มันมักมาในจังหวะแบบนี้ค่ะ — เปิดอีเมลเจอข้อความจากที่ทำงานเรื่องเอกสารภาษี แล้วใจหายวาบว่า "ปีที่แล้วเรายื่นหรือยังนะ" หรือบางทีก็เพิ่งรู้ตอนเพื่อนทักว่าหมดเขตไปตั้งนานแล้ว ข่าวดีคือการยื่นภาษีเกินกำหนดไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ และค่าปรับส่วนใหญ่ก็เล็กกว่าที่ใจเราคิดไปเองมาก กรมสรรพากรเปิดให้ "ยื่นย้อนหลัง" ได้เสมอ บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นว่าค่าปรับมีกี่ก้อน คิดยังไง และต้องเดินเรื่องที่ไหนให้จบเร็วและเสียน้อยที่สุด

หัวใจที่ต้องแยกให้ออก: "ยื่นช้า" กับ "จ่ายช้า" คนละก้อนค่ะ ค่าปรับอาญาจากการยื่นช้าเป็นจำนวนคงที่ (ไม่เกิน 2,000 บาท ตาม ม.35) ส่วนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนคิดเฉพาะเมื่อมี "ภาษีค้างจ่าย" เท่านั้น ถ้าถูกหัก ณ ที่จ่ายครบแล้วหรือได้เงินคืน เงินเพิ่มก้อนนี้จะเป็น 0 — ยิ่งยื่นเร็วยิ่งเบา (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)

ก่อนตกใจ เช็กก่อนว่าคุณ "ต้องยื่น" จริงไหม

หลายคนเครียดทั้งที่จริง ๆ อาจไม่มีภาษีต้องจ่ายสักบาท เพราะ "การยื่นแบบ" กับ "การมีภาษีต้องจ่าย" เป็นคนละเรื่อง กฎหมายกำหนดว่าถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ก็ต้องยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วจะไม่มีภาษีต้องจ่าย หรือแม้แต่จะได้เงินคืนก็ตาม เกณฑ์เงินได้ทั้งปีที่ทำให้ "เข้าข่ายต้องยื่น" เป็นดังนี้

เกณฑ์เงินได้ทั้งปีที่เข้าข่ายต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สถานะ / ประเภทเงินได้เงินได้พึงประเมินทั้งปีเกิน
โสด มีเงินได้จากเงินเดือน/ค่าจ้างอย่างเดียว120,000 บาท
โสด มีเงินได้ประเภทอื่น (หรือหลายประเภท)60,000 บาท
มีคู่สมรส มีเงินได้จากเงินเดือน/ค่าจ้างอย่างเดียว (รวมสองฝ่าย)220,000 บาท
มีคู่สมรส มีเงินได้ประเภทอื่น (รวมสองฝ่าย)120,000 บาท

ตัวเลขในตารางคือ "เกณฑ์ต้องยื่น" ไม่ใช่ "เกณฑ์ต้องจ่าย" — คนละอย่างกันค่ะ ลองคำนวณยอดภาษีของปีนั้นให้ชัดก่อน เพราะยอดภาษีที่ค้าง (ถ้ามี) คือสิ่งที่กำหนดว่าเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนจะมากหรือน้อย ตรวจเกณฑ์ล่าสุดได้ที่เว็บกรมสรรพากร rd.go.th

ค่าปรับยื่นเกินกำหนด มี 2 ก้อน คิดคนละแบบ

เวลาได้ยินคำว่า "ค่าปรับ" มันฟังดูน่ากลัวเป็นก้อนเดียว แต่จริง ๆ แล้วแยกเป็นสองส่วนที่คิดต่างกันสิ้นเชิง ก้อนแรกคือ "ค่าปรับอาญา" จากการยื่นช้า เป็นจำนวนคงที่ ไม่ผูกกับยอดเงิน ก้อนที่สองคือ "เงินเพิ่ม" ที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากภาษีที่ค้างจ่าย เข้าใจสองก้อนนี้แล้วจะคำนวณคร่าว ๆ ได้เองทันที

2 ก้อนค่าปรับยื่นภาษีล่าช้า (อ้างอิงประมวลรัษฎากร · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
รายการฐานกฎหมาย / วิธีคิดตัวอย่าง
ค่าปรับอาญา (ยื่นช้า)จำนวนคงที่ ไม่เกิน 2,000 บาท ตาม ม.35 แห่งประมวลรัษฎากร · ขอลดหย่อนได้ตามดุลพินิจเจ้าหน้าที่ในทางปฏิบัติมักถูกพิจารณาลดเหลือหลักร้อยต่อแบบ
เงินเพิ่ม1.5% ต่อเดือน ของ "ภาษีที่ค้างจ่าย" · เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็มภาษีค้าง 5,000 บาท ช้า 3 เดือน = 5,000 × 1.5% × 3 = 225 บาท

จุดที่คนพลาดบ่อย: ถ้า "ไม่มีภาษีต้องชำระ" (ถูกหัก ณ ที่จ่ายครบ หรือได้เงินคืน) เงินเพิ่ม 1.5% จะเป็น 0 บาท เพราะไม่มียอดให้คิด เหลือแค่ค่าปรับอาญาก้อนเล็ก ๆ เท่านั้น อย่าให้ความกลัว "เงินเพิ่ม" มาขวางการยื่นย้อนหลัง ทั้งที่จริง ๆ คุณอาจไม่ต้องจ่ายก้อนนั้นเลย

เงินเพิ่มสะสมตามเดือนที่ยื่นช้า (สมมติภาษีค้าง 10,000 บาท · 1.5%/เดือน) (บาท)
ช้า 1 เดือน
150
ช้า 2 เดือน
300
ช้า 3 เดือน
450
ช้า 6 เดือน
900
ช้า 12 เดือน
1,800

กราฟนี้อธิบายว่าทำไมเราถึงย้ำคำว่า "รีบ" เงินเพิ่มวิ่งขึ้นทุกเดือนที่ปล่อยไว้ และเพราะเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็มเสมอ การยื่นวันที่ 1 กับวันที่ 28 ของเดือนเดียวกันจึงเสียเงินเพิ่มเท่ากัน ถ้าตัดสินใจจะยื่นแล้ว ยื่นต้นเดือนคุ้มกว่าเสมอ เพราะข้ามเส้นเข้าเดือนใหม่เมื่อไรก็บวกอีก 1.5% ทันที

ยื่นย้อนหลังยังไง ทีละสเต็ป

จัดเอกสารลดหย่อนให้ครบก่อนยื่นภาษี ช่วยให้ใช้สิทธิได้เต็มที่

เมื่อเลยกำหนดแล้ว ระบบ e-Filing ออนไลน์มักปิดช่องยื่นแบบของปีนั้น ทำให้ส่วนใหญ่ต้องไปยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาด้วยตัวเอง (บางช่วงระบบอาจเปิดให้ยื่นเพิ่มเติมออนไลน์ได้ ควรเช็กหน้าเว็บ rd.go.th ก่อนเดินทาง) ขั้นตอนจริง ๆ ไม่ซับซ้อนอย่างที่กลัวค่ะ

  • รวบรวมเอกสาร: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), หลักฐานค่าลดหย่อนต่าง ๆ และเตรียมเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งใช้เป็นเลขผู้เสียภาษีของบุคคลธรรมดา
  • คำนวณภาษีของปีนั้นให้เรียบร้อย เพื่อรู้ว่ามีภาษีค้างจ่ายหรือไม่ และเป็นยอดเท่าไร
  • ใช้แบบ ภ.ง.ด.91 (กรณีมีแต่เงินเดือน/ค่าจ้าง) หรือ ภ.ง.ด.90 (กรณีมีเงินได้ประเภทอื่นหรือหลายประเภท) ของ "ปีภาษีที่ต้องการยื่น" — ระวังเลือกแบบให้ตรงปี
  • กรอกแบบให้ครบ พร้อมคำนวณเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน หากมีภาษีค้าง (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)
  • นำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจและแจ้งยอดค่าปรับรวมให้
  • ชำระตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง เก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน เป็นอันเรียบร้อย

โทรถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่จะไป หรือสายด่วนกรมสรรพากร 1161 ก่อนเดินทาง ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับยื่นย้อนหลังปีนั้น ๆ จะได้ไม่ต้องวิ่งหลายรอบ และพกบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วยเสมอ

ถ้าคิดว่าได้เงินคืน — อย่าปล่อยเกิน 3 ปี

กรณีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้มากกว่าภาษีที่ต้องเสีย คุณมีสิทธิขอคืน แต่มีนาฬิกาเดินอยู่นะคะ การขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องยื่นคำร้องขอคืน (แบบ ค.10) ภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบของปีภาษีนั้น เลยกรอบนี้สิทธิขอคืนจะหมดไป ดังนั้นถ้าเดาว่าตัวเองน่าจะได้เงินคืน ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงเสียสิทธิ ถ้าได้คืน กรมสรรพากรจะโอนผ่านพร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน

เปรียบเทียบ: รีบไปยื่นเอง vs ปล่อยไว้รอหมายเรียก
ประเด็นรีบไปยื่นเองปล่อยไว้ / รอถูกประเมิน
ค่าปรับอาญาก้อนคงที่ มักถูกลดหย่อนตามดุลพินิจอาจถูกพิจารณาเต็มเพดาน
เงินเพิ่ม 1.5%/เดือนหยุดสะสมทันทีที่ยื่นและชำระสะสมต่อเนื่องทุกเดือน
เบี้ยปรับ (กรณีถูกประเมิน)โดยทั่วไปไม่โดน เพราะยื่นเองอาจถูกประเมินเบี้ยปรับเพิ่มตามกฎหมาย
ความสบายใจจบ เคลียร์ โล่งค้างคา ลุ้นหนังสือเชิญพบ/หมายเรียก

การ "จงใจ" หลีกเลี่ยงไม่ยื่นเพื่อเลี่ยงภาษีมีโทษหนักกว่ามาก ทั้งเบี้ยปรับและโทษทางอาญา การรีบยื่นด้วยตัวเองคือการแสดงเจตนาสุจริต ซึ่งช่วยให้เรื่องเบาลงเสมอ รายละเอียดเบี้ยปรับ/บทลงโทษกรณีถูกประเมินขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละราย ควรสอบถามเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่โดยตรง

ปีหน้าไม่พลาดอีก — ตั้งระบบเตือนตัวเอง

กำหนดยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติคือช่วง 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของปีถัดไป และการยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing มักได้รับการขยายเวลาออกไปอีกราว 8 วัน (ปีภาษี 2567 ยื่นออนไลน์ได้ถึง 8 เม.ย. 2568) แต่ละปีอาจต่างกัน ควรเช็กวันสุดท้ายกับกรมสรรพากรทุกปี เคล็ดลับที่ได้ผลคือทยอยเก็บ 50 ทวิ และหลักฐานลดหย่อนเข้าแฟ้มไว้ตั้งแต่ต้นปี แล้วตั้งเตือนปฏิทินไว้กลางเดือนกุมภาพันธ์ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาเอกสารตอนใกล้เดดไลน์

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษีหรือนายหน้า · ตัวเลขค่าปรับ เกณฑ์เงินได้ และกำหนดเวลาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) กรณีของคุณอาจต่างออกไป โปรดยืนยันกับกรมสรรพากร (rd.go.th หรือสายด่วน 1161) ก่อนดำเนินการจริงทุกครั้ง สำหรับการวางแผนเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาต

สรุปอีกครั้งสั้น ๆ: ลืมยื่นภาษีไม่ใช่จุดจบค่ะ ตั้งสติ คำนวณยอด รวบรวม 50 ทวิ แล้วเดินเข้าไปยื่นที่สรรพากรพื้นที่ ถ้าไม่มีภาษีค้างก็มักเหลือแค่ค่าปรับก้อนเล็ก ถ้ามีก็ยิ่งยื่นเร็วยิ่งเบา และถ้าน่าจะได้คืนก็อย่าปล่อยเกิน 3 ปี พอจบแล้วคุณจะโล่งกว่าที่คิดมาก