บิลค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่คนไทยจ่ายทุกเดือนตลอดชีวิต แต่เป็นบิลที่คนอ่านไม่ออกมากที่สุดใบหนึ่ง เพราะเลขที่เห็นบนกระดาษไม่ใช่ 'อัตราค่าไฟ' ตัวเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของสี่บรรทัดที่ซ้อนกันอยู่ ได้แก่ ค่าพลังงานไฟฟ้าแบบขั้นบันได ค่าบริการรายเดือนที่คงที่ ค่า Ft ที่เปลี่ยนทุกสี่เดือน และภาษีมูลค่าเพิ่มที่บวกทับทั้งสามบรรทัดข้างบน คนส่วนใหญ่จำได้แค่ตัวเลขที่ข่าวพาดหัว แล้วก็งงว่าทำไมบิลจริงไม่ตรงกับที่คำนวณในหัว

รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นรอบแรกที่โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยแบบใหม่มีผลจริง หน้าอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 ของการไฟฟ้านครหลวงระบุไว้ตรงตัวว่า 'อัตราค่าไฟฟ้าใหม่นี้เริ่มใช้ตั้งแต่ค่าไฟฟ้า ประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป' สังเกตคำว่า 'ค่าไฟฟ้าประจำเดือน' ซึ่งเป็นหน่วยของรอบบิล ไม่ใช่หน่วยของวัน ส่วนวันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่ข่าวหลายสำนักพาดหัวนั้นไม่ได้ขัดกับประกาศ มันคือวันที่ใบแจ้งค่าไฟของรอบนั้นเริ่มทยอยออก ไม่ใช่เส้นตายที่คุณต้องใช้ไฟให้ทันเพื่อรับอัตราใหม่ ตัวชี้ขาดจึงเป็นรอบบิลของคุณ ไม่ใช่วันที่คุณเปิดแอร์ หัวข้อ 'บิลใบแรกของอัตราใหม่' ข้างล่างลงรายละเอียดว่าบิลใบนั้นคิดอย่างไรและคุณตรวจเองได้ตรงไหน

อัตราใหม่เริ่มที่รอบบิลเดือน ก.ย. 2569 · การใช้ไฟ 200 หน่วยแรกคิดที่ไม่เกิน 3.0000 บาท/หน่วย · ขั้น 201–400 ลดจาก 4.2218 เหลือ 4.1584 และ 401 หน่วยขึ้นไปลดจาก 4.4217 เหลือ 4.3583 บาท/หน่วย · ค่า Ft งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569 อยู่ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย · ทุกอัตราข้างต้นยังไม่รวม Ft และยังไม่รวม VAT 7% · ผลรวมคือค่าไฟเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดจากประมาณ 3.95 เหลือประมาณ 3.86 บาท/หน่วย (ไม่รวม VAT) · ระวังสับสนกับอีกคู่หนึ่งที่ข่าวใช้: 'ค่าไฟฟ้าฐาน' ลดจาก 3.78 เหลือ 3.69 บาท/หน่วย ทั้งสองคู่คือตัวเลขชุดเดียวกันคนละชั้น เพราะค่าฐาน 3.69 + Ft 0.1623 ≈ 3.86 บาท/หน่วย (และ 3.78 + 0.1623 ≈ 3.95) ทั้งคู่ยังไม่รวม VAT

บิลค่าไฟไม่ได้มีบรรทัดเดียว มันมีสี่บรรทัด

ความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดเรื่องค่าไฟคือการคิดว่า 'ค่าไฟหน่วยละประมาณ 4 บาท' แล้วเอา 4 คูณจำนวนหน่วย ตัวเลขที่ได้จะต่ำกว่าบิลจริงเสมอ เพราะอัตราที่การไฟฟ้าประกาศเป็นแค่บรรทัดเดียวในสี่บรรทัด และหน้าอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟน. เขียนกำกับไว้ชัดว่า 'อัตราค่าไฟฟ้าข้างต้น เป็นอัตราที่เรียกเก็บรายเดือน ที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม' โดยยังต้องบวกค่า Ft เข้าไปอีกต่างหาก

บรรทัดแรกคือค่าพลังงานไฟฟ้า คิดแบบขั้นบันได (progressive) หมายความว่าหน่วยแรก ๆ ถูกกว่าหน่วยหลัง ๆ ไม่ใช่ว่าใช้เกินขั้นแล้วทั้งบิลกระโดดไปอัตราแพง บ้านที่ใช้ 300 หน่วย จะจ่าย 200 หน่วยแรกที่อัตราถูก แล้วจ่ายเฉพาะ 100 หน่วยที่เหลือที่อัตราขั้นถัดไป ความเข้าใจผิดข้อนี้พบบ่อยที่สุด และเป็นที่มาของข่าวแนว 'ใช้เกิน 400 หน่วยจะโดนคิดแพงทั้งบิล' ซึ่งไม่ถูกต้อง

บรรทัดที่สองคือค่าบริการรายเดือน เป็นค่าคงที่ที่เรียกเก็บไม่ว่าคุณจะใช้ไฟกี่หน่วย แม้ใช้ศูนย์หน่วยก็ยังต้องจ่าย บรรทัดที่สามคือค่า Ft (ค่าไฟฟ้าผันแปร) คิดจากจำนวนหน่วยทั้งหมดคูณอัตรา Ft ของงวดนั้น และบรรทัดที่สี่คือภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่คิดทับผลรวมของสามบรรทัดแรก ไม่ใช่คิดเฉพาะค่าพลังงาน ซึ่งแปลว่าคุณเสีย VAT บนค่าบริการรายเดือนและบน Ft ด้วย

โครงสร้างบิลค่าไฟบ้านอยู่อาศัย 4 บรรทัด และตัวเลขที่ใช้ในรอบบิล ก.ย. 2569
บรรทัดคิดจากอะไรตัวเลข ณ รอบบิล ก.ย. 2569ขยับเมื่อไร
1. ค่าพลังงานไฟฟ้าจำนวนหน่วยที่ใช้ × อัตราขั้นบันไดของประเภทผู้ใช้ไฟประเภท 1.2: 0–200 หน่วย 3.0000 · 201–400 หน่วย 4.1584 · 401 หน่วยขึ้นไป 4.3583 บาท/หน่วยเมื่อ กกพ. ปรับโครงสร้าง (นาน ๆ ครั้ง)
2. ค่าบริการรายเดือนคงที่ ไม่ขึ้นกับจำนวนหน่วยประเภท 1.1 = 8.19 บาท/เดือน · ประเภท 1.2 และ 1.3.2 = 24.62 บาท/เดือนคงที่ ตามตารางที่ กฟน. ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569
3. ค่า Ft (ค่าไฟฟ้าผันแปร)จำนวนหน่วยทั้งหมด × อัตรา Ft ของงวด16.23 สตางค์/หน่วย (0.1623 บาท/หน่วย) งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569ทุก 4 เดือน ปีละ 3 งวด
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม(บรรทัด 1 + 2 + 3) × 7%7%ครม. ขยายเวลาคงอัตรา 7% ถึง 30 ก.ย. 2570
อัตราค่าพลังงานและค่าบริการอ้างอิงหน้าอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 ของ กฟน. ฉบับที่ระบุว่าเริ่มใช้ตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือน ก.ย. 2569 · ค่า Ft อ้างอิงมติ กกพ. งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569

ค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย ใช้ได้ถึงบิลเดือน ธ.ค. 2569 เท่านั้น ค่า Ft งวด ม.ค.–เม.ย. 2570 ยังไม่ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569

ลำดับการคิดมีความหมาย เพราะ VAT คิดท้ายสุดจากยอดรวม ดังนั้นทุกบาทที่เพิ่มในบรรทัด 1–3 จะถูกคูณ 1.07 อีกทีเสมอ ค่าบริการรายเดือน 24.62 บาท เมื่อรวม VAT แล้วจริง ๆ คือ 26.34 บาท และค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย เมื่อรวม VAT แล้วคือ 17.37 สตางค์/หน่วย 'ต้นทุนต่อหน่วยจริง' ของบ้านคุณจึงสูงกว่าอัตราที่ประกาศเสมอ ไม่มีข้อยกเว้น

ตัวเลข 3.0000 / 4.1584 / 4.3583 บาทต่อหน่วยบนหน้าประกาศ เป็นค่าพลังงานเปล่า ๆ ยังไม่รวมค่า Ft และยังไม่รวม VAT 7% ถ้าจะได้ 'ราคาที่จ่ายจริงของหน่วยถัดไป' ต้องบวก Ft 0.1623 บาท แล้วคูณ 1.07 ได้เป็นสามตัวนี้ คือบ้านที่เดือนนั้นใช้ไม่เกิน 200 หน่วย: 3.38 บาท/หน่วย · ใช้ 201–400 หน่วย: 4.62 บาท/หน่วย · ใช้เกิน 400 หน่วย: 4.84 บาท/หน่วย (คำนวณโดย KUMKRONG จากอัตราประกาศ ณ ส.ค. 2569) ทุกครั้งที่หน้านี้พูดว่า 'อัตราส่วนเพิ่ม' หมายถึงสามตัวนี้ ให้พับหน้านี้ไว้แล้วย้อนกลับมาดู แทนที่จะจำตัวเลขซ้ำในแต่ละหัวข้อ

บิลค่าไฟแยกเป็นสี่บรรทัด: ค่าพลังงานตามขั้นบันได ค่าบริการรายเดือนที่คงที่ ค่า Ft ที่เปลี่ยนทุกสี่เดือน และ VAT 7% ที่คิดทับยอดรวมของสามบรรทัดแรก
บิลค่าไฟแยกเป็นสี่บรรทัด: ค่าพลังงานตามขั้นบันได ค่าบริการรายเดือนที่คงที่ ค่า Ft ที่เปลี่ยนทุกสี่เดือน และ VAT 7% ที่คิดทับยอดรวมของสามบรรทัดแรก

อ่านใบแจ้งค่าไฟของจริงทีละช่อง

สูตรกับกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะคุณไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คำอธิบายโครงใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่เรียบเรียงจากข้อมูลของสองการไฟฟ้าระบุว่า ใบแจ้งของ กฟภ. แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนของ กฟน. แบ่งย่อยกว่านั้นเป็นสี่ส่วน แต่ชุดข้อมูลที่พิมพ์อยู่เป็นชุดเดียวกัน คือข้อมูลทั่วไป (ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขที่ผู้ใช้ไฟฟ้า วัน-เวลาอ่านหน่วย) ข้อมูลการใช้ไฟ (เลขอ่านครั้งก่อน เลขอ่านครั้งหลัง จำนวนหน่วยที่ใช้ และกราฟประวัติการใช้ไฟย้อนหลัง) และรายการค่าไฟ (ค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าบริการ ค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สี่บรรทัดในสูตรของหัวข้อที่แล้วคือสี่บรรทัดในส่วนรายการค่าไฟนี้พอดี ไม่ว่าบิลของคุณจะนับส่วนเป็นสามหรือสี่

ช่องที่คนอ่านผ่านมากที่สุดคือ 'เลขอ่านครั้งก่อน' กับ 'เลขอ่านครั้งหลัง' ทั้งที่เป็นช่องเดียวที่ตรวจสอบย้อนได้ด้วยตาตัวเอง จำนวนหน่วยในบิลคือเลขอ่านครั้งหลังลบเลขอ่านครั้งก่อน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น อินโฟกราฟิกของ กฟน. อธิบายวิธีอ่านหน้าปัดไว้ว่ามิเตอร์ขนาด 5(15) และ 15(45) แอมป์ ให้อ่านโดยไม่นับหลักทศนิยม เช่นจาก 7660.5 ไปเป็น 7780.8 คือใช้ไป 120 หน่วย ส่วนมิเตอร์ 30(100) และ 50(150) แอมป์ ให้นับครบทั้งห้าหลัก เช่นจาก 75650 ไปเป็น 76750 คือใช้ไป 1,100 หน่วย ถ้าบิลเดือนไหนสูงผิดปกติ ให้เดินไปอ่านหน้าปัดจริงเทียบกับ 'เลขอ่านครั้งหลัง' บนบิลก่อนแจ้งการไฟฟ้า ครึ่งหนึ่งของข้อสงสัยจบตรงนี้ ส่วนอีกครึ่งมีลำดับการตรวจของมันอยู่ในหัวข้อ 'บิลสูงผิดปกติ' ข้างล่าง

กับดักที่ทำให้คนอ่านบิลแล้วงงที่สุดคือคำว่า 'ค่าไฟฟ้าฐาน' ที่ข่าวใช้ กับบรรทัดบนบิลของคุณเป็นคนละชั้นกัน ค่าไฟฟ้าฐานในข่าว (3.78 → 3.69 บาท/หน่วย) เป็นตัวเลขระดับโครงสร้างอัตรา ที่รวมต้นทุนโรงไฟฟ้า ระบบส่ง ระบบจำหน่ายไว้ทั้งก้อนแล้วเฉลี่ยต่อหน่วยทั้งประเทศ ส่วนบิลของคุณไม่ได้พิมพ์บรรทัดชื่อนี้ให้ตรวจ มันพิมพ์เป็น 'ค่าพลังงานไฟฟ้า' ตามขั้นบันไดของบ้านคุณเอง แปลว่าอย่าพยายามหารบิลตัวเองแล้วคาดหวังว่าจะได้ 3.69 ตัวเลขที่ควรได้คือค่าเฉลี่ยของบ้านคุณ ซึ่งสูงกว่าเสมอ เพราะมีค่าบริการ ค่า Ft และ VAT ปนอยู่

ช่องบนใบแจ้งค่าไฟฟ้า: อ่านว่าอะไร และตรวจอะไรได้
ช่องบนบิลหมายความว่าอะไรตรวจอะไรได้ด้วยตัวเอง
วัน-เวลาอ่านหน่วย (วันที่จดหน่วย)วันที่เจ้าหน้าที่หรือระบบจดเลขมิเตอร์ครั้งนี้เอาวันที่จดครั้งนี้ลบวันที่จดครั้งก่อน ได้จำนวนวันในรอบบิล ถ้ารอบนี้ยาวกว่ารอบก่อนหลายวัน หน่วยย่อมมากขึ้นเองโดยที่พฤติกรรมไม่เปลี่ยน
เลขอ่านครั้งก่อน / เลขอ่านครั้งหลังเลขบนหน้าปัดมิเตอร์ต้นรอบและปลายรอบเลขอ่านครั้งก่อนของบิลนี้ ต้องเท่ากับเลขอ่านครั้งหลังของบิลที่แล้วเป๊ะ ๆ ถ้าไม่ตรงคือมีปัญหาการจดหน่วย
ตัวคูณตัวคูณของเครื่องวัด บ้านทั่วไปเป็น 1 ส่วนตัวคูณที่มากกว่า 1 ใช้กับมิเตอร์ที่ต่อผ่านหม้อแปลงกระแส (CT) ซึ่งเป็นงานของผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ไม่ใช่บ้านพักอาศัยทั่วไปถ้าบ้านคุณเป็น 1 แล้วอยู่ ๆ กลายเป็นเลขอื่น ให้ถามการไฟฟ้า เพราะจำนวนหน่วยจะถูกคูณตามนั้น
จำนวนหน่วย (kWh)(เลขอ่านครั้งหลัง − เลขอ่านครั้งก่อน) × ตัวคูณคือตัวตั้งของทุกตารางในหน้านี้ ลองบวกลบเองได้ทันที
ค่าพลังงานไฟฟ้าจำนวนหน่วยคิดตามขั้นบันไดของประเภทผู้ใช้ไฟเทียบกับคอลัมน์ 'ค่าพลังงาน' ในตารางแยกบิลด้านล่างที่ระดับหน่วยใกล้เคียงกัน
ค่าบริการค่าคงที่รายเดือน 8.19 บาท (ประเภท 1.1) หรือ 24.62 บาท (ประเภท 1.2)ตัวเลขนี้บอกประเภทผู้ใช้ไฟของคุณได้เลย โดยไม่ต้องเดาจากจำนวนหน่วย
ค่า Ftจำนวนหน่วย × อัตรา Ft ของงวด (16.23 สตางค์/หน่วย งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569)เอาช่องนี้หารด้วยจำนวนหน่วย ต้องได้ประมาณ 0.1623 ถ้าไม่ใช่ แปลว่างวด Ft เปลี่ยนแล้ว
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%คิดจากผลรวมของสามบรรทัดข้างบนเอาสามบรรทัดบวกกันแล้วคูณ 0.07 ต้องได้ตรงกับช่องนี้
โครงบิลและรายการค่าไฟสี่บรรทัดอ้างอิงคำอธิบายใบแจ้งค่าไฟฟ้าของ กฟน./กฟภ. (กฟภ. สามส่วน · กฟน. สี่ส่วน ชุดข้อมูลเดียวกัน) · วิธีอ่านหน้าปัดมิเตอร์อ้างอิงอินโฟกราฟิกของ กฟน. · อัตราค่าบริการและ Ft ตรวจสอบ ณ 17 ส.ค. 2569

หน้าตาใบแจ้งค่าไฟต่างกันได้ตามช่องทางที่คุณรับบิล (กระดาษ / e-Bill / ในแอป) แต่ชุดข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน · ถ้าบิลของคุณไม่มีช่องใดเลย ให้เทียบกับบิลรูปแบบ PDF ใน MEA e-Bill หรือแอปของการไฟฟ้าในพื้นที่

ข้อสุดท้ายของหัวข้อนี้สำคัญกับทุกตารางที่เหลือ เพราะทั้งหน้านี้ให้คุณคำนวณจาก 'จำนวนหน่วยต่อเดือน' แต่คนส่วนใหญ่จำหน่วยของตัวเองไม่ได้ วิธีที่เร็วที่สุดคือดึงประวัติย้อนหลังจากแอปของการไฟฟ้า แอป MEA Smart Life แสดงประวัติได้สองแบบคือแบบ 'ค่าไฟฟ้า' (เป็นบาท) และแบบ 'จำนวนหน่วย' หน้าหลักย้อนหลังได้ 6 เดือน และถ้าเข้าเมนู 'เครื่องวัดฯ' ด้านล่างจอในฐานะเจ้าของเครื่องวัด จะย้อนได้ถึง 36 เดือน แตะที่แท่งกราฟแล้วแถบรายละเอียดจะขึ้นมา ส่วนพื้นที่ กฟภ. ใช้แอป PEA Smart Plus ในเมนูประวัติการใช้ไฟฟ้าแบบเดียวกัน จดหน่วยของ 12 เดือนล่าสุดใส่โน้ตไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านตารางข้างล่าง คุณจะเห็นทันทีว่าเดือนไหนของบ้านคุณตกอยู่ในขั้นราคาไหน

บิลใบแรกของอัตราใหม่ ตกลงคิดยังไง

คำถามที่จะโผล่มากที่สุดในเดือนกันยายนคือ ถ้ามิเตอร์บ้านผมถูกจดวันที่ 8 ก.ย. โดยรอบนั้นครอบคลุมการใช้ไฟตั้งแต่ 8 ส.ค. หน่วยทั้งก้อนได้อัตราใหม่ หรือถูกแบ่งครึ่งตามวันที่โครงสร้างเริ่มมีผล คำตอบที่ตรวจได้อยู่ในคำแถลงของรัฐบาล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุเมื่อ 23 กรกฎาคม 2569 ว่าจะเริ่มใช้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ 'กับการใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2569 และจะเรียกเก็บในใบแจ้งค่าไฟรอบเดือน ก.ย. 2569' พร้อมย้ำว่าผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทุกครัวเรือนได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียน

อ่านประโยคนั้นคู่กับข้อความบนหน้าอัตราของ กฟน. แล้วภาพตรงกัน หน่วยที่เดินในเดือนสิงหาคม 2569 คือหน่วยที่ไปโผล่บนบิลรอบเดือนกันยายน 2569 และบิลใบนั้นคิดด้วยอัตราชุดใหม่ทั้งใบ ไม่ได้ถูกหั่นครึ่งรอบตามวันที่ประกาศ เหตุผลเชิงโครงสร้างก็สอดคล้องกัน เพราะทั้งสองการไฟฟ้าประกาศจุดเริ่มเป็น 'ค่าไฟฟ้าประจำเดือน' และขั้นบันไดค่าไฟก็คิดจากหน่วยทั้งรอบเรียงเข้าขั้นชุดเดียวอยู่แล้ว การหั่นครึ่งรอบจะทำให้ขั้นบันไดถูกนับสองรอบในบิลใบเดียว ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ประกาศไว้

ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ผูกพันคือบิลของคุณเอง ไม่ใช่คำแถลง และบิลตอบคำถามนี้ได้ในบรรทัดเดียว ให้เปิดส่วน 'รายการค่าไฟ' ของบิลรอบเดือน ก.ย. 2569 แล้วดูบรรทัดค่าพลังงานไฟฟ้า ถ้ารอบบิลถูกแบ่งครึ่งจริง บรรทัดค่าพลังงานจะปรากฏเป็นสองชุดในบิลใบเดียว คือชุดอัตราเดิมสำหรับหน่วยช่วงต้นรอบ และชุดอัตราใหม่สำหรับหน่วยช่วงท้ายรอบ ถ้าเห็นเป็นการคิดขั้นบันไดชุดเดียวที่ไล่จากหน่วยแรกถึงหน่วยสุดท้ายของรอบ แปลว่าทั้งรอบใช้อัตราใหม่ วิธีตรวจซ้ำที่เร็วกว่านั้นคือเอาจำนวนหน่วยบนบิลใบนั้นไปเทียบยอดกับตารางแยกบิลในหัวข้อ 'ตารางบิลจริง' ถ้าตรงกันในระดับไม่กี่บาท แปลว่าทั้งรอบคิดด้วยอัตราใหม่แล้ว

หนึ่ง ช่องค่าบริการ ต้องเป็น 8.19 บาท (ประเภท 1.1) หรือ 24.62 บาท (ประเภท 1.2) ตัวเลขนี้บอกประเภทผู้ใช้ไฟของคุณ · สอง ช่องค่า Ft หารด้วยจำนวนหน่วย ต้องได้ประมาณ 0.1623 บาท/หน่วย ถ้าไม่ใช่ แปลว่างวด Ft เปลี่ยนแล้วและตัวเลขในหน้านี้ต้องคำนวณใหม่ · สาม บรรทัดค่าพลังงานไฟฟ้า ต้องเป็นการไล่ขั้นบันไดชุดเดียวของทั้งรอบ ไม่ใช่สองชุดในใบเดียว ถ้าเจอสองชุดเมื่อไร นั่นคือหลักฐานว่ารอบบิลของคุณถูกแบ่งตามวันที่จริง และควรถามการไฟฟ้าให้ชี้แจงวิธีคิดของบิลใบนั้น

จำนวนวันในรอบบิล: คำอธิบายของ 'ทำไมเดือนนี้แพงขึ้นทั้งที่ใช้เท่าเดิม'

ขั้นบันไดค่าไฟคิดต่อ 'รอบบิล' ไม่ใช่ต่อ 30 วัน และรอบบิลจริงไม่ได้ยาวเท่ากันทุกเดือน เพราะขึ้นกับว่าเจ้าหน้าที่เดินจดหน่วยวันไหน รอบหนึ่งอาจ 28 วัน อีกรอบอาจ 34–35 วัน ผลที่ตามมาเป็นคณิตศาสตร์ล้วน ๆ บ้านที่ใช้ไฟสม่ำเสมอวันละ 6.5 หน่วย ในรอบ 28 วันจะได้ 182 หน่วย ซึ่งยังอยู่ในขั้น 3.0000 บาททั้งหมด แต่ในรอบ 35 วันจะได้ 227.5 หน่วย ซึ่งมี 27.5 หน่วยตกไปอยู่ขั้น 4.1584 บาท บิลจึงแพงขึ้นทั้งที่พฤติกรรมไม่ได้เปลี่ยนเลยสักนิดเดียว คำอธิบายอันดับหนึ่งของบิลที่ 'แพงขึ้นแบบไม่มีเหตุผล' คือข้อนี้ ก่อนจะสรุปว่าเดือนนี้ใช้ไฟเปลือง จึงต้องหารด้วยจำนวนวันก่อนเสมอ

เอา 'จำนวนหน่วย ÷ จำนวนวันในรอบบิล' ของแต่ละเดือนมาเทียบกัน แทนที่จะเทียบยอดหน่วยดิบ ๆ จำนวนวันหาได้จากวันที่จดหน่วยของบิลนี้ลบวันที่จดหน่วยของบิลก่อน · ถ้าหน่วยต่อวันเท่าเดิมแต่บิลแพงขึ้น แปลว่าเป็นเรื่องความยาวรอบบิล ไม่ใช่พฤติกรรม · ถ้าหน่วยต่อวันสูงขึ้นจริง ค่อยไปไล่หาว่าเครื่องไหนเป็นตัวการ

แล้วการไฟฟ้าเฉลี่ยขั้นบันไดหรือค่าบริการรายเดือนตามจำนวนวันให้หรือไม่ ตรงนี้เราต้องรายงานตามที่ตรวจได้จริง เราไล่อ่านหน้าอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 ของ กฟน. ทั้งหน้ารวมหมายเหตุท้ายตาราง หน้าการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้า และอินโฟกราฟิกเรื่องการอ่านมิเตอร์ของ กฟน. แล้วไม่พบข้อความใดที่ระบุว่ามีการเฉลี่ยขั้นบันได (pro-rate) หรือเฉลี่ยค่าบริการรายเดือนตามจำนวนวันสำหรับรอบบิลที่สั้นหรือยาวกว่าปกติ เราจึงไม่เขียนว่ามีหรือไม่มี สิ่งที่ยืนยันได้คือกลไกที่อธิบายไปข้างบนเป็นจริงเสมอ: หน่วยทั้งหมดในรอบบิลถูกนำมาเรียงเข้าขั้นบันไดชุดเดียว ถ้าบิลของคุณมีรอบยาวผิดปกติแล้วต้องการคำตอบที่ผูกพัน ให้แจ้ง กฟน. 1130 หรือ กฟภ. 1129 พร้อมเลขที่ผู้ใช้ไฟฟ้า แล้วขอให้ระบุจำนวนวันของรอบบิลนั้นและวิธีคิดที่ใช้ให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร

บิลสูงผิดปกติ: ลำดับการตรวจก่อนร้องเรียน และสิทธิที่คุณมีถ้ามิเตอร์ผิด

เมื่อบิลเดือนหนึ่งพุ่งขึ้นแบบไม่มีคำอธิบาย คนส่วนใหญ่ข้ามไปที่ข้อสรุปว่า 'มิเตอร์เพี้ยน' ทันที ทั้งที่ลำดับการตรวจที่ถูกต้องมีสี่ขั้นและมิเตอร์อยู่ขั้นสุดท้าย ขั้นที่หนึ่ง เทียบจำนวนวันของรอบบิลตามวิธีในหัวข้อที่แล้ว ขั้นที่สอง ดูว่า 'เลขอ่านครั้งก่อน' ของบิลใบนี้ตรงกับ 'เลขอ่านครั้งหลัง' ของบิลใบก่อนเป๊ะหรือไม่ ถ้าไม่ตรง ปัญหาอยู่ที่การจดหน่วย ไม่ใช่ที่การใช้ไฟ ขั้นที่สาม เดินไปอ่านหน้าปัดจริงเทียบกับเลขอ่านครั้งหลังบนบิล ผลต่างต้องอธิบายได้ด้วยจำนวนวันที่ผ่านไป ขั้นที่สี่ค่อยทดสอบว่าเครื่องวัดเดินเองหรือเปล่า

การทดสอบขั้นที่สี่ทำได้เองและใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง จดตัวเลขบนหน้าปัดไว้ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น แล้วสับเบรกเกอร์เมนของบ้านลง รอสัก 15–30 นาที แล้วกลับไปอ่านหน้าปัดซ้ำ ถ้าตัวเลขหยุดนิ่งสนิท แปลว่าเครื่องวัดนับตามโหลดจริงของบ้าน หน่วยที่หายไปจึงมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และงานถัดไปคือไล่หาว่าเครื่องไหน แต่ถ้าตัวเลขยังขยับหรือไฟสถานะยังกะพริบเป็นจังหวะทั้งที่ตัดไฟทั้งบ้านแล้ว นั่นคือหลักฐานชิ้นแรกที่มีน้ำหนักพอจะขอให้การไฟฟ้าเข้ามาตรวจ ถ่ายวิดีโอไว้ด้วย ข้อควรระวังสองข้อ: การสับเบรกเกอร์เมนทำให้ตู้เย็นและอุปกรณ์ที่ต้องมีไฟตลอดดับไปด้วย ถ้าในบ้านมีอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือของที่ห้ามไฟดับ ให้ข้ามวิธีนี้แล้วแจ้งการไฟฟ้าโดยตรง และห้ามเปิด แตะ หรือดัดแปลงตัวเครื่องวัดเองไม่ว่ากรณีใด เพราะเป็นความผิดตามกฎหมาย

เมื่อจะแจ้งจริง ให้โทร กฟน. 1130 หรือ กฟภ. 1129 หรือยื่นผ่านแอปและสำนักงานในพื้นที่ พร้อมเลขที่ผู้ใช้ไฟฟ้า ภาพถ่ายหน้าปัดที่เห็นตัวเลขชัด และบิลย้อนหลัง 3 เดือน แล้วขอเลขรับเรื่องไว้ทุกครั้ง มาตรฐานคุณภาพบริการของ กฟภ. กำหนดกรอบเวลาไว้ชัดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบและติดต่อผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบ ณ สถานที่ใช้ไฟฟ้า ภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน และถ้าทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์ มีการจ่ายเงินชดเชย 200 บาทต่อวัน แต่ไม่เกิน 2,000 บาท ฝั่ง กฟน. มีชุดมาตรฐานของตัวเอง ให้ถามกรอบเวลาที่ใช้กับเรื่องของคุณตอนแจ้ง

มาตรฐานคุณภาพบริการของ กฟภ. ระบุไว้สี่เรื่อง หนึ่ง การไฟฟ้ามีหน้าที่ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ในทุก ๆ รอบระยะเวลาสามปีอยู่แล้วโดยที่คุณไม่ต้องร้องขอ · สอง ถ้าเครื่องวัดผิดพลาดจนคิดค่าไฟ 'ต่ำกว่า' ความเป็นจริง การไฟฟ้าเรียกเก็บย้อนหลังได้ตามระยะเวลาที่เกิดความผิดพลาด แต่ไม่เกิน 3 ปี และผู้ใช้ไฟมีสิทธิขอผ่อนชำระส่วนต่าง โดยการไฟฟ้าไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากยอดส่วนต่างนั้น · สาม ถ้าคิด 'เกิน' ความเป็นจริง ต้องแจ้งผู้ใช้ไฟฟ้าภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ตรวจพบ และถ้าจ่ายเกินไปแล้ว ต้องคืนเงินส่วนต่างภายใน 30 วันนับแต่วันที่แจ้ง · สี่ ส่วนที่เรายังตอบไม่ได้คือค่าธรรมเนียมของการขอตรวจสอบหรือสอบเทียบเครื่องวัดตามคำร้องของผู้ใช้ไฟเอง เราไม่พบอัตราที่ประกาศไว้เป็นทางการในรอบตรวจสอบนี้ ให้ถามให้ได้คำตอบสองข้อตอนแจ้งเรื่อง คือมีค่าใช้จ่ายเท่าไร และถ้าตรวจแล้วพบว่าเครื่องวัดผิดจริงจะคืนให้หรือไม่ ก่อนตกลงให้ดำเนินการ

บ้านคุณอยู่ประเภทไหน: 1.1, 1.2 หรือ 1.3 (TOU)

ก่อนคำนวณอะไรทั้งสิ้น ต้องรู้ก่อนว่าบ้านคุณถูกจัดอยู่ประเภทไหน เพราะทั้งอัตราขั้นบันไดและค่าบริการรายเดือนต่างกัน เอกสารรับฟังความคิดเห็นของสำนักงาน กกพ. อธิบายไว้ว่าประเภท 1.1 คือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ และใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ส่วนประเภท 1.2 คือผู้ใช้ไฟที่ใช้เกิน 150 หน่วยต่อเดือนและมิเตอร์เกิน 5 แอมแปร์

จุดที่ทำให้คนสับสนคือชื่อเรียกของสองการไฟฟ้าไม่เหมือนกัน เอกสาร กกพ. ระบุว่าประเภทเดียวกันนี้ กฟน. เรียกว่า 'ประเภท 1.1' แต่ กฟภ. เรียกว่า 'ประเภท 1.1.1' และประเภท 1.2 ของ กฟน. คือประเภท 1.1.2 ของ กฟภ. ถ้าคุณเปิดบิลของบ้านต่างจังหวัดแล้วเห็นเลขสามชั้น ไม่ต้องตกใจ มันคือประเภทเดียวกัน และอัตราค่าพลังงานเป็น Uniform Tariff คือเท่ากันทั่วประเทศ

ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย และอัตราที่ กฟน. ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569
ประเภทใครเข้าข่ายค่าพลังงาน (บาท/หน่วย)ค่าบริการรายเดือน
1.1 (กฟภ. เรียก 1.1.1)หน้าอัตราของ กฟน. ระบุเงื่อนไข 'ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน' และเป็นกลุ่มที่ติดตั้งเครื่องวัดฯ ขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ · มีกฎเลื่อนประเภทเมื่อใช้เกิน 150 หน่วยติดต่อกัน 3 เดือน (ดูกล่องถัดจากตาราง)0–15: 2.3488 · 16–25: 2.9882 · 26–200: 3.0000 · 201–400: 4.1584 · 401 ขึ้นไป: 4.35838.19 บาท
1.2 (กฟภ. เรียก 1.1.2)หน้าอัตราของ กฟน. ระบุ 'ใช้ไฟเกิน 150 หน่วย/เดือน' · เมื่อถูกจัดเข้าประเภทนี้แล้ว เดือนที่ใช้ไฟน้อยกว่า 150 หน่วยก็ยังคิดในอัตรา 1.2 จนกว่าจะเข้าเกณฑ์เลื่อนกลับ (ใช้ไม่เกิน 150 หน่วยติดต่อกัน 3 เดือน)0–200: 3.0000 · 201–400: 4.1584 · 401 ขึ้นไป: 4.358324.62 บาท
1.3.1 (TOU แรงดัน 12–24 kV)บ้านที่รับไฟแรงดันกลาง ขอใช้อัตราตามช่วงเวลาOn Peak 5.1135 · Off Peak 2.6037312.24 บาท
1.3.2 (TOU แรงดันต่ำกว่า 12 kV)บ้านทั่วไปที่ขอย้ายไปอัตราตามช่วงเวลาOn Peak 5.7982 · Off Peak 2.636924.62 บาท
ที่มา: หน้าอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ของการไฟฟ้านครหลวง ตรวจสอบเมื่อ 17 ส.ค. 2569 · ทุกอัตรายังไม่รวมค่า Ft และยังไม่รวม VAT 7%

อ่านนิยามให้ถูก: ประเภท 1.1 คือบ้านที่ติดตั้งเครื่องวัดฯ ขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ และใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ส่วนการย้ายระหว่าง 1.1 กับ 1.2 มีกฎ 3 เดือนกำกับอยู่ (ดูกล่องถัดไป) · ตัวชี้ขาดที่เร็วที่สุดสำหรับผู้อ่านคือช่อง 'ค่าบริการ' บนบิล 8.19 บาทคือ 1.1 และ 24.62 บาทคือ 1.2 แทนการเดาจากจำนวนหน่วย · ตารางและกราฟที่แสดงประเภท 1.2 ที่ระดับ 100–150 หน่วยในหน้านี้ คิดภายใต้สมมติฐานว่าบ้านหรือห้องนั้นถูกจัดเป็นประเภท 1.2 อยู่แล้ว ซึ่งเกิดได้จริงในเดือนที่ใช้ไฟน้อยกว่าปกติก่อนครบเกณฑ์เลื่อนกลับ 3 เดือน · ข่าวมติ กกพ. เรื่องโครงสร้างใหม่พูดถึงเฉพาะประเภท 1.1 และ 1.2 และเอกสาร กกพ. ระบุว่าสถิติที่ใช้ประกอบการพิจารณา 'ไม่รวมบ้านอยู่อาศัยประเภท TOU' ตัวเลข TOU ข้างต้นจึงเป็นค่าที่แสดงบนหน้า กฟน. ณ วันที่ตรวจสอบเท่านั้น

หน้าอัตราค่าบริการพลังงานของสำนักงาน กกพ. ระบุกฎนี้ไว้ทั้งสองทาง ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือนติดต่อกัน 3 เดือน เดือนถัดไปจะถูกจัดเข้าประเภท 1.2 และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.2 ที่ใช้ไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือนติดต่อกัน 3 เดือน เดือนถัดไปจะถูกจัดกลับเป็นประเภท 1.1 กฎข้อเดียวนี้อธิบายสองเรื่องที่ดูขัดกันบนตารางอัตรา เรื่องแรกคือทำไมประเภท 1.1 จึงมีขั้น 201–400 และ 401 หน่วยขึ้นไป ทั้งที่นิยามคือใช้ไม่เกิน 150 หน่วย คำตอบคือเดือนที่ใช้ทะลุขึ้นไปยังคิดในอัตรา 1.1 จนกว่าจะครบเกณฑ์ 3 เดือน เรื่องที่สองคือทำไมบ้านประเภท 1.2 ที่เดือนนั้นใช้ไฟแค่ 100 หน่วยจึงยังจ่ายในอัตรา 1.2 พร้อมค่าบริการ 24.62 บาทเต็มจำนวน · สิ่งที่เปลี่ยนบนบิลเมื่อคุณถูกเลื่อนประเภทคือช่องค่าบริการรายเดือน จาก 8.19 บาทเป็น 24.62 บาท หรือกลับกัน ให้ใช้ช่องนั้นเป็นสัญญาณว่าโดนย้ายประเภทแล้ว ไม่ต้องรอให้ใครแจ้ง

หมายเหตุบนหน้าอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 ของ กฟน. ระบุเงื่อนไขไว้ครบชุดว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 ที่ได้รับสิทธิค่าไฟฟ้าฟรี ต้อง (1) ไม่เป็นนิติบุคคล (2) เป็นผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยกับ กฟน. ไว้แล้ว (3) ผ่านการตรวจสอบความเป็นผู้มีสิทธิตามโครงการฯ ของกระทรวงการคลังในแต่ละเดือน และ (4) ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับถึงเดือนปัจจุบัน · แปลว่าการใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วยเฉย ๆ ไม่ทำให้ได้สิทธินี้ ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ก็ยังจ่ายตามอัตราปกติ ใครคิดว่าตัวเองเข้าข่าย ให้ไปตรวจสถานะสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐและการลงทะเบียนกับการไฟฟ้าในพื้นที่ ไม่ใช่รอให้ลดเอง

โครงสร้างใหม่เปลี่ยนอะไรจริง ๆ

หัวใจของโครงสร้างใหม่มาจากนโยบายที่ระบุไว้ในเอกสารรับฟังความคิดเห็นของ กกพ. ว่า ให้ 'ปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย' ซึ่งเป็นมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อ 29 เมษายน 2569 ต่อเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 เมษายน 2569

ผลของนโยบายนี้กับประเภท 1.2 ชัดมาก เดิม 150 หน่วยแรกคิดที่ 3.2484 บาท และหน่วยที่ 151–200 กระโดดไปที่ 4.2218 บาท ตอนนี้ทั้งช่วง 0–200 หน่วยถูกยุบเหลืออัตราเดียวคือ 3.0000 บาท/หน่วย แปลว่าหน่วยที่ 151–200 ซึ่งเคยเป็นช่วงที่บิลเริ่มเจ็บ ราคาลดลง 1.2218 บาทต่อหน่วยในทันที ส่วนประเภท 1.1 ขั้นย่อย ๆ ที่เคยแยกเป็น 26–35 / 36–100 / 101–150 / 151–200 ถูกยุบรวมเป็น 3.0000 บาทเท่ากันหมด เหลือเพียงสองขั้นแรกคือ 0–15 และ 16–25 หน่วยที่ยังคงอัตราเดิมเพราะถูกกว่า 3 บาทอยู่แล้ว

อัตราค่าพลังงานไฟฟ้า ประเภท 1.2 เดิม vs ใหม่ (เริ่มรอบบิล ก.ย. 2569)
ช่วงหน่วยอัตราเดิม (บาท/หน่วย)อัตราใหม่ (บาท/หน่วย)เปลี่ยนแปลง
0–1503.24843.0000−0.2484
151–2004.22183.0000−1.2218
201–4004.22184.1584−0.0634
401 ขึ้นไป4.42174.3583−0.0634
อัตราเดิมอ้างอิงเอกสารรับฟังความคิดเห็นของสำนักงาน กกพ. คอลัมน์ 'อัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บในปัจจุบัน' · อัตราใหม่อ้างอิงหน้าอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟน. ณ 17 ส.ค. 2569

ทุกอัตรายังไม่รวมค่า Ft และ VAT

อัตราค่าพลังงานไฟฟ้า ประเภท 1.1 เดิม vs ใหม่ (เริ่มรอบบิล ก.ย. 2569)
ช่วงหน่วยอัตราเดิม (บาท/หน่วย)อัตราใหม่ (บาท/หน่วย)เปลี่ยนแปลง
0–152.34882.3488เท่าเดิม
16–252.98822.9882เท่าเดิม
26–353.24053.0000−0.2405
36–1003.62373.0000−0.6237
101–1503.71713.0000−0.7171
151–2004.22183.0000−1.2218
201–4004.22184.1584−0.0634
401 ขึ้นไป4.42174.3583−0.0634
อัตราเดิมอ้างอิงเอกสารรับฟังความคิดเห็นของสำนักงาน กกพ. · อัตราใหม่อ้างอิงหน้าอัตราค่าไฟฟ้าประเภทที่ 1 ของ กฟน. ตรวจสอบ 17 ส.ค. 2569

ขั้น 0–15 และ 16–25 ไม่เปลี่ยน เพราะอัตราเดิมต่ำกว่าเพดาน 3 บาทต่อหน่วยอยู่แล้ว

คำถามที่ตามมาทันทีคือ ถ้ากดอัตรา 200 หน่วยแรกลงขนาดนี้ ใครจ่ายส่วนต่าง คำตอบตามที่ข่าวหลายสำนักรายงานมติ กกพ. เมื่อ 5 สิงหาคม 2569 คือ ขั้นบนไม่ได้ถูกขึ้นเพื่อชดเชย แต่กลับ 'ลด' ลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วยสำหรับการใช้ไฟตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป โดยกลไกคือการแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะออกจากอัตราค่าไฟบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 เมษายน 2569 สังเกตว่า 4.2218 − 4.1584 = 0.0634 พอดี ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขที่ข่าวรายงาน

เอกสารรับฟังความคิดเห็นของ กกพ. เสนอกรณีศึกษาหลายกรณีที่ทั้งหมด 'ขึ้น' อัตราขั้นบนเพื่อชดเชยการกด 200 หน่วยแรก แต่มติสุดท้ายเมื่อ 5 ส.ค. 2569 กลับ 'ลด' ทุกขั้นลง 0.0634 บาท/หน่วย ซึ่งไม่ตรงกับกรณีศึกษาใดเลย ตัวเลขจากรอบรับฟังความคิดเห็นยังลอยอยู่เต็มอินเทอร์เน็ต ถ้าคุณเจอบทความที่อ้างอัตราขั้นบนสูงกว่า 4.1584 / 4.3583 สำหรับโครงสร้างใหม่ นั่นคือตัวเลขข้อเสนอที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง

ขนาดของการอุดหนุนไม่เล็ก เอกสารของสำนักงาน กกพ. ประเมินว่าการกดอัตรา 200 หน่วยแรกให้ไม่เกิน 3 บาททำให้รายได้ลดลงประมาณ 1,296 ล้านบาทต่อเดือน คิดเป็น 15,555 ล้านบาทต่อปีตามที่เอกสารระบุ (คูณตรง ๆ ได้ 15,552 ล้านบาท ส่วนต่างมาจากการปัดเศษของเอกสารต้นทาง) และเพื่อให้เห็นภาพว่ากระทบคนกี่คน เอกสารเดียวกันระบุข้อมูลปี 2568 ว่าผู้ใช้ไฟบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน มีประมาณ 15.59 ล้านราย หรือราว 67% ของทั้งหมด ที่ใช้ไม่เกิน 400 หน่วยมีประมาณ 20.09 ล้านราย (86%) และที่ใช้เกิน 400 หน่วยมีประมาณ 3.15 ล้านราย (14%) โดยตัวเลขชุดนี้เป็นภาพขนาดฐานผู้ใช้ไฟตามระดับการใช้ ไม่ใช่การประเมินว่าแต่ละกลุ่มได้หรือเสียประโยชน์เท่าไรจากโครงสร้างสุดท้าย

อีกเรื่องที่เปลี่ยนคือขอบเขตของคนที่ได้ใช้อัตราบ้านอยู่อาศัย มีรายงานว่าโครงสร้างใหม่ครอบคลุมเพิ่มถึงผู้เช่าที่พักอาศัยในบ้านเช่า หอพัก และอพาร์ตเมนต์ที่มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงผู้ที่ไม่มีทะเบียนบ้านถาวร โดยต้องมีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือนและผ่านการตรวจสอบจากการไฟฟ้า ประเด็นนี้ใหญ่พอที่จะต้องแยกหัวข้อ เพราะผู้เช่าคือกลุ่มที่ตัวเลขในหน้านี้มีเงินเดิมพันสูงที่สุด และเป็นกลุ่มเดียวที่ไม่ได้จ่ายค่าไฟให้การไฟฟ้าโดยตรง

โครงสร้างใหม่ยุบขั้นย่อยช่วง 0–200 หน่วยให้เหลืออัตราเดียวที่ 3.0000 บาท/หน่วย และลดขั้น 201 หน่วยขึ้นไปอีก 0.0634 บาท/หน่วย จากการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลบ้านอยู่อาศัย
โครงสร้างใหม่ยุบขั้นย่อยช่วง 0–200 หน่วยให้เหลืออัตราเดียวที่ 3.0000 บาท/หน่วย และลดขั้น 201 หน่วยขึ้นไปอีก 0.0634 บาท/หน่วย จากการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลบ้านอยู่อาศัย

อยู่หอพัก/บ้านเช่า: วิธีตรวจว่าค่าไฟหน่วยละ 7–8 บาทที่ถูกเรียกเก็บ เกินจริงแค่ไหน

หอพักและอพาร์ตเมนต์จำนวนมากคิดค่าไฟผู้เช่าเป็นอัตราเดียวตายตัว หน่วยละ 7 บาทบ้าง 8 บาทบ้าง โดยอธิบายว่ารวมค่าบริการส่วนกลางและค่าดูแลระบบไว้แล้ว ปัญหาคือผู้เช่าไม่เคยมีตัวเลขไปเทียบ ตอนนี้คุณมีสองตัว ตัวแรกคือต้นทุนถ้าห้องนั้นเป็นผู้ใช้ไฟบ้านอยู่อาศัยประเภท 1.2 ที่มีมิเตอร์ของตัวเอง ห้องที่ใช้ไฟ 150 หน่วยต่อเดือนจะเป็นเงิน 533.89 บาททั้งบิล รวมค่าบริการรายเดือน ค่า Ft และ VAT ครบแล้ว เฉลี่ยหน่วยละ 3.56 บาท ตัวที่สองสำคัญกว่าเวลาเถียงกันจริง เพราะเจ้าของตึกมักตอบว่าตึกไม่ได้อยู่ประเภท 1.2 ตัวที่สองจึงเป็นเพดานที่คิดจากอัตราของตึกเอง

ห้องเช่า: อัตราที่ถูกเรียกเก็บ เทียบกับต้นทุนจริงสองแบบ (อัตราใหม่ ก.ย.–ธ.ค. 2569)
หน่วย/เดือนของห้องเก็บหน่วยละ 7 บาทเก็บหน่วยละ 8 บาทถ้าห้องเป็นผู้ใช้ไฟ 1.2 เองเพดาน: ถ้าตึกอยู่ประเภท 2 กิจการขนาดเล็กส่วนต่างที่ 8 บาท เทียบเพดาน (เดือน / ปี)
100700800364.71 (3.65/หน่วย)490.49 (4.90/หน่วย)310 / 3,714
1501,0501,200533.89 (3.56/หน่วย)735.73 (4.90/หน่วย)464 / 5,571
2001,4001,600703.08 (3.52/หน่วย)980.98 (4.90/หน่วย)619 / 7,428
3002,1002,4001,165.39 (3.88/หน่วย)1,471.46 (4.90/หน่วย)929 / 11,142
คำนวณโดย KUMKRONG จากอัตราที่ กฟน. ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569 บวกค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย และ VAT 7% · คอลัมน์เพดานคิดที่ขั้นบนสุดของประเภท 2 แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ (4.4217 บาท/หน่วย) ซึ่งเป็นราคาของหน่วยส่วนเพิ่มของอาคาร · หน่วยเป็นบาท

ทำไมคอลัมน์เพดานถึงเถียงยาก: อาคารเช่าที่มีมิเตอร์รวมมักถูกจัดเป็นผู้ใช้ไฟประเภท 2 กิจการขนาดเล็ก และเมื่ออาคารใช้ไฟรวมเกิน 400 หน่วยต่อเดือน (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตึกที่มีหลายห้อง) หน่วยที่ห้องคุณใช้เพิ่มขึ้นทุกหน่วย จะถูกคิดที่ขั้นบนสุดคือ 4.4217 บาท บวกค่า Ft แล้วคูณ VAT ได้ 4.90 บาท/หน่วย นั่นคือเพดาน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย · ถ้าตึกใหญ่กว่านั้นจนถูกจัดเป็นประเภท 3 กิจการขนาดกลาง ค่าพลังงานยิ่งถูกลงเหลือ 3.1751 บาท/หน่วย แต่จะมีค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 221.50 บาทต่อกิโลวัตต์บวกเข้ามา ซึ่งขึ้นกับพีคของอาคารและคำนวณแทนกันไม่ได้ · ตารางนี้เป็นกรอบตั้งคำถาม ไม่ใช่ตัวเลขที่ผูกพันคู่สัญญา

ถ้าผู้ให้เช่าตอบว่า 'ตึกนี้ไม่ได้อยู่ประเภทบ้านอยู่อาศัย อัตราจึงแพงกว่า' คำขอที่สมเหตุสมผลคือขอดูใบแจ้งค่าไฟของทั้งอาคาร แล้วคำนวณด้วยเลขสองตัวบนบิลใบนั้น คือ ยอดเงินรวมทั้งบิลของอาคาร หารด้วย จำนวนหน่วยรวมของอาคาร ผลลัพธ์คือต้นทุนต่อหน่วยจริงของตึก ซึ่งรวมค่าบริการ ค่า Ft VAT และค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (ถ้ามี) ไว้หมดแล้ว ตัวเลขนี้ใช้ได้ไม่ว่าตึกจะอยู่ประเภทไหน และไม่มีข้อโต้แย้งเรื่องการจัดประเภทมาหักล้างได้ ส่วนที่เหลือคือส่วนต่างระหว่างต้นทุนต่อหน่วยของตึกกับอัตราที่คุณถูกเรียกเก็บ ซึ่งควรอธิบายได้ว่าเป็นค่าอะไร

ฝั่งกฎหมายก็ขยับแล้ว สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 สาระที่ผู้เช่าต้องรู้คือผู้ให้เช่าต้องเรียกเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา 'ตามจริง' ห้ามเก็บเกินอัตราที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บ และข้อสัญญาที่ขัดกับประกาศนี้ไม่มีผลบังคับ แม้ผู้เช่าจะเซ็นไปแล้วก็ตาม ถ้าคุณเจอการเรียกเก็บที่สูงกว่าอัตราจริงมาก ช่องทางร้องเรียนคือสายด่วน สคบ. 1166 หรือระบบร้องทุกข์ออนไลน์ของ สคบ. โดยเตรียมสัญญาเช่า ใบเสร็จ/ใบแจ้งค่าไฟของห้อง และภาพถ่ายมิเตอร์ของห้องไปด้วย

นอกจากการขอดูบิลของทั้งอาคารตามกล่องข้างบน ทางเลือกถัดไปคือขอแยกมิเตอร์ให้ห้องของคุณมีมิเตอร์ของการไฟฟ้าในชื่อผู้เช่าเอง ซึ่งทำให้คุณจ่ายตามอัตราบ้านอยู่อาศัยตรง ๆ และเห็นบิลจริงทุกเดือน โดยทั่วไปต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของอาคารและยื่นเรื่องกับการไฟฟ้าในพื้นที่ (กฟน. ผ่าน MEA e-Service หรือสำนักงานเขต · กฟภ. ผ่านสำนักงานในพื้นที่) รายการเอกสารและค่าธรรมเนียมเป็นของแต่ละการไฟฟ้าและแต่ละกรณี เราไม่พบหน้าประกาศทางการที่ระบุรายการเอกสารสำหรับกรณีผู้เช่าโดยเฉพาะในรอบตรวจสอบนี้ จึงไม่ระบุเป็นข้อเท็จจริง ให้โทรถาม กฟน. 1130 หรือ กฟภ. 1129 ก่อนไป

ตารางบิลจริงที่ 150 / 300 / 600 / 1,000 หน่วย

เราไม่พบตารางบิลตัวอย่างที่ระดับการใช้ไฟเหล่านี้จากหน่วยงานใดในรอบตรวจสอบนี้ ตารางสองตารางต่อไปนี้จึงเป็นการคำนวณโดย KUMKRONG จากอัตราที่ประกาศ ณ ส.ค. 2569 โดยตรง สูตรคือ (ค่าพลังงานตามขั้นบันได + ค่าบริการรายเดือน + ค่า Ft × จำนวนหน่วย) × 1.07 ทุกตัวเลขปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่งตอนแสดงผล แต่คำนวณด้วยทศนิยมเต็มก่อนปัด ถ้าบิลจริงของคุณต่างจากนี้ไม่กี่สตางค์ นั่นคือเรื่องปกติของการปัดเศษ ถ้าต่างเป็นสิบบาทขึ้นไป แปลว่าประเภทผู้ใช้ไฟหรือจำนวนวันในรอบบิลไม่ตรงกับสมมติฐาน

แยกบิลทีละบรรทัด ประเภท 1.2 ที่อัตราใหม่ (รอบบิล ก.ย.–ธ.ค. 2569)
หน่วย/เดือนค่าพลังงานค่าบริการค่า FtVAT 7%รวมที่ต้องจ่ายต้นทุนจริง/หน่วย
150450.0024.6224.3534.93533.893.56
200600.0024.6232.4646.00703.083.52
3001,015.8424.6248.6976.241,165.393.88
4001,431.6824.6264.92106.491,627.714.07
6002,303.3424.6297.38169.772,595.114.33
8003,175.0024.62129.84233.063,562.524.45
1,0004,046.6624.62162.30296.354,529.934.53
คำนวณโดย KUMKRONG จากอัตราค่าพลังงานและค่าบริการที่ กฟน. ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569 บวกค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย (งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569) และ VAT 7% · หน่วยเป็นบาท

ไม่ใช่ตัวเลขที่ กกพ./กฟน./กฟภ. เผยแพร่ · ใช้ได้ถึงบิลเดือน ธ.ค. 2569 เพราะค่า Ft งวดถัดไปยังไม่ประกาศ

บิลเดิม vs บิลใหม่ ที่ระดับการใช้ไฟเดียวกัน (รวม Ft 16.23 สตางค์ และ VAT 7% ทั้งสองฝั่ง)
ประเภทหน่วย/เดือนบิลตามอัตราเดิมบิลตามอัตราใหม่ต่างกันคิดเป็น
1.1100382.50336.55−45.95−12.0%
1.1150590.05505.73−84.32−14.3%
1.2150573.76533.89−39.87−7.0%
1.2200808.31703.08−105.23−13.0%
1.23001,277.411,165.39−112.02−8.8%
1.24001,746.511,627.71−118.80−6.8%
1.26002,727.482,595.11−132.37−4.9%
1.21,0004,689.444,529.93−159.51−3.4%
คำนวณโดย KUMKRONG · อัตราเดิมจากเอกสารรับฟังความคิดเห็นของสำนักงาน กกพ. อัตราใหม่จากหน้าอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟน. ณ 17 ส.ค. 2569 · หน่วยเป็นบาท

ทั้งสองฝั่งใช้ค่า Ft และค่าบริการรายเดือนชุดเดียวกัน เพื่อแยกให้เห็นเฉพาะผลของการเปลี่ยนโครงสร้างอัตราค่าพลังงาน

อ่านตารางนี้ให้ถูกคือ ทุกระดับการใช้ไฟจ่ายเท่าเดิมหรือถูกลง ไม่มีระดับไหนแพงขึ้น แต่เปอร์เซ็นต์ที่ประหยัดได้ไม่เท่ากัน กลุ่มที่ได้เยอะสุดเป็นเปอร์เซ็นต์คือบ้านที่ใช้ราว 150–200 หน่วย เพราะเป็นช่วงที่ขั้นราคาถูกยุบลงมากที่สุด ส่วนบ้านที่ใช้ 1,000 หน่วยประหยัดได้ประมาณ 160 บาท ซึ่งเป็นเงินมากกว่าเป็นบาท แต่คิดเป็นสัดส่วนของบิลแล้วน้อยกว่า เพราะส่วนลด 0.0634 บาท/หน่วยกระจายบนฐานที่ใหญ่

ส่วนของบิลที่ไม่ใช่ค่าพลังงานไฟฟ้า (ค่าบริการรายเดือน + ค่า Ft + VAT ที่คิดทับทั้งสองก้อน) คิดเป็นสัดส่วนของยอดที่จ่าย ประเภท 1.2 อัตราใหม่ (% ของยอดที่จ่ายทั้งบิล)
100 หน่วย
12
150 หน่วย
9.8
200 หน่วย
8.7
300 หน่วย
6.7
400 หน่วย
5.9
600 หน่วย
5
800 หน่วย
4.6
1,000 หน่วย
4.4

กราฟนี้อธิบายครึ่งหนึ่งของสิ่งที่คอลัมน์ 'ต้นทุนจริง/หน่วย' ในตารางแสดงไว้ แต่ไม่ได้บอกว่าทำไม ต้นทุนต่อหน่วยจริงของประเภท 1.2 เป็นรูปตัว U คือดิ่งลงจาก 3.65 บาทที่ 100 หน่วย ไปต่ำสุดราว 3.52 บาทที่ 200 หน่วย แล้วไต่ขึ้นเป็น 4.53 บาทที่ 1,000 หน่วย แรงสองแรงดึงกันคนละทาง แรงแรกคือส่วนที่ไม่ใช่ค่าพลังงานในกราฟนี้ ที่ 100 หน่วย เงิน 12% ของยอดที่จ่ายไม่ใช่ค่าพลังงานไฟฟ้า แต่เป็นค่าบริการรายเดือนคงที่ ค่า Ft และ VAT ที่คิดทับทั้งสองก้อน พอใช้ไฟมากขึ้น ค่าบริการก้อนเดิม 24.62 บาทถูกเฉลี่ยลงในหน่วยที่มากขึ้น สัดส่วนจึงหล่นเหลือ 4.4% ที่ 1,000 หน่วย ซึ่งเป็นแรงกดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำลง แรงที่สองคือขั้นราคาที่แพงขึ้นเมื่อทะลุ 200 และ 400 หน่วย ซึ่งดันขึ้น ก้นของตัว U อยู่ตรงจุดที่สองแรงนี้สลับกันเป็นฝ่ายนำ คือราว 200 หน่วยพอดี · หมายเหตุการอ่าน: จุด 100 และ 150 หน่วยเป็นเดือนที่บ้านประเภท 1.2 ใช้ไฟน้อยกว่าปกติ (เดือนที่ไปเที่ยว เดือนที่อากาศเย็น) ซึ่งยังคิดในอัตรา 1.2 และยังจ่ายค่าบริการ 24.62 บาทเต็มจำนวน ตามกฎเลื่อนประเภท 3 เดือนที่อธิบายไว้ข้างบน

สูตรเดียวที่ต้องจำกลับบ้าน: ต้นทุนต่อหน่วยจริง

ถ้าอ่านทั้งหน้านี้แล้วจำได้เรื่องเดียว ให้จำเรื่องนี้ ตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจเรื่องไฟฟ้าในบ้านไม่ใช่อัตราที่การไฟฟ้าประกาศ ไม่ใช่ 3.86 บาทที่ข่าวพาดหัว และไม่ใช่ 4.1584 บาทบนตาราง แต่คือ ต้นทุนต่อหน่วยจริงของบ้านคุณเอง ซึ่งหาได้จากบิลใบเดียวโดยไม่ต้องรู้อัตราอะไรเลย

ต้นทุนต่อหน่วยจริง = ยอดเงินที่จ่ายทั้งบิล (รวม VAT) ÷ จำนวนหน่วยที่ใช้ในบิลใบนั้น · เปิดบิลเดือนล่าสุด หารสองตัวเลขนี้ แล้วเก็บผลลัพธ์ไว้ในโน้ตมือถือ นี่คือเลขที่คุณจะใช้คูณกับทุกการตัดสินใจเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งปี

เหตุผลที่ตัวเลขนี้สูงกว่าที่ข่าวพาดหัวเสมอมีสามชั้น ชั้นแรก ข่าวรายงานค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยแบบ 'ไม่รวม VAT' โดยรายงานมติ กกพ. ระบุว่าค่าไฟเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทอยู่ที่ประมาณ 3.86 บาทต่อหน่วย ซึ่งพอบวก 7% ก็กลายเป็นราว 4.13 บาททันที ชั้นที่สอง ค่าเฉลี่ยนั้นเป็นค่าเฉลี่ย 'ทุกประเภท' รวมโรงงานและกิจการขนาดใหญ่ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของบ้าน ชั้นที่สาม บิลของคุณมีค่าบริการรายเดือนคงที่ปนอยู่ ยิ่งใช้ไฟน้อยยิ่งถูกเฉลี่ยแพง

อีกตัวเลขที่ควรรู้คู่กันคือ 'ต้นทุนหน่วยถัดไป' หรืออัตราส่วนเพิ่ม ซึ่งต่างจากต้นทุนเฉลี่ยและมีหน้าที่คนละอย่าง ค่าเฉลี่ยใช้ตอบว่าที่ผ่านมาบ้านคุณจ่ายหน่วยละเท่าไร ส่วนอัตราส่วนเพิ่มใช้ตอบว่าหน่วยที่ 'เพิ่มขึ้นหรือหายไป' ราคาเท่าไร บ้านที่ใช้ 300 หน่วยมีค่าเฉลี่ย 3.88 บาท แต่ถ้าซื้อพัดลมมาเพิ่ม หน่วยที่เพิ่มขึ้นจะถูกคิดที่ 4.62 บาท (ดูกล่องอัตราส่วนเพิ่มด้านบน) กฎง่าย ๆ คือ ทุกครั้งที่ถามว่า 'ถ้าเปลี่ยนพฤติกรรม/เปลี่ยนเครื่อง จะต่างกันกี่บาท' ให้ใช้อัตราส่วนเพิ่มเสมอ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย

ต้นทุนต่อหน่วยจริงหาได้จากบิลใบเดียว: เอายอดรวมที่จ่าย หารด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ ไม่ต้องรู้อัตราขั้นบันไดเลย
ต้นทุนต่อหน่วยจริงหาได้จากบิลใบเดียว: เอายอดรวมที่จ่าย หารด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ ไม่ต้องรู้อัตราขั้นบันไดเลย

เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นกินเงินเดือนละกี่บาท

สูตรแปลงกำลังไฟเป็นหน่วยไฟฟ้าที่ กฟน. เผยแพร่คือ กำลังไฟฟ้า (วัตต์) × จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ÷ 1,000 × จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน จากนั้นคูณ 30 วันได้หน่วยต่อเดือน แล้วคูณด้วยอัตราส่วนเพิ่มของบ้านคุณก็ได้เป็นเงินบาท ทั้งกระบวนการมีแค่การคูณ ไม่มีอะไรซับซ้อน ที่ยากคือหาตัวเลข 'วัตต์' และ 'ชั่วโมงใช้จริง' ให้ตรงความจริง

ตรงนี้มีเรื่องที่ต้องเปิดเผยวิธีทำงานให้ทราบ เราตั้งใจจะทำตารางที่บอกว่าแอร์ 12,000 BTU ตู้เย็น 7 คิว หรือทีวี 55 นิ้ว กินไฟเดือนละกี่บาท แต่เมื่อไล่หาแหล่งอ้างอิงจริง ปรากฏว่าในรอบตรวจสอบนี้เราไม่พบ 'ตารางวัตต์กลาง' ของเครื่องใช้ไฟฟ้าตามขนาดเหล่านี้จากหน่วยงานทางการไทยแห่งใด เว็บฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ของ กฟผ. เผยแพร่เกณฑ์ประสิทธิภาพและรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ได้เผยแพร่ตารางวัตต์กลาง ส่วนอินโฟกราฟิกของ กฟน. ที่ระบุค่าบาทต่อชั่วโมงนั้นเผยแพร่เมื่อ 19 พฤษภาคม 2563 คิดที่อัตราค่าไฟยุคนั้นและไม่ได้ระบุอัตราที่ใช้คำนวณ จึงใช้ไม่ได้กับปี 2569

ตัวเลขวัตต์ของแอร์ ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า ที่ลอยอยู่ตามเว็บส่วนใหญ่มาจากผู้ขายหรือถูกคัดลอกต่อ ๆ กันมาโดยไม่มีที่มา ถ้าเราเอามาใส่ตารางแล้วติดโลโก้ กฟผ./กฟน. ก็จะกลายเป็นการอ้างแหล่งที่ไม่มีอยู่จริง เราเลือกทำอีกทางแทน คือให้ตารางแปลงวัตต์เป็นบาทที่ครอบคลุมทุกช่วงกำลังไฟ แล้วคุณอ่านวัตต์จริงจากแผ่นป้ายหลังเครื่องหรือฉลากเบอร์ 5 ของรุ่นที่คุณมี ซึ่งแม่นกว่าค่ากลางของใครก็ตาม

ตารางแม่: แปลงวัตต์ × ชั่วโมงใช้จริง เป็นบาทต่อเดือน (คิดที่อัตราส่วนเพิ่ม 4.62 บาท/หน่วย)
กำลังไฟ (วัตต์)15 นาที/วัน30 นาที/วัน1 ชม./วัน2 ชม./วัน4 ชม./วัน8 ชม./วัน24 ชม./วัน
5 W0.20.30.71.42.85.516.6
10 W0.30.71.42.85.511.133.3
25 W0.91.73.56.913.927.783.2
50 W1.73.56.913.927.755.5166.4
60 W2.14.28.316.633.366.6199.7
100 W3.56.913.927.755.5111.0332.9
150 W5.210.420.841.683.2166.4499.3
200 W6.913.927.755.5111.0221.9665.7
300 W10.420.841.683.2166.4332.9998.6
500 W17.334.769.3138.7277.4554.81,664.3
800 W27.755.5111.0221.9443.8887.62,662.9
1,000 W34.769.3138.7277.4554.81,109.53,328.6
1,200 W41.683.2166.4332.9665.71,331.53,994.4
1,500 W52.0104.0208.0416.1832.21,664.34,992.9
2,000 W69.3138.7277.4554.81,109.52,219.16,657.3
2,500 W86.7173.4346.7693.51,386.92,773.98,321.6
3,000 W104.0208.0416.1832.21,664.33,328.69,985.9
3,500 W121.4242.7485.4970.91,941.73,883.411,650.2
4,500 W156.0312.1624.11,248.22,496.54,992.914,978.8
6,000 W208.0416.1832.21,664.33,328.66,657.319,971.8
คำนวณโดย KUMKRONG · สูตร: วัตต์ ÷ 1,000 × ชั่วโมง/วัน × 30 วัน × 4.6231 บาท/หน่วย · หน่วยเป็นบาทต่อเดือน

อัตรา 4.6231 บาท/หน่วย = ขั้น 201–400 หน่วย (4.1584) + Ft 16.23 สตางค์ แล้วคูณ VAT 7% เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟ 201–400 หน่วย/เดือน · ถ้าบ้านคุณใช้ไม่เกิน 200 หน่วย ให้คูณผลลัพธ์ด้วย 0.73 (อัตราส่วนเพิ่ม 3.38 บาท) · ถ้าใช้เกิน 400 หน่วย ให้คูณด้วย 1.05 (อัตราส่วนเพิ่ม 4.84 บาท) · ใช้ได้ถึงบิลเดือน ธ.ค. 2569

วิธีใช้ตารางนี้: พลิกดูแผ่นป้ายหลังเครื่องใช้ไฟฟ้า หาบรรทัดที่เขียน W หรือ วัตต์ (บางเครื่องเขียนเป็นแอมป์ ให้เอาแอมป์ × 220 ได้วัตต์โดยประมาณ) แล้วประเมินชั่วโมงใช้จริงต่อวันอย่างซื่อสัตย์ จากนั้นอ่านช่องที่ตัดกัน ถ้าวัตต์ไม่ตรงกับแถวไหน ให้เทียบบัญญัติไตรยางศ์ — เช่น 750 วัตต์ ก็ประมาณครึ่งหนึ่งของแถว 1,500 วัตต์

ข้อควรระวังใหญ่ที่สุดคือเครื่องที่มีคอมเพรสเซอร์หรือฮีตเตอร์ตัดต่อ ได้แก่ แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น หม้อหุงข้าว เตารีด เครื่องพวกนี้ไม่ได้กินไฟเต็มวัตต์ตลอดเวลาที่เปิด แอร์ที่ป้ายเขียน 1,200 วัตต์ เมื่อห้องเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้แล้วคอมจะตัดหรือลดรอบ ค่าเฉลี่ยจริงจึงต่ำกว่าวัตต์บนป้าย ในทางกลับกัน ตู้เย็นที่ป้ายเขียน 150 วัตต์แต่ทำงานเป็นช่วง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ไม่ควรอ่านที่ช่อง 24 ชม. เต็ม ๆ วิธีที่แม่นกว่าคือดูค่า kWh/ปี บนฉลากเบอร์ 5 ของรุ่นนั้น แล้วหารด้วย 12 ได้หน่วยต่อเดือนตรง ๆ ไม่ต้องเดาชั่วโมง

เครื่องใช้ไฟฟ้า 6 รายการที่ กฟน. เผยแพร่ค่ากำลังไฟเอง คิดเป็นบาท/เดือนที่อัตราใหม่
เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังไฟ (วัตต์) ตามข้อมูล กฟน.สมมติการใช้งานค่าไฟโดยประมาณ (บาท/เดือน)
เครื่องทำน้ำอุ่น3,500–6,00030 นาที/วัน (รวมทั้งบ้าน)243–416
เตาแม่เหล็กไฟฟ้า2,000–3,5001 ชม./วัน277–485
เตารีดไฟฟ้า1,000–2,80020 นาที/วัน46–129
เครื่องดูดฝุ่น1,400–2,00015 นาที/วัน49–69
เครื่องเป่าผม1,600–2,30010 นาที/วัน37–53
เครื่องปิ้งขนมปัง760–9006 นาที/วัน11–12
ค่ากำลังไฟ (วัตต์) มาจากอินโฟกราฟิกของการไฟฟ้านครหลวง · ส่วนคอลัมน์บาท/เดือนคำนวณโดย KUMKRONG ที่อัตราส่วนเพิ่ม 4.6231 บาท/หน่วย (ขั้น 201–400 + Ft 16.23 สตางค์ + VAT 7%) ณ ส.ค. 2569

คอลัมน์ 'สมมติการใช้งาน' เป็นสมมติฐานของ KUMKRONG เพื่อให้เทียบกันได้ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่หน่วยงานใดสำรวจ · ตัวเลขบาท/ชั่วโมงในอินโฟกราฟิกต้นทางคิดที่อัตราค่าไฟปี 2563 จึงใช้ไม่ได้แล้ว เราจึงใช้เฉพาะค่าวัตต์

สิ่งที่ตารางนี้บอกและคนมักประหลาดใจคือ เครื่องที่กินไฟหนักไม่ใช่เครื่องที่เปิดนาน แต่เป็นเครื่องที่ทำความร้อน เครื่องทำน้ำอุ่นเปิดวันละครึ่งชั่วโมงคิดเป็น 243–416 บาทต่อเดือน เท่ากับพัดลม 60 วัตต์ ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ประมาณ 1–2 ตัว (พัดลม 60 วัตต์ 24 ชม./วัน = 199.7 บาท/เดือน ตามตารางแม่ด้านบน) ครึ่งชั่วโมงสู้กับทั้งวันทั้งคืนได้ เพราะกำลังไฟต่างกันเกือบร้อยเท่า ในทางกลับกัน อุปกรณ์สแตนด์บายอย่างกล่องทีวีหรืออะแดปเตอร์ที่กิน 5–10 วัตต์ตลอด 24 ชั่วโมง คิดเป็นเงินแค่ 16–33 บาทต่อเดือนต่อชิ้น ซึ่งไม่ใช่ศูนย์แต่ก็ไม่ใช่ตัวการหลัก การไล่ถอดปลั๊กทุกชิ้นจึงให้ผลน้อยกว่าการจัดการเครื่องทำความร้อนและเครื่องปรับอากาศเพียงไม่กี่เครื่อง

แผ่นป้ายหลังเครื่องใช้ไฟฟ้าบอกกำลังไฟเป็นวัตต์ ตัวเลขนี้แม่นกว่าค่ากลางจากอินเทอร์เน็ต และสำหรับตู้เย็นกับแอร์ ค่า kWh ต่อปีบนฉลากเบอร์ 5 แม่นที่สุด
แผ่นป้ายหลังเครื่องใช้ไฟฟ้าบอกกำลังไฟเป็นวัตต์ ตัวเลขนี้แม่นกว่าค่ากลางจากอินเทอร์เน็ต และสำหรับตู้เย็นกับแอร์ ค่า kWh ต่อปีบนฉลากเบอร์ 5 แม่นที่สุด

จุดคุ้มทุนเปลี่ยนเครื่อง: กรอบคิดที่คุณกรอกตัวเลขเอง

คำถามยอดฮิตคือ แอร์เก่าที่บ้านควรเปลี่ยนเป็นอินเวอร์เตอร์เบอร์ 5 ไหม จะคืนทุนกี่เดือน คำตอบตรงไปตรงมาคือไม่มีตัวเลข 'ประหยัดกี่เปอร์เซ็นต์' จากหน่วยงานทางการไทยที่เราหาเจอ ตัวเลขแนว 30–50% ที่เห็นตามเว็บทั้งหมดมาจากผู้ผลิตหรือร้านขายแอร์ ไม่ใช่ กฟผ. หรือ กฟน. ดังนั้นเราจะไม่ระบุจำนวนเดือนคืนทุนเป็นข้อเท็จจริง แต่จะให้กรอบคำนวณที่ใช้ตัวเลขของเครื่องคุณเอง ซึ่งแม่นกว่าค่ากลางของใครอยู่แล้ว

  1. 1หาหน่วยต่อเดือนของเครื่องเก่า วิธีที่แม่นที่สุดคือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นให้มากที่สุดแล้วจดเลขมิเตอร์ก่อน-หลังใช้งาน 1 ชั่วโมง หรือใช้ปลั๊กวัดไฟที่แสดง kWh สำหรับเครื่องที่เสียบปลั๊กได้
  2. 2หาหน่วยต่อเดือนของเครื่องใหม่ โดยอ่านค่า kWh/ปี บนฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ของรุ่นที่จะซื้อ แล้วหารด้วย 12 (ค่าบนฉลากคิดจากเงื่อนไขทดสอบมาตรฐาน อาจต่างจากการใช้จริงของคุณ)
  3. 3หาหน่วยที่ประหยัดได้ต่อเดือน = หน่วยเครื่องเก่า − หน่วยเครื่องใหม่
  4. 4แปลงเป็นเงิน = หน่วยที่ประหยัดได้ × อัตราส่วนเพิ่มของบ้านคุณ (ดูกล่องอัตราส่วนเพิ่มในหัวข้อแรก — เลือกตัวที่ตรงกับระดับการใช้ไฟของบ้าน)
  5. 5จุดคุ้มทุน (เดือน) = (ราคาเครื่องใหม่ + ค่าติดตั้ง + ค่ารื้อถอนเครื่องเก่า − เงินที่ขายซากได้) ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน
  6. 6เทียบกับอายุใช้งานที่เหลือของเครื่องเก่า ถ้าจุดคุ้มทุนยาวกว่าอายุที่เครื่องใหม่จะอยู่ได้ หรือยาวกว่าที่คุณจะอยู่บ้านหลังนี้ ตัวเลขก็ตอบตัวมันเอง

สมมติเครื่องเก่ากินไฟเฉลี่ย 1,500 วัตต์ เครื่องใหม่ 900 วัตต์ เปิดวันละ 8 ชั่วโมง 30 วัน · ส่วนต่าง 600 วัตต์ × 8 ชม. × 30 วัน ÷ 1,000 = 144 หน่วย/เดือน · คิดที่ 4.62 บาท/หน่วย = ประหยัดราว 665 บาท/เดือน (144 × 4.62 = 665.28) · ถ้าเปลี่ยนเครื่องทั้งค่าติดตั้งแล้ว 25,000 บาท จุดคุ้มทุนคือ 25,000 ÷ 665 ≈ 38 เดือน · ตัวเลขวัตต์ทั้งสองตัวในตัวอย่างนี้เป็นสมมติฐานเพื่อสาธิตวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ค่าจริงของเครื่องรุ่นใด

ข้อควรระวังสามข้อกับกรอบนี้ ข้อแรก ถ้าเครื่องเก่ายังใช้ได้ ค่าไฟที่ประหยัดได้ต้องแบกทั้งราคาเครื่องใหม่ ไม่ใช่แค่ส่วนต่าง แต่ถ้าเครื่องเก่าพังแล้วต้องซื้อใหม่อยู่ดี ตัวหารควรเป็นแค่ส่วนต่างราคาระหว่างรุ่นประหยัดไฟกับรุ่นธรรมดา ซึ่งทำให้จุดคุ้มทุนสั้นลงมาก ข้อที่สอง ค่า Ft เปลี่ยนทุก 4 เดือน ถ้า Ft ขึ้น จุดคุ้มทุนจะสั้นลง ถ้า Ft ลง จะยาวขึ้น ข้อที่สาม การล้างแอร์ตามรอบและการปิดรอยรั่วของห้องมีต้นทุนต่ำกว่าการเปลี่ยนเครื่องมาก ควรทำให้ครบก่อนวัดผลว่าเครื่องเก่ากินไฟเท่าไรจริง ๆ

โฆษณา · affiliateถ้าคำนวณแล้วจุดคุ้มทุนสั้นพอ: ที่เทียบราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอ่านสเปกฉลากเบอร์ 5 ได้

KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่ผู้ขายและไม่ใช่นายหน้า · ลิงก์ในกล่องนี้เป็นลิงก์พันธมิตร และเรามีค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) เมื่อคุณกดผ่าน โดยคุณไม่ได้จ่ายเพิ่ม · ราคา สเปก และเงื่อนไขที่ผูกพันคือของที่แสดงบนหน้าผู้ให้บริการ ณ เวลาที่คุณกด

KUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) เมื่อคุณคลิก/ซื้อผ่านลิงก์เหล่านี้ โดยไม่กระทบราคาที่คุณจ่าย · เราเป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่ผู้ขาย

ย้ายไปมิเตอร์ TOU คุ้มไหม และบ้านแบบไหนย้ายแล้วแพงขึ้น

อัตรา TOU (Time of Use) คิดค่าไฟตามช่วงเวลาแทนขั้นบันได หน้าอัตราของ กฟน. นิยามช่วงเวลาไว้ว่า On Peak คือ 09.00–22.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วน Off Peak คือ 22.00–09.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ และตลอด 24 ชั่วโมงของวันเสาร์-อาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดราชการตามปกติ (ไม่รวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย) สำหรับบ้านทั่วไปที่รับไฟแรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ อัตราคือ On Peak 5.7982 บาท/หน่วย และ Off Peak 2.6369 บาท/หน่วย ค่าบริการรายเดือน 24.62 บาท เท่ากับประเภท 1.2

จะเห็นว่า Off Peak ถูกกว่าขั้นถูกที่สุดของอัตราปกติเสียอีก (2.6369 เทียบกับ 3.0000) แต่ On Peak แพงกว่าขั้นแพงที่สุด (5.7982 เทียบกับ 4.3583) TOU จึงเป็นการเดิมพันกับพฤติกรรม ไม่ใช่ส่วนลดฟรี เอกสารรับฟังความคิดเห็นของ กกพ. ระบุไว้เชิงคุณภาพว่า ผู้ที่ 'มีลักษณะการใช้ไฟฟ้าในช่วง Off-Peak มากกว่าช่วง Peak อย่างมีนัยสำคัญ จะมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจากอัตราปกติแบบขั้นบันไดเป็นอัตรา TOU ได้' แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขจุดตัด และเตือนว่าการประเมินนั้น 'ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าบริการในการติดตั้งมิเตอร์ TOU'

เมื่อไม่มีจุดตัดที่เป็นตัวเลขจากหน่วยงานใด เราคำนวณเองแล้วเปิดสมมติฐานให้ตรวจสอบได้ ตารางข้างล่างตอบคำถามเดียว: ที่ระดับการใช้ไฟหนึ่ง ๆ คุณต้องใช้ไฟช่วง Off Peak เป็นสัดส่วนเท่าไรของหน่วยทั้งหมด TOU ถึงจะเสมอตัวกับอัตราขั้นบันไดปกติ ถ้าสัดส่วน Off Peak ของบ้านคุณสูงกว่าเลขในตาราง TOU จะถูกกว่า ถ้าต่ำกว่า TOU จะแพงกว่า

จุดเสมอตัวของอัตรา TOU (ประเภท 1.3.2) เทียบกับอัตราขั้นบันไดปกติ (ประเภท 1.2)
หน่วย/เดือนบิลตามอัตราขั้นบันได (บาท)สัดส่วน Off Peak ที่ทำให้ TOU เสมอตัวอ่านอย่างไร
20070388.5%แทบเป็นไปไม่ได้ในบ้านทั่วไป
3001,16576.3%ต้องแทบไม่ใช้ไฟเลยตอนกลางวันวันธรรมดา
4001,62870.2%ยากถ้ามีคนอยู่บ้านกลางวัน
6002,59562.0%เป็นไปได้ถ้าไม่มีใครอยู่บ้าน จ.–ศ. กลางวัน
8003,56357.9%เป็นไปได้ ถ้าโหลดหนักอยู่กลางคืน/สุดสัปดาห์
1,0004,53055.4%เป็นไปได้ เช่น บ้านที่ชาร์จรถไฟฟ้ากลางคืน
1,5006,94852.1%ยิ่งใช้มาก ยิ่งต้องการสัดส่วน Off Peak น้อยลง
คำนวณโดย KUMKRONG จากอัตราที่ กฟน. ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569 · ทั้งสองฝั่งรวมค่าบริการรายเดือน 24.62 บาท ค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย และ VAT 7% เท่ากัน

ตารางนี้ตอบเฉพาะฝั่ง 'ค่าไฟรายเดือน' ยังไม่รวมค่าติดตั้งมิเตอร์ TOU ซึ่งเราไม่พบราคาทางการที่อ้างอิงได้ในรอบตรวจสอบนี้ ส่วนฝั่งเงินก้อนแรกและจำนวนเดือนคืนทุนอยู่ในตารางถัดไป · เป็นการประมาณการทั่วไป ไม่ผูกพัน และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

รูปแบบที่ตารางเผยให้เห็นคือ ยิ่งบ้านใช้ไฟมาก เกณฑ์ Off Peak ที่ต้องทำให้ได้ยิ่งต่ำลง เพราะอัตราขั้นบันไดจะดันคุณเข้าขั้น 4.3583 บาทซึ่งแพง ทำให้ TOU แข่งได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกัน บ้านที่ใช้ไฟน้อย ๆ อยู่แล้ว โครงสร้างใหม่ให้ 200 หน่วยแรกที่ 3 บาทซึ่งถูกมาก TOU แทบไม่มีทางสู้ได้เลย การกดขั้นล่างลงจึงมีผลข้างเคียงคือทำให้ TOU น่าสนใจน้อยลงสำหรับบ้านใช้ไฟน้อย

TOU ภาคสอง: ค่ามิเตอร์คืนทุนกี่เดือน

ตารางจุดเสมอตัวข้างบนตอบได้แค่ครึ่งเดียวของคำถาม เพราะการย้ายไป TOU เป็นการลงทุน ไม่ใช่การเลือกเมนู โจทย์จริงคือ ค่ามิเตอร์ก้อนแรก ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน = กี่เดือนถึงคืนทุน เราไม่พบราคาค่าติดตั้งมิเตอร์ TOU ที่ประกาศเป็นทางการในรอบตรวจสอบนี้ จึงทำสิ่งที่ซื่อสัตย์กว่าการเดาราคา คือปล่อยให้ราคาเป็นตัวแปร แล้วคำนวณให้ครบสามระดับ ที่ 3,000 / 6,000 / 10,000 บาท คุณเอาราคาจริงที่การไฟฟ้าแจ้งมาเทียบช่องที่ใกล้ที่สุดได้ทันที

TOU: ประหยัดได้เดือนละเท่าไร และคืนทุนค่ามิเตอร์กี่เดือน
หน่วย/เดือนสัดส่วน Off Peakบิลอัตราขั้นบันไดบิล TOUประหยัด/เดือนคืนทุนถ้ามิเตอร์ 3,000 / 6,000 / 10,000 บาท
60070%2,5952,43216318 / 37 / 61 เดือน
60080%2,5952,2293668 / 16 / 27 เดือน
1,00070%4,5304,0364946 / 12 / 20 เดือน
1,00080%4,5303,6988324 / 7 / 12 เดือน
คำนวณโดย KUMKRONG จากอัตรา TOU ประเภท 1.3.2 (On Peak 5.7982 · Off Peak 2.6369) และอัตราขั้นบันไดประเภท 1.2 ที่ กฟน. ประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569 · ทั้งสองฝั่งรวมค่าบริการรายเดือน 24.62 บาท ค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย และ VAT 7% · หน่วยเป็นบาท

ราคามิเตอร์ 3,000 / 6,000 / 10,000 บาท เป็น 'ช่วงสมมติเพื่อทดสอบความไว' ไม่ใช่ราคาที่การไฟฟ้าประกาศ เพราะเราไม่พบราคาทางการที่อ้างอิงได้ในรอบตรวจสอบนี้ ให้ถามการไฟฟ้าในพื้นที่แล้วแทนตัวเลขจริงลงในสูตร ค่ามิเตอร์ ÷ ช่อง 'ประหยัด/เดือน' · เป็นการประมาณการทั่วไป ไม่ผูกพัน และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

อ่านตารางนี้แล้วรูปแบบชัดขึ้นมาก สัดส่วน Off Peak คือตัวแปรที่กำหนดทุกอย่าง ไม่ใช่ราคามิเตอร์ ขยับ Off Peak จาก 70% เป็น 80% ที่บ้านใช้ไฟ 600 หน่วย ทำให้เงินที่ประหยัดได้เพิ่มจาก 163 เป็น 366 บาทต่อเดือน และย่นเวลาคืนทุนของมิเตอร์ 6,000 บาทจาก 37 เดือนเหลือ 16 เดือน ขณะที่การต่อรองราคามิเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง ย่นได้แค่ครึ่งเดียวตามสัดส่วน กลไกที่ตารางนี้อธิบายจึงเป็นแบบนี้ ถ้าสัดส่วน Off Peak ต่ำกว่าเกณฑ์ในตารางจุดเสมอตัว บิล TOU จะสูงกว่าอัตราขั้นบันไดตั้งแต่เดือนแรก โดยไม่มีจุดคืนทุนให้รอ ถ้าสัดส่วนเกินเกณฑ์มาเพียงเล็กน้อย ส่วนต่างที่ประหยัดได้ต่อเดือนจะน้อย จำนวนเดือนคืนทุนของค่ามิเตอร์จึงยาวขึ้นตามสัดส่วน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เทียบกับระยะเวลาที่ยังอยู่บ้านหลังนั้นได้ และถ้าบ้านคุณใช้ไฟเกิน 600 หน่วยโดยมีโหลดหนักย้ายไปกลางคืนได้จริง (ชาร์จรถไฟฟ้า เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ปั๊มน้ำ) นั่นคือกรณีที่ตัวเลขมักจะเข้าข้าง TOU มากที่สุด

ข้อแรก ถามราคาค่าติดตั้งมิเตอร์ TOU จากการไฟฟ้าให้ได้ตัวเลขจริงก่อน แล้วเอาไปหารช่อง 'ประหยัด/เดือน' ในตารางคืนทุนข้างบน ตัวเลขที่การไฟฟ้าแจ้งคือตัวเลขที่ใช้ ไม่ใช่ราคาสมมติสามระดับของเรา · ข้อที่สอง สัดส่วน Off Peak ต้องวัดจากพฤติกรรมจริง ไม่ใช่จากความตั้งใจ วิธีที่ตรงที่สุดคือจดพฤติกรรมการใช้เครื่องหนัก ๆ (แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า การชาร์จรถ) เทียบกับกรอบเวลา 09.00–22.00 น. วันธรรมดา · ข้อที่สาม เรายังยืนยันไม่ได้ว่าอัตรา TOU ถูกทบทวนพร้อมโครงสร้างใหม่หรือไม่ ให้ตรวจอัตราล่าสุดกับการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนยื่นเรื่อง เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำว่าบ้านคุณควรย้ายหรือไม่ควรย้าย

ค่า Ft: ตัวแปรที่ทำให้ทุกตารางในหน้านี้มีวันหมดอายุ

โครงสร้างอัตราค่าพลังงานเปลี่ยนนาน ๆ ครั้ง แต่ค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน ปีละ 3 งวด (ม.ค.–เม.ย. / พ.ค.–ส.ค. / ก.ย.–ธ.ค.) สถิติค่า Ft ที่ กฟภ. เผยแพร่แสดงให้เห็นว่าตัวแปรนี้แกว่งแรงแค่ไหน ปี 2567 นิ่งอยู่ที่ 39.72 สตางค์ต่อหน่วยเท่ากันทั้งสามงวด จากนั้นไล่ลงมาเป็น 36.72 แล้ว 19.72 และ 15.72 สตางค์ในสามงวดของปี 2568 ลงต่อถึง 9.72 สตางค์ในงวด ม.ค.–เม.ย. 2569 แล้วกลับขึ้นไปที่ 16.23 สตางค์ในสองงวดล่าสุด ส่วนต่างระหว่างงวดสูงสุดกับต่ำสุดคือ 30 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งบ้านที่ใช้ 600 หน่วยจะเห็นความต่าง 180 บาทต่อเดือน (ประมาณ 193 บาทเมื่อรวม VAT) โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเลย

ค่า Ft ขายปลีกรายงวด งวดละ 4 เดือน ตั้งแต่ปี 2567 ถึงงวดปัจจุบัน (สตางค์/หน่วย)
2567 ม.ค.–เม.ย.
39.72
2567 พ.ค.–ส.ค.
39.72
2567 ก.ย.–ธ.ค.
39.72
2568 ม.ค.–เม.ย.
36.72
2568 พ.ค.–ส.ค.
19.72
2568 ก.ย.–ธ.ค.
15.72
2569 ม.ค.–เม.ย.
9.72
2569 พ.ค.–ส.ค.
16.23
2569 ก.ย.–ธ.ค.
16.23

อีกเรื่องที่ควรรู้คือค่า Ft 16.23 สตางค์ของงวด ก.ย.–ธ.ค. 2569 ไม่ใช่ราคาต้นทุนจริง รายงานมติ กกพ. จากการประชุมครั้งที่ 29/2569 (ครั้งที่ 1,019) เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าจริงของงวดนี้อยู่ที่ 41.27 สตางค์ต่อหน่วย แล้วใช้เงินจากกลไก Claw Back จำนวน 16,127.17 ล้านบาท (เทียบเท่า 25.04 สตางค์ต่อหน่วย) มากดให้เหลือ 16.23 สตางค์ แปลว่าค่าไฟที่คุณจ่ายในงวดนี้ถูกกดไว้ด้วยเงินก้อนที่ไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำอัตโนมัติทุกงวด จึงควรอ่านประกาศ Ft งวดถัดไปเสมอ แทนที่จะสมมติว่าค่าไฟจะอยู่ระดับนี้ต่อไป

อัตราค่าพลังงานและค่าบริการ: ตรวจสอบ ณ 17 ส.ค. 2569 จากหน้าอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟน. · ค่า Ft 16.23 สตางค์/หน่วย: ใช้กับบิลเดือน ก.ย.–ธ.ค. 2569 เท่านั้น งวด ม.ค.–เม.ย. 2570 ยังไม่ประกาศ ณ วันที่เขียน · VAT 7%: ครม. ขยายเวลาคงอัตราถึง 30 ก.ย. 2570 · เมื่อ Ft งวดใหม่ประกาศ ตารางบิลและตารางแม่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในหน้านี้ต้องคำนวณใหม่

สิ่งที่เรายังยืนยันไม่ได้ และจะไม่เขียนเป็นข้อเท็จจริง

บทความเรื่องค่าไฟช่วงนี้เต็มไปด้วยตัวเลขที่คัดลอกต่อกันมาโดยไม่ได้ตรวจ เราจึงเปิดรายการสิ่งที่ตรวจแล้วยังไม่ชัดไว้ตรงนี้ทั้งหมด เพื่อให้คุณรู้ว่าตรงไหนควรถามการไฟฟ้าเองก่อนใช้ตัดสินใจเรื่องเงินก้อนใหญ่

  • ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยใหม่: ข่าวรายงานว่าลดจาก 3.78 เหลือ 3.69 บาท/หน่วย แต่เป็นตัวเลขปัดเศษจากข่าวประชาสัมพันธ์ เราไม่พบค่าฐานใหม่แบบทศนิยม 4 ตำแหน่งในเอกสาร กกพ. จึงเขียนได้แค่ว่า 'เฉลี่ยประมาณ 3.69 บาท/หน่วย'
  • ค่าบริการรายเดือน: หน้า กฟน. ณ 17 ส.ค. 2569 ยังแสดง 8.19 และ 24.62 บาทเท่าเดิม แต่เราไม่พบเอกสาร กกพ. ที่ระบุชัดว่าค่าบริการรายเดือนถูกทบทวนหรือคงเดิมภายใต้โครงสร้างใหม่
  • อัตรา TOU ประเภท 1.3: ข่าวมติ กกพ. พูดถึงเฉพาะประเภท 1.1 และ 1.2 และเอกสาร กกพ. ระบุว่าสถิติที่ใช้พิจารณาไม่รวมบ้านประเภท TOU
  • ค่าบริการรายเดือนฝั่ง กฟภ.: เอกสารดาวน์โหลดบนเว็บ กฟภ. ณ วันที่ตรวจยังเป็นฉบับโครงสร้างปี 2566 ตัวเลขค่าบริการในหน้านี้จึงอ้างอิงตาราง กฟน. โดยที่อัตราค่าพลังงานเป็น Uniform Tariff เท่ากันทั่วประเทศ
  • ใครรับภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะแทนหลังถูกแยกออกจากบิลบ้านอยู่อาศัย: ทั้งข่าวและเอกสารที่เข้าถึงได้ไม่ระบุ เราจึงไม่เดา
  • ตัวเลข 0.0634 บาท/หน่วย ที่เป็นส่วนลดจากการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะ: ปรากฏในข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่มติ กกพ. และตรงกับส่วนต่าง 4.2218 − 4.1584 พอดี แต่เรายังไม่พบตัวเลขนี้ในเอกสารมติฉบับเต็มของ กกพ. เอง จึงอ้างเป็นระดับข่าวประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่ระดับเอกสารมติ
  • การเฉลี่ยขั้นบันไดและค่าบริการรายเดือนตามจำนวนวันในรอบบิล: เราไม่พบข้อความบนหน้าอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟน. หน้าการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้า หรืออินโฟกราฟิกการอ่านมิเตอร์ ที่ระบุว่ามีหรือไม่มีการเฉลี่ยสำหรับรอบบิลที่สั้น/ยาวกว่าปกติ จึงเขียนได้เฉพาะกลไกที่ยืนยันได้ว่าหน่วยทั้งรอบถูกเรียงเข้าขั้นบันไดชุดเดียว
  • ค่าติดตั้งมิเตอร์ TOU: ไม่พบราคาทางการที่อ้างอิงได้ ตารางคืนทุนในหน้านี้จึงใช้ราคาสมมติสามระดับ เพื่อให้คุณแทนตัวเลขจริงจากการไฟฟ้าเองได้
  • ค่าธรรมเนียมการขอตรวจสอบหรือสอบเทียบเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าตามคำร้องของผู้ใช้ไฟ: ไม่พบอัตราที่ประกาศเป็นทางการในรอบตรวจสอบนี้ จึงระบุได้เพียงว่าให้ถามค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขการคืนเงิน ตอนแจ้งเรื่องกับการไฟฟ้าในพื้นที่ ก่อนตกลงให้ดำเนินการ

ทำอะไรต่อ เรียงตามลำดับที่ให้ผลมากที่สุดก่อน

  1. 1เปิดบิลค่าไฟใบล่าสุด หายอดรวมที่จ่ายและจำนวนหน่วย แล้วหารกัน เก็บ 'ต้นทุนต่อหน่วยจริง' ไว้ในโน้ตมือถือ นี่คือเลขที่ใช้ตลอดปี
  2. 2ดูที่บิลว่าคุณเป็นประเภท 1.1 (หรือ 1.1.1 ในพื้นที่ กฟภ.) หรือประเภท 1.2 (1.1.2) เพราะค่าบริการรายเดือนและขั้นราคาต่างกัน
  3. 3ถ้าคุณเช่าอยู่ ให้เอาอัตราที่ถูกเรียกเก็บต่อหน่วยมาเทียบกับตารางห้องเช่าในหน้านี้ แล้วถ้าต่างกันมาก ให้ขอดูวิธีคิดจากผู้ให้เช่า ก่อนพิจารณาช่องทาง สคบ. 1166
  4. 4รอบิลรอบเดือน ก.ย. 2569 ใบแรก แล้วไล่เช็กสามอย่างตามหัวข้อ 'บิลใบแรกของอัตราใหม่' คือช่องค่าบริการ (8.19 หรือ 24.62) ค่า Ft หารจำนวนหน่วย (ต้องได้ราว 0.1623) และบรรทัดค่าพลังงานที่ต้องเป็นขั้นบันไดชุดเดียวของทั้งรอบ จากนั้นเทียบยอดกับตารางแยกบิลที่ระดับหน่วยใกล้เคียงกัน ถ้าต่างกันเกินสิบบาท ให้หาจำนวนวันในรอบบิลแล้วเทียบ 'หน่วยต่อวัน' แทนยอดหน่วยดิบ
  5. 5ถ้าบิลสูงผิดปกติ ให้ไล่ลำดับสี่ขั้นในหัวข้อ 'บิลสูงผิดปกติ' ให้ครบก่อนแจ้งเรื่อง และถ้าถึงขั้นแจ้งจริง ให้ขอเลขรับเรื่องไว้ พร้อมถามกรอบเวลาที่การไฟฟ้าใช้กับกรณีของคุณ
  6. 6ไล่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน จดวัตต์จากแผ่นป้ายของสามเครื่องที่ใช้หนักที่สุด (มักเป็นแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น) แล้วเปิดตารางแม่หาว่าแต่ละเครื่องกินเงินเดือนละเท่าไร
  7. 7จัดการเครื่องทำความร้อนและเครื่องปรับอากาศก่อนเสมอ ทั้งลดชั่วโมง ตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น ล้างแอร์ตามรอบ ปิดรอยรั่วของห้อง ทั้งหมดนี้ต้นทุนต่ำกว่าการเปลี่ยนเครื่องมาก และให้ผลก่อนที่คุณจะรู้ว่าต้องเปลี่ยนเครื่องจริงไหม
  8. 8ถ้าเครื่องเก่าใกล้หมดอายุอยู่แล้ว ค่อยใช้กรอบจุดคุ้มทุน 6 ขั้นตอนข้างบนคำนวณ โดยใช้ค่า kWh/ปี จากฉลากเบอร์ 5 ของรุ่นที่จะซื้อจริง ไม่ใช่ค่ากลางจากอินเทอร์เน็ต
  9. 9ถ้าบ้านใช้ไฟเกิน 600 หน่วย/เดือน และแทบไม่มีใครอยู่บ้านช่วง 09.00–22.00 น. วันจันทร์–ศุกร์ จึงค่อยไปสอบถามการไฟฟ้าในพื้นที่เรื่องอัตรา TOU และค่าติดตั้งมิเตอร์ แล้วเอาตัวเลขจริงมาเทียบกับตารางจุดเสมอตัว
  10. 10ตั้งเตือนในปฏิทินช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2569 เพื่อดูประกาศค่า Ft งวด ม.ค.–เม.ย. 2570 เพราะทุกตัวเลขในหน้านี้ต้องคำนวณใหม่เมื่อ Ft เปลี่ยน

สรุปในประโยคเดียว โครงสร้างใหม่เข้าข้างผู้ใช้ไฟทุกระดับ แต่ในขนาดที่เล็กกว่าที่หลายคนคาด ส่วนลดที่ได้ต่อเดือนอยู่ในหลักสิบถึงหลักร้อยบาท ขณะที่การจัดการเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำอุ่นในบ้านหลังเดียวกัน มักให้ผลมากกว่าหลายเท่า และการอ่านบิลให้เป็นก็ป้องกันการจ่ายเกินได้มากกว่าการรอส่วนลดจากโครงสร้าง โครงสร้างค่าไฟเป็นเรื่องที่คุณควบคุมไม่ได้ แต่จำนวนหน่วยที่ใช้ จำนวนวันที่คุณเทียบให้ถูก และอัตราที่คุณยอมให้ใครเรียกเก็บ เป็นสามเรื่องที่คุณควบคุมได้ทั้งหมด และถ้าคุณกำลังไล่ดูค่าใช้จ่ายประจำก้อนอื่นของบ้านด้วยตรรกะเดียวกัน คือดูตามบริบทจริงของบ้าน ไม่ใช่ดูแค่ราคาป้าย เครื่องมือคัดกรองตามบริบทของเราอยู่ที่ Smart Filter

ข้อมูลทั้งหมดในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเปรียบเทียบ ตัวเลขที่ระบุว่าคำนวณโดย KUMKRONG เป็นประมาณการจากอัตราที่หน่วยงานประกาศ ณ 17 ส.ค. 2569 ไม่ผูกพัน และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ยอดที่เรียกเก็บจริงเป็นไปตามที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคำนวณในบิลของคุณ

อ่านต่อในเรื่องที่ผูกกับค่าไฟบ้านโดยตรง
มิเตอร์ TOU กับการชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน คุ้มไหมเจาะกรณีที่ TOU มีโอกาสคุ้มที่สุด คือบ้านที่มีโหลดหนักย้ายไปกลางคืนได้จริงเปิด →ค่าชาร์จรถไฟฟ้าต่อเดือน ชาร์จบ้าน vs ชาร์จนอกบ้านต่อยอดสูตรต้นทุนต่อหน่วยจริงไปคำนวณค่าชาร์จรถต่อเดือนเปิด →ติดโซลาร์รูฟท็อปเพื่อชาร์จรถไฟฟ้า คุ้มไหมกรอบคิดจุดคุ้มทุนของการลงทุนลดค่าไฟก้อนใหญ่ ใช้ตรรกะเดียวกับการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเปิด →คู่มือเลือกแอร์ 2569อ่านสเปกและฉลากประหยัดไฟก่อนกรอกตัวเลขลงกรอบจุดคุ้มทุนในหน้านี้เปิด →เทียบร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า 2569เทียบเงื่อนไขราคา ติดตั้ง และบริการหลังการขาย ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องเปิด →