เบี้ยประกันสุขภาพที่เราจ่ายทุกปีไม่ได้คุ้มครองแค่ตอนป่วยเท่านั้น ปลายปีมันยังกลายเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ทั้งของตัวเราเองและของพ่อแม่ แต่จุดที่คนพลาดบ่อยคือ สองก้อนนี้คนละเพดาน คนละเงื่อนไข และก้อนของตัวเองดันไปผูกกับเพดานประกันชีวิตอีกชั้น บทความนี้จะแกะให้เห็นทีละก้อน พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง วิธีหารสิทธิเมื่อพี่น้องช่วยกันจ่าย และหลักฐานที่ต้องเก็บ (ตัวเลขอ้างอิงรายการค่าลดหย่อนปีภาษี 2567 ของกรมสรรพากร เป็นการประมาณการเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อกรมธรรม์ใดเป็นการเฉพาะ)

ภาพรวม: ประกันสุขภาพลดหย่อนได้ 2 ก้อน คนละเพดาน

ก้อนแรกคือ ประกันสุขภาพของตัวเราเอง ก้อนที่สองคือ ประกันสุขภาพที่เราซื้อให้พ่อแม่ ทั้งสองก้อนแยกเพดานกันชัดเจน แต่จำไว้ข้อเดียวก่อนว่า ก้อนของตัวเองนับรวมในเพดาน 100,000 ของประกันชีวิต ส่วนก้อนพ่อแม่เป็นเอกเทศ ไม่ไปกินโควตา 100,000 เลย

ก้อนลดหย่อนสูงสุด/ปีเงื่อนไขสำคัญ
ประกันสุขภาพตัวเอง25,000 บาทเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้ว ทั้งสองอย่างรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันสุขภาพพ่อแม่15,000 บาทพ่อแม่มีเงินได้พึงประเมินทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท เป็นก้อนแยก ไม่นับรวม 100,000

ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 อ้างอิงรายการค่าลดหย่อนปีภาษี 2567 ของกรมสรรพากร เพดานเหล่านี้เป็นค่าลดหย่อนถาวร ใช้ต่อเนื่อง แต่ตัวเลข/เงื่อนไขปรับได้ ควรตรวจกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนยื่นทุกปีค่ะ

ก้อนที่ 1: ประกันสุขภาพของตัวเราเอง (สูงสุด 25,000 แต่ติดเพดาน 100,000)

เบี้ยประกันสุขภาพของตัวเราเองลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี ฟังดูง่าย แต่มีกติกาซ้อนอีกชั้นที่ทำให้หลายคนคำนวณเกิน นั่นคือ เมื่อเอาเบี้ยประกันสุขภาพ (สูงสุด 25,000) ไปรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป (กรมธรรม์คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป) แล้ว ยอดรวมของทั้งสองอย่างต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ประเด็นที่พลาดบ่อยที่สุด: ประกันสุขภาพตัวเองไม่ใช่ก้อนที่ 'ลดได้เพิ่มอีก 25,000 แยกต่างหาก' จากประกันชีวิต แต่เป็นเพดานย่อย 25,000 ที่ต้องไปเบียดรวมอยู่ในเพดานใหญ่ 100,000 เดียวกันกับประกันชีวิต

ดูตัวอย่างให้ชัด สมมติจ่ายเบี้ยประกันชีวิต 90,000 บาท และประกันสุขภาพ 25,000 บาท รวมเป็น 115,000 บาท แต่ลดหย่อนได้แค่ 100,000 บาท เพราะติดเพดานใหญ่ ในทางกลับกัน ถ้าจ่ายประกันชีวิต 60,000 และสุขภาพ 25,000 รวม 85,000 บาท อันนี้ใช้ได้เต็มทั้งก้อน ยังเหลือช่องอีก 15,000 ด้วย

กรณีเบี้ยประกันชีวิตเบี้ยประกันสุขภาพรวมก่อนเพดานลดหย่อนได้จริง
A60,00020,00080,00080,000
B90,00025,000115,000100,000 (ติดเพดานใหญ่)
C40,00030,000 (จ่ายเกิน)65,000 (สุขภาพนับแค่ 25,000)65,000

ในกรณี C ถึงจ่ายเบี้ยสุขภาพ 30,000 ก็นับเข้าก้อนได้แค่ 25,000 เพราะเพดานย่อยของประกันสุขภาพอยู่ที่ 25,000 บาท ส่วนที่เกินมาไม่ได้หายไปจากกรมธรรม์ แต่ใช้สิทธิภาษีไม่ได้ค่ะ

ก้อนที่ 2: ประกันสุขภาพของพ่อแม่ (สูงสุด 15,000 เป็นก้อนแยก)

จัดเอกสารลดหย่อนให้ครบก่อนยื่นภาษี ช่วยให้ใช้สิทธิได้เต็มที่

ถ้าเราซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่ เอาเบี้ยมาลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี และนี่เป็นก้อนแยกต่างหาก ไม่ต้องไปรวมกับเพดาน 100,000 ของก้อนแรกเลย สิทธินี้ครอบคลุมทั้งพ่อแม่ของตัวเราเอง และพ่อแม่ของคู่สมรส (กรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้) แต่มีเงื่อนไขด่านสำคัญที่ต้องผ่านก่อน

  • พ่อหรือแม่ที่เราซื้อประกันให้ ต้องมีเงินได้พึงประเมินทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท (เป็นเงื่อนไขด้านเงินได้ ไม่ใช่เงื่อนไขอายุ 60 ปี — จุดนี้ต่างจากค่าลดหย่อน 'อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา' ที่ต้องอายุ 60 ขึ้นไป)
  • ผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อแม่คนนั้น
  • ต้องเป็นเบี้ยส่วนความคุ้มครองสุขภาพ ไม่ใช่เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปของพ่อแม่
  • ถ้าบุตรหลายคนร่วมกันจ่ายเบี้ยของกรมธรรม์เดียวกัน ให้เฉลี่ยสิทธิตามจำนวนบุตรที่มีเงินได้ รวมกันทั้งหมดไม่เกิน 15,000 บาท

จุดที่ได้เปรียบ: ถ้าซื้อให้ทั้งพ่อและแม่ (และทั้งคู่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000) จะเป็นคนละกรมธรรม์ คนละสิทธิ คือสูงสุด 15,000 ต่อพ่อหนึ่งคน และอีก 15,000 ต่อแม่หนึ่งคน รวมเป็นได้ถึง 30,000 บาท

พี่น้องหลายคนช่วยกันจ่ายให้แม่ ใครได้ลดเท่าไหร่

คำถามยอดฮิตคือ พี่น้อง 3 คนช่วยกันจ่ายเบี้ยกรมธรรม์ของแม่หนึ่งใบ ใครได้ลด คำตอบตามแนวกรมสรรพากรคือ สิทธิ 15,000 บาทนี้ให้เฉลี่ยกันตามจำนวนบุตรที่มีเงินได้และร่วมจ่าย ไม่ใช่ทุกคนได้คนละ 15,000 เต็ม

จำนวนบุตรที่ร่วมจ่าย (กรมธรรม์เดียว)สิทธิแต่ละคนได้ลดหย่อนรวมทั้งครอบครัว
1 คน15,000 บาท15,000 บาท
2 คนคนละ 7,500 บาท15,000 บาท
3 คนคนละ 5,000 บาท15,000 บาท

กรมสรรพากรระบุว่ากรณีบุตรหลายคนร่วมกันทำประกันสุขภาพให้บิดาหรือมารดา ให้บุตรทุกคนได้รับการลดหย่อนโดยเฉลี่ยตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาทต่อพ่อหรือแม่หนึ่งคน (ดู สารพันปัญหาค่าลดหย่อน ของกรมสรรพากร)

ลองคิดเป็นเงินจริง: ครอบครัวคุณนุ่น

คุณนุ่นเป็นมนุษย์เงินเดือน จ่ายประกันสุขภาพตัวเอง 22,000 บาท ประกันชีวิต 50,000 บาท และซื้อประกันสุขภาพให้คุณแม่ (แม่ไม่มีเงินได้) เบี้ยปีละ 18,000 บาท โดยมีพี่สาวที่มีเงินได้ช่วยจ่ายในกรมธรรม์เดียวกันอีกคนหนึ่ง มาดูว่าคุณนุ่นใช้สิทธิได้เท่าไหร่

รายการเบี้ยที่จ่ายลดหย่อนได้จริงเหตุผล
ประกันสุขภาพตัวเอง22,00022,000ไม่เกินเพดานย่อย 25,000
ประกันชีวิตตัวเอง50,00050,000รวมกับสุขภาพ = 72,000 ยังไม่ถึง 100,000
ประกันสุขภาพแม่18,000 (มีพี่ร่วมจ่าย)7,500เฉลี่ยกับพี่ 1 คน = 15,000 ÷ 2
ยอดลดหย่อนของคุณนุ่นแยกตามก้อน (บาท)
สุขภาพตัวเอง
22,000
ชีวิตตัวเอง
50,000
สุขภาพแม่ (เฉลี่ยครึ่ง)
7,500

รวมแล้วคุณนุ่นใช้สิทธิจากกลุ่มประกันได้ 79,500 บาท (เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการศึกษา ตัวเลขจริงขึ้นกับเงินได้และสิทธิของแต่ละคน ควรตรวจกับกรมสรรพากร) ยอดนี้จะไปลดเงินได้สุทธิที่นำมาคำนวณภาษี ส่วนจะประหยัดภาษีกี่บาทขึ้นกับว่าเงินได้สุทธิของเราตกอยู่ที่อัตราขั้นบันไดใด ตั้งแต่ยกเว้น (0–150,000 บาท) ไปจนถึง 35% (ส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท)

หลักฐานที่ต้องเตรียม อย่าลืมเด็ดขาด

เอกสารหัวใจคือ หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ที่บริษัทประกันออกให้ ปกติออกให้ช่วงต้นปีถัดไป หรือดาวน์โหลดเองได้จากแอป/เว็บของบริษัท และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ต้องแจ้งความประสงค์ให้บริษัทนำส่งข้อมูลเบี้ยให้กรมสรรพากร ไม่อย่างนั้นยอดอาจไม่ขึ้นอัตโนมัติในระบบ e-Filing

  • หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพของตัวเอง (ต้องระบุยอดเบี้ย 'ส่วนสุขภาพ' ชัดเจน)
  • หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ (กรมธรรม์ในชื่อพ่อแม่ ระบุผู้ชำระเบี้ย)
  • กรณีหารกับพี่น้อง: เก็บหลักฐานว่าใครจ่ายส่วนไหน เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจ
  • ตรวจให้แน่ใจว่าได้แจ้งบริษัทให้นำส่งข้อมูลเบี้ยเข้าระบบกรมสรรพากรแล้ว

ระวังกรมธรรม์แบบ 'ประกันชีวิตที่พ่วงความคุ้มครองสุขภาพ' เพราะส่วนที่นับเข้าก้อนสุขภาพ (เพดาน 25,000) คือเฉพาะเบี้ยส่วนความคุ้มครองสุขภาพเท่านั้น ไม่ใช่เบี้ยทั้งกรมธรรม์ ให้ยึดยอดที่ระบุในหนังสือรับรองเป็นหลัก

ถามตัวเองก่อนรีบซื้อเพิ่มเพื่อลดภาษี

ก่อนจะซื้อประกันเพิ่มเพียงเพราะอยากลดภาษี ลองตั้งคำถามว่า แผนที่มีอยู่ตอนนี้ความคุ้มครองพอกับค่ารักษาจริงหรือยัง เพราะภาษีที่ประหยัดได้เป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่เหตุผลหลักในการทำประกันสุขภาพ ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องแผนหรือเรื่องสิทธิภาษีของตัวเอง การปรึกษาตัวแทน/นายหน้าที่มีใบอนุญาต หรือที่ปรึกษาการเงิน/ภาษีที่มีใบอนุญาต จะช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงกับสถานการณ์จริงมากกว่า

KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าหรือที่ปรึกษาภาษี ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการตามรายการค่าลดหย่อนปีภาษี 2567 ของกรมสรรพากร เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อกรมธรรม์ใดเป็นการเฉพาะ และไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้อ่าน

สรุป: ประกันสุขภาพตัวเองลดได้ไม่เกิน 25,000 บาท แต่ต้องนับรวมในเพดาน 100,000 ของประกันชีวิต ส่วนประกันสุขภาพพ่อแม่เป็นก้อนแยก ลดได้สูงสุด 15,000 บาทต่อพ่อหรือแม่หนึ่งคน โดยพ่อแม่ต้องมีเงินได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท และถ้าพี่น้องช่วยกันจ่ายให้เฉลี่ยสิทธิตามจำนวนคน อย่าลืมขอหนังสือรับรองเบี้ยและแจ้งบริษัทให้นำส่งข้อมูลเข้ากรมสรรพากร เท่านี้ก็ใช้สิทธิได้เต็มแบบสบายใจ และควรตรวจตัวเลขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่นทุกปีค่ะ