รายได้ของฟรีแลนซ์มาเป็นก้อน บางเดือนงานล้น บางเดือนเงียบกริบ และไม่มีบริษัทไหนคอยหักเงินสมทบประกันสังคมให้เหมือนพนักงานประจำ พอป่วยจนรับงานไม่ได้สักสัปดาห์ หรือเริ่มคิดเรื่องตอนแก่ขึ้นมา หลายคนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่มี "ตาข่าย" รองรับอะไรเลย ประกันสังคม มาตรา 40 คือช่องทางที่ออกแบบมาให้คนทำงานอิสระสมัครเองและจ่ายเองได้ เดือนละ 70–300 บาท และเพิ่งมีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ครั้งใหญ่ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 บทความนี้พาไปดูว่ามันคุ้มครองอะไร ต่างจาก ม.33/ม.39 ตรงไหน และจะคิดว่า "คุ้มไหม" กับชีวิตเราอย่างไร

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าและไม่ใช่ตัวแทนของสำนักงานประกันสังคม ข้อมูลนี้เป็นการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลขเงินสมทบและสิทธิประโยชน์อ้างอิงข้อมูล ณ มิถุนายน 2569 และอาจปรับได้ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม โปรดตรวจเงื่อนไขล่าสุดที่ sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ก่อนสมัครเสมอ

ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันอย่างไร เราอยู่มาตราไหน

ก่อนจะตอบว่า ม.40 คุ้มไหม ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเข้าได้ทาง "มาตรา" ไหน เพราะคนทำงานในไทยเข้าระบบประกันสังคมได้หลายแบบ และฟรีแลนซ์ที่ไม่เคยเป็นลูกจ้างประจำมาก่อน ตามปกติจะเข้าได้ทาง ม.40 เป็นหลัก ส่วนคนที่เพิ่งลาออกจากงานประจำมีอีกทางเลือกที่หลายคนมองข้าม

เปรียบเทียบ 3 มาตราแบบเข้าใจง่าย
มาตราใครใช้ใครจ่ายสมทบเงินสมทบโดยย่อ
ม.33ลูกจ้างที่มีนายจ้างลูกจ้าง + นายจ้าง + รัฐ ช่วยกันหักจากเงินเดือน 5% (สูงสุดราว 750 บาท/เดือน ตามฐานเดิม)
ม.39เคยเป็น ม.33 (ส่งสมทบ ≥12 เดือน) แล้วลาออก ขอส่งต่อเองผู้ประกันตนจ่ายเอง432 บาท/เดือน (ฐานสมมติ 4,800 บาท) ต้องสมัครภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน
ม.40ฟรีแลนซ์/อาชีพอิสระ ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน ม.33/ม.39ผู้ประกันตนจ่ายเอง + รัฐร่วมสมทบบางส่วน70 / 100 / 300 บาท/เดือน เลือกทางเลือกได้ สมัครใจ

จุดสำคัญสำหรับคนเพิ่งลาออก: ถ้าเคยอยู่ ม.33 และส่งสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน อย่าเพิ่งรีบสมัคร ม.40 ลองพิจารณา ม.39 ก่อน เพราะสิทธิรักษาพยาบาลและคลอดบุตรจะต่อเนื่องและครอบคลุมกว่า แต่ต้องสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันออกจากงาน ไม่งั้นสิทธิ ม.39 จะหลุดและกลับไปใช้ฐานเดิมไม่ได้ (เงินสมทบ ม.39 ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 = 432 บาท/เดือน — ตรวจล่าสุดที่ sso.go.th)

ม.40 มี 3 ทางเลือก จ่ายเท่าไหร่ ได้อะไร

เสน่ห์ของ ม.40 คือเลือกทางเลือกได้ตามกำลังจ่ายและความคุ้มครองที่อยากได้ มี 3 ทางเลือก เงินสมทบคงที่ทั่วประเทศที่ 70 / 100 / 300 บาทต่อเดือน (รัฐร่วมสมทบบางส่วน) ตารางนี้สรุปกรณีที่แต่ละทางเลือกคุ้มครอง

3 ทางเลือก ม.40 — เงินสมทบและกรณีที่คุ้มครอง (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
รายการทางเลือก 1ทางเลือก 2ทางเลือก 3
เงินสมทบ/เดือน70 บาท100 บาท300 บาท
เจ็บป่วย (เงินทดแทนการขาดรายได้)คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
ทุพพลภาพคุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
เสียชีวิต (ค่าทำศพ)คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
ชราภาพ (บำเหน็จ เงินก้อนตอนอายุครบ 60)ไม่มีมีมี (สมทบมากขึ้น)
สงเคราะห์บุตรไม่มีไม่มีมี

เข้าใจผิดกันบ่อยมาก: ม.40 ไม่ได้ให้สิทธิ "รักษาพยาบาลฟรี" แบบ ม.33 เพราะออกแบบให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิบัตรทอง (หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สปสช.) ในการรักษาอยู่แล้ว สิ่งที่ ม.40 ให้คือ "เงินทดแทนการขาดรายได้" เวลานอนโรงพยาบาลหรือหยุดงานเพราะป่วย — เป็นเงินชดเชยรายได้ที่หายไป ไม่ใช่ค่ารักษา

สิทธิประโยชน์ที่เพิ่งปรับขึ้น มีผล 1 มกราคม 2569

การวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงระยะยาว

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ ม.40 หลายรายการ โดยมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ที่สำคัญคือเงินสมทบยัง "คงเดิม" ที่ 70/100/300 บาท แต่เงินชดเชยและความคุ้มครองหลายส่วนเพิ่มขึ้น ตัวเลขด้านล่างเป็นข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ควรยืนยันรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่ sso.go.th อีกครั้ง

สิทธิที่ปรับเพิ่ม ม.40 — ของเดิม vs. ปัจจุบัน (มีผล 1 ม.ค. 2569)
รายการเดิมปัจจุบัน (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569)
เจ็บป่วย: นอน รพ. ผู้ป่วยใน200 บาท/วัน300 บาท/วัน
เจ็บป่วย: ตรวจรักษา (มีใบรับรองแพทย์)50 บาท/ครั้ง200 บาท/ครั้ง
ค่าทำศพ (ทางเลือก 1 และ 2)20,000 บาท25,000 บาท
ทุพพลภาพ (เงินทดแทนรายเดือน)สูงสุด ~1,000 บาท/เดือนสูงสุดถึง 2,000–3,000 บาท/เดือน (ตามทางเลือก/ระยะสมทบ)
สงเคราะห์บุตร (ทางเลือก 3)200 บาท/เดือน/คน ถึงอายุ 6 ปี300 บาท/เดือน/คน ถึงอายุ 7 ปี (สูงสุด 2 คน)

จำนวนวันที่ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีนอนโรงพยาบาลก็ขยายเพดานขึ้นด้วย (ทางเลือก 1–2 ได้สูงสุดราว 30 วัน/ปี และทางเลือก 3 ได้มากกว่านั้น) แต่จำนวนวันและเงื่อนไขสิทธิ (เช่น ต้องส่งสมทบครบกี่เดือนก่อนเจ็บป่วย) มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ปรับได้ จึงควรตรวจกับ sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ก่อนยึดเป็นตัวเลขสุดท้าย

เงินสมทบ ม.40 ต่อปี 3 ทางเลือก (เงินสมทบคงที่ ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) (บาท/ปี)
ทางเลือก 1 (70/เดือน)
840
ทางเลือก 2 (100/เดือน)
1,200
ทางเลือก 3 (300/เดือน)
3,600

แล้ว "คุ้มไหม" — วิธีคิดสำหรับชีวิตอิสระ

คำว่าคุ้มไม่มีคำตอบเดียว เพราะขึ้นกับว่าชีวิตเราต้องการ "ตาข่าย" ตรงไหนมากที่สุด ลองตอบคำถามเหล่านี้กับตัวเองเพื่อจับทิศก่อนเลือกทางเลือก

  • ถ้าป่วยจนนอน รพ. หรือหยุดรับงาน 1–2 สัปดาห์ เรามีเงินสำรองพอประคองไหม ถ้าไม่ เงินทดแทนการขาดรายได้ของ ม.40 ช่วยเติมรายได้ที่หายไปได้บางส่วน
  • อยากมีเงินก้อน (บำเหน็จ) ไว้ตอนอายุครบ 60 ไหม ถ้าใช่ ทางเลือก 2 หรือ 3 ที่มีกรณีชราภาพจะตรงกว่า ทางเลือก 1
  • มีลูกเล็กที่ต้องดูแลไหม เฉพาะทางเลือก 3 ที่มีเงินสงเคราะห์บุตร
  • งบเดือนละ 70–300 บาท กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือนไหม ถ้าไม่ ถือเป็นต้นทุน "ตาข่ายกันล้ม" ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ลดลง

มุมมองแบบวางแผนเงิน (เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล): ม.40 ไม่ใช่ "การลงทุน" ที่หวังผลตอบแทน แต่เป็นเครื่องมือ "กระจายความเสี่ยง" ราคาถูก ที่ช่วยไม่ให้เหตุการณ์ป่วยหรืออุบัติเหตุครั้งเดียวทำให้กระแสเงินสดทั้งเดือนพังลง สำหรับคนรายได้ไม่แน่นอน การมีเงินชดเชยรายได้ระหว่างหยุดงานช่วยลดแรงกระแทกได้จริง ควบคู่ไปกับเงินสำรองฉุกเฉิน 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือน (กลุ่มฟรีแลนซ์รายได้ไม่สม่ำเสมอมักแนะกัน 6–12 เท่า)

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ บางช่วงรัฐมีมาตรการ "ลดเงินสมทบ" ชั่วคราว (เช่นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติ) ทำให้จ่ายถูกลงไปอีกระยะหนึ่ง แต่มาตรการแบบนี้เปลี่ยนตามนโยบายรายครั้ง จึงควรเช็กหน้าเว็บ sso.go.th ทุกครั้งก่อนสมัคร และอย่ายึดตัวเลขเก่าที่เคยเห็นจากบทความเก่า ๆ

ม.40 อย่างเดียวพอไหม — ช่องว่างที่ต้องเติม

ม.40 เป็นฐานที่ดีและถูก แต่ "ไม่ได้ครอบคลุมทุกความเสี่ยง" เพราะเน้นชดเชยรายได้ระยะสั้นและเงินก้อนเล็กตอนแก่ ถ้าชีวิตเรามีความเสี่ยงก้อนใหญ่กว่านั้น เช่น โรคร้ายแรงที่ค่ารักษาหลักแสน หรือเป้าหมายเงินเกษียณก้อนใหญ่ ก็ต้องวางแผนเพิ่มแยกต่างหาก ตารางนี้ช่วยให้เห็นว่า ม.40 ปิดความเสี่ยงแต่ละด้านได้แค่ไหน

ม.40 ครอบคลุมแค่ไหน vs. สิ่งที่ต้องเติมเอง
ความเสี่ยงม.40 ช่วยได้แค่ไหนทางเติมเต็ม (แนวทางทั่วไป)
ป่วยทั่วไป หยุดงานสั้น ๆช่วยได้ (เงินทดแทนการขาดรายได้)พอสำหรับเคสเบา
ค่ารักษาก้อนใหญ่/โรคร้ายช่วยน้อย ใช้สิทธิบัตรทอง (สปสช.) เป็นหลักศึกษาประกันสุขภาพ/โรคร้ายแรงเพิ่ม
เงินเกษียณก้อนเล็ก (บำเหน็จชราภาพ)ออมเพิ่ม/วางแผนระยะยาว เช่น กองทุนรวม
รายได้ขาดช่วงนานจำกัด (มีเพดานวันต่อปี)เงินสำรองฉุกเฉิน 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็น

เรื่องประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง หรือกองทุนรวมเพื่อเกษียณ KUMKRONG ให้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่แนะนำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่งเป็นการเฉพาะ และผลตอบแทนของการลงทุนไม่ได้รับประกัน ก่อนตัดสินใจผลิตภัณฑ์การเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับ ควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาตและอ่านเงื่อนไขจากบริษัทผู้ออกผลิตภัณฑ์โดยตรง

สรุปสำหรับฟรีแลนซ์: ถ้าตอนนี้ยังไม่มีตาข่ายอะไรเลย การสมัคร ม.40 มักเป็นก้าวแรกที่จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ลดลง เลือกทางเลือก 2 หรือ 3 ถ้าอยากได้เงินชราภาพหรือสงเคราะห์บุตรด้วย แล้วค่อย ๆ เติมประกันสุขภาพและเงินสำรองตามกำลัง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตรวจเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ล่าสุดที่ sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ก่อนกดสมัคร เพราะตัวเลขในปี 2569 เพิ่งปรับใหม่และยังอาจเปลี่ยนได้อีก