ใบ 50 ทวิ มาถึงมือ ตัวเลขในนั้นชวนงงไปหมด แล้วก็มีเสียงในหัวบอกว่า "เดี๋ยวค่อยทำ" — สุดท้ายเลื่อนจนเกือบเลยกำหนด เรื่องนี้เกิดกับคนวัยทำงานแทบทุกคนค่ะ ข่าวดีคือทุกวันนี้การยื่นภาษีไม่ต้องลางานไปต่อคิวที่สำนักงานสรรพากรอีกแล้ว แค่มีมือถือหรือคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต ก็ยื่นเองได้ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร บทความนี้จะพาทำตามทีละขั้นแบบมือใหม่จริง ๆ ตั้งแต่เตรียมเอกสาร เข้าระบบ กรอกรายได้ ใส่ค่าลดหย่อน ไปจนถึงกดยืนยันและเช็กเงินคืน อ่านจบแล้วเปิดจอทำตามได้เลยค่ะ
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้เรื่องภาษีและการเงิน ไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษีหรือนายหน้า เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลข อัตราภาษี สิทธิลดหย่อน และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนได้ทุกปี โปรดตรวจสอบล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนยื่นจริงทุกครั้งค่ะ
ก่อนอื่น คุณมีหน้าที่ต้องยื่นไหม?
หลายคนเข้าใจว่า "ถ้าไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีก็ไม่ต้องยื่น" แต่จริง ๆ แล้ว "หน้าที่ยื่นแบบ" กับ "หน้าที่เสียภาษี" เป็นคนละเรื่องกันค่ะ กรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่ทำให้คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบไว้ชัดเจน แม้คำนวณแล้วยอดภาษีจะเป็นศูนย์ก็ยังต้องยื่น
| สถานะ | มีเฉพาะเงินเดือน (40(1)) | มีเงินได้ประเภทอื่นด้วย |
|---|---|---|
| โสด | เกิน 120,000 บาท/ปี | เกิน 60,000 บาท/ปี |
| สมรส (รวมทั้งคู่) | เกิน 220,000 บาท/ปี | เกิน 120,000 บาท/ปี |
"ยื่นแบบ" ไม่เท่ากับ "ต้องจ่าย" นะคะ ถ้าเงินได้ถึงเกณฑ์ในตาราง คุณมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.90/91 แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องชำระ ส่วนจะได้คืนหรือต้องจ่ายเพิ่มขึ้นกับค่าลดหย่อนและภาษีที่ถูกหักไว้ระหว่างปี
เตรียมเอกสารให้ครบก่อนนั่งหน้าจอ
ขอชวนรวบรวมของให้ครบก่อนเริ่มกรอก จะได้ไม่ต้องลุกไปหาเอกสารกลางคันค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่นายจ้างหรือสถาบันการเงินออกให้อยู่แล้ว เพียงรวมไว้ในที่เดียว
| เอกสาร | ได้จากใคร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) | ฝ่าย HR / นายจ้าง | กรอกยอดเงินได้ทั้งปีและภาษีที่ถูกหักไว้ |
| เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก | ตัวคุณเอง | ใช้เป็นชื่อผู้ใช้เข้าระบบ / ผูกพร้อมเพย์ |
| หนังสือรับรองเบี้ยประกัน / หนังสือรับรองกองทุน | บริษัทประกัน / บลจ. | ใช้เป็นค่าลดหย่อน |
| ใบเสร็จ/ใบอนุโมทนาบริจาค | มูลนิธิ / องค์กรที่รับบริจาค | ใช้เป็นค่าลดหย่อนเงินบริจาค |
| หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย | ธนาคาร/สถาบันการเงิน | ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน (ตามจริง ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี) |
| บัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน | ธนาคารของคุณ | ใช้รับเงินคืนภาษีได้เร็วขึ้น |
อยากเห็นภาพรวมก่อนว่าจะได้คืนหรือต้องจ่ายเพิ่ม ลองใช้ เครื่องมือคำนวณภาษีของ KUMKRONG คร่าว ๆ ก่อนนั่งกรอกจริง จะได้รู้ว่าควรไปตามเอกสารลดหย่อนตัวไหนเพิ่ม และอ่าน เช็กลิสต์เอกสารฉบับเต็ม ประกอบได้ค่ะ
รู้จักประตูเข้าระบบ: e-Filing และ D-MyTax

ปัจจุบันคุณเข้ายื่นได้ที่เว็บไซต์ efiling.rd.go.th ซึ่งกรมสรรพากรได้พัฒนาระบบ "D-MyTax" เข้ามาเสริม เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมเงินได้และค่าลดหย่อนของแต่ละคนไว้ที่เดียว โดยดึงข้อมูลจากนายจ้าง บริษัทประกัน ธนาคาร และกองทุนต่าง ๆ มาช่วยกรอกให้ ทำให้กรอกพลาดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ระบบดึงมาอาจไม่ครบทุกสิทธิ จึงต้องตรวจทานกับเอกสารจริงของคุณเองทุกครั้งก่อนยืนยันค่ะ
5 ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ ทำตามได้เลย
- เข้า efiling.rd.go.th แล้วสมัคร/เข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชน
- เลือกแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ให้ตรงกับประเภทเงินได้
- กรอกเงินได้จากใบ 50 ทวิ (หรือตรวจยอดที่ระบบดึงมาให้)
- ใส่ค่าลดหย่อนให้ครบทุกสิทธิที่มี
- ตรวจยอดสุทธิ แล้วกดยืนยันการยื่นแบบ
ขั้นที่ 1 — สมัครและเข้าสู่ระบบ: เปิด efiling.rd.go.th ถ้าเป็นมือใหม่ที่ยังไม่เคยยื่นออนไลน์ ให้สมัครสมาชิกโดยใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักเป็นชื่อผู้ใช้ ตั้งรหัสผ่าน และยืนยันตัวตนผ่าน OTP ที่ส่งเข้าเบอร์มือถือ ใครเคยยื่นแล้วก็ล็อกอินตามปกติ ปัจจุบันยังเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID ได้ด้วยค่ะ
ขั้นที่ 2 — เลือกแบบให้ถูก: ถ้าคุณมีเงินได้จากเงินเดือน/ค่าจ้างประจำทางเดียว (เงินได้ประเภท 40(1)) ให้เลือก ภ.ง.ด.91 แต่ถ้ามีเงินได้ประเภทอื่นหรือหลายทาง เช่น เงินเดือน + ฟรีแลนซ์ + ค่าเช่า + ขายของออนไลน์ ให้เลือก ภ.ง.ด.90 ดูตารางด้านล่างประกอบได้ค่ะ
| หัวข้อ | ภ.ง.ด.91 | ภ.ง.ด.90 |
|---|---|---|
| เหมาะกับใคร | มีเฉพาะเงินเดือน/ค่าจ้างประจำ | มีเงินได้ประเภทอื่นหรือหลายประเภท |
| ประเภทเงินได้ | เงินเดือนอย่างเดียว (40(1)) | เงินเดือน + อื่น ๆ เช่น ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ค้าขาย ปันผล |
| ความซับซ้อน | กรอกง่าย ช่องน้อย | ช่องมากกว่า ต้องแยกประเภทเงินได้ |
| ตัวอย่าง | พนักงานบริษัทประจำล้วน ๆ | พนักงาน + รับงานเสริม / เจ้าของร้านออนไลน์ |
ขั้นที่ 3 — กรอกเงินได้: หยิบใบ 50 ทวิ มากรอก "เงินได้ทั้งปี" และ "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" ตามที่ระบุในเอกสาร ถ้าระบบดึงข้อมูลจากนายจ้างมาให้แล้ว ก็ยังต้องเทียบเลขกับใบจริงให้ตรงทุกตัว เพราะหากนายจ้างส่งข้อมูลไม่ครบ ยอดที่ขึ้นอาจไม่ตรงค่ะ
ขั้นที่ 4 — ใส่ค่าลดหย่อน: นี่คือหัวใจที่ทำให้ภาษีถูกลงหรือได้คืนมากขึ้น ระบบจะมีหมวดให้ติ๊ก เช่น ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรส บุตร อุปการะบิดามารดา เบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ กองทุนเพื่อการเกษียณ (RMF) กองทุน ThaiESG ดอกเบี้ยบ้าน และเงินบริจาค กรอกตามหนังสือรับรองที่เตรียมไว้ จุดนี้คนมักลืมสิทธิที่ตัวเองมี ลองทบทวนให้ครบก่อนไปต่อ
ระวังเรื่อง "กองทุนลดหย่อน" ที่เปลี่ยนเงื่อนไขนะคะ: กองทุน SSF การซื้อใหม่เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนสิ้นสุดที่ปีภาษี 2567 เป็นปีสุดท้าย (เดิม ≤30% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท) ปีภาษี 2568 จึงไม่ควรกรอก SSF เป็นค่าลดหย่อน เว้นแต่มีประกาศต่ออายุใหม่ — ตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อน ส่วน ThaiESG มีเพดานแยกของตัวเอง (≤30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท ต้องถือ ≥5 ปีนับจากวันที่ซื้อ) ไม่นับรวมกับเพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 บาท (ข้อมูล ณ ปีภาษี 2568)
ขั้นที่ 5 — ตรวจและยืนยัน: เมื่อกรอกครบ ระบบจะคำนวณอัตโนมัติว่าต้อง "ชำระเพิ่ม" หรือ "ได้คืน" เท่าไร อ่านสรุปทั้งหน้าให้ละเอียด เช็กตัวเลขอีกรอบ แล้วจึงกด "ยืนยันการยื่นแบบ" ระบบจะออกหลักฐานการยื่นให้ แนะนำให้บันทึกไฟล์หรือบันทึกภาพหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐานค่ะ
ยื่นได้ถึงเมื่อไหร่ และถ้ายื่นช้าจะเป็นอย่างไร
สำหรับปีภาษี 2568 (ยื่นในปี 2569) การยื่นแบบกระดาษทำได้ช่วง 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 ส่วนการยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing/D-MyTax กรมสรรพากรขยายเวลาให้ถึงประมาณ 8 เมษายน 2569 (โปรดตรวจวันสุดท้ายที่แน่นอนกับกรมสรรพากรอีกครั้ง เพราะกำหนดอาจปรับได้รายปี) หากเลยกำหนด ยังยื่นย้อนหลังได้ แต่จะมีโทษและเงินเพิ่มดังตาราง
| กรณี | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| ยื่นล่าช้า/ไม่ยื่นแบบ | โทษอาญา ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 35) — ขอลดหย่อนค่าปรับได้ |
| มีภาษีต้องชำระ แต่จ่ายช้า | เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ต้องชำระ |
| ไม่มีภาษีต้องชำระ | ไม่มีเงินเพิ่ม แต่ยังมีโทษอาญาตามมาตรา 35 ซึ่งขอลดได้ |
กันลืมง่าย ๆ คือตั้งเตือนตัวเองไว้ตั้งแต่ต้นปี และถ้าพลาดจริง ๆ อ่าน วิธีแก้เมื่อยื่นภาษีช้า ได้ ส่วนคนที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้แบบไหน ลองดู ภ.ง.ด.90 หรือ 91 เลือกแบบไหนดี ประกอบค่ะ
ยื่นแล้ว เงินคืนเข้าเมื่อไหร่
ถ้ายื่นครบถ้วนและผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนไว้ กรมสรรพากรจะคืนเงินเข้าบัญชีนั้น กรณีเอกสารครบและไม่มีข้อสงสัย โดยทั่วไปใช้เวลาตรวจประมาณ 3–7 วันทำการ แต่ถ้าถูกขอเอกสารเพิ่ม (เช่น ขอดูหนังสือรับรองเบี้ยประกัน) ก็จะนานขึ้น ระยะเวลาจริงขึ้นกับการตรวจสอบเป็นรายกรณี คุณติดตามสถานะได้ที่เว็บกรมสรรพากรตลอดเวลา กราฟด้านล่างเป็นเพียงภาพประมาณการเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่กำหนดเวลาที่รับประกันค่ะ
กรณีไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ กรมสรรพากรจะออกหนังสือ ค.21 เพื่อให้รับเงินคืนด้วยช่องทางอื่น ซึ่งใช้เวลานานกว่า การผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชนไว้ล่วงหน้าจึงช่วยให้ได้เงินคืนเร็วและสะดวกขึ้น
จุดที่มือใหม่พลาดบ่อย
- กรอกเลข 50 ทวิ ผิดช่อง — สลับยอดเงินได้กับภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย
- เชื่อข้อมูลที่ระบบดึงมาทั้งหมดโดยไม่เทียบกับเอกสารจริง
- ลืมใส่ค่าลดหย่อนที่มีสิทธิ ทำให้เสียภาษีเกินจริง
- ยังกรอก SSF เป็นค่าลดหย่อนทั้งที่สิทธิซื้อใหม่สิ้นสุดปีภาษี 2567
- เลือกแบบ ภ.ง.ด. ผิดประเภทเมื่อมีเงินได้หลายทาง
- ไม่ผูกพร้อมเพย์ ทำให้เงินคืนช้า
- ยื่นเลยกำหนด — ตรวจวันสุดท้ายกับกรมสรรพากรทุกปี
การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ แค่เช็กก่อนว่าตัวเองถึงเกณฑ์ต้องยื่นไหม เตรียมเอกสารให้ครบ ทำตามทีละขั้น แล้วตรวจทานก่อนกดยืนยัน ครั้งแรกอาจใช้เวลาหน่อย แต่พอทำเป็นแล้วปีต่อ ๆ ไปจะกลายเป็นเรื่องชิล ๆ ลองหยิบใบ 50 ทวิ มานั่งทำตามไปพร้อมกันได้เลยค่ะ








