จำได้ไหมคะ ตอนที่บริษัทประกันโควิดสี่เจ้าถูกทยอยเพิกถอนใบอนุญาตช่วงปี 2564–2565 ผู้ถือกรมธรรม์หลายแสนคนถึงได้รู้ว่า การที่บริษัท "ขายดี" หรือ "เบี้ยถูก" ไม่ได้แปลว่าบริษัทแข็งแรงเลย — กลับกันด้วยซ้ำ ทีนี้พอเราอยากเช็กความแข็งแรงของบริษัทประกันก่อนจะฝากเงินค่าเบี้ยของครอบครัวไว้ เรามักไปเจอศัพท์สามคำที่หน้าตาคล้ายกันจนงง: Claim Ratio, Loss Ratio, Combined Ratio บทความนี้คุ้มครองจะแยกให้ชัดว่าแต่ละตัวเล่าเรื่องอะไร และ "ตัวไหนกันแน่" ที่ตอบคำถามในใจเราว่า บริษัทนี้จ่ายเคลมจริงหรือเปล่า

สรุปสั้น ๆ ก่อนเข้าเนื้อ: Claim Ratio (อัตราอนุมัติจ่ายเคลม) = ใกล้คำถาม "จ่ายจริงไหม" ที่สุด · Loss Ratio (อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน) = เบี้ยถูกจ่ายคืนเป็นสินไหมกี่เปอร์เซ็นต์ · Combined Ratio (อัตราส่วนรวม) = ต้นทุนสินไหม+ค่าใช้จ่ายเทียบเบี้ย บอกว่าบริษัทมีกำไรจากการรับประกันไหม สามตัวนี้ต้องดูคู่กันถึงจะเห็นภาพครบค่ะ

ตัวที่ 1 — Claim Ratio: นับเป็น "จำนวนเรื่อง" ที่ยอมจ่าย

Claim Ratio (บางที่เรียก Claim Settlement Ratio / อัตราการจ่ายค่าสินไหม) คิดจากจำนวนเคลมที่บริษัทอนุมัติจ่าย หารด้วยจำนวนเคลมที่ยื่นเข้ามาทั้งหมดในช่วงเวลานั้น เช่น ยื่น 100 เรื่อง อนุมัติจ่าย 97 เรื่อง = 97% ตัวนี้มองในมุม "จำนวนเคส" ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะแปลว่าโอกาสถูกปฏิเสธน้อย จึงเป็นตัวที่ตอบคำถาม "จ่ายเคลมจริงไหม" ได้ตรงที่สุด — แต่มีข้อแม้สำคัญที่จะเล่าตอนท้าย ว่าตัวนี้ไม่มีนิยามกลางที่บังคับให้ทุกบริษัทคิดเหมือนกัน เลยต้องดูที่มาให้ดี

ตัวที่ 2 — Loss Ratio: นับเป็น "เงิน" ที่จ่ายคืน

Loss Ratio หรือ "อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน" มองในมุมเงิน ไม่ใช่จำนวนเรื่อง สูตรมาตรฐานในวงการคือ ค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจริง (incurred losses) บวกค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหม หารด้วยเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ (earned premiums) เช่น เก็บเบี้ยมา 100 บาท จ่ายสินไหมออกไป 60 บาท = Loss Ratio 60% มันบอกว่าเงินเบี้ยที่บริษัทเก็บมา ไหลกลับออกไปเป็นค่าสินไหมกี่เปอร์เซ็นต์ จึงสะท้อนทั้ง "ความคุ้มของเบี้ย" และ "ประสบการณ์การรับประกัน" ของบริษัท

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย: Loss Ratio สูง ไม่ได้แปลว่า "จ่ายเคลมง่าย" เสมอไป เพราะมันคิดจากเงิน บริษัทอาจมีเคลมก้อนใหญ่ไม่กี่รายที่ดันตัวเลขให้สูง ในขณะที่ยังปฏิเสธเคลมเล็ก ๆ หลายราย กลับกัน Loss Ratio ต่ำมากก็อาจแปลว่าเบี้ยแพงไป หรือเคลมยาก — เพราะงั้นอย่าดูตัวนี้ตัวเดียวแล้วตัดสินค่ะ

ตัวที่ 3 — Combined Ratio: เส้น 100% ที่ต้องจำ

ข้อมูลที่โปร่งใสช่วยให้เปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรม

Combined Ratio (อัตราส่วนรวม) = Loss Ratio + Expense Ratio (อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าคอมฯ เงินเดือน ค่าการตลาด) เส้นที่ต้องจำคือ 100%: ถ้าต่ำกว่า 100% แปลว่าบริษัทมี "กำไรจากการรับประกัน" (underwriting profit) ถ้าเกิน 100% แปลว่า "ขาดทุนจากการรับประกัน" คือจ่ายสินไหม+ค่าใช้จ่ายมากกว่าเบี้ยที่เก็บได้

Combined Ratio เกิน 100% เป็นสัญญาณเตือน แต่ "ไม่ได้แปลว่าบริษัทกำลังจะล้ม" เสมอไป เพราะบริษัทยังมีรายได้จากการลงทุน (investment income) มาช่วยพยุงกำไรสุทธิได้ ที่น่ากังวลคือบริษัทที่ Combined Ratio เกิน 100% ติดต่อกันหลายปี — นั่นคือธงแดงเรื่องความมั่นคงที่ควรเอาไปดูคู่กับเงินกองทุน (CAR) ด้วย

ตารางเทียบ 3 ตัว แบบเห็นภาพเดียวจบ

หัวข้อClaim RatioLoss Ratio (อัตราส่วนค่าสินไหมฯ)Combined Ratio (อัตราส่วนรวม)
วัดอะไรสัดส่วนเคลมที่อนุมัติจ่ายค่าสินไหมที่เกิดขึ้น ÷ เบี้ยที่ถือเป็นรายได้Loss Ratio + Expense Ratio
หน่วยมุมมองนับเป็นจำนวนเรื่องนับเป็นเงิน (% ของเบี้ย)นับเป็นเงิน (% ของเบี้ย)
ตอบคำถาม"จ่ายเคลมจริงไหม?""เบี้ยถูกจ่ายคืนเท่าไร?""รับประกันแล้วกำไรไหม?"
อ่านค่ายังไงยิ่งสูง = ยิ่งดีสูง/ต่ำต้องดูบริบทต่ำกว่า 100% = ดี
มีนิยามกลางไหมไม่มีนิยามบังคับกลาง ต้องดูที่มามี (มาตรฐานวงการ/คปภ.)มี (มาตรฐานวงการ/คปภ.)
เหมาะให้ใครดูคนกลัวโดนปฏิเสธเคลมคนเทียบความคุ้มของเบี้ยคนดูความมั่นคงบริษัท

นิยาม Loss Ratio และ Combined Ratio ที่ใช้ในตารางนี้อ้างอิงคู่มือประกันภัยของสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA Insurance Handbook) และมาตรฐานสากล · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

ตัวอย่างสมมุติ ให้เห็นว่าทำไมต้องดูครบสามตัว

สมมุติเทียบบริษัทประกันรถ 3 เจ้า (ตัวเลขสมมุติเพื่อสอนเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงของบริษัทใด) จะเห็นว่าถ้าดูตัวเลขแค่ตัวเดียว เราอาจเลือกผิดได้ง่ายมาก

บริษัท (สมมุติ)Claim RatioLoss RatioCombined Ratioอ่านได้ว่า
บริษัท ก.98%65%96%จ่ายเคลมดี + รับประกันมีกำไร = สมดุล น่าสนใจ
บริษัท ข.85%58%99%ตัวเลขการเงินดูสวม แต่ปฏิเสธเคลมเยอะกว่า ต้องระวัง
บริษัท ค.97%82%105%จ่ายเคลมดี แต่ขาดทุนจากการรับประกัน ระยะยาวต้องจับตา
Claim Ratio (สมมุติ) — ยิ่งสูงยิ่งดี (%)
บริษัท ก.
98
บริษัท ข.
85
บริษัท ค.
97
Combined Ratio (สมมุติ) — เกิน 100% = ขาดทุนจากการรับประกัน (%)
บริษัท ก.
96
บริษัท ข.
99
บริษัท ค.
105

บริษัท ค. ถ้าดูแค่ Claim Ratio (97%) ก็ดูดีมาก แต่พอดู Combined Ratio ที่ 105% กลับขาดทุนจากการรับประกัน ระยะยาวอาจกระทบความมั่นคง ส่วนบริษัท ข. ตัวเลขการเงินดูสวยทุกตัว แต่ Claim Ratio ต่ำสุด แปลว่าโอกาสโดนปฏิเสธเคลมสูงกว่าเพื่อน — ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่บอกว่าต้องดูครบทั้งสามตัวคู่กัน อย่าหลงตัวเลขเด่นตัวเดียวค่ะ

อย่าดู ratio อย่างเดียว — เติมอีกสองหลักฐานความแข็งแรง

Loss/Combined Ratio เป็นเรื่องของ "กำไรขาดทุนจากการรับประกัน" แต่ความ "อยู่รอด" ของบริษัทมีอีกตัวที่สำคัญกว่าในเชิงกฎหมาย คือ อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR (Capital Adequacy Ratio) ภายใต้กรอบ RBC2 ของ คปภ. ขอเล่าให้ชัดเพราะข้อนี้บล็อกทั่วไปมักเขียนผิด

ตามประกาศ คปภ. (RBC2) พ.ศ. 2562 ข้อ 6 ขั้นต่ำตามกฎหมายของ CAR = 100% ("ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละหนึ่งร้อย") บวกพื้นเงินกองทุนขั้นต่ำ 30 ล้านบาท · ส่วนเลข 140% ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็น "ขั้นต่ำ" จริง ๆ คือ "ระดับเฝ้าระวัง" ที่นายทะเบียนอาจสั่งมาตรการแก้ไข (ใช้ 140% ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565; ก่อนหน้านั้นปี 2562–2564 ใช้ 120%) · พูดง่าย ๆ: CAR ต่ำกว่า 100% = ผิดกฎหมาย, 100–140% = ถูกกฎหมายแต่ถูกจับตา, บริษัทแข็งแรงมักวิ่งสูงกว่า 140% (บ่อยครั้ง 200%+) · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

หลักฐานชิ้นที่สองคือ "สถิติเรื่องร้องเรียน" ของบริษัทนั้น ๆ ที่ คปภ. รวบรวมไว้ ตัวเลข ratio บอกภาพรวมเชิงตัวเงิน แต่เรื่องร้องเรียนจริงสะท้อนประสบการณ์ของผู้เอาประกันโดยตรง ดูคู่กันแล้วภาพจะชัดขึ้นมาก

ไปหาเลขจริงได้จากไหน (เส้นทางลงมือทำ)

1) Loss/Combined Ratio รายบริษัท → ดูในงบการเงิน/รายงานประจำปีของบริษัท และสถิติธุรกิจประกันภัยที่ คปภ. เผยแพร่ที่ oic.or.th (หมวดสถิติ/รายงานประจำปี) · 2) ข้อมูลบริษัท + งบการเงิน → OIC e-Service เมนู Menu12 (เกี่ยวกับบริษัทประกันภัย) · 3) สถิติเรื่องร้องเรียนรายบริษัท → หมวดสถิติของ คปภ. และรายงานประจำปี · 4) สงสัย/อยากยืนยัน → โทรสายด่วน คปภ. 1186 · ทุกตัวเลขเปลี่ยนทุกปี ให้ยึดปีล่าสุดจากแหล่งทางการเสมอค่ะ

ระวัง Claim Ratio ที่เห็นตามโฆษณาหรือรีวิว: ต่างจาก Loss/Combined Ratio ตรงที่ "ไม่มีนิยามกลางบังคับ" บริษัทอาจนับเฉพาะเคลมที่เอกสารครบ หรือไม่นับเคสที่ถอนเรื่องไป ทำให้เลขดูสวยกว่าจริง ถ้าเจอ Claim Ratio สูงลิ่ว ให้ถามต่อว่า "นับจากฐานอะไร ช่วงเวลาไหน ใครเป็นคนรับรอง" ก่อนเชื่อค่ะ

สรุปแบบจำง่าย

ถ้าให้จำแค่สามประโยค: อยากรู้ "จ่ายเคลมจริงไหม" ดู Claim Ratio (แต่เช็กที่มาด้วย) · อยากรู้ "เบี้ยถูกจ่ายคืนเท่าไร" ดู Loss Ratio · อยากรู้ "บริษัทรับประกันแล้วกำไรไหม" ดู Combined Ratio เทียบกับเส้น 100% แล้วเติมอีกสองชั้นคือ CAR (ความเพียงพอของเงินกองทุน) และสถิติเรื่องร้องเรียน ดูครบแบบนี้คุณจะอ่านความแข็งแรงของบริษัทออกเอง โดยไม่ต้องเชื่อแค่โฆษณาค่ะ

ตัวเลขบริษัทในบทความนี้เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงของบริษัทใด · คุ้มครองเป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้า และไม่แนะนำให้ซื้อแผนใดเป็นการเฉพาะ · กรุณาตรวจตัวเลขและเงื่อนไขล่าสุดจากแหล่งทางการ (คปภ. และงบการเงินของบริษัท) ก่อนตัดสินใจค่ะ