มีค่ำคืนหนึ่งที่คุณแม่บ้านหลายคนคงเคยเจอ — เปิดโบรชัวร์ประกันสองสามเจ้าวางเรียงกันบนโต๊ะ ตัวเลขเบี้ยใกล้กันมาก ต่างกันปีละไม่กี่ร้อยบาท แล้วก็เลือกเจ้าที่ถูกสุดเพราะมันดูสมเหตุสมผลที่สุด ณ วินาทีนั้น แต่ราคาบนกระดาษบอกได้แค่ครึ่งเดียวของเรื่อง อีกครึ่งที่สำคัญกว่าคือคำถามที่ไม่มีในโบรชัวร์: ถึงวันที่เกิดเรื่องจริง บริษัทนี้ "จ่ายจริงไหม" และเขายัง "แข็งแรงพอจะอยู่ถึงวันนั้น" หรือเปล่า คะแนนจ่ายจริงเกิดมาเพื่อตอบสองคำถามนี้ — โดยไม่ต้องเดา ไม่ต้องเชื่อรีวิวปากต่อปาก แต่ใช้ตัวเลขสาธารณะที่ใครก็ตรวจสอบตามได้

อ่านก่อนเริ่ม: "คะแนนจ่ายจริง" คือการประมวลข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ (สถิติเรื่องร้องเรียนของ คปภ., อัตราเงินกองทุน, อันดับเครดิต ฯลฯ) ให้อ่านง่ายขึ้น เป็น "ข้อมูลเพื่อการศึกษา" ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว และไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือห้ามซื้อเจ้าใด ตัวเลขบริษัทในบทความนี้เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่อสอนวิธีอ่านเท่านั้น

ส่วนต่างเบี้ยไม่กี่ร้อย กับเงินก้อนที่ต้องใช้จริง

ลองคิดเป็นตัวเลขจริง: ประกันสองเจ้าเบี้ยต่างกันปีละ 400 บาท เจ้าถูกกว่าขึ้นชื่อเรื่องเคลมยาก เจ้าแพงกว่านิดเดียวจ่ายไว วันที่รถชนหนักหรือเข้าโรงพยาบาล เงินที่ต้องเบิกคือหลายหมื่นถึงหลายแสน เทียบกันแล้วส่วนต่าง 400 บาทแทบไม่มีน้ำหนักเลย สิ่งที่มีค่าจริงคือ "ความมั่นใจว่าจะได้เงินตอนที่จำเป็นที่สุด" และความมั่นใจนั้นวัดได้ — ถ้าเรารู้ว่าจะไปดูตัวเลขที่ไหน

ความน่าเชื่อถือในการจ่ายเคลมเป็นของจับต้องยาก เราจึงแปลงมันเป็นตัวเลขจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ แทนการเดา และตั้งใจวางคะแนนให้ครอบคลุมสองเสาหลักที่ต่างกัน: เสาแรกคือ "นิสัยการจ่าย" (เวลามีปัญหา เขาดูแลลูกค้าแค่ไหน) เสาที่สองคือ "ความแข็งแรงของบริษัท" (เขามีเงินพอจะจ่าย และจะอยู่ยาวไหม) ทั้งสองเสานี้มาจากข้อมูลสาธารณะคนละชุดกัน เรามาไล่ดูทีละชุด

เบี้ยถูกสุดไม่เท่ากับคุ้มสุดเสมอไป ถ้าบริษัทนั้นมีสถิติร้องเรียนเรื่องการจ่ายเคลมสูงผิดปกติ หรือเงินกองทุนเฉียดเส้นเฝ้าระวัง "ของถูก" อาจกลายเป็น "ของแพง" ในวันที่คุณต้องใช้จริง

เสาที่ 1 — นิสัยการจ่าย: อ่านจากสถิติเรื่องร้องเรียน

คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) เปิดเผยสถิติอุตสาหกรรมและข้อมูลเรื่องร้องเรียนต่อสาธารณะ ทั้งในส่วนสถิติบนเว็บไซต์ oic.or.th และในรายงานประจำปี การร้องเรียนเข้ามาทางสายด่วน 1186 และศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ตัวเลขรวมจะปรากฏในข่าวเผยแพร่และรายงานประจำปีของ คปภ. (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) นี่คือวัตถุดิบหลักของเสาแรก และมี 3 ตัวชี้วัดที่เราหยิบมาใช้

ตัวชี้วัดวัดอะไรทำไมสำคัญ
อัตราข้อร้องเรียนต่อ 1,000 กรมธรรม์มีคนร้องเรียนบริษัทนี้มากน้อยแค่ไหน เมื่อหารด้วยขนาดของบริษัทแล้วตัวเลขดิบ "จำนวนเรื่องร้องเรียน" ไม่ยุติธรรม เพราะบริษัทใหญ่มีลูกค้ามากกว่าจึงมีเรื่องมากกว่าตามธรรมชาติ ต้องหารด้วยจำนวนกรมธรรม์ก่อนถึงเทียบกันได้
สัดส่วนเรื่องที่จบเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเมื่อมีข้อพิพาท สุดท้ายจบลงโดยผู้เอาประกันได้รับการดูแลกี่เปอร์เซ็นต์สะท้อนว่าเวลาเกิดปัญหาจริง บริษัทยอมแก้ไข/จ่าย หรือดึงเรื่องจนผู้บริโภคยอมแพ้
ความเร็ว/ความราบรื่นในการจัดการเรื่องค้างนานไหม ต้องอุทธรณ์ซ้ำหลายรอบไหมถึงสุดท้ายจะจ่าย แต่ถ้าลากนานเป็นปีก็สร้างความเดือดร้อนตลอดทาง — กฎหมายกำหนดให้จ่ายสินไหมภายใน 15 วันหลังตกลงค่าเสียหาย (ประกาศ คปภ. 2566)

เคล็ดลับนักอ่านตัวเลข: เวลาเห็นพาดหัว "บริษัทนี้ถูกร้องเรียนเป็นพันเรื่อง" ให้ถามต่อทันทีว่า "เทียบกับจำนวนลูกค้าทั้งหมดเท่าไร" ตัวเลขดิบลอยๆ มักทำให้เข้าใจผิด การคิดแบบ "ต่อ 1,000 กรมธรรม์" คือเครื่องมือที่ทำให้บริษัทเล็กกับใหญ่เทียบกันได้อย่างเป็นธรรม

ทำไมต้องคิดแบบ "ต่อ 1,000 กรมธรรม์"

ข้อมูลที่โปร่งใสช่วยให้เปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรม

จุดนี้สำคัญมากสำหรับการอ่านสถิติประกันให้ไม่หลงทาง สมมุติบริษัทใหญ่มีเรื่องร้องเรียน 500 เรื่อง ฟังดูเยอะ แต่ถ้าเขามีกรมธรรม์ 5 ล้านฉบับ เท่ากับร้องเรียนเพียง 0.1 ต่อ 1,000 กรมธรรม์ ขณะที่บริษัทเล็กมี 50 เรื่องแต่มีกรมธรรม์แค่ 10,000 ฉบับ จะเท่ากับ 5 ต่อ 1,000 กรมธรรม์ ซึ่งสูงกว่ากันถึง 50 เท่า การหารด้วยขนาดก่อนจึงเปลี่ยน "ตัวเลขที่ดูน่ากลัว" ให้กลายเป็น "ตัวเลขที่เทียบกันได้จริง"

จำนวนร้องเรียน (ดิบ)จำนวนกรมธรรม์ร้องเรียน/1,000
บริษัทใหญ่5005,000,0000.1
บริษัทเล็ก5010,0005.0

เสาที่ 2 — ความแข็งแรง: บริษัทมีเงินพอจ่ายและจะอยู่ถึงวันเคลมไหม

จ่ายไวอย่างเดียวยังไม่พอ ถ้าบริษัทขาดสภาพคล่องจนเอาตัวไม่รอด เคสประกันโควิด 4 บริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต (เอเชียประกันภัย, เดอะวันประกันภัย, ไทยประกันภัย, อาคเนย์ประกันภัย) คือบทเรียนใกล้ตัวที่สุด มีเจ้าหนี้ตามสิทธิราว 683,068 ราย ยื่นขอรับชำระหนี้รวมกว่า 56,000 ล้านบาท (เป็นภาพรวม ณ ช่วงหลังเพิกถอนใบอนุญาต) เพราะอย่างนี้ เสาที่สองจึงดูที่ "ฐานะการเงิน" ผ่าน 3 ตัวชี้วัดมาตรฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และคุณตรวจเองได้ทั้งหมด

ตัวชี้วัดอ่านยังไงเส้นที่ต้องจำ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ตาม RBC2= เงินกองทุนที่มี ÷ เงินกองทุนที่ต้องดำรงตามความเสี่ยงทุกประเภท ยิ่งสูงยิ่งมีกันชนขั้นต่ำตามกฎหมายคือ 100% (ห้ามต่ำกว่านี้) + พื้นเงินกองทุน 30 ล้านบาท · ระดับเฝ้าระวังของนายทะเบียน = 140% (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565) บริษัทแข็งแรงมักอยู่เหนือ 140% มาก (200%+)
อันดับเครดิต (Credit Rating)อ่านว่าหน่วยงานอิสระมองความสามารถชำระหนี้ของบริษัทแค่ไหนInvestment Grade = AAA ลงมาถึง BBB- (ต่ำสุดที่ยังน่าลงทุน) · ตั้งแต่ BB+ ลงไปถึง D = Speculative/เก็งกำไร เส้นแบ่งสำคัญที่สุดอยู่ระหว่าง BBB- กับ BB+
loss ratio / combined ratioอ่านว่าธุรกิจรับประกันของเขากำไรหรือขาดทุนเชิงเทคนิคcombined ratio < 100% = มีกำไรจากการรับประกัน · > 100% ต่อเนื่อง = สัญญาณเตือนด้านความมั่นคง (แต่ยังอาจมีกำไรสุทธิได้จากรายได้ลงทุน)

กับดักที่บล็อกจำนวนมากเขียนผิด: หลายที่บอกว่า "เงินกองทุนขั้นต่ำตามกฎหมายคือ 140%" — ไม่ถูกต้อง ตามประกาศ คปภ. RBC2 พ.ศ. 2562 ข้อ 6 ระบุชัดว่า "ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละหนึ่งร้อย" (100%) คือเส้นตามกฎหมาย ส่วน 140% เป็น "ระดับเฝ้าระวัง" ที่ถ้าต่ำกว่านี้ นายทะเบียนอาจกำหนดมาตรการแก้ไข สรุปคือ ต่ำกว่า 100% = ผิดกฎหมาย · อยู่ระหว่าง 100–140% = ถูกกฎหมายแต่ถูกจับตา

เรื่องอันดับเครดิตมีจุดที่ต้องอ่านให้แม่น: ในไทยมี 2 สำนักที่ ก.ล.ต. รับรองสำหรับจัดอันดับในประเทศ คือ TRIS Rating และ Fitch Ratings (Thailand) อันดับที่มีวงเล็บ (tha) ต่อท้าย เช่น AAA(tha) คือ "national scale" — เทียบความน่าเชื่อถือเฉพาะภายในประเทศไทยเท่านั้น ไม่ใช่เทียบข้ามประเทศหรือเทียบกับ international scale (อันดับ AAA(tha) จึงไม่เท่ากับ AAA ระดับโลก) นอกจากนี้สำนักระดับสากลอย่าง S&P, Moody's, Fitch (global) และ AM Best ยังให้อันดับ "ความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทประกัน" (IFS) แยกอีกชุดหนึ่ง — เวลาดูจึงควรแยกให้ออกว่ากำลังอ่านอันดับชุดไหน

ตัวอย่างการอ่านคะแนน (ตัวเลขสมมุติเพื่อสอนวิธีอ่าน)

ตารางและกราฟต่อไปนี้เป็นข้อมูลสมมุติ ใช้บริษัท ก. / ข. / ค. แทนชื่อจริง เพื่อสอนวิธีอ่านเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงของบริษัทใด ตัวเลขจริงพร้อมวันที่อ้างอิงอยู่ในหน้าคะแนนจ่ายจริง

บริษัท (สมมุติ)ร้องเรียน/1,000 กรมธรรม์จบเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคCAR (โดยประมาณ)คะแนนจ่ายจริง
บริษัท ก.0.892%310%A (ดีมาก)
บริษัท ข.1.981%185%B (ดี)
บริษัท ค.4.663%132%C (ควรพิจารณา)

วิธีอ่าน: บริษัท ก. ร้องเรียนน้อยที่สุดเมื่อเทียบตามขนาด เรื่องจบเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคถึง 92% และมีกันชนเงินกองทุนหนา (CAR ~310% สูงกว่าระดับเฝ้าระวัง 140% มาก) จึงได้คะแนนสูง ส่วนบริษัท ค. ร้องเรียนสูงกว่าหลายเท่า เรื่องจบเป็นประโยชน์ในสัดส่วนต่ำกว่า และ CAR ~132% ยังต่ำกว่าระดับเฝ้าระวัง (แม้ยังเหนือเส้นกฎหมาย 100% คือยังถูกกฎหมาย) นี่ไม่ได้แปลว่า "ห้ามซื้อ" แต่แปลว่าควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดและถามให้ชัดก่อนตัดสินใจ

อัตราข้อร้องเรียนต่อ 1,000 กรมธรรม์ (สมมุติ — ยิ่งต่ำยิ่งดี) (เรื่อง/1,000 กรมธรรม์)
บริษัท ก.
0.8
บริษัท ข.
1.9
บริษัท ค.
4.6
สัดส่วนเรื่องที่จบเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค (สมมุติ — ยิ่งสูงยิ่งดี) (%)
บริษัท ก.
92
บริษัท ข.
81
บริษัท ค.
63

ถ้าบริษัทล้มจริง — ยังมีตาข่ายรองสุดท้าย

เพื่อความสบายใจ ควรรู้ว่ามี "ตาข่ายนิรภัย" ตามกฎหมายอยู่ แต่ต้องรู้ขอบเขตของมันด้วย กองทุนประกันวินาศภัย จัดตั้งตามมาตรา 79 พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำหน้าที่ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามสิทธิที่เกิดจากการเอาประกันภัย เมื่อบริษัทประกันวินาศภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยมีเพดานจ่ายไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย (รวมทุกสิทธิที่บุคคลนั้นมีต่อบริษัทที่ถูกเพิกถอน) ฝั่งประกันชีวิตมีกองทุนประกันชีวิตทำงานคู่ขนาน เพดานก็ ≤1 ล้านบาทต่อรายเช่นกัน — ตาข่ายนี้ช่วยได้ แต่ "ไม่ใช่การการันตีเต็มจำนวน" จึงยิ่งตอกย้ำว่าการเลือกบริษัทแข็งแรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าการหวังพึ่งกองทุนภายหลัง

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย: กองทุนประกันวินาศภัยไม่ใช่ "ประกันของประกัน" ที่จ่ายคืนทุกบาท แต่เป็นตาข่ายรองสุดท้ายที่มีเพดาน ≤1 ล้านบาท/ราย และจะทำงานก็ต่อเมื่อบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วเท่านั้น ในกรณีปกติ การจ่ายเคลมยังเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันโดยตรง

ตรวจเองได้ทุกตัวเลข — เส้นทางลงมือจริง

หัวใจของคะแนนจ่ายจริงคือ "คุณตรวจตามได้ทุกตัว" ไม่ต้องเชื่อเราคนเดียว นี่คือที่ที่ไปดูข้อมูลต้นทางด้วยตัวเอง

  • เช็กว่าบริษัท "มีใบอนุญาตจริง" และดูข้อมูลการเงิน: OIC e-Service ที่ smart.oic.or.th เมนู Menu12 (ข้อมูลบริษัทประกันภัย รวมข้อมูลการเงิน) — และถ้าจะเช็กตัวแทน/นายหน้าที่มาเสนอ ใช้ Menu1
  • ดูสถิติเรื่องร้องเรียนและรายงานประจำปีที่ oic.or.th (ส่วนสถิติ / รายงานประจำปี) เพื่อดูภาพรวมเรื่องร้องเรียนของอุตสาหกรรมและรายบริษัท
  • อ่านอันดับเครดิตจากเว็บสำนักจัดอันดับโดยตรง — TRIS Rating (trisrating.com) และ Fitch Ratings (Thailand) จำเส้นแบ่ง BBB- (ยังน่าลงทุน) กับ BB+ (เริ่มเก็งกำไร) ไว้
  • สงสัยหรืออยากยืนยันข้อมูล โทรสายด่วน คปภ. 1186 ได้โดยตรง
  • ตอนเทียบแผน ให้ดูคะแนนจ่ายจริงควบคู่กับเบี้ยประมาณการ ไม่ดูราคาอย่างเดียว และไม่ดูคะแนนตัวเดียวโดดๆ

คะแนนนี้เป็นข้อมูล ไม่ใช่ความเห็น

เราออกแบบคะแนนจ่ายจริงให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่ใช่ "เราชอบเจ้านี้เลยให้คะแนนสูง" หลักการสำคัญมี 3 ข้อ

  • มีที่มาอ้างอิงทุกตัวเลข — ระบุชัดว่าดึงจากแหล่งใด เช่น ประกาศ คปภ. (RBC2), สถิติสาธารณะของ คปภ., เว็บสำนักจัดอันดับเครดิต
  • มีวันที่กำกับเสมอ — สถิติและเกณฑ์เปลี่ยนเป็นระยะ เราระบุช่วงเวลาที่ใช้คำนวณ ไม่ใช้ตัวเลขเก่าค้างปีมาแสดงเป็นปัจจุบัน
  • เปิดสิทธิโต้แย้ง — หากบริษัทเห็นว่าตัวเลขคลาดเคลื่อน ทักท้วงพร้อมหลักฐานเพื่อให้เราตรวจสอบและแก้ไขได้

KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบเพื่อการศึกษา ไม่ใช่นายหน้า · ราคาเป็นประมาณการ · ธุรกรรมและการกรอกข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดดำเนินการบนเว็บไซต์ของบริษัทประกันที่มีใบอนุญาตโดยตรง · มีค่าตอบแทนจากการแนะนำ (affiliate) คะแนนจ่ายจริงช่วยให้คุณ "ตั้งคำถามที่ถูก" ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่คำสั่งให้ซื้อหรือห้ามซื้อเจ้าใด

เอาไปใช้จริงก่อนเซ็นกรมธรรม์

  • เปิดดูคะแนนจ่ายจริงของบริษัทที่กำลังจะซื้อ เทียบกับเจ้าอื่นในระดับราคาใกล้กัน
  • ดูทั้งเสานิสัยการจ่าย (ร้องเรียน + สัดส่วนจบเป็นประโยชน์) และเสาความแข็งแรง (CAR + เครดิต) ไม่ดูด้านใดด้านเดียว
  • ถ้าคะแนนต่ำหรือ CAR เฉียดเส้นเฝ้าระวัง ถามตัวแทน/บริษัทให้ชัดเรื่องขั้นตอนเคลมและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจ
  • เก็บกรมธรรม์และวันครบกำหนดไว้ที่เดียว จะได้ไม่พลาดต่ออายุ
  • ถ้าเคยโดนปฏิเสธเคลม รู้สิทธิของตัวเอง และรู้ว่าจะอุทธรณ์/ร้องเรียนทางไหน (สายด่วน 1186)

เก็บกรมธรรม์ทุกฉบับและตั้งเตือนวันต่ออายุได้ที่ตู้กรมธรรม์ + เรดาร์ต่ออายุ และถ้าวันใดเจอบริษัทไม่ยอมจ่าย อย่าเพิ่งยอมแพ้ — ที่ศูนย์มั่นใจเคลมมีสรุปสิทธิตาม คปภ. และตัวช่วยร่างจดหมายอุทธรณ์ให้

เลือกประกันที่ดี คือเลือกทั้ง "ราคา" และ "คนที่จะอยู่เคียงข้างวันลำบาก" ไปพร้อมกัน คะแนนจ่ายจริงเพียงแปลตัวเลขยากๆ ของ คปภ. และสำนักจัดอันดับ ให้กลายเป็นภาพที่คุณอ่านได้ในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกัน ลองเปิดดูคะแนนของบริษัทที่สนใจ ตรวจตัวเลขต้นทางตามลิงก์ที่เราให้ แล้วเลือกแบบที่สบายใจที่สุดด้วยข้อมูลครบมือนะคะ