่วงหน้าหลายหมื่นบาท หมวดนี้อาจสำคัญกว่าส่วนต่างค่ารักษาเสียอีก

หมวดตัดสินใจที่ต่างกันชัด (เฉพาะแผนที่ยื่นเชงเก้นได้)
หมวดAXA (พลัส-ไลท์ → เอมเมอรัลด์)MSIG Travel EasyTune Travel (M / L / XL)
ยกเลิก/เลื่อนการเดินทางมีเฉพาะแพลทตินัม 30,000 บ. และเอมเมอรัลด์ 40,000 บ. (พลัส-ไลท์/โกลด์ไม่มี)Easy 1 สูงถึง 500,000 บ. · Easy 2 300,000 · Easy 3 200,000 · Easy Visa Plus 50,000 · Easy VISA ไม่มีต่ำสุดในสามเจ้า: 25,000 / 30,000 / 35,000 บ.
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน/ส่งตัวกลับ2–4 ล้านบาทตามแผนมีทุกแผน และมีวงเงินแยกกรณีสภาพที่เป็นมาก่อน (pre-existing) 100,000–150,000 บ. — จุดที่อีกสองเจ้าไม่มี2 / 2 / 3 ล้านบาท (ไม่มีวงเงิน pre-existing)
กรณีวีซ่าไม่ผ่านคืนเบี้ยเต็มจำนวน (ต้องแจ้งก่อนวันเริ่มคุ้มครอง + แนบเอกสาร)คืนเบี้ยเต็ม + มี Add-on Visa Care ชดเชยค่าธรรมเนียมวีซ่าราว 2,500–3,000 บ. (ต้องซื้อก่อนเดินทาง ≥20 วัน)คืนเบี้ยเมื่อวีซ่าไม่อนุมัติ + ผลประโยชน์ถูกปฏิเสธวีซ่า 1,000 บ. เฉพาะแผน L/XL
อายุที่รับประกัน (รายเที่ยว)พลัส-ไลท์/โกลด์ 1–75 ปี · แพลทตินัม/เอมเมอรัลด์ 1–70 ปี6 เดือน–80 ปี (รายปี 15–65 ปี, สูงสุด 120 วัน/ทริป)1–80 ปี สูงสุด 180 วัน (รายปี 12–75 ปี, 90 วัน/ทริป)

ตัวเลขจากตารางความคุ้มครอง/โบรชัวร์ทางการของแต่ละบริษัท ณ ก.ค. 2569 — หมวดกระเป๋า/ทรัพย์สินเดินทางมีทุกเจ้าแต่เงื่อนไขปลีกย่อยต่างกันมาก (ดูย่อหน้าถัดไป) ก่อนซื้อให้เปิดตารางฉบับเต็มของแผนที่จะซื้อจริงเสมอ

วงเงินยกเลิก/เลื่อนการเดินทางสูงสุดของแต่ละแผน (เฉพาะแผนที่ยื่นเชงเก้นได้) (บาท)
MSIG Easy 1
500,000
MSIG Easy 2
300,000
MSIG Easy 3
200,000
MSIG Easy Visa Plus
50,000
AXA เอมเมอรัลด์
40,000
Tune XL
35,000
AXA แพลทตินัม
30,000

สังเกตสามจุดจากตารางนี้ หนึ่ง — แผนตระกูล "VISA" ของ MSIG (Easy VISA) ถูกที่สุดเพราะออกแบบมาเป็น bare-minimum สำหรับยื่นวีซ่าโดยเฉพาะ: ผ่านเกณฑ์ค่ารักษา แต่ตัดหมวดเดินทางออกเกือบหมด ไม่มีชดเชยยกเลิกทริป เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋า คนที่ซื้อเพราะเห็นว่าถูกมักไม่รู้ข้อนี้ สอง — Tune Travel แม้ยกเลิกทริปจะต่ำสุด แต่มีของที่อีกสองเจ้าไม่มี เช่น Lounge pass ฟรีเมื่อไฟลต์ดีเลย์ตั้งแต่ 2 ชั่วโมง (แผน L/XL รายเที่ยว 4 วันขึ้นไป) และเคลม IPD ในโรงพยาบาลเครือข่ายแบบไม่ต้องสำรองจ่าย สาม — หมวดกระเป๋า/ทรัพย์สินเดินทางคือหมวดที่ "ตัวเลขหัวตาราง" หลอกตาง่ายที่สุด: ของ Tune วงเงิน 10,000–40,000 บาทตามแผน แต่ในหมายเหตุมีค่าเสียหายส่วนแรก (deductible) 600 บาท และเพดานจ่ายต่อชิ้น 10,000 บาท — วิธีเดียวกันนี้ใช้เช็คทุกแบรนด์: เปิดตารางฉบับเต็มของแผนที่จะซื้อ แล้วไล่หาคำว่า deductible กับเพดานต่อชิ้นในหมายเหตุเสมอ คุณต้องชั่งเองว่าอะไรตรงกับความเสี่ยงของทริปคุณ

ข้อยกเว้นอะไรที่ตารางไม่ตะโกนบอก?

ข้อยกเว้นที่เหมือนกันทั้งสามเจ้าและทำให้คนเคลมไม่ได้บ่อยที่สุด คือ "โรคหรือสภาพที่เป็นมาก่อนการเดินทาง" (pre-existing condition) — AXA ระบุใน FAQ ตรง ๆ ว่าไม่คุ้มครอง "โรคที่เป็นมาก่อนการเดินทาง โรคเรื้อรัง โรคทางพันธุกรรม" MSIG จัดเป็นข้อยกเว้นสำคัญอันดับต้นในโบรชัวร์ ส่วน Tune กำหนดเงื่อนไขว่าผู้เอาประกันต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ การ "ไม่ต้องตรวจสุขภาพตอนซื้อ" ไม่ได้แปลว่าโรคประจำตัวจะได้รับความคุ้มครอง — มันแปลว่าบริษัทจะไปตรวจสอบตอนเคลมแทน จุดเดียวที่ต่างคือ MSIG มีวงเงินเคลื่อนย้ายฉุกเฉินกรณี pre-existing แยกให้ 100,000–150,000 บาท ซึ่งน้อยแต่ไม่ใช่ศูนย์

ถัดมาคือกีฬาเสี่ยงและการแข่งขัน: ทั้งสามเจ้าไม่คุ้มครองกีฬาอาชีพ/การแข่งขันเป็นมาตรฐาน โดย Tune เขียนชัดว่าไม่คุ้มครองการแข่งขันกีฬาทุกประเภททั้งอาชีพและสมัครเล่น (ยกเว้นกอล์ฟ) ส่วน MSIG เป็นเจ้าเดียวที่เปิดให้ซื้อ Add-on "Sport Care" เพิ่มความคุ้มครองกีฬาอันตรายอย่างบันจี้จัมพ์หรือบอลลูนได้ — ถ้าทริปยุโรปของคุณมีสกีหรือกิจกรรมผาดโผน ให้เปิดนิยามกีฬาในกรมธรรม์ของแผนนั้น ๆ ก่อนซื้อทุกครั้ง อย่าเดาเอาเอง

สุดท้ายคือสองข้อที่ซ่อนอยู่ในหมายเหตุ: (1) รายชื่อประเทศยกเว้น — ทั้ง MSIG และ Tune ตัดรัสเซีย ยูเครน อิสราเอล ออกจากความคุ้มครองทั้งประเทศ (MSIG ยังยกเว้นอิหร่าน เกาหลีเหนือ และเนปาลเฉพาะการไต่หน้าผา/ปีนเขา) ฝั่ง AXA ตัดรัสเซียทั้งประเทศเช่นกัน แต่ยูเครนตัดเฉพาะบางภูมิภาค (เช่น โดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคอร์ซอน ซาโปริซเซีย) — สรุปคือรายชื่อประเทศยกเว้นของแต่ละเจ้า "ไม่เหมือนกัน" ถ้าแผนเดินทางของคุณแวะนอกเขตเชงเก้น ต้องเปิดรายชื่อของแผนที่จะซื้อเอง (2) ทุกเจ้าบังคับว่าทริปต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ประเทศไทย — ซื้อจากไทยแล้วบินต่อจากประเทศอื่นเป็นช่องที่เคลมไม่ได้

ทุกเจ้าลดวงเงินค่ารักษาในช่วงอายุ 76–80 ปี — MSIG ทุกแผนเหลือ 1.5 ล้านบาท "เท่าเกณฑ์ €30,000 พอดี" ส่วน Tune แผน M/L เหลือ 1.5 ล้าน และ XL เหลือ 2.25 ล้านบาท ถ้าพาพ่อแม่สูงวัยไปด้วย ให้เปิดแถว "ช่วงอายุของท่าน" ในตาราง ไม่ใช่แถวอายุมาตรฐาน และเผื่อใจสอบถามสถานทูต/VFS ว่ารับวงเงินที่เท่าเกณฑ์พอดีหรือไม่

ถ้ายื่นวีซ่าแล้วไม่ผ่าน เบี้ยประกันได้คืนไหม?

ข่าวดีคือทั้งสามเจ้าคืนเบี้ยกรณีวีซ่าไม่ผ่าน แต่เงื่อนไขวิธีขอคืนต่างกันและเป็นจุดที่คนพลาดจริง: AXA คืนเบี้ยเต็มจำนวน แต่ต้องแจ้งบริษัท "ก่อนวันเริ่มความคุ้มครอง" พร้อมแนบสำเนากรมธรรม์ หนังสือปฏิเสธจากสถานทูต และพาสปอร์ต ส่งทางอีเมลตามที่ FAQ ระบุ — ถ้ารู้ผลวีซ่าช้าจนเลยวันเริ่มคุ้มครอง สิทธิ์นี้หายทันที MSIG คืนเบี้ยเต็มเช่นกัน และมีจุดสะดวกคือออกใบรับรองการประกันภัย (Insurance Certificate) ให้ทางอีเมลใช้ยื่นสถานทูตได้เลย บวก Add-on "Visa Care" ที่ชดเชยค่าธรรมเนียมวีซ่าถ้าถูกปฏิเสธ (ราว 2,500–3,000 บาทตามแผน) แต่ต้องซื้อก่อนเดินทางอย่างน้อย 20 วัน ส่วน Tune ระบุในโบรชัวร์ว่ากรมธรรม์รายเที่ยวที่ออกแล้วยกเลิกไม่ได้เบี้ยคืน "เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่า" — คืนได้เหมือนกัน และแผน L/XL มีผลประโยชน์ถูกปฏิเสธวีซ่าเพิ่มอีก 1,000 บาท

บทเรียนอ่านตารางข้อนี้: คำว่า "คืนเบี้ยถ้าวีซ่าไม่ผ่าน" ในโฆษณาไม่พอ — ต้องหาต่อว่า "ต้องแจ้งภายในเมื่อไหร่ ใช้เอกสารอะไร" เพราะเงื่อนไขเวลา (deadline) คือตัวตัดสิทธิ์จริง แนะนำตั้งวันเริ่มคุ้มครองให้ห่างจากวันนัดสัมภาษณ์วีซ่ามากพอที่จะรู้ผลก่อน

เสียงผู้ใช้จริงบน Pantip บอกอะไรเรื่องการเคลม?

ตารางความคุ้มครองคือคำสัญญา แต่การเคลมคือของจริง และทั้งสามแบรนด์มีข้อร้องเรียนจากผู้ใช้ไทยให้ศึกษา: AXA มีกระทู้ผู้ใช้ที่ถูกปฏิเสธเคลมประกันเดินทางจนตัดสินใจร้องเรียนต่อ คปภ. (Pantip topic/42021926) และกระทู้ร้องเรียนการปฏิเสธเคลมอีกกรณี (topic/38066054) MSIG มีกระทู้เตือนเรื่อง "เงื่อนไขการเคลมที่ต้องอ่านโดยละเอียดก่อนซื้อ" จากเคสไฟลต์ถูกเปลี่ยน/ยกเลิกที่เงื่อนไขจริงยิบย่อยกว่าหน้าโฆษณา (topic/36548524) ส่วน Tune Protect มีเสียงบ่นเรื่องติดต่อยากและดำเนินการช้าในกระทู้ประกันเดินทาง (topic/40828761) และมีเคสลักษณะเดียวกันจากประกันโควิดปี 2564 — เป็นคนละผลิตภัณฑ์กับประกันเดินทาง แต่สะท้อนช่องทางติดต่อ/บริการของบริษัทเดียวกัน (topic/41039153) นอกจากนี้ยังมีกระทู้ผู้ใช้ประกันเดินทางรายหนึ่งซึ่งไม่ระบุแบรนด์ ที่ได้ชดเชยไฟลต์ดีเลย์น้อยกว่าที่คาด เพราะอ่านนิยามการจ่าย "ต่อทุก 6 ชั่วโมงเต็ม" ผิด (topic/39110846) — นิยามแบบนับต่อชั่วโมงเต็มลักษณะนี้มีอยู่ในโบรชัวร์ Tune ด้วย จึงเป็นบทเรียนอ่านตารางที่ใช้ได้กับทุกแบรนด์

ความแฟร์ต่อทุกแบรนด์: กระทู้เดี่ยว ๆ ไม่ใช่สถิติ และทุกบริษัทประกันขนาดใหญ่ย่อมมีทั้งเคสเคลมผ่านและไม่ผ่าน สิ่งที่เสียงเหล่านี้สอนได้จริงคือ "จุดที่คนพลาดซ้ำ ๆ": นิยามชดเชยดีเลย์แบบนับต่อ 6 ชั่วโมงเต็ม เงื่อนไขไฟลต์เปลี่ยน/ยกเลิกที่แคบกว่าที่คิด และ deductible ที่ทำให้เงินชดเชยจริงน้อยกว่าตัวเลขหัวตาราง ถ้าเจอปัญหาการเคลมที่คุยกับบริษัทไม่จบ ช่องทางร้องเรียนของผู้บริโภคไทยคือสายด่วน คปภ. 1186 ส่วนเบอร์ติดต่อบริษัท: AXA 02-118-8111 · MSIG Assist +66 2039 5704 · Tune Protect 1183

สรุป: อ่านตารางความคุ้มครองเองยังไงให้ไม่พลาด?

ทั้งหมดที่เทียบมา กลั่นเป็นเช็คลิสต์ 6 ข้อที่ใช้ได้กับทุกแบรนด์ ทุกปี ไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน:

  • 1) อย่าเริ่มจากราคาโฆษณา "เริ่มต้น" — เช็คก่อนว่าแผนราคานั้นบริษัทระบุว่ายื่นเชงเก้นได้ไหม (AXA 135 บ. และ Tune S คือตัวอย่างแผนที่ยื่นไม่ได้)
  • 2) เปิดแถวค่ารักษาพยาบาลของ "ช่วงอายุตัวเองและผู้ร่วมทริป" — ทุกเจ้าลดวงเงินช่วง 76–80 ปี บางแผนเหลือเท่าเกณฑ์ 1.5 ล้านบาทพอดี
  • 3) ถ้าเห็นแผนตระกูล "VISA" ราคาถูก ให้รู้ว่าถูกเพราะตัดหมวดเดินทางออก — ไม่มียกเลิกทริป ดีเลย์ กระเป๋า ถามตัวเองว่าทริปนี้จองล่วงหน้าไปเท่าไหร่
  • 4) ไล่หาคำว่า "ความรับผิดส่วนแรก / deductible" และนิยามการจ่ายชดเชยดีเลย์ (เช่น จ่ายต่อทุก 6 ชั่วโมงเต็ม) ในหมายเหตุท้ายตาราง — เช่นหมวดกระเป๋าของ Tune มี deductible 600 บ. และเพดาน 10,000 บ./ชิ้น นี่คือส่วนต่างระหว่างตัวเลขหัวตารางกับเงินที่ได้จริง
  • 5) เช็คข้อยกเว้น 3 ชุดเสมอ: โรค/สภาพที่เป็นมาก่อน (ไม่คุ้มทุกเจ้า), กีฬาเสี่ยง/การแข่งขัน (MSIG ซื้อ Sport Care เพิ่มได้), และรายชื่อประเทศยกเว้น — รัสเซียโดนตัดทุกเจ้า ส่วนยูเครน MSIG/Tune ตัดทั้งประเทศ (AXA ตัดเฉพาะบางภูมิภาค) เปิดรายชื่อของแผนที่จะซื้อเสมอเพราะแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน
  • 6) อ่านเงื่อนไขคืนเบี้ยกรณีวีซ่าไม่ผ่านให้จบ — โดยเฉพาะ deadline การแจ้ง (AXA ต้องแจ้งก่อนวันเริ่มคุ้มครอง) และเอกสารที่ต้องแนบ

ถ้าให้สรุปภาพรวมแบบไม่เชียร์ใคร: AXA มีแผนยื่นเชงเก้นที่เบี้ยเริ่มต่ำสุดในสามเจ้าและแบรนด์เครือข่ายใหญ่ แต่หมวดยกเลิกทริปมีเฉพาะแผนแพง และแผนสูงสุดรับถึงอายุ 70 · MSIG มีตารางละเอียดที่สุด แผนครบตั้งแต่ bare-minimum ถึงพรีเมียม (ยกเลิกทริปสูงสุด 500,000 บ.) และเป็นเจ้าเดียวที่มีวงเงิน pre-existing กับ Add-on กีฬาเสี่ยง แต่แผนถูกสุดโล่งมากและเงื่อนไขเคลมยิบย่อย · Tune ราคาเข้าใจง่ายและรับอายุกว้าง แต่หมวดเดินทางบางและมี deductible หลายจุด — แผนที่ "ใช่" ขึ้นกับว่าทริปของคุณกลัวอะไรมากที่สุด: ค่ารักษา ค่าทริปที่จองไป หรือความง่ายตอนเคลม บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลขทั้งหมดเป็นประมาณการ ณ วันที่ตรวจสอบและไม่ผูกพัน โปรดยึดกรมธรรม์และใบเสนอราคาจริงของบริษัทเป็นหลัก