บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน หลักทรัพย์ หรือการวางแผนภาษีเฉพาะบุคคล KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าหรือที่ปรึกษาการเงิน ตัวเลขที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการ กฎหมายภาษีและคำสั่งกรมสรรพากรเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนตัดสินใจโอนเงินก้อนใหญ่ ควรปรึกษานักบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาต และตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) เสมอ

พอร์ตหุ้นต่างประเทศที่เปิดผ่านแอปโบรกฯ ไทย หรือกองทุนรวมที่ไปลงทุนหุ้นนอก ตอนนี้เป็นของคู่ครัวเรือนยุคใหม่ไปแล้ว แต่ความสับสนมักมาตอนที่กำไรขึ้นเขียวสวยและอยากย้ายเงินก้อนนั้นกลับมาใช้ในไทย จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเข้าใจว่า 'มีกำไรในพอร์ตเมื่อไหร่ก็ต้องเสียภาษีทันที' ซึ่งไม่ใช่เลย หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่สองคำถามง่ายๆ คือ ปีนั้นคุณ 'อยู่ไทยถึง 180 วันไหม' และคุณ 'โอนเงินกลับเข้าไทยเมื่อไหร่' บทความนี้จะพาไล่ทีละชั้นให้เห็นภาพ พร้อมเตือนจุดที่กฎกำลังจะเปลี่ยน

ด่านที่ 1 — ปีนี้คุณเป็น 'ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยเพื่อภาษี' หรือเปล่า

กฎเรื่องเงินได้ต่างประเทศจะมาแตะคุณก็ต่อเมื่อคุณเป็น 'ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อภาษี' (Thai tax resident) ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เกณฑ์วัดตรงไปตรงมา คือในปีภาษีนั้น (1 ม.ค.–31 ธ.ค.) คุณอยู่ในไทยรวมกันถึง 180 วันหรือไม่ ถ้าถึง = เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ฯ ของปีนั้น ถ้าไม่ถึง = ไม่เป็น และเงินได้ต่างประเทศของคุณในปีนั้นจะไม่เข้าหลักเกณฑ์การเก็บภาษีเมื่อนำเงินเข้าไทยตามคำสั่ง ป.161/162 เลย

นับ 180 วันแบบสะสมทั้งปี ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน เข้าๆ ออกๆ ก็เอาวันที่ตัวอยู่ในไทยมารวมกัน ถ้ารวมได้ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ฯ ของปีภาษีนั้น

ด่านที่ 2 — เสียภาษีตอน 'นำเงินเข้ามาในไทย' ไม่ใช่ตอนมีกำไร

กำไรจากหุ้นต่างประเทศและกองทุนนอก ถือเป็น 'เงินได้จากแหล่งต่างประเทศ' ตราบใดที่เงินยังอยู่นอกประเทศ ยังไม่นำกลับเข้าไทย ก็ยังไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย ภาระภาษีจะเกิดเมื่อ 'นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย' (remittance) นี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันมาก หลายคนนึกว่ากำไรขึ้นในพอร์ตต่างประเทศปุ๊บต้องจ่ายปั๊บ — ในทางหลักการของไทย ภาษีผูกกับ 'การนำเงินเข้า' ไม่ใช่ 'การมีกำไร'

เดิม เคยมีช่องที่หลายคนใช้คือ 'ได้กำไรปีนี้ รอข้ามปีค่อยโอนกลับ' แล้วตีความว่าโอนคนละปีกับที่ได้เงิน จึงไม่ต้องเสียภาษี ช่องนี้ใช้ไม่ได้แล้วกับเงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป ตามคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566

ป.161 และ ป.162 เปลี่ยนอะไร

จัดเอกสารลดหย่อนให้ครบก่อนยื่นภาษี ช่วยให้ใช้สิทธิได้เต็มที่

คำสั่งกรมสรรพากรสองฉบับนี้ปรับวิธีตีความมาตรา 41 วรรคสอง เรื่องการนำเงินได้ต่างประเทศกลับไทย สรุปสาระสำคัญได้ตามตาราง (ข้อมูล ณ ปีภาษี 2567 เป็นต้นไป)

หัวข้อป.161/2566ป.162/2566
บทบาทวางหลักการเก็บภาษีเงินได้ต่างประเทศเมื่อนำเข้าไทยฉบับผ่อนปรน/ขยายความของ ป.161
สาระสำคัญผู้อยู่ในไทย ≥180 วัน เมื่อนำเงินได้ต่างประเทศเข้าไทย ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า ไม่ว่าจะได้เงินมาปีไหนเงินได้ที่เกิดก่อน 1 ม.ค. 2567 ยังใช้หลักเดิม (ผ่อนปรน)
ใช้กับเงินได้ที่เกิดตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไปกำหนดเส้นแบ่ง: เงินได้ที่เกิดก่อนปี 2567 ไม่กระทบ
ผลในทางปฏิบัติปิดช่อง 'รอข้ามปีแล้วโอน' สำหรับเงินได้ตั้งแต่ปี 2567เงินได้เก่า (ก่อนปี 2567) นำกลับได้ตามหลักเดิม

จำง่ายๆ ด้วยเส้นแบ่งวันที่ 31 ธ.ค. 2566 — เงินที่ 'ได้มาก่อน' เส้นนี้ ยังอยู่ภายใต้หลักเดิม ส่วนเงินที่ 'ได้มาตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567' ไม่ว่าจะนำกลับเข้าไทยปีไหน ก็ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า

ถ้าเข้าเกณฑ์ แล้วเสียเท่าไหร่

เงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยและเข้าเกณฑ์ จะถูกนำไปรวมกับเงินได้อื่นของคุณในปีนั้น แล้วคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได (อัตราก้าวหน้า) เหมือนเงินเดือน โดยคำนวณจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ยิ่งฐานภาษีรวมสูง อัตราในขั้นบนก็สูงตาม กราฟด้านล่างคืออัตราขั้นบันได 8 ขั้น สำหรับปีภาษี 2568

0–150,000 (ยกเว้น)
0
>150,000–300,000
5
>300,000–500,000
10
>500,000–750,000
15
>750,000–1,000,000
20
>1,000,000–2,000,000
25
>2,000,000–5,000,000
30
>5,000,000
35

ระวังอย่าตีความว่ากำไรหุ้นนอกถูกหัก 35% เสมอ — อัตราขั้นบันไดคิดเป็น 'ขั้นๆ' ไม่ใช่เหมาทั้งก้อน เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินจึงทยอยคิดตามขั้น ดังนั้นอัตราภาษีเฉลี่ยจริงมักต่ำกว่าตัวเลขขั้นบนสุดที่คุณแตะ

จ่ายภาษีต่างประเทศไปแล้ว ขอเครดิตได้ไหม

กรณีที่พบบ่อยคือปันผลหุ้นต่างประเทศถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากประเทศต้นทางก่อนถึงมือเรา เช่น ปันผลหุ้นสหรัฐฯ ที่ผู้ถือเป็นบุคคลธรรมดาต่างชาติ โดยทั่วไปถูกหัก ณ ที่จ่ายในอัตรามาตรฐาน 30% แต่ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ไทย–สหรัฐฯ ปันผลแบบ portfolio สำหรับนักลงทุนรายย่อยจะถูกหักในอัตราไม่เกิน 15% หากยื่นเอกสารถูกต้อง เมื่อเงินก้อนนี้ถูกนำกลับเข้าไทยและต้องรวมคำนวณภาษี คุณอาจมีสิทธินำภาษีที่จ่ายในต่างประเทศมาขอเป็นเครดิตหักออก เพื่อบรรเทาการเก็บภาษีซ้ำซ้อน รายละเอียดและเพดานเครดิตแตกต่างกันตาม DTA แต่ละประเทศ

เครดิตภาษีต่างประเทศและเงื่อนไข DTA เป็นเรื่องเฉพาะกรณีและซับซ้อน ต้องดูทั้งประเภทเงินได้ ประเทศต้นทาง และเอกสารหลักฐาน ส่วนนี้ควรปรึกษานักบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาต และตรวจกับกรมสรรพากร อย่าอนุมานว่าจะได้เครดิตเต็มจำนวนเสมอ

เคสตัวอย่างให้เห็นภาพ

ทุกชื่อและตัวเลขด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

สถานการณ์อยู่ไทย ≥180 วัน?เงินได้เกิดเมื่อนำเข้าไทยเมื่อต้องรวมคำนวณภาษีไหม
มะลิ — ขายหุ้นนอกได้กำไรใช่มี.ค. 2568ก.ค. 2568ใช่ (รวมในปีภาษี 2568)
พิม — ได้กำไรแล้วรอข้ามปีค่อยโอนใช่25682570ใช่ (เงินได้ตั้งแต่ปี 2567 นำเข้าปีไหนก็รวม)
ใบเตย — กำไรเก่าก่อนปี 2567ใช่25652568ใช้หลักเดิม (ตรวจเงื่อนไขกับกรมสรรพากร)
นิดา — อยู่ไทยแค่ 90 วันในปีนั้นไม่25682568ไม่เข้าเกณฑ์ของปีนั้น

จับตา (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569): มีข่าวว่ากรมสรรพากรเสนอแก้กฎหมาย ให้เงินได้ต่างประเทศที่นำกลับเข้าไทย 'ภายในปีที่เกิดเงินได้หรือปีถัดไป' ได้รับยกเว้นภาษี (เช่น เงินได้ปี 2568 นำเข้าปี 2568 หรือ 2569 = ไม่เสีย แต่ถ้านำเข้าปี 2570 = เสีย) มาตรการนี้ ณ ข้อมูลที่ตรวจ ยังเป็น 'ข้อเสนอ/อยู่ระหว่างยกร่าง' ยังไม่พบประกาศราชกิจจานุเบกษาที่บังคับใช้แล้วจากกรมสรรพากร อย่ายึดเป็นหลักก่อนตัดสินใจโอนเงินก้อนใหญ่ ตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากรว่าประกาศใช้แล้วหรือยัง

เช็กลิสต์ก่อนนำเงินกลับเข้าไทย

  • นับวันอยู่ไทยปีนี้ — ถึง 180 วันแล้วหรือยัง (ตัดสินว่าเข้าเกณฑ์ผู้มีถิ่นที่อยู่ฯ ของปีนั้นไหม)
  • เงินก้อนนี้ 'ได้มา' ปีไหน — ก่อนหรือตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 (ตัดสินว่าใช้หลักเดิมหรือหลักใหม่)
  • แยกให้ชัดว่าก้อนไหนเป็นเงินต้น (ทุน) ก้อนไหนเป็นกำไร/เงินได้ และเก็บหลักฐานไว้
  • ประเทศต้นทางหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเท่าไหร่ และไทยมี DTA กับประเทศนั้นไหม (เผื่อขอเครดิต)
  • เก็บ statement หลักฐานการซื้อขาย และหลักฐานการโอนเงินให้ครบ
  • ดูว่าต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (มีเงินได้หลายประเภท) ภายในกำหนด และตรวจกับกรมสรรพากรหากไม่แน่ใจ

กำหนดยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2568: ยื่นแบบกระดาษ 1 ม.ค.–31 มี.ค. 2569 และยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ขยายถึงประมาณ 8 เม.ย. 2569 — ผู้ที่มีเงินได้ต่างประเทศรวมกับเงินได้ประเภทอื่น มักต้องยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 (ข้อมูล ณ ปีภาษี 2568 ตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากร)

สรุปเป็นสองข้อจำง่ายๆ คือ (1) ถ้าปีนั้นอยู่ไทย ≥180 วัน คุณเข้าข่ายผู้มีถิ่นที่อยู่ฯ และ (2) เงินได้ต่างประเทศที่เกิดตั้งแต่ปี 2567 เมื่อนำกลับเข้าไทยปีไหน ต้องรวมคำนวณภาษีในปีนั้น ส่วนเรื่องเครดิต DTA มาตรการผ่อนปรนที่ยังเป็นข้อเสนอ และการคำนวณภาษีจริงของแต่ละคน เป็นรายละเอียดที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจกับกรมสรรพากรเสมอ

ย้ำอีกครั้ง: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน หลักทรัพย์ หรือภาษีเฉพาะบุคคล การลงทุนต่างประเทศมีความเสี่ยง ผลตอบแทนไม่ได้รับประกัน และมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่าง/ประมาณการ กฎหมายภาษีและคำสั่งกรมสรรพากรเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือนักบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง