ในวันที่ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลขยับขึ้นทุกปี "สวัสดิการ" กลายเป็นเรื่องที่พนักงานเก่ง ๆ ถามตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ ไม่ใช่เรื่องที่รอไว้คุยทีหลัง สำหรับเจ้าของ SME ที่มีงบจำกัดแต่อยากดูแลทีมให้รู้สึกอุ่นใจ "ประกันกลุ่มพนักงาน" (Group Insurance) คือเครื่องมือที่มักให้ความคุ้มครองได้มากในงบที่จับต้องได้ และมีมุมภาษีที่น่าสนใจทั้งฝั่งบริษัทและฝั่งพนักงาน บทความนี้จะพาไล่ดูทีละชั้น ตั้งแต่มันคุ้มครองอะไร ต่างจากประกันสังคมยังไง ไปจนถึงคำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อยที่สุด — เบี้ยที่จ่ายไปลงเป็นรายจ่ายบริษัทได้ไหม และพนักงานต้องเสียภาษีจากสวัสดิการนี้หรือเปล่า

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกันและไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษี บทความนี้ไม่ได้เสนอขายหรือชี้ว่าควรซื้อแผนใดแผนหนึ่ง การเลือกแบบ/วงเงินที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ควรปรึกษาโบรกเกอร์หรือบริษัทประกันที่มีใบอนุญาตจาก คปภ. และเรื่องการลงรายจ่าย/ภาษีควรยืนยันกับนักบัญชีหรือกรมสรรพากร (สายด่วน 1161) ก่อนตัดสินใจเสมอ ตัวเลขในบทความเป็นภาพประกอบและข้อมูล ณ มิถุนายน 2569

ประกันกลุ่มพนักงานคืออะไร และต่างจากรายเดี่ยวยังไง

ประกันกลุ่ม คือกรมธรรม์ "ฉบับเดียว" ที่ให้ความคุ้มครองพนักงานทั้งทีมพร้อมกัน โดยบริษัทเป็นผู้ถือกรมธรรม์และจ่ายเบี้ย (จะให้พนักงานร่วมจ่ายบางส่วนหรือไม่ก็ได้) ต่างจากการที่พนักงานต่างคนต่างไปซื้อประกันรายเดี่ยวเอง หัวใจของมันคือการ "รวมความเสี่ยง" — แทนที่จะคิดเบี้ยตามสุขภาพของแต่ละคน บริษัทประกันจะคิดแบบเฉลี่ยทั้งกลุ่ม ทำให้เบี้ยต่อหัวมักถูกลง และพนักงานที่อาจซื้อรายเดี่ยวได้ยาก (เช่น มีโรคประจำตัว หรืออายุมาก) ก็ยังได้รับความคุ้มครอง

บริษัทประกันส่วนใหญ่กำหนด "จำนวนคนขั้นต่ำ" เพื่อให้กระจายความเสี่ยงได้ ปัจจุบันมีหลายเจ้าที่เริ่มรับกลุ่มเล็กตั้งแต่ราว 5–10 คนขึ้นไป แต่บางแบบ/บางเจ้าตั้งขั้นต่ำสูงกว่านั้น ตัวเลขนี้ต่างกันตามบริษัทและแบบประกัน จึงต้องสอบถามเป็นรายกรณี — ยิ่งกลุ่มใหญ่และโครงสร้างอายุหลากหลาย เบี้ยต่อหัวก็มักยิ่งดี (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 · ตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับบริษัทประกัน)

วิธีคิดง่าย ๆ: ประกันกลุ่มคือ "การซื้อแบบรวม" (bulk) เมื่อรวมหลายคนไว้ในกรมธรรม์เดียว ความเสี่ยงถูกเฉลี่ย และส่วนใหญ่ไม่ต้องตรวจสุขภาพรายคน (ใช้การพิจารณาแบบกลุ่ม) เบี้ยต่อหัวจึงมักถูกกว่าการต่างคนต่างซื้อ

ประกันกลุ่มคุ้มครองอะไรได้บ้าง

ประกันกลุ่มถูกออกแบบเป็น "ชุดความคุ้มครอง" ให้บริษัทเลือกประกอบตามงบและสวัสดิการที่อยากให้ องค์ประกอบหลักที่พบบ่อยมีดังนี้ (รายละเอียดและวงเงินต่างกันตามแบบของแต่ละบริษัทประกัน):

ความคุ้มครองหลักในประกันกลุ่ม (ภาพรวมทั่วไป)
ประเภทความคุ้มครองคุ้มครองอะไร (โดยสังเขป)มุมภาษีของพนักงาน*
ชีวิตกลุ่ม (Group Life · GL)จ่ายเงินก้อนให้ผู้รับประโยชน์เมื่อพนักงานเสียชีวิต เป็นฐานของสวัสดิการส่วนเบี้ยที่ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล มักถือเป็นเงินได้/ประโยชน์ของพนักงาน
สุขภาพกลุ่ม (Group Health · IPD/OPD)ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) และอาจมีผู้ป่วยนอก (OPD) ทันตกรรม ตามแบบที่เลือกเบี้ยส่วนค่ารักษาพยาบาล (กรมธรรม์กลุ่ม ≤1 ปี) มักได้รับยกเว้นภาษีให้พนักงาน
อุบัติเหตุกลุ่ม (Group PA)คุ้มครองบาดเจ็บ/ทุพพลภาพ/เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขึ้นกับว่าเป็นส่วนค่ารักษาพยาบาลหรือชดเชย — ตรวจกับนักบัญชี
ทุพพลภาพ (Group Disability)ชดเชยเมื่อทุพพลภาพถาวร/ทำงานไม่ได้ตามเงื่อนไขส่วนชดเชย (ไม่ใช่ค่ารักษา) มักถือเป็นประโยชน์ของพนักงาน

*ดูหัวข้อภาษีด้านล่างประกอบ — จุดสำคัญคือ "ส่วนค่ารักษาพยาบาล" กับ "ส่วนชีวิต/ชดเชย" มีผลทางภาษีต่อพนักงานต่างกัน บริษัทยังเลือกจัดชุดให้ต่างกันตามระดับพนักงานได้ (เช่น ผู้บริหารวงเงินสูงกว่า) และมักเพิ่มความคุ้มครองให้คู่สมรส/บุตรเป็นออปชันเสริม

ประกันกลุ่มเป็นสวัสดิการที่ "เสริม" ไม่ได้มาแทนประกันสังคม นายจ้างที่มีลูกจ้างยังต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง/ลูกจ้างและนำส่งเงินสมทบตามกฎหมาย และนับตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เพดานฐานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบ ม.33 ปรับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท/เดือน ทำให้เงินสมทบสูงสุดขยับจาก 750 เป็น 875 บาท/เดือน (ผู้มีค่าจ้าง ≤15,000 จ่ายเท่าเดิม) ตรวจหน้าที่ล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

ข้อดีของประกันกลุ่มสำหรับ SME

สิทธิและความคุ้มครองของแรงงานมีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบ
  • เบี้ยต่อหัวมักถูกกว่ารายเดี่ยว เพราะคิดแบบเฉลี่ยทั้งกลุ่ม จึงให้ความคุ้มครองได้มากในงบที่จับต้องได้
  • เป็นสวัสดิการที่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงาน ทำให้ทีมรู้สึกมั่นคงและช่วยลดอัตราการลาออก
  • ส่วนใหญ่ไม่ต้องตรวจสุขภาพรายคน (พิจารณาแบบกลุ่ม) พนักงานที่ซื้อรายเดี่ยวยากก็ยังได้รับความคุ้มครอง
  • บริหารง่าย กรมธรรม์ฉบับเดียว ต่ออายุและเพิ่ม-ลดรายชื่อพนักงานได้เป็นรอบ
  • ปรับชุดความคุ้มครองให้เข้ากับงบและวัฒนธรรมองค์กรได้ยืดหยุ่น และเบี้ยที่จ่ายเป็นสวัสดิการมักลงเป็นรายจ่ายบริษัทได้ (ดูหัวข้อภาษี)
แนวคิดเบี้ยต่อหัว: ยิ่งกลุ่มใหญ่ ยิ่งเฉลี่ยความเสี่ยงได้ดี (ภาพประกอบ ไม่ใช่ราคาจริง) (ดัชนีเทียบ (รายเดี่ยว = 100))
ซื้อรายเดี่ยวเอง
100
ประกันกลุ่ม (กลุ่มเล็ก ~5–10 คน)
78
ประกันกลุ่ม (กลุ่มกลาง–ใหญ่)
62

กราฟด้านบนเป็นภาพประกอบแนวคิดเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขราคาจริง เบี้ยจริงขึ้นกับอายุเฉลี่ยของทีม ลักษณะงาน (อาชีพเสี่ยงมีผลต่อเบี้ย) วงเงินที่เลือก และเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน อยากได้ราคาจริงต้องให้บริษัทประกัน/โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตเสนอตามโปรไฟล์ทีมของคุณ และควรเทียบหลายข้อเสนอ (ตรวจราคาล่าสุดเสมอ · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)

เรื่องภาษี (1): ฝั่งบริษัทลงเบี้ยเป็นรายจ่ายได้ไหม

นี่คือคำถามที่เจ้าของกิจการอยากรู้ที่สุด คำตอบโดยหลักคือ "ได้ ถ้าทำให้ถูกรูปแบบ" — เบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายเพื่อเป็น "สวัสดิการพนักงาน" สามารถนำมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ตราบใดที่ไม่เข้าข่ายรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี เงื่อนไขเชิงปฏิบัติที่นักบัญชีมักย้ำคือ ต้องเป็นสวัสดิการตามระเบียบของบริษัทที่ให้พนักงานได้รับตามหลักเกณฑ์เดียวกัน (ไม่ใช่จ่ายเลือกเฉพาะบางคนแบบส่วนตัว) และเก็บเอกสารให้ครบ ทั้งกรมธรรม์ ระเบียบสวัสดิการ และใบเสร็จเบี้ยประกัน

การมีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุชัดว่าใครได้สิทธิ เกณฑ์อะไร คือสิ่งที่แยกระหว่าง "สวัสดิการ" (ลงรายจ่ายได้) กับ "ของขวัญส่วนตัว/รายจ่ายต้องห้าม" ในสายตาสรรพากร จึงควรทำควบคู่กับการทำประกันกลุ่มเสมอ และให้นักบัญชีตรวจถ้อยคำ

เรื่องภาษี (2): แล้วพนักงานต้องเสียภาษีจากสวัสดิการนี้ไหม

ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน คำตอบไม่ใช่ "ใช่" หรือ "ไม่" ทั้งก้อน แต่ขึ้นกับว่าเบี้ยนั้นเป็นความคุ้มครองส่วนไหน:

  • ส่วนค่ารักษาพยาบาล (สุขภาพกลุ่ม): เบี้ยที่นายจ้างจ่ายสำหรับกรมธรรม์กลุ่มที่มีกำหนดเวลาไม่เกิน 1 ปี เฉพาะส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของพนักงาน (รวมคู่สมรส/บุตร/บุพการีตามเงื่อนไข) ได้รับยกเว้น ไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้ของพนักงาน ตามข้อ 2(77) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (เพิ่มโดยฉบับที่ 263 พ.ศ. 2549)
  • ส่วนชีวิต/ชดเชย (ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล): เช่น ทุนประกันชีวิตกลุ่มหรือเงินชดเชยทุพพลภาพ ส่วนนี้โดยทั่วไปถือเป็น "ประโยชน์เพิ่ม" ที่นายจ้างจ่ายแทน จึงมักนับเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงานที่ต้องนำไปคำนวณภาษี

สรุปสั้น ๆ ที่จำง่าย: เบี้ย "ส่วนค่ารักษาพยาบาล" ของประกันกลุ่ม ≤1 ปี มักไม่เป็นภาระภาษีของพนักงาน ส่วน "ชีวิต/ชดเชย" มักนับเป็นเงินได้ของพนักงาน หลักการนี้กรมสรรพากรเคยตอบไว้ในข้อหารือ (เช่น เลขที่ กค 0702/4944 ลงวันที่ 5 ก.ค. 2554) ทั้งนี้ "เบี้ยที่นายจ้างจ่ายให้" นี้คนละเรื่องกับ "ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ/ชีวิตที่ตัวพนักงานจ่ายเอง" ในแบบ ภ.ง.ด.90/91 — สองอย่างนี้อย่าสับสนกัน

สรุปมุมภาษีประกันกลุ่ม 2 ฝั่ง (เพื่อการศึกษา — ยืนยันกับนักบัญชี/สรรพากร)
ประเด็นภาพรวมทั่วไปสิ่งที่ต้องตรวจ/ทำให้ถูก
ฝั่งบริษัท (ภาษีนิติบุคคล)เบี้ยที่จ่ายเป็นสวัสดิการพนักงาน มักลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ (ถ้าไม่ใช่รายจ่ายต้องห้าม ม.65 ตรี)ต้องมีระเบียบสวัสดิการให้พนักงานตามหลักเกณฑ์เดียวกัน + เก็บกรมธรรม์/ใบเสร็จครบ
ฝั่งพนักงาน — ส่วนค่ารักษาพยาบาลเบี้ยกรมธรรม์กลุ่ม ≤1 ปี ส่วนค่ารักษาพยาบาล มักได้รับยกเว้น ไม่รวมเป็นเงินได้ [ข้อ 2(77) กฎกระทรวง 126]ดูว่ากรมธรรม์มีกำหนดเวลาไม่เกิน 1 ปี และเป็นส่วนค่ารักษาพยาบาลจริง
ฝั่งพนักงาน — ส่วนชีวิต/ชดเชยส่วนที่ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล มักถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงานแยกเบี้ยตามสัดส่วนความคุ้มครอง และหารือนักบัญชีเรื่องการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย

หลักเกณฑ์และการตีความภาษีเปลี่ยนแปลงได้ และรายละเอียดต่างกันตามแบบกรมธรรม์และโครงสร้างสวัสดิการของแต่ละกิจการ ตัวเลข/ตัวอย่างในบทความเป็นภาพประกอบเพื่อการศึกษา โปรดยืนยันกับนักบัญชีของบริษัทหรือกรมสรรพากร (สายด่วน 1161) ก่อนตัดสินใจ และอ้างอิงข้อหารือ/กฎกระทรวงฉบับล่าสุดเสมอ · ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569

ข้อควรรู้ก่อนทำประกันกลุ่ม

  • เช็กจำนวนคนขั้นต่ำและเงื่อนไขการสมัครของแต่ละบริษัท — SME ขนาดเล็กมากอาจมีตัวเลือกจำกัด ควรถามหลายเจ้า
  • อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองให้ละเอียด: โรคที่ยกเว้น ระยะเวลารอคอย (waiting period) วงเงินต่อปี ค่าห้องต่อวัน และส่วนร่วมจ่าย (ถ้ามี)
  • เข้าใจว่าเมื่อพนักงานลาออก ความคุ้มครองกลุ่มมักสิ้นสุดทันที — สื่อสารให้ทีมเข้าใจล่วงหน้า และอาจแนะช่องทางทำต่อแบบรายเดี่ยว
  • แยกเบี้ย "ส่วนค่ารักษาพยาบาล" กับ "ส่วนชีวิต/ชดเชย" ให้ชัด เพื่อให้นักบัญชีคำนวณภาษีฝั่งพนักงานได้ถูก
  • เปรียบเทียบหลายข้อเสนอ และให้โบรกเกอร์/บริษัทที่มีใบอนุญาต คปภ. ช่วยจัดแบบให้เหมาะกับงบ

การจัดสวัสดิการที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องแพง แต่ต้อง "เลือกให้ตรงกับคน" ถ้าทีมส่วนใหญ่อายุน้อยและโสด อาจให้น้ำหนักความคุ้มครองสุขภาพ/อุบัติเหตุ ถ้าทีมมีครอบครัวแล้ว วงเงินชีวิตและออปชันคุ้มครองครอบครัวก็สำคัญขึ้น และอย่าลืมว่าประกันกลุ่มเป็นเพียงชั้นเสริม — ฐานล่างยังคือสิทธิประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนที่กฎหมายบังคับให้นายจ้างมีอยู่แล้ว

สรุปและก้าวต่อไป

ประกันกลุ่มพนักงานช่วยให้ SME ดูแลทีมได้คุ้มค่าในงบที่จับต้องได้ — เบี้ยต่อหัวมักถูกกว่ารายเดี่ยว ส่วนใหญ่ไม่ต้องตรวจสุขภาพรายคน เบี้ยที่จ่ายเป็นสวัสดิการมักลงเป็นรายจ่ายบริษัทได้ และเบี้ยส่วนค่ารักษาพยาบาลของกรมธรรม์กลุ่ม ≤1 ปี มักได้รับยกเว้นภาษีให้พนักงาน ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ก้าวต่อไปคือร่างระเบียบสวัสดิการให้ชัด เปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทที่มีใบอนุญาต และยืนยันมุมภาษีกับนักบัญชีของคุณ ลองเริ่มจากคู่มือด้านล่างเพื่อปูพื้นก่อนคุยกับผู้เชี่ยวชาญ