พาสปอร์ตคือใบเบิกทางใบแรกของทุกทริป
ก่อนจะฝันถึงซากุระที่เกียวโตหรือคาเฟ่ในโซล มีเอกสารใบเดียวที่ต้องพร้อมก่อนเสมอ นั่นคือพาสปอร์ตค่ะ ข่าวดีคือทุกวันนี้ขั้นตอนทำหนังสือเดินทางไทยเร็วและโปร่งใสกว่าเมื่อก่อนมาก จองคิวออนไลน์ล่วงหน้า ไปถึงก็ถ่ายรูป สแกนลายนิ้วมือหน้างาน แล้วรอรับเล่ม บทความนี้รวบรวมให้ครบทั้งค่าธรรมเนียมทางการ เอกสารที่ต้องเตรียม ความต่างของเล่ม 5 ปีกับ 10 ปี และเรื่องที่หลายคนกังวลที่สุดคือ ยื่นแล้วใช้กี่วันถึงได้เล่ม โดยอ้างอิงตัวเลขจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
พาสปอร์ตไทยรุ่นปัจจุบันเป็น e-Passport (มีชิปอิเล็กทรอนิกส์) เลือกได้ 2 อายุ คือ 5 ปี และ 10 ปี โดยเล่ม 10 ปีออกให้เฉพาะผู้บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีขึ้นไป) ส่วนผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปี จะได้เล่มอายุ 5 ปีเท่านั้น ทั้งการทำเล่มแรกและต่ออายุใช้ขั้นตอนเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องมีเล่มเก่ามาแสดงในกรณีทำหาย
ค่าธรรมเนียม: เล่มปกติ เทียบกับ เล่มด่วนรับวันเดียว
ค่าธรรมเนียมด้านล่างเป็นราคาทางการจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ส่วนคำว่า เล่มด่วน หมายถึงบริการรับเล่มภายในวันเดียว ซึ่งให้บริการเฉพาะที่กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) และต้องยื่นก่อน 11.00 น. ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าแต่ละแบบต่างกันเท่าไหร่
| ประเภทบริการ | อายุการใช้งาน | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|---|
| เล่มปกติ | 5 ปี | 1,000 บาท |
| เล่มปกติ | 10 ปี (เฉพาะผู้บรรลุนิติภาวะ) | 1,500 บาท |
| เล่มด่วน รับวันเดียว | 5 ปี | 3,000 บาท |
| เล่มด่วน รับวันเดียว | 10 ปี (เฉพาะผู้บรรลุนิติภาวะ) | 3,500 บาท |
กรณีให้จัดส่งเล่มทางไปรษณีย์ EMS จะมีค่าจัดส่งเพิ่มประมาณ 40 บาท · บริการเล่มด่วนรับวันเดียวมีให้เฉพาะบางสำนักงาน (เช่น กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ) และต้องยื่นก่อน 11.00 น. — ควรตรวจเงื่อนไขและจุดบริการล่าสุดที่ consular.mfa.go.th ก่อนไป
คิดแบบคนดูแลงบบ้าน: ถ้าอายุ 20 ปีขึ้นไปและเดินทางสม่ำเสมอ เล่ม 10 ปีที่ 1,500 บาท ตกเฉลี่ยปีละ 150 บาท ขณะที่เล่ม 5 ปีที่ 1,000 บาท ตกปีละ 200 บาท เล่มยาวจึงประหยัดกว่าต่อปีและไม่ต้องไปต่อบ่อย แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะได้ใช้คุ้มไหม หรืออยากเปลี่ยนรูปหน้าเล่มเร็วขึ้น เล่ม 5 ปีก็ยืดหยุ่นกว่า เลือกตามไลฟ์สไตล์จริงได้เลยค่ะ นี่เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
ยื่นแล้วใช้กี่วันถึงได้เล่ม

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเลือกบริการแบบไหน และจะรับเล่มด้วยวิธีใด ถ้าวางแผนล่วงหน้าและให้ส่งทางไปรษณีย์ ส่วนใหญ่ได้เล่มภายในไม่กี่วันทำการ ส่วนใครจวนตัวจริง ๆ ก็มีทางเลือกเล่มด่วนรับวันเดียว ตัวเลขด้านล่างเป็นกรอบเวลาโดยประมาณจากกรมการกงสุล อาจคลาดเคลื่อนได้ตามปริมาณคิวและช่วงเทศกาล
| รูปแบบ | วิธีรับเล่ม | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| เล่มปกติ (กทม. และปริมณฑล) | ส่งไปรษณีย์ EMS | 2–3 วันทำการ |
| เล่มปกติ (ต่างจังหวัด) | ส่งไปรษณีย์ EMS | 3–5 วันทำการ |
| เล่มด่วน | รับเองที่สำนักงาน (เช่น แจ้งวัฒนะ) | ภายในวันเดียว เมื่อยื่นก่อน 11.00 น. |
จุดที่พลาดกันบ่อย: หลายประเทศปลายทาง (เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มเชงเก้น) กำหนดให้พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน ณ วันเดินทาง นี่เป็นเงื่อนไขของประเทศปลายทาง ไม่ใช่กฎของไทย ดังนั้นถ้าเล่มใกล้หมดอายุ ควรต่อก่อนซื้อตั๋วเครื่องบิน และเผื่อเวลาทำเล่ม รวมถึงเวลาขอวีซ่า (ถ้าปลายทางต้องใช้) ให้มากพอ
เอกสารที่ต้องเตรียม
สำหรับผู้ใหญ่ เอกสารน้อยกว่าที่คิดมากค่ะ เพราะระบบดึงข้อมูลทะเบียนราษฎรอัตโนมัติ และถ่ายรูปกับสแกนลายนิ้วมือที่สำนักงานเลย ไม่ต้องเตรียมรูปถ่ายไปเอง
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ
- พาสปอร์ตเล่มเดิม (ถ้ามี — กรณีต่ออายุ)
- ค่าธรรมเนียมตามประเภทที่เลือก (พร้อมค่าจัดส่ง EMS ~40 บาท หากให้ส่งไปรษณีย์)
- ไม่ต้องเตรียมรูปถ่าย เพราะถ่ายที่สำนักงาน
กรณีผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) มีเอกสารและเงื่อนไขผู้ปกครองเพิ่ม เพราะต้องมีการให้ความยินยอม
- สูติบัตร หรือบัตรประชาชนของเด็ก (สำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปที่มีบัตรแล้ว)
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา
- บิดาและมารดามาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ (หากมาไม่ครบ ต้องมีหนังสือยินยอม/เอกสารปกครองเพิ่มตามแต่ละกรณี)
- ผู้เยาว์อายุ 15–19 ปี ที่มาทำคนเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดาและมารดา
จองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของกรมการกงสุลได้ เลือกวัน เวลา และสำนักงานที่สะดวก ช่วยให้ไปถึงแล้วต่อคิวสั้นลงมาก ตรวจขั้นตอน จุดบริการ และช่องทางจองคิวล่าสุดได้ที่ consular.mfa.go.th เสมอ เพราะเงื่อนไขปรับได้เป็นระยะ
ขั้นตอนคร่าว ๆ ในวันยื่นจริง
| ขั้นตอน | ทำอะไร |
|---|---|
| 1. จองคิว | จองออนไลน์ล่วงหน้า เลือกสำนักงานและรอบเวลา |
| 2. รับบัตรคิว | ยื่นบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ตรวจข้อมูลทะเบียนราษฎร |
| 3. เก็บข้อมูลชีวมิติ | ถ่ายรูป สแกนลายนิ้วมือ และเก็บข้อมูลใบหน้า |
| 4. ชำระเงิน | จ่ายค่าธรรมเนียมตามประเภท เลือกวิธีรับเล่ม |
| 5. รับเล่ม | รับเองที่สำนักงาน หรือรอรับทางไปรษณีย์ EMS |
ได้เล่มแล้ว วางแผนทริปต่ออย่างไร
พอมีพาสปอร์ตในมือ ก็ถึงคิววางแผนทริปจริงค่ะ สองเรื่องที่อยากให้เช็กต่อคือ เรื่องวีซ่า และ ประกันเดินทาง สำหรับวีซ่า ควรตรวจกับสถานทูตหรือเว็บทางการของประเทศปลายทางทุกครั้ง เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนบ่อย ตัวอย่างที่คนไทยพลาดกันคือ เกาหลีใต้ยังต้องลงทะเบียน K-ETA ออนไลน์ล่วงหน้าก่อนบิน (ไทยไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับยกเว้นชั่วคราว) — ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ควรตรวจสถานะล่าสุดที่ k-eta.go.kr ก่อนเดินทาง
ส่วนประกันเดินทาง บางปลายทางกำหนดเป็นเอกสารบังคับ เช่น การยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องมีประกันที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินและค่าเคลื่อนย้าย/ส่งกลับ ขั้นต่ำ 30,000 ยูโร (ราว 1.5 ล้านบาท) ครอบคลุมทั้งทริปและทุกประเทศในเขตเชงเก้น KUMKRONG ให้ข้อมูลเปรียบเทียบความคุ้มครองแบบเป็นกลางเพื่อการศึกษา ไม่ได้เป็นนายหน้าและไม่แนะนำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่งเป็นการเฉพาะค่ะ
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่นายหน้าประกันภัยและไม่รับทำธุรกรรมแทน · ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในบทความอ้างอิงจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ราคาและเงื่อนไขอาจปรับได้ ควรตรวจข้อมูลทางการล่าสุดก่อนไปดำเนินการทุกครั้ง







