ช่วงแรกที่ออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ หลายคนตื่นเต้นกับอิสระจนลืมไปว่ามีอย่างหนึ่งหายไปเงียบ ๆ พร้อมกับสลิปเงินเดือน นั่นคือ 'ประกันสังคม' ที่เมื่อก่อนบริษัทหักให้อัตโนมัติทุกเดือน แถมนายจ้างยังช่วยออกสมทบให้อีกครึ่งหนึ่ง พอมาเป็นเจ้านายตัวเอง เราต้องตัดสินใจเองทั้งหมดว่าจะกันความเสี่ยงชีวิตยังไง คำถามที่ตามมาก็คือ ประกันสังคมมาตรา 40 ที่เขาบอกว่าจ่ายเองได้เดือนละไม่กี่สิบบาทนั้น 'คุ้ม' จริงไหม หรือเก็บเงินก้อนนั้นไว้เองดีกว่า บทความนี้ชวนกางตัวเลขจริงดูด้วยกัน

บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการขายประกันรายบุคคล KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกัน ตัวเลขที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ และอัตราสิทธิประโยชน์ของ ม.40 ปรับได้ตามกฎหมาย ก่อนสมัครหรือเปลี่ยนทางเลือก โปรดตรวจข้อมูลล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 หรือ sso.go.th เสมอ (ข้อมูลในบทความ ณ มิ.ย. 2569)

ม.40 คืออะไร และต่างจาก ม.33 / ม.39 ตรงไหน

ประกันสังคม 'มาตรา 40' (ม.40) ออกแบบมาสำหรับแรงงานนอกระบบที่ไม่มีนายจ้างประจำ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ ช่างเสริมสวย เกษตรกร หรือคนรับจ้างทั่วไป จุดต่างสำคัญคือ ม.33 (ลูกจ้างบริษัท) นายจ้างกับลูกจ้างช่วยกันจ่ายฝ่ายละ 5% และคุ้มครองครบ 7 กรณีรวมค่ารักษาพยาบาล ส่วน ม.39 (คนเคยเป็น ม.33 แล้วลาออก มาส่งต่อเอง) จ่ายเดือนละ 432 บาท แต่ ม.40 เราจ่ายเองล้วน ๆ ไม่มีใครช่วยสมทบ จึงออกแบบให้เบี้ยถูกและคุ้มครองแบบ 'ขั้นพื้นฐาน' แลกกัน

หัวใจที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ คือ ม.40 เน้นจ่าย 'เงินทดแทนการขาดรายได้' ตอนที่เราป่วยจนทำงานไม่ได้ ไม่ใช่จ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนเราเหมือน ม.33 — ส่วนค่ารักษาตัวจริง ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ยังใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง/30 บาท ของ สปสช.) ได้ตามปกติอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดว่าสมัคร ม.40 แล้วจะเบิกค่ายาค่าห้องได้ฟรี

3 ทางเลือกของ ม.40 ได้สิทธิอะไรบ้าง

ม.40 มี 3 ทางเลือก ยิ่งจ่ายมากยิ่งได้สิทธิเพิ่ม โดยเงินสมทบ 70 / 100 / 300 บาทต่อเดือน 'คงเดิม ไม่ได้ปรับขึ้น' แต่มีข่าวดีคือสิทธิประโยชน์เพิ่งถูกปรับเพิ่มหลายรายการตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่ ต.ค. 2568 — เท่ากับว่าจ่ายเท่าเดิมแต่ได้คุ้มครองมากขึ้น ตารางด้านล่างเป็นภาพรวมสิทธิ 'ปัจจุบัน' (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)

เทียบ 3 ทางเลือก ม.40 — สิทธิปัจจุบัน (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 · ตรวจล่าสุดกับ สปส. 1506)
รายการทางเลือก 1ทางเลือก 2ทางเลือก 3
เงินสมทบ/เดือน (คงเดิม)70 บาท100 บาท300 บาท
จำนวนกรณีคุ้มครอง3 กรณี4 กรณี5 กรณี
ขาดรายได้ตอนนอน รพ. (ผู้ป่วยใน)สูงสุด ~300 บาท/วัน ไม่เกิน 30 วัน/ปีสูงสุด ~300 บาท/วัน ไม่เกิน 30 วัน/ปีสูงสุด ~300 บาท/วัน ไม่เกิน 90 วัน/ปี
พบแพทย์แบบผู้ป่วยนอก200 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี200 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี200 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี
ทุพพลภาพ (รายเดือน)สูงสุด ~2,000 บาท/เดือน ตลอดชีวิตสูงสุด ~2,000 บาท/เดือน ตลอดชีวิตสูงสุด ~3,000 บาท/เดือน ตลอดชีวิต
เสียชีวิต (ค่าทำศพ)25,000 บาท25,000 บาท50,000 บาท
บำเหน็จชราภาพ (เงินก้อนตอนแก่)ไม่มีมี (สะสม + ผลตอบแทน)มี (สะสมมากกว่า)
สงเคราะห์บุตรไม่มีไม่มี300 บาท/เดือน/คน (สูงสุด 2 คน)

อ่านตารางง่าย ๆ: ทางเลือก 1 = กันป่วย/อุบัติเหตุราคาถูกสุด เหมาะกับคนงบจำกัด · ทางเลือก 2 = เพิ่มเงินก้อนชราภาพ (บำเหน็จ) · ทางเลือก 3 = ครบสุด มีทั้งบำเหน็จก้อนใหญ่และเงินสงเคราะห์บุตร เหมาะกับคนมีลูกเล็ก ทั้งสามทางเลือกจ่ายเงินสมทบเท่าเดิม แต่สิทธิทุพพลภาพ/ผู้ป่วยนอก/สงเคราะห์บุตร เพิ่งถูกปรับเพิ่มเมื่อ ต.ค. 2568

ตัวเลขสิทธิประโยชน์ของ ม.40 ปรับได้ตามกฎหมาย (เพิ่งปรับขึ้นรอบล่าสุด ต.ค. 2568) และมีเงื่อนไขจำนวนเดือนที่ต้องส่งสมทบก่อนใช้สิทธิ เช่น กรณีเจ็บป่วยต้องส่งครบ 3 เดือนภายใน 4 เดือนก่อนเหตุการณ์ ก่อนยื่นเคลมจริงควรตรวจวงเงินและเงื่อนไขล่าสุดกับ สปส. 1506 หรือ sso.go.th ทุกครั้ง

ม.40 vs เก็บเงินเอง — เทียบมุมต่อมุม

สิทธิและความคุ้มครองของแรงงานมีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบ

เหตุผลยอดฮิตที่หลายคนลังเลคือ 'เอาเงิน 300 บาทไปหยอดบัญชี/กองทุนเองดีกว่า ได้คืนเต็ม ๆ' ในแง่เงินต้นก็จริง แต่จุดที่ ม.40 ต่างคือมันเป็น 'ประกัน' ไม่ใช่แค่ 'การออม' — ถ้าวันแรกที่สมัครแล้วเกิดป่วยหนักจนนอน รพ. หรือทุพพลภาพ เราได้รับเงินทดแทนตามสิทธิทันที โดยไม่ต้องรอให้เก็บเงินครบก้อนก่อน ขณะที่การออมเอง เงินมีเท่าที่หยอดไปจริงเท่านั้น

ม.40 กับการเก็บเงินเอง ต่างกันตรงไหน
ประเด็นประกันสังคม ม.40เก็บเงินเอง
เงินที่จ่ายเดือนละ 70–300 บาท (คงที่)เท่าไรก็ได้ตามใจ
ป่วยหนัก/ทุพพลภาพวันแรกมีเงินทดแทนตามสิทธิทันทีได้เท่าที่เก็บไว้จริง
ความสม่ำเสมอมีกรอบให้จ่ายต่อเนื่องต้องอาศัยวินัยตัวเอง
ถอนใช้ยามฉุกเฉินถอนคืนไม่ได้ง่าย (เป็นเบี้ยคุ้มครอง)ถอนได้ทันที ยืดหยุ่นสุด
เป้าหมายหลักกันความเสี่ยง ไม่ใช่กำไรสภาพคล่อง + ดอกผลตามที่เก็บ
ตอนเกษียณบำเหน็จชราภาพ (ทางเลือก 2–3)ได้เท่าที่เก็บ + ผลตอบแทน

สังเกตว่าทั้งสองทางไม่ได้แทนกัน 100% — ม.40 เก่งเรื่อง 'กันตก' ตอนเกิดเหตุไม่คาดฝัน ส่วนเงินออมเก่งเรื่อง 'ยืดหยุ่น' ดึงมาใช้ได้ทุกเมื่อ จุดอ่อนของเงินออมคือถ้าวินัยไม่พอก็มักหมดก่อนถึงวันจำเป็น ส่วนจุดอ่อนของ ม.40 คือวงเงินทดแทนต่อวันไม่ได้สูง และไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโดยตรง

ลองคิดเป็นตัวเลข: จ่ายทางเลือก 3 ปีละ 3,600 บาท ได้อะไรกลับ

สมมติเลือกทางเลือก 3 จ่ายเดือนละ 300 บาท เท่ากับปีละ 3,600 บาท กราฟด้านล่างคือ 'เงินสมทบสะสม' ที่เราจ่ายไปในแต่ละปี ถ้าเทียบกับการเอาเงินก้อนเดียวกันไปหยอดบัญชีออมทรัพย์ ตัวเงินต้นจะใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ ม.40 แถมมาระหว่างทางคือ 'ความคุ้มครอง' — เช่น ถ้าปีที่ 2 เกิดทุพพลภาพ ก็มีสิทธิรับเงินทดแทนรายเดือนตลอดชีวิต ทั้งที่จ่ายสมทบไปจริงแค่หลักพัน

เงินสมทบสะสม ม.40 ทางเลือก 3 (300 บาท/เดือน · ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ) (บาท)
ปีที่ 1
3,600
ปีที่ 2
7,200
ปีที่ 3
10,800
ปีที่ 4
14,400
ปีที่ 5
18,000

อีกจุดที่หลายคนลืมคือส่วน 'ชราภาพ' ของทางเลือก 2–3 เป็นเงินก้อนที่ค่อย ๆ สะสมไว้คืนตอนอายุ 60 ปี พร้อมผลตอบแทนที่ประกาศเป็นรายปี (ปีบัญชี 2568 สำนักงานประกันสังคมประกาศอัตราผลประโยชน์บำเหน็จชราภาพของ ม.40 ที่ราว 3.58% ต่อปี — ตัวเลขนี้ปรับใหม่ทุกปี ตรวจล่าสุดกับ สปส.) นั่นทำให้ 'มูลค่าจริง' ที่ได้กลับ มักมากกว่าเงินต้นที่จ่ายไป โดยเฉพาะถ้าได้ใช้สิทธิคุ้มครองระหว่างทาง ส่วนการออมเองข้อดีคือยืดหยุ่น แต่ต้องมีวินัยพอที่จะไม่เผลอใช้หมดก่อนถึงวันจำเป็น

แล้วเราควรเลือกแบบไหน — 5 ข้อถามตัวเอง

ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะ 'คุ้มหรือไม่' ขึ้นกับชีวิตจริงของเรา ลองตอบ 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ

  • มีเงินสำรองยามป่วย/หยุดงานพอไหม — ถ้ายังบาง ม.40 ช่วยอุดช่องนี้ด้วยเบี้ยหลักสิบถึงหลักร้อย
  • มีวินัยเก็บเงินเองสม่ำเสมอแค่ไหน — ถ้าเผลอใช้บ่อย การมีกรอบจ่ายช่วยให้ไม่หลุด
  • มีลูกเล็กหรือวางแผนมีลูกไหม — ทางเลือก 3 มีเงินสงเคราะห์บุตร 300 บาท/เดือน/คน (อายุไม่เกิน 7 ปี สูงสุด 2 คน)
  • อยากมีเงินก้อนตอนเกษียณไหม — ทางเลือก 2–3 มีบำเหน็จชราภาพสะสมให้
  • มีประกันหรือสวัสดิการอื่นซ้อนอยู่แล้วหรือยัง — เช็กไม่ให้จ่ายซ้ำซ้อนเกินจำเป็น

ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หลายคนทำ ม.40 ในทางเลือกที่เหมาะ (เบี้ยหลักร้อย/เดือน) เป็น 'ตาข่ายกันตก' ราคาถูก แล้วเก็บเงินสำรองฉุกเฉินเองควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเรื่องขาดรายได้และสภาพคล่อง

เพราะ ม.40 ไม่ครอบคลุม 'ค่ารักษาพยาบาล' โดยตรง ถ้ากังวลเรื่องค่าห้อง/ค่าผ่าตัดก้อนใหญ่ การเทียบประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุเบี้ยเบา ๆ ดูควบคู่กันก็เป็นไอเดียที่ดี ลองดูที่หน้าเปรียบเทียบของเราเพื่อหาภาพที่เข้ากับงบและไลฟ์สไตล์ และถ้าอยากเทียบ 3 ทางเลือกของ ม.40 แบบเจาะลึกกว่านี้ อ่านต่อได้ในคู่มือเลือกทางเลือก ม.40 ของเรา

อีกเรื่องที่ฟรีแลนซ์ได้ประโยชน์คือ เงินสมทบประกันสังคมที่เราจ่ายไปทั้งปีสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง (สำหรับ ม.40 จำนวนต่อปีไม่สูงนัก แต่ก็ช่วยได้ ตรวจหลักเกณฑ์ลดหย่อนล่าสุดกับ rd.go.th) อ่านวิธีวางแผนภาษีฟรีแลนซ์เพิ่มได้ที่คู่มือภาษีของเรา

อัตราเงินสมทบ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขของ ม.40 ปรับเปลี่ยนได้ตามนโยบายรัฐ (รอบล่าสุดปรับเพิ่มสิทธิเมื่อ ต.ค. 2568) ก่อนสมัครหรือเปลี่ยนทางเลือก ตรวจข้อมูลล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 หรือ sso.go.th และหากเป็นเรื่องสิทธิแรงงานอื่น ๆ ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สายด่วน 1546

สรุป

ฟรีแลนซ์ทำ ม.40 คุ้มไหม? ถ้ามองว่ามันคือ 'ตาข่ายกันตก' ราคาหลักสิบถึงหลักร้อยต่อเดือน ที่ช่วยกันเรื่องขาดรายได้ตอนป่วยนอน รพ. ทุพพลภาพ ค่าทำศพ และมีบำเหน็จตอนแก่ (ทางเลือก 2–3) ก็ถือว่าคุ้มในแง่ความอุ่นใจ ยิ่งสิทธิเพิ่งปรับขึ้นเมื่อ ต.ค. 2568 โดยจ่ายสมทบเท่าเดิม ความคุ้มยิ่งดีขึ้น ส่วนการเก็บเงินเองยืดหยุ่นและถอนใช้ได้ แต่ต้องอาศัยวินัยและเงินสำรองของตัวเอง ทางที่ลงตัวที่สุดสำหรับหลายคนคือ 'ทำทั้งคู่' ในสัดส่วนที่เหมาะกับชีวิตเรา และอย่าลืมตรวจตัวเลขสิทธิล่าสุดกับ สปส. ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง