ตอนเปิดงบบริษัทประกันแล้วเจอคำว่า 'อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน' หรือ Loss Ratio / Claim Ratio หลายคนเลื่อนผ่านเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของนักบัญชี แต่จริง ๆ แล้วมันคือตัวเลขที่ตอบคำถามง่าย ๆ ในใจเราว่า 'เบี้ยที่เราจ่ายไป 100 บาท บริษัทเอาไปจ่ายคืนเป็นค่าเคลมให้ผู้เอาประกันกี่บาท' บทความนี้จะโฟกัสที่ตัวเลขตัวเดียวนี้ล้วน ๆ คือ อ่านอย่างไร เท่าไรถึงเรียกว่าสมเหตุสมผล และไปหาดูได้ที่ไหนจากแหล่งจริง

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าหรือตัวแทนประกัน บทความนี้อธิบายวิธีอ่านตัวเลขเพื่อช่วยให้คุณตั้งคำถามเองได้เก่งขึ้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือเลิกซื้อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง การตัดสินใจและธุรกรรมทั้งหมดทำกับบริษัทประกันที่มีใบอนุญาตโดยตรง

นิยามให้ตรง: Loss Ratio ตัวเดียวคืออะไรกันแน่

Loss Ratio (อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน) — บางคนเรียก Claim Ratio — มีนิยามมาตรฐานทางคณิตศาสตร์ประกันภัยว่า เอา 'ค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นบวกค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหม' หารด้วย 'เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้' (earned premium) ไม่ใช่เบี้ยที่รับมาดิบ ๆ ทั้งก้อน จุดนี้สำคัญ เพราะ 'เบี้ยที่ถือเป็นรายได้' คือเบี้ยส่วนที่ตรงกับความคุ้มครองในงวดนั้นจริง ๆ ทำให้ตัวเลขสะท้อนประสบการณ์การรับประกันของช่วงเวลานั้นได้แม่นกว่า

สูตร: Loss Ratio = (ค่าสินไหมที่เกิดขึ้น + ค่าจัดการสินไหม) ÷ เบี้ยที่ถือเป็นรายได้ (earned premium) × 100 — ตัวอย่าง: เบี้ยที่ถือเป็นรายได้ 100 ล้าน จ่ายค่าสินไหมรวมค่าจัดการ 65 ล้าน → Loss Ratio = 65%

พูดให้เห็นภาพแบบเปิดกระเป๋าเงินครอบครัว: ถ้า Loss Ratio = 65% แปลว่าทุก 100 บาทที่กลายเป็นรายได้เบี้ยของบริษัท มี 65 บาทไหลกลับออกไปเป็นค่าเคลม ส่วนอีก 35 บาทคือก้อนที่ต้องเอาไปจ่ายค่าคอมมิชชัน ค่าดำเนินงาน และเก็บเป็นกำไร นี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขนี้ถึงเป็นแว่นหนึ่งที่ช่วยส่องว่าเงินของเรา 'ไหลกลับมาหาผู้เอาประกัน' มากน้อยแค่ไหน

ระวังสับสนกับ 'Combined Ratio': Loss Ratio ดูเฉพาะค่าสินไหม ส่วน Combined Ratio = Loss Ratio + Expense Ratio (รวมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน) ตัวที่ใช้ตัดสินว่าบริษัทมีกำไรจากการรับประกันหรือไม่คือ Combined Ratio (เกิน 100% = ขาดทุนจากการรับประกัน) ไม่ใช่ Loss Ratio บทความนี้เจาะเฉพาะ Loss Ratio ตัวเดียว

เท่าไรเรียกว่าสมเหตุสมผล — และทำไมไม่มีเลขวิเศษเลขเดียว

คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ 'แล้วแต่ประเภทประกัน' เพราะ Loss Ratio ที่ดูปกติของประกันรถ ประกันสุขภาพ และประกันอัคคีภัย ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันเลย การเอาเลขของคนละสายมาเทียบกันตรง ๆ คือกับดักที่ทำให้อ่านผิด ลองดูกรอบคร่าว ๆ เพื่อตั้งหลักความคิด (ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัว)

ระดับ Loss Ratioอ่านอย่างไร (มุมผู้เอาประกัน)ข้อควรตั้งคำถาม
ต่ำมาก (เช่น ต่ำกว่า 40%)เบี้ยไหลกลับเป็นค่าเคลมน้อย กำไรการรับประกันสูงน้อยเพราะปีนั้นเคลมน้อยจริง หรือเพราะเคลมยาก/ปฏิเสธบ่อย? ดูสถิติร้องเรียนประกอบ
ปานกลาง (ราว 50–70%)สมดุล จ่ายเคลมพอสมควรและบริษัทยังมีส่วนต่างเลี้ยงตัวได้มักเป็นโซนที่อ่านแล้วสบายใจ แต่ยังต้องดูว่าเป็นค่าของสายธุรกิจที่เราจะซื้อหรือไม่
สูง (ราว 70–90%+)เคลมไหลกลับเยอะ ดูเป็นมิตรกับผู้เอาประกันถ้ารวมค่าใช้จ่ายอื่นแล้วเกิน 100% ต่อเนื่อง คือสัญญาณกำไรการรับประกันติดลบ ดู Combined Ratio + เงินกองทุน (CAR) ต่อ

ตารางนี้เป็นกรอบความคิด ไม่ใช่ตัวเลขของบริษัทจริงรายใด หัวใจคือ: อย่าตีความว่า 'ยิ่งสูงยิ่งดี' หรือ 'ยิ่งต่ำยิ่งมั่นคง' แบบอัตโนมัติ ตัวเลขกลาง ๆ ที่นิ่งหลายปีติดต่อกัน มักบอกอะไรได้ดีกว่าเลขสวยปีเดียว

กรอบการอ่าน Loss Ratio (ภาพประกอบเชิงการศึกษา ไม่ใช่ค่าจริงของบริษัทใด) (%)
โซนต่ำ-ต้องตั้งคำถาม
38
โซนสมดุล (ล่าง)
55
โซนสมดุล (บน)
68
โซนสูง-ดูฐานะต่อ
88

วิธีอ่านที่ปลอดภัยที่สุด: ดู Loss Ratio ของบริษัทเดียวกัน 'ย้อนหลัง 3–5 ปี' ว่านิ่งหรือเหวี่ยง แล้วเทียบกับค่าเฉลี่ยของ 'สายธุรกิจเดียวกัน' (เช่น เทียบประกันรถกับประกันรถ) ไม่ใช่เทียบข้ามประเภทหรือดูปีเดียว

ดู Loss Ratio ตัวจริงได้ที่ไหน (แหล่งปฐมภูมิ)

ข้อมูลที่โปร่งใสช่วยให้เปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรม

ข่าวดีคือตัวเลขนี้เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ต้องเป็นนักลงทุนถึงจะเข้าถึงได้ นี่คือแหล่งที่เชื่อถือได้เรียงจากเป็นทางการที่สุด

  • สำนักงาน คปภ. (OIC) — เผยแพร่สถิติธุรกิจประกันภัยและรายงานประจำปีที่ oic.or.th ในส่วนสถิติ/รายงาน ซึ่งมีตัวเลขระดับอุตสาหกรรมและรายบริษัทให้เทียบ
  • งบการเงิน/รายงานประจำปีของบริษัทประกันเอง — บริษัทที่จดทะเบียนเปิดเผยอัตราส่วนค่าสินไหมในงบ มักแยกตามสายธุรกิจให้ด้วย
  • สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) — คู่มือและเอกสารมาตรฐานที่ให้นิยามค่าสินไหม/อัตราส่วนรวมเป็นทางการ ใช้ยึดเป็นนิยามอ้างอิงได้
  • ตรวจตัวบริษัทควบคู่: OIC e-Service (smart.oic.or.th) เมนู Menu12 เกี่ยวกับบริษัทประกันภัย มีข้อมูลการเงินของบริษัทที่มีใบอนุญาต ใช้ดูความมั่นคงประกอบกับ Loss Ratio

แต่ละแหล่งอาจนิยามไม่เหมือนกันเป๊ะ บางที่รวมค่าจัดการสินไหม บางที่ไม่รวม และบางที่ใช้เบี้ยรับ ไม่ใช่เบี้ยที่ถือเป็นรายได้ ฉะนั้นเวลาเทียบข้ามแหล่ง ให้เช็กว่าใช้นิยามเดียวกันก่อน และอ่านเป็น 'แนวโน้ม' มากกว่าจับผิดทศนิยม

ทำเองได้: เส้นทางตรวจสอบ 4 ขั้น

  • 1) ระบุก่อนว่าเราสนใจ 'สายธุรกิจไหน' (รถ/สุขภาพ/อัคคีภัย ฯลฯ) แล้วหา Loss Ratio ของสายนั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่ตัวเลขรวมทั้งบริษัท
  • 2) ดึงข้อมูลย้อนหลัง 3–5 ปีจากงบบริษัทหรือสถิติ คปภ. (oic.or.th) ดูว่านิ่งหรือเหวี่ยง และมีปีพิเศษ (น้ำท่วม/โรคระบาด) ทำให้เพี้ยนไหม
  • 3) เปิด Combined Ratio และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ต่อ เพื่อดูว่าบริษัทยังมีกำไรการรับประกันและฐานะเงินกองทุนแข็งแรงหรือไม่
  • 4) เสริมมุมประสบการณ์จริงด้วยสถิติเรื่องร้องเรียนของ คปภ. และถ้าสงสัยใบอนุญาตหรือสถานะบริษัท โทรสายด่วน คปภ. 1186 ยืนยัน

Loss Ratio เป็นแว่น 'ระดับบริษัท/สายธุรกิจ' มันไม่บอกว่าตอนเราเคลมจริงจะลื่นไหม จึงควรอ่านคู่กับสถิติร้องเรียน คปภ. และ คะแนนจ่ายจริง (Jaai-Jing) ที่สรุปสัญญาณ 'จ่ายดี ร้องเรียนน้อย' มาให้อ่านง่าย เป็นจุดตั้งต้นก่อนเจาะตัวเลขรายบริษัท

สรุปสั้น ๆ

Loss Ratio / Claim Ratio คือสัดส่วนค่าสินไหมที่ไหลกลับสู่ผู้เอาประกันเทียบกับเบี้ยที่ถือเป็นรายได้ อ่านให้เป็นต้องดู 'สายธุรกิจเดียวกัน หลายปี' ไม่ใช่เลขรวมปีเดียว ระดับสมเหตุสมผลแล้วแต่ประเภทประกัน โซนกลาง ๆ ที่นิ่งมักอ่านสบายใจกว่า แต่ตัวเลขนี้ตัวเดียวไม่พอตัดสิน ต้องอ่านคู่กับ Combined Ratio เงินกองทุน CAR สถิติร้องเรียน และประสบการณ์เคลมจริงเสมอ ทั้งหมดนี้คือการให้ความรู้เพื่อให้คุณดูแลเงินของครอบครัวได้มั่นใจขึ้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อแผนหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง