Kept by Krungsri เป็นแอปเก็บเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่เปิดตัวมาหลายปีแล้ว และเคยเป็น "ตัวท็อป" ของวงการบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัลดอกเบี้ยสูงในไทย ด้วยดอกเบี้ยที่เคยแตะ 2.22% ต่อปี บวกกับฟีเจอร์ "แอบเก็บ" ที่ช่วยหักเงินเก็บอัตโนมัติทุกครั้งที่ใช้จ่าย จนกลายเป็นแอปที่คนอยากเริ่มเก็บเงินนึกถึงเป็นชื่อแรก ๆ

แต่ปี 2569 นี้สถานการณ์เปลี่ยนไปพอสมควร ดอกเบี้ยถูกปรับลดลงต่อเนื่องตามวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง เพดานเงินฝากก็ต่ำลงจากยุคก่อน ขณะที่คู่แข่งบางเจ้าให้ดอกเบี้ยหน้าตาสูงกว่า บทความนี้เลยรีวิวแบบตรงไปตรงมา: ดอกเบี้ยล่าสุดของแต่ละกระปุกเป็นเท่าไหร่ เงินใน Kept ได้รับความคุ้มครองจาก สคฝ. แบบไหน (จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยมาก) เปิดบัญชียังไง และสุดท้ายเหมาะกับใคร-ไม่เหมาะกับใคร ตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงหน้าทางการ keptbykrungsri.com ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ซึ่งธนาคารปรับเปลี่ยนได้ตลอด โปรดเช็กอัตราล่าสุดก่อนตัดสินใจเสมอ

Kept by Krungsri คืออะไร ต่างจากแอปธนาคารปกติยังไง?

ประเด็นแรกที่ต้องเคลียร์: Kept ไม่ใช่ e-wallet แบบ TrueMoney แต่เป็น "บัญชีเงินฝากออมทรัพย์จริง" ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ออกแบบมาให้เปิดและใช้งานผ่านแอปแยกต่างหากจากแอปหลักของธนาคาร เงินที่อยู่ในนั้นจึงมีสถานะเป็นเงินฝากธนาคารที่อยู่ใต้การกำกับของ ธปท. และได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ซึ่งจะลงรายละเอียดในหัวข้อความปลอดภัยด้านล่าง

จุดที่ทำให้ Kept ต่างจากบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปคือโครงสร้างภายในแอปที่แบ่งเงินออกเป็นหลายส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่และดอกเบี้ยไม่เท่ากัน:

  • กระเป๋า Kept — บัญชีหลักสำหรับโอนเงินเข้า-ออก ผูก PromptPay ใช้จ่ายรายวัน (ดอกเบี้ยต่ำสุดในแอป)
  • กระปุก Grow — ที่เก็บเงินก้อนเพื่อกินดอกเบี้ยสูงสุดของแอป ฝากเป็นก้อน (Slip) ละอย่างน้อย 1,000 บาท
  • กระปุก Fun — กระปุก "แอบเก็บ" หักเงินเก็บอัตโนมัติทุกครั้งที่คุณใช้จ่าย
  • กระปุก Together — แยกเก็บเงินตามเป้าหมาย เช่น ทริปเที่ยว กองทุนฉุกเฉิน
  • Kept Happy Tax Free — เงินฝากปลอดภาษีแบบฝากรายเดือน (มีเงื่อนไขแยกต่างหาก)

หลักคิดของแอปคือ เงินใช้จ่ายอยู่ในกระเป๋า Kept ส่วนเงินเก็บควรไหลไปอยู่ใน Grow ให้มากที่สุด เพราะดอกเบี้ยต่างกันหลายเท่า — ใครที่โอนเงินเข้ามาแล้วปล่อยค้างไว้ในกระเป๋าหลักเฉย ๆ เท่ากับเสียดอกเบี้ยฟรีไปโดยไม่รู้ตัว

ดอกเบี้ย Kept ล่าสุดเท่าไหร่ แต่ละกระปุกได้ไม่เท่ากันตรงไหน?

ตัวเลขจากหน้าผลิตภัณฑ์ทางการ ณ 6 ก.ค. 2569 สำหรับเงินฝากใหม่ในกระปุก Grow ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป สรุปได้ตามตารางนี้ (เงินที่ฝากเข้ามาก่อนหน้านั้นได้อัตราตามประกาศ ณ วันที่ฝาก)

ดอกเบี้ยแต่ละส่วนของแอป Kept (ณ 6 ก.ค. 2569)
ส่วนของแอปดอกเบี้ย (ต่อปี)เงื่อนไขสำคัญจ่ายดอกเบี้ยเมื่อไหร่
กระเป๋า Kept (บัญชีหลัก)0.1%โอนเข้า-ออก/PromptPay ฟรีไม่จำกัดปีละ 2 ครั้ง (28 มิ.ย. / 28 ธ.ค.)
กระปุก Grow1.25% (เดือน 1–18) → 1.35% (เดือน 19–24) เฉลี่ย 1.275%ขั้นต่ำ 1,000 บาท/Slip · เพดานรวม 2 ล้านบาท · ถอนได้ทุกเมื่อไม่มีเงื่อนไข · ครบ 24 เดือนระบบโอนเงินต้นคืนกระเป๋า Kept อัตโนมัติทุกวันที่ 28 ของเดือน (คิดดอกเบี้ยรายวัน)
กระปุก Together0.5%แยกเก็บตามเป้าหมาย ตั้งได้หลายกระปุกทุกวันที่ 28 ของเดือน
กระปุก Fun0.1% + โบนัสรวมเป็น 1% ในเดือนถัดไปต้อง "แอบเก็บ" ครบ 10 ครั้งในเดือนนั้น (สั่งเก็บเองไม่นับ)ทุกวันที่ 28 ของเดือน

อัตราสำหรับเงินฝากใหม่ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 2569 อ้างอิง keptbykrungsri.com ดึงข้อมูล 6 ก.ค. 2569 — เป็นอัตราลอยตัวที่ธนาคารประกาศเปลี่ยนได้ โปรดเช็กหน้าทางการก่อนฝากทุกครั้ง

สิ่งที่ควรรู้เพื่อไม่ให้ผิดหวังคือ "ทิศทาง" ของดอกเบี้ย Kept ที่ลดลงมาต่อเนื่อง: ธันวาคม 2566 กระปุก Grow เคยให้สูงสุดถึง 2.22% ต่อปี (เฉลี่ย 1.87% เพดานฝาก 5 ล้านบาท ตามประกาศของธนาคารในตอนนั้น) จากนั้นธนาคารทยอยปรับลดลงเป็นระยะ จนอัตราสำหรับเงินฝากใหม่ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 2569 เหลือเฉลี่ย 1.275% ต่อปี ส่วนเพดานเงินฝากตามหน้าทางการปัจจุบันอยู่ที่ 2 ล้านบาท ลดลงจากยุคที่เคยรับฝากสูงสุด 5 ล้านบาท — สอดคล้องกับภาพใหญ่ที่ กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายและธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดตาม ใครที่จำภาพ "Kept ดอกสองกว่าเปอร์เซ็นต์" ได้ ต้องอัปเดตความคาดหวังใหม่

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากดิจิทัลทุกเจ้าเป็นอัตราลอยตัวที่ธนาคารประกาศปรับได้ตลอด และในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา Kept ปรับลงมาแล้วหลายรอบ ตัวเลขในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ 6 ก.ค. 2569 เท่านั้น เช็กหน้า keptbykrungsri.com/grow-savings เพื่อดูอัตราปัจจุบันก่อนตัดสินใจฝากทุกครั้ง

ฟีเจอร์ "แอบเก็บ" กับระบบเก็บเงินอัตโนมัติ ใช้งานจริงเป็นยังไง?

การวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงระยะยาว

นี่คือจุดขายตัวจริงของ Kept ในปี 2569 — เมื่อดอกเบี้ยไม่ใช่ตัวท็อปอีกต่อไป สิ่งที่ Kept ยังทำได้ครบกว่าหลายเจ้าคือระบบช่วยสร้างวินัยการเก็บเงิน ฟีเจอร์ "แอบเก็บ" ในกระปุก Fun มีให้เลือก 3 โหมด: เก็บจำนวนคงที่ทุกครั้งที่ใช้จ่าย (เช่น ใช้เงินทีไรเก็บเพิ่ม 20 บาท) เก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดใช้จ่าย หรือเก็บเศษปัดขึ้น (เช่น จ่าย 347 บาท ระบบปัดเป็น 400 แล้วเก็บส่วนต่าง 53 บาทให้) เงินเก็บพวกนี้จะสะสมแบบแทบไม่รู้สึกตัว

อีกกลไกที่มีประโยชน์คือการตั้งยอดเงินคงเหลือในกระเป๋า Kept — เงินส่วนที่เกินยอดที่ตั้งไว้จะถูกโอนเข้ากระปุก Grow ให้อัตโนมัติในวันถัดไป (ครั้งละอย่างน้อย 1,000 บาท) เท่ากับเงินเก็บของคุณไหลไปอยู่ในที่ที่ดอกเบี้ยสูงสุดของแอปเองโดยไม่ต้องกดโอนเอง และ Grow ยังถอนได้ทุกเมื่อไม่มีเงื่อนไข ไม่โดนปรับลดดอกเบี้ยย้อนหลังแบบฝากประจำ ซึ่งเหมาะกับเงินสำรองฉุกเฉินที่ต้องพร้อมใช้

ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อน: โบนัสดอกเบี้ยกระปุก Fun ที่โฆษณาว่า "รวมเป็น 1% ต่อปี" มีเงื่อนไขยิบย่อยพอสมควร คือต้องเกิดการแอบเก็บอัตโนมัติครบ 10 ครั้งภายในเดือน โดยการกด "สั่งเก็บ" เองไม่นับรวม ถ้าเดือนไหนใช้จ่ายผ่านแอปน้อย โบนัสก็หลุด เหลือดอกเบี้ยฐาน 0.1% เท่านั้น

กระเป๋า Kept หลักให้ดอกเบี้ยเพียง 0.1% ต่อปี ต่างจากกระปุก Grow ที่ให้เฉลี่ย 1.275% ถ้าคุณโอนเงินก้อนเข้ามาแล้วไม่ได้ตั้งค่าให้เงินส่วนเกินไหลเข้า Grow อัตโนมัติ เท่ากับเสียส่วนต่างดอกเบี้ยไปเปล่า ๆ — ตั้งค่ายอดคงเหลือในกระเป๋าให้พอดีกับที่ใช้จ่ายจริงตั้งแต่วันแรกที่เปิดบัญชี

เงินใน Kept ปลอดภัยไหม สคฝ. คุ้มครองหรือเปล่า?

คำตอบสั้น: คุ้มครอง เพราะเงินใน Kept มีสถานะเป็นเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จึงได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ตามกฎหมาย ในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากหนึ่งรายต่อหนึ่งธนาคาร — ต่างจากเงินใน e-wallet ที่ไม่ใช่เงินฝากธนาคารและไม่ได้รับความคุ้มครองรูปแบบเดียวกัน แต่มีรายละเอียดสำคัญที่คนเข้าใจผิดกันเยอะ

ความคุ้มครอง 1 ล้านบาทนับ "ต่อผู้ฝากต่อธนาคาร" หมายความว่าเงินใน Kept จะถูกนับรวมกับบัญชีกรุงศรีอื่น ๆ ทั้งหมดของคุณ ไม่ใช่วงเงินแยกของแอป ดังนั้นถ้าคุณฝากกระปุก Grow เต็มเพดาน 2 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 1 ล้านจะอยู่นอกวงเงินคุ้มครองของ สคฝ. ใครที่ยึดหลัก "กระจายเงินไม่เกิน 1 ล้านต่อธนาคาร" ต้องคิดวงเงินนี้รวมกันทั้งธนาคาร

อีกด้านของความปลอดภัยคือประสบการณ์ใช้งานจริง ซึ่งมีเสียงร้องเรียนบน Pantip ที่ควรนำมาชั่งน้ำหนักอย่างแฟร์ ๆ เช่น กระทู้เมื่อ ก.พ. 2568 (topic 43260712) ที่ระบบแจ้งว่าชื่อเจ้าของซิมมือถือไม่ตรงกับชื่อบัญชีทั้งที่ผู้ใช้ตรวจสอบกับค่ายมือถือแล้วว่าตรงกัน พร้อมข้อความแจ้งว่าจะถูกจำกัดการใช้บัญชีหากไม่ดำเนินการภายในกำหนด จนผู้ใช้ตัดสินใจถอนเงินออกทั้งหมด และอีกกระทู้ (topic 42953616 — ดูลิงก์ในแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ) ที่บัญชีออนไลน์ถูกล็อกแล้วพนักงานสาขาแก้ให้ไม่ได้จนต้องปิดบัญชี รวมถึงความกังวลเชิงโครงสร้างว่าบัญชีดิจิทัลไม่มีสมุดคู่ฝาก อาจทำให้ขั้นตอนแจ้งความหรือยืนยันหลักฐานยุ่งยากขึ้นหากเกิดเหตุถูกดูดเงิน

มองอย่างเป็นธรรม เคสเหล่านี้เป็นประสบการณ์รายบุคคลและส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากมาตรการกวาดล้างบัญชีม้าที่ทำให้ทุกธนาคารเข้มเรื่องการจับคู่ชื่อซิมกับชื่อบัญชีมากขึ้น ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของ Kept เจ้าเดียว แต่ก็สะท้อนจุดอ่อนของบัญชีที่เปิด-ปิด-แก้ปัญหาได้เฉพาะช่องทางออนไลน์: เวลาระบบสะดุด ทางแก้อาจไม่ง่ายเท่าบัญชีสาขาแบบดั้งเดิม ใครที่จะฝากเงินก้อนใหญ่ควรเผื่อใจเรื่องนี้ไว้ด้วย

เทียบกับบัญชีออมทรัพย์ดอกสูงเจ้าอื่น Kept ยังน่าฝากไหม?

ถ้าวัดกันที่ตัวเลขดอกเบี้ยล้วน ๆ Kept ไม่ใช่แชมป์แล้วในปี 2569 ตารางนี้เทียบกับบัญชีเงินฝากดิจิทัลเด่น ๆ จากข้อมูลรวบรวมของ Thairath Money (มี.ค. 2569) ประกบกับอัตรา Kept ล่าสุด

Kept Grow เทียบบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัลดอกสูง (ข้อมูล มี.ค.–มิ.ย. 2569)
บัญชีดอกเบี้ยเด่น (ต่อปี)วงเงินที่ได้อัตรานั้น
Dime! Save (KKP)3.00%เฉพาะ 10,000 บาทแรก (ส่วนเกินได้ 1.25% ถึง 1 ล้านบาท)
ibank e-Savings2.20%เฉพาะ 20,000 บาทแรก
Thai Credit Alpha1.70%ไม่เกิน 500,000 บาท
SCB e-Savings1.45%ไม่เกิน 1 ล้านบาท
TISCO e-Savings1.40%ไม่เกิน 1 ล้านบาท
Bangkok Bank e-Savings1.35%ไม่เกิน 1 ล้านบาท
Kept — กระปุก Growเฉลี่ย 1.275% (1.25% → 1.35%)สูงสุด 2 ล้านบาท

อัตราคู่แข่งอ้างอิง Thairath Money 26 มี.ค. 2569, อัตรา Kept อ้างอิงหน้าทางการสำหรับเงินฝากใหม่ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 2569 — ทุกอัตราเปลี่ยนได้ตลอด และดอกเบี้ยออมทรัพย์รวมทุกธนาคารที่เกิน 20,000 บาท/ปี จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%

ดอกเบี้ยเด่นต่อปี: Kept Grow เทียบบัญชีดิจิทัล (% ต่อปี)
Dime! Save (KKP)
3
ibank e-Savings
2.2
Thai Credit Alpha
1.7
SCB e-Savings
1.45
TISCO e-Savings
1.4
Bangkok Bank e-Savings
1.35
Kept กระปุก Grow (เฉลี่ย)
1.275

ภาพที่เห็นชัดคือคู่แข่งให้เรท "หน้าตาสูง" ในวงเงินเล็ก: Dime! ให้ 3% แต่เฉพาะหมื่นแรกเท่านั้น ibank ให้ 2.20% แค่สองหมื่นแรก ขณะที่ Kept ให้เฉลี่ย 1.275% แต่กินวงเงินได้ถึง 2 ล้านบาท ดังนั้นสำหรับเงินหลักหมื่นถึงแสนต้น ๆ เจ้าอื่นให้ดอกรวมมากกว่า แต่พอเป็นเงินก้อนหลักแสนปลาย ๆ ถึงหลักล้าน เพดานสูงของ Kept เริ่มมีความหมาย และหลายคนก็เลือกกระจายหลายบัญชีเพื่อเก็บเรทดีของแต่ละเจ้า — เราสรุปวิธีคิดแบบนี้ไว้ละเอียดในบทความรวมบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง และถ้ากำลังชั่งใจระหว่างออมทรัพย์ดอกสูง ฝากประจำ กับเงินฝากปลอดภาษี ลองอ่านเทียบสามทางเลือกเงินฝาก ประกอบ

สรุปเชิงเปรียบเทียบ: จุดขายของ Kept ในตอนนี้ไม่ใช่ "ดอกเบี้ยสูงสุดในตลาด" แต่เป็นแพ็กเกจรวมของระบบเก็บเงินอัตโนมัติที่ครบที่สุดเจ้าหนึ่ง + เพดานดอกเบี้ยระดับใช้ได้ที่ 2 ล้านบาท + สภาพคล่องแบบถอนได้ทุกเมื่อ ส่วนคู่แข่งสาย feature ตรง ๆ คือ MAKE by KBank ที่เล่นเรื่องแยกกระเป๋าเก็บเงินเหมือนกัน ใครเน้นฟีเจอร์ควรเทียบสองแอปนี้ ใครเน้นดอกเบี้ยควรมองสาย Dime!/ibank/Thai Credit

เปิดบัญชี Kept ยังไง ต้องมีบัญชีกรุงศรีก่อนไหม?

ไม่ต้องมีบัญชีกรุงศรีมาก่อนก็เปิดได้ — นี่เป็นข้อดีที่ทำให้ Kept เข้าถึงง่าย โดยยืนยันตัวตนได้ 2 ทาง: ผ่าน NDID โดยใช้แอปธนาคารอื่นที่คุณเคยยืนยันตัวตนไว้ (ต้องทำให้เสร็จภายใน 60 นาทีหลังเริ่มสมัคร) หรือไปยืนยันตัวตนที่จุดบริการ Krungsri i-CONFIRM ภายใน 7 วัน สิ่งที่ต้องเตรียมและเงื่อนไขที่ควรรู้:

  • บัตรประชาชนแบบ Smart card + เบอร์มือถือ + อีเมลที่ใช้งานได้จริง
  • สมัครผ่านแอปได้ช่วงเวลา 06:00–22:00 น. เท่านั้น
  • รองรับ iOS 14 ขึ้นไป / Android 10 ขึ้นไป และจำกัด 1 บัญชีต่อ 1 เครื่อง
  • ไม่รองรับเครื่องที่ jailbreak/root (เปิดไม่ได้และใช้งานไม่ได้)
  • ชื่อเจ้าของซิมมือถือควรตรงกับชื่อผู้เปิดบัญชี — จากเคส Pantip ข้างต้น ถ้าเพิ่งย้ายค่าย/เปลี่ยนชื่อ ควรอัปเดตข้อมูลกับค่ายมือถือให้เรียบร้อยก่อนสมัคร จะลดโอกาสโดนระบบแจ้งเตือนผิดพลาด

สรุปแล้ว Kept เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร?

Kept น่าจะตอบโจทย์ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้:

  • คนที่เก็บเงินเองไม่ค่อยอยู่ และอยากได้ระบบบังคับเก็บอัตโนมัติ (แอบเก็บ 3 โหมด + เงินเกินไหลเข้า Grow เอง) — นี่คือจุดที่ Kept ทำได้ดีกว่าบัญชีดอกสูงล้วน ๆ
  • คนที่ไม่มีบัญชีกรุงศรีแต่อยากเปิดบัญชีออนไลน์จบในมือถือผ่าน NDID
  • คนมีเงินก้อนหลักแสนถึงราว 1 ล้านบาทที่อยากได้ดอกเบี้ยดีกว่าออมทรัพย์ปกติ พร้อมสภาพคล่องถอนได้ทุกเมื่อ และยังอยู่ในวงเงินคุ้มครอง สคฝ. เต็มจำนวน

และอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด ถ้าคุณเป็นกลุ่มนี้:

  • นักล่าดอกเบี้ยสูงสุดที่มีเงินหลักหมื่นถึงแสนต้น ๆ — Dime! (3% หมื่นแรก), ibank (2.20% สองหมื่นแรก) หรือ Thai Credit (1.70% ถึงห้าแสน) ให้ผลตอบแทนต่อบาทมากกว่า ณ ข้อมูลล่าสุด
  • คนที่เงินส่วนใหญ่ค้างอยู่ในกระเป๋าหลักเพื่อใช้จ่าย — ได้แค่ 0.1% แทบไม่ต่างจากออมทรัพย์ธรรมดา
  • คนที่มีเงินฝากกรุงศรีรวมทุกบัญชีเกิน 1 ล้านบาท และต้องการให้เงินทุกบาทอยู่ในวงเงินคุ้มครอง สคฝ.
  • คนที่ไม่สบายใจกับบัญชีที่แก้ปัญหาได้เฉพาะช่องทางออนไลน์/คอลเซ็นเตอร์ และอยากได้สมุดบัญชีเป็นหลักฐานจับต้องได้
โฆษณา · affiliateอยากดูเงื่อนไขและอัตราล่าสุดด้วยตัวเอง

ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้รับค่าตอบแทนหากคุณคลิก โดยไม่กระทบสิ่งที่คุณได้รับ การสมัครและธุรกรรมทั้งหมดทำบนระบบของธนาคารโดยตรง

KUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) เมื่อคุณคลิก/ซื้อผ่านลิงก์เหล่านี้ โดยไม่กระทบราคาที่คุณจ่าย · เราเป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่ผู้ขาย

ผลิตภัณฑ์การเงินมีเงื่อนไข ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมที่เปลี่ยนแปลงได้ โปรดศึกษาเงื่อนไขและ Sales Sheet จากธนาคารโดยตรงก่อนสมัคร บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ณ วันที่ระบุ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล · KUMKRONG อาจได้รับค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) โดยไม่กระทบสิ่งที่คุณได้รับ

บรรทัดสุดท้ายของรีวิวนี้: Kept ยังเป็นแอปเก็บเงินที่ "ระบบช่วยเก็บ" ดีที่สุดกลุ่มหนึ่งในไทย แต่ยุคที่มันเป็นบัญชีดอกเบี้ยสูงสุดจบไปแล้ว ถ้าเป้าหมายคุณคือสร้างนิสัยเก็บเงินให้อยู่ Kept ยังน่าลอง ถ้าเป้าหมายคือรีดดอกเบี้ยทุกบาท ให้เทียบหลายเจ้าแล้วอาจกระจายเงินตามเพดานเรทดีของแต่ละบัญชี — และไม่ว่าเลือกทางไหน เช็กอัตรา ณ วันสมัครจากหน้าทางการเสมอ เพราะปีนี้ดอกเบี้ยยังอยู่ในขาลง