ตอนชีวิตยังนิ่ง ๆ เรื่องประกันสังคมก็แทบไม่ต้องคิด — เงินหักจากสลิปทุกเดือน จบ. ปัญหามักโผล่มาตอน "ชีวิตขยับ": ลาออกแล้วยังไม่รู้จะไปไหน เปิดร้านเล็ก ๆ รับงานฟรีแลนซ์ หรือกำลังจะมีลูก แล้วจู่ ๆ ก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองมีหลักประกันอยู่ไหม ควรย้ายไปมาตราไหน และมีเส้นตายอะไรที่พลาดไม่ได้ คู่มือนี้ไม่ได้มาเล่าทฤษฎีว่าแต่ละมาตราคืออะไร (อันนั้นอยู่ในบทเปรียบเทียบเต็มด้านล่าง) แต่จะพาตัดสินใจเป็นข้อ ๆ ตามจังหวะชีวิตที่คุณกำลังเจอจริง
อ่านบทนี้เพื่อ "ตัดสินใจ" · ถ้าอยากรู้รายละเอียดสิทธิแต่ละกรณีแบบเต็ม ๆ ว่าแต่ละมาตราต่างกันตรงไหน ให้ไปที่ บทเปรียบเทียบ ม.33 / ม.39 / ม.40 ฉบับเต็ม บทนั้นกางตารางสิทธิทุกกรณีให้ครบ ส่วนบทนี้เน้นช่วยคุณ "เลือกให้ถูกตามสถานการณ์" เร็ว ๆ
เริ่มที่คำถามเดียว: ตอนนี้คุณอยู่จุดไหน
ลองไล่จากบนลงล่าง เจอข้อที่ตรงกับตัวเองข้อแรกก็หยุดอ่านตรงนั้นได้เลย ส่วนใหญ่จะตอบได้ภายในสามบรรทัด
- ยังเป็นพนักงานประจำ มีบริษัทหักเงินสมทบให้อยู่ → คุณคือ ม.33 อยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไร ข้ามไปอ่านหัวข้อ "กำลังจะมีลูก" หรือ "อยากได้บำนาญ" ได้เลย
- เพิ่งลาออก/ถูกเลิกจ้าง และยังหางานใหม่อยู่ → ดูหัวข้อ "เพิ่งออกจากงาน" ด้านล่าง มีเส้นตาย 6 เดือนที่ห้ามพลาด
- ออกจากงานประจำมาทำของตัวเอง/ฟรีแลนซ์เต็มตัว และเคยเป็น ม.33 มาก่อน → ต้องเลือกระหว่าง "ต่อ ม.39" กับ "ลงมาเริ่ม ม.40" — หัวข้อ "ฟรีแลนซ์ที่เคยเป็นลูกจ้าง"
- ทำงานอิสระ/ค้าขาย และไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคมเลย → คุณเริ่มได้ที่ ม.40 เท่านั้น ไปหัวข้อ "ไม่เคยอยู่ในระบบ"
- กำลังจะมีลูกใน 1 ปีนี้ → มีจังหวะสำคัญเรื่องสิทธิคลอด อ่านหัวข้อ "กำลังจะมีลูก"
- เป้าหมายหลักคืออยากมีบำนาญตอนแก่ → หัวข้อ "อยากได้บำนาญ" จะบอกว่ามาตราไหนสะสมชราภาพให้บ้าง
เพิ่งออกจากงาน (ยังไม่มีงานใหม่) — เส้นตาย 6 เดือนคือหัวใจ
นี่คือจุดที่คนพลาดสิทธิกันเยอะที่สุด เพราะคิดว่า "ออกจากงานแล้วประกันสังคมก็จบ" จริง ๆ แล้วหลังออกจากงาน สิทธิรักษาพยาบาลของ ม.33 ยังคุ้มครองต่ออีกระยะหนึ่ง และคุณมีทางต่อสิทธิได้ ถ้าตัดสินใจทัน เคล็ดอยู่ที่ "อย่าปล่อยให้เกินกรอบเวลา"
- ขั้นแรก ถ้าถูกเลิกจ้างหรือลาออกเอง ให้ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางานให้ไว — เฉพาะคนที่เพิ่งออกจาก ม.33 เท่านั้นที่มีสิทธิรับเงินกรณีว่างงาน (ม.39/ม.40 ไม่มีสิทธินี้)
- ถ้าตั้งใจจะกลับไปเป็นลูกจ้างอีกในไม่ช้า → ไม่ต้องรีบสมัครอะไร พองานใหม่เริ่ม นายจ้างจะขึ้นทะเบียน ม.33 ให้คุณเองโดยอัตโนมัติ
- ถ้าจะหยุดยาว/ไปทำอิสระ แต่ยังอยากรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ → สมัคร ม.39 ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน ถ้าเลยเส้นตายนี้ สิทธิต่อ ม.39 จะหลุดทันที
- เงื่อนไขสมัคร ม.39: ต้องเคยส่งเงินสมทบ ม.33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน — ถ้าส่งไม่ถึง ตัวเลือกที่เหลือคือ ม.40
เส้นตาย 6 เดือนนี้สำคัญมาก หลายคนยุ่งกับการหางานใหม่จนลืม พอครบครึ่งปีแล้วค่อยนึกได้ก็สมัคร ม.39 ไม่ได้อีกเลย ถ้ายังไม่แน่ใจ โทรเช็กสถานะและวันครบกำหนดกับ สปส. 1506 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ออกจากงาน
ฟรีแลนซ์ที่เคยเป็นลูกจ้าง — ต่อ ม.39 หรือ ลงมา ม.40 ดี

ถ้าคุณเข้าเงื่อนไขทั้งคู่ (เคยส่ง ม.33 ครบ 12 เดือน และยังอยู่ในกรอบ 6 เดือน) คุณเลือกได้ทั้งต่อ ม.39 หรือเริ่ม ม.40 ตัวตัดสินอยู่ที่ว่าคุณให้ค่ากับอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง "ความต่อเนื่องของสิทธิรักษาพยาบาลและบำนาญที่สะสมมา" กับ "จ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
- เลือกต่อ ม.39 ถ้า: คุณอยากรักษาสิทธิรักษาพยาบาลแบบเดิมไว้ และอยากให้เงินบำนาญชราภาพที่สะสมไว้ตอนเป็น ม.33 "เดินต่อ" ไม่สะดุด — ม.39 ยังให้สิทธิ 6 กรณี (ทุกอย่างยกเว้นว่างงาน) จ่ายเดือนละ 432 บาท
- เลือก ม.40 ถ้า: รายได้ยังไม่นิ่ง อยากจ่ายเบาที่สุด (เริ่มที่ 70 บาท/เดือน) และรับได้ว่าจะใช้สิทธิรักษาพยาบาลผ่านบัตรทอง (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) แทน เพราะ ม.40 ไม่มีค่ารักษาพยาบาลให้
- จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย: ม.40 จ่ายเป็น "เงินทดแทนการขาดรายได้" ตอนเจ็บป่วยจนทำงานไม่ได้ ไม่ใช่ค่ารักษา — ส่วนการรักษาจริงไปใช้บัตรทอง
เคล็ดสำหรับคนเสียดายบำนาญที่สะสมมา: ม.39 ช่วยให้เงินสมทบกรณีชราภาพของคุณเดินต่อเนื่อง ส่วน ม.40 เป็นคนละกองทุนชราภาพ การสลับไปมาอาจทำให้การคิดบำนาญซับซ้อนขึ้น ถ้าเคยเป็น ม.33 มานานและใกล้เกษียณ การต่อ ม.39 มักคุ้มกว่าในแง่ความต่อเนื่อง
ไม่เคยอยู่ในระบบเลย — เริ่มที่ ม.40 แล้วเลือกทางไหน
พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ไรเดอร์ ฟรีแลนซ์ที่ไม่เคยเป็นลูกจ้างประจำ — ประตูเดียวที่เปิดให้คือ ม.40 ซึ่งสมัครเองได้ ไม่มีนายจ้างมาเกี่ยว ขั้นตอนถัดมาคือเลือก "ทางเลือก" ให้ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการคุ้มครองที่สุด
| ทางเลือก | จ่าย/เดือน | คุ้มครอง | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| ทางเลือก 1 | 70 บาท | 3 กรณี: ทดแทนขาดรายได้, ทุพพลภาพ, ตาย/ค่าทำศพ | อยากจ่ายเบาสุด เน้นกันเหตุฉุกเฉิน |
| ทางเลือก 2 | 100 บาท | 4 กรณี: เหมือน ท.1 + บำเหน็จชราภาพ | อยากเริ่มสะสมเงินก้อนตอนแก่ด้วย |
| ทางเลือก 3 | 300 บาท | 5 กรณี: เหมือน ท.2 + สงเคราะห์บุตร | มีลูกเล็ก อยากได้เงินช่วยบุตรด้วย |
ตั้งแต่ปี 2569 สิทธิ ม.40 หลายอย่างปรับเพิ่มตามพระราชกฤษฎีกาฉบับล่าสุด เช่น เงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (กรณีพบแพทย์) เพิ่มจาก 50 เป็น 200 บาท/ครั้ง, เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจ่าย "ตลอดชีวิต" ทุกทางเลือก (ทางเลือก 1-2 สูงสุด 2,000 บาท/เดือน, ทางเลือก 3 สูงสุด 3,000 บาท/เดือน) และเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มจาก 200 เป็น 300 บาท/เดือน/คน จนบุตรอายุครบ 7 ปี
ข้อควรจำเรื่อง ม.40: มันไม่ใช่ "ประกันสุขภาพ" — ไม่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลแบบ ม.33 สิ่งที่ได้คือเงินชดเชย "ตอนขาดรายได้" เพราะป่วยจนทำงานไม่ได้ ส่วนค่ารักษาจริงใช้สิทธิบัตรทอง ถ้าคุณอยากได้ความคุ้มครองสุขภาพที่มากกว่านี้ ต้องพิจารณาประกันสุขภาพภาคสมัครใจเพิ่มต่างหาก
กำลังจะมีลูก — จังหวะนี้สิทธิคลอดคือเรื่องใหญ่
ถ้าวางแผนจะมีลูกใน 1-2 ปีนี้ เรื่องประกันสังคมกลายเป็นเงินก้อนจริงที่จับต้องได้ จุดสำคัญคือสิทธิคลอดของแม่ที่เป็นผู้ประกันตน (ม.33 หรือ ม.39) แบ่งเป็น "สองก้อนแยกกัน" ที่หลายคนสับสนรวมเป็นก้อนเดียว
- ก้อนที่ 1 — ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง: เป็นเงินก้อนคงที่ ไม่ขึ้นกับเงินเดือน คลอดกี่ครั้งก็ได้ครั้งละ 15,000 เท่ากัน
- ก้อนที่ 2 — เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร: คิดจาก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย จ่าย 90 วัน ก้อนนี้ "ผันตามเพดานเงินเดือน" — เมื่อเพดานขยับเป็น 17,500 บาทในปี 2569 ก้อนนี้สูงสุดจึงขยับจากเดิม 22,500 เป็น 26,250 บาท (เฉพาะบุตรคนที่ 1-2 ไม่จ่ายสำหรับบุตรคนที่ 3)
- เงื่อนไขสำคัญ: ต้องส่งเงินสมทบครบตามที่กำหนดก่อนคลอด ถ้าเพิ่งลาออกแล้วกำลังจะมีลูก การรีบต่อ ม.39 ภายใน 6 เดือนจึงช่วยรักษาสิทธิคลอดไว้ได้ (ม.40 ไม่มีสิทธิคลอดบุตรในลักษณะนี้)
วางแผนคร่าว ๆ: แม่ที่เป็นผู้ประกันตนเต็มสิทธิ อาจได้รวมประมาณ 15,000 บาท (ค่าคลอดเหมาจ่าย) + สูงสุด 26,250 บาท (เงินหยุดงาน) สองก้อนนี้คนละส่วนกัน อย่าเผลอนับซ้ำหรือนับรวมเป็นก้อนเดียว
อยากได้บำนาญตอนแก่ — มาตราไหนสะสมชราภาพให้บ้าง
ถ้าเป้าหมายระยะยาวคือมีเงินใช้ตอนเกษียณ ต้องดูว่ามาตราที่คุณอยู่ "มีกรณีชราภาพ" หรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกมาตรา/ทุกทางเลือกจะสะสมบำนาญให้
- ม.33 และ ม.39 — มีกรณีชราภาพให้ทั้งคู่ ส่งครบเงื่อนไขระยะยาวจะได้เป็น "บำนาญ" รายเดือน ถ้าส่งไม่ครบเกณฑ์บำนาญจะได้เป็น "บำเหน็จ" เงินก้อนแทน ความต่อเนื่องของการส่งจึงสำคัญมากกับคนที่หวังบำนาญ
- ม.40 ทางเลือก 1 (70 บาท) — ไม่มีชราภาพ เน้นกันเหตุฉุกเฉินอย่างเดียว
- ม.40 ทางเลือก 2 และ 3 (100/300 บาท) — มีเงินสะสมกรณีชราภาพ (เป็นบำเหน็จเงินก้อน) ถ้าอยู่ ม.40 และอยากมีเงินก้อนตอนแก่ ต้องเลือกอย่างน้อยทางเลือก 2
กับดักที่พบบ่อย: ขาดส่งเงินสมทบ ม.39 ติดต่อกัน 3 เดือน หรือส่งไม่ครบ 9 เดือนใน 12 เดือน อาจถูกตัดสิทธิความเป็นผู้ประกันตน ทำให้การสะสมบำนาญสะดุด ตั้งหักบัญชีอัตโนมัติและเช็กสถานะกับ สปส. เป็นระยะ
ตารางตัดสินใจฉบับเร็ว
| สถานการณ์ของคุณ | ทางเลือกที่เหมาะ | จ่าย/เดือน | เส้นตาย/เงื่อนไขห้ามลืม |
|---|---|---|---|
| เป็นพนักงานประจำอยู่ | ม.33 (อัตโนมัติ) | 5% สูงสุด 875 บาท | นายจ้างขึ้นทะเบียนให้ ไม่ต้องทำเอง |
| เพิ่งออก กำลังจะกลับเป็นลูกจ้าง | รอ ม.33 งานใหม่ | — | ขึ้นทะเบียนว่างงานไว้ก่อนถ้าเพิ่งออก ม.33 |
| ออกมาทำอิสระ เคยเป็น ม.33 ครบ 12 ด. | ม.39 (รักษาสิทธิ) | 432 บาท | สมัครภายใน 6 เดือนหลังออกงาน |
| ทำอิสระ ไม่เคยอยู่ในระบบ | ม.40 ท.1-3 | 70 / 100 / 300 | สมัครเองได้ตลอด เลือกทางเลือกให้ตรงเป้า |
| กำลังจะมีลูก (เป็นแม่) | ม.33 หรือต่อ ม.39 | 875 / 432 บาท | ส่งสมทบครบก่อนคลอด · ม.40 ไม่มีสิทธินี้ |
| อยากได้บำนาญตอนแก่ | ม.33 / ม.39 / ม.40 ท.2-3 | ตามมาตรา | ส่งต่อเนื่อง อย่าให้ขาดสิทธิ |
ทำไม ม.33 ขยับเป็นสูงสุด 875 บาท? เพราะตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เพดานค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบขยับจากเดิม 15,000 บาท (เคยจ่ายสูงสุด 750) เป็น 17,500 บาท ตามกฎกระทรวงปี 2568 (5% ของ 17,500 = 875) และจะทยอยขยับเป็น 20,000 บาท (สูงสุด 1,000) ในปี 2572 และ 23,000 บาท (สูงสุด 1,150) ในปี 2575 ส่วน ม.39 ยังคงที่ 432 บาท และ ม.40 ยังเป็น 70/100/300 เหมือนเดิม
อย่าลืมเรื่องภาษี — เงินสมทบทุกมาตราลดหย่อนได้
ไม่ว่าจะอยู่มาตราไหน เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามมาตรา 47(1)(ฌ) ของประมวลรัษฎากร — หักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินที่กฎหมายประกันสังคมกำหนด
- ม.33 — ปีภาษี 2569 เพดานลดหย่อนขยับเป็นสูงสุด 10,500 บาท/ปี (875 × 12) เพิ่มจากเดิม 9,000 บาท ตามเพดานเงินสมทบใหม่ คู่สมรสต่างคนต่างหักของตัวเองตามที่จ่ายจริง
- ม.39 — สูงสุดเท่าที่จ่ายจริง = 5,184 บาท/ปี (432 × 12)
- ม.40 — สูงสุดเท่าที่จ่ายจริง = 3,600 บาท/ปี (ทางเลือก 3 ที่ 300 × 12)
หน้าเว็บลดหย่อนของกรมสรรพากรบางหน้ายังพิมพ์เพดาน ม.33 เป็น 9,000 บาทอยู่ (อิงเพดานเก่า 750/เดือน) สำหรับปีภาษี 2569 ที่เพดานสมทบขยับเป็น 875/เดือน ตัวเลขที่ใช้จริงคือสูงสุด 10,500 บาท ลองดู ภาพรวมการคำนวณลดหย่อน และ คู่มือลดหย่อนภาษีมนุษย์เงินเดือนทีละขั้น ประกอบ
สรุปให้ตัดสินใจได้เลย
ถ้าจำได้แค่อย่างเดียว ขอให้เป็นเส้นตาย 6 เดือนหลังออกจากงาน — นั่นคือนาทีทองของการตัดสินใจว่าจะต่อ ม.39 หรือไม่ ส่วนคนที่ไม่เคยอยู่ในระบบ ม.40 เปิดให้เริ่มได้เสมอ เลือกทางเลือกให้ตรงกับสิ่งที่กลัวที่สุด (เจ็บป่วย/แก่/มีลูก) และอย่าลืมว่า ม.40 ไม่ใช่ประกันสุขภาพ ทุกตัวเลขในบทนี้เป็นข้อมูล ณ มิถุนายน 2569 และเปลี่ยนได้ตามประกาศ — ก่อนสมัครหรือใช้สิทธิจริง ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) สายด่วน 1506 หรือ www.sso.go.th และเรื่องภาษีกับกรมสรรพากรเสมอ
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย · เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล · ตัวเลขเป็นประมาณการ ณ มิ.ย. 2569 โปรดตรวจสอบกับ สปส. 1506 และกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ







