เล่ม พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์เป็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่หลายบ้านลืมง่ายที่สุด เพราะมันถูก (หลักร้อยบาทต่อปี) และดูไม่สำคัญเท่าป้ายภาษีหน้ารถ แต่จริง ๆ แล้วมันคือ "ตั๋วคุ้มครองคนเจ็บ" ที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี ไม่ใช่เรื่องสมัครใจเหมือนประกันชั้น 1-3 บทความนี้พาไล่ดูทีละข้อแบบเข้าใจง่ายว่า "ไม่ต่อได้ไหม" และ "ขาดต่อโดนปรับเท่าไหร่กันแน่" พร้อมตัวเลขจริงและวิธีแก้เมื่อขาดมานานค่ะ
สรุปไว ๆ ก่อน: (1) ตัว พ.ร.บ. ขาดเองไม่มีค่าปรับย้อนหลังรายเดือน ซื้อใหม่จ่ายแค่เบี้ยปีปัจจุบัน (2) แต่ถ้าใช้รถบนถนนโดยไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (เจ้าของรถกับผู้ใช้รถผิดคนละมาตรา ถ้าเป็นทั้งสองสถานะอาจถูกปรับรวมได้ถึง 20,000) (3) ไม่มี พ.ร.บ. = ต่อภาษีรถไม่ได้ และภาษีที่ค้างคิดเงินเพิ่ม 1%/เดือน (4) ปล่อยจนภาษีขาดเกิน 3 ปี ทะเบียนถูกระงับ ต้องจดทะเบียนใหม่ — ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
พ.ร.บ. ไม่ต่อได้ไหม? คำตอบคือ "ไม่ได้"
พ.ร.บ. ย่อมาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้เจ้าของรถที่ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีประกันภาคบังคับนี้ตลอดเวลา (มาตรา 7) ไม่ว่าจะขับบ่อยหรือจอดทิ้งไว้หน้าบ้าน ตราบใดที่ทะเบียนยังไม่ถูกยกเลิก กฎหมายถือว่าต้องมี พ.ร.บ. เสมอ เหตุผลคือ พ.ร.บ. ไม่ได้คุ้มครอง "รถ" แต่คุ้มครอง "คน" ที่อาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากรถ ทั้งคนขับ คนซ้อน และคู่กรณี รัฐจึงไม่ยอมให้มีรถวิ่งบนถนนโดยไม่มีตาข่ายความปลอดภัยตรงนี้
อีกเหตุผลที่เลี่ยงไม่ได้คือ พ.ร.บ. เป็นเงื่อนไขในการต่อภาษีรถประจำปี ถ้าไม่มี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ กรมการขนส่งทางบกจะไม่รับต่อภาษีให้ พูดง่าย ๆ คือ พ.ร.บ. มาก่อน แล้วภาษีถึงจะตามมาได้ค่ะ
สามอย่างนี้คนละตัวกันนะคะ • พ.ร.บ. = ประกันภาคบังคับ คุ้มครองคนเจ็บ (กฎหมายบังคับให้มี) • ประกันชั้น 1/2+/3 = ภาคสมัครใจ คุ้มครองตัวรถ/ทรัพย์สิน (ไม่บังคับ) • ภาษีรถ = ป้ายสี่เหลี่ยมหน้ารถ จ่ายให้รัฐทุกปี อยากเข้าใจความต่างให้ชัด ลองดูที่ หน้าเปรียบเทียบประกัน ได้ค่ะ
ขาดต่อ พ.ร.บ. โดนปรับเท่าไหร่กันแน่
ตรงนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะค่ะ ความจริงคือตัว พ.ร.บ. เองไม่มีค่าปรับย้อนหลังรายเดือน ต่อให้ขาดมา 2 ปี เวลาไปซื้อใหม่ก็จ่ายแค่เบี้ยปีปัจจุบันปีเดียว ค่าปรับและความเสี่ยงจริง ๆ มาจาก 3 ทางแทน คือ (1) โทษทางกฎหมายเมื่อใช้รถโดยไม่มี พ.ร.บ. (2) เงินเพิ่มภาษีที่ค้าง และ (3) การเสียสิทธิ์คุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ
จุดที่หลายคนไม่รู้: ตามกฎหมาย "เจ้าของรถ" ที่ไม่จัดให้มี พ.ร.บ. (ฝ่าฝืนมาตรา 7) มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วน "ผู้ใช้รถ" ที่นำรถซึ่งไม่มี พ.ร.บ. มาใช้ (ฝ่าฝืนมาตรา 11) ก็มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทเช่นกัน เป็นคนละความผิดกัน ดังนั้นถ้าคุณเป็นทั้งเจ้าของและคนขับรถคันนั้นเอง ในทางทฤษฎีอาจถูกปรับรวมได้ถึง 20,000 บาท (คำว่า "ไม่เกิน" แปลว่าศาล/พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจ ตัวเลขจริงอาจน้อยกว่านี้)
| กรณี | ผลที่ตามมา | ตัวเลข |
|---|---|---|
| ใช้รถบนถนนโดยไม่มี พ.ร.บ. (เจ้าของรถ ฝ่าฝืน ม.7) | มีความผิดตามกฎหมาย | ปรับไม่เกิน 10,000 บาท |
| ใช้รถบนถนนโดยไม่มี พ.ร.บ. (ผู้ใช้รถ ฝ่าฝืน ม.11) | มีความผิดตามกฎหมาย (คนละฐานกับเจ้าของ) | ปรับไม่เกิน 10,000 บาท |
| ภาษีรถขาด (เพราะไม่มี พ.ร.บ. เลยต่อไม่ได้) | เสียเงินเพิ่มภาษีค้างชำระ | +1% ของค่าภาษี ต่อเดือน |
| ภาษีขาดเกิน 3 ปี | ทะเบียนถูกระงับ ต้องจดทะเบียนใหม่ | คืนป้าย + ค่าจดทะเบียนใหม่ |
| เกิดอุบัติเหตุช่วงที่ พ.ร.บ. ขาด | ไม่ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาจากระบบ พ.ร.บ. | ต้องสำรองจ่ายเอง |
ค่าปรับหลักพันยังพอรับได้ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุในวันที่ พ.ร.บ. ขาด จะไม่ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมจากระบบ พ.ร.บ. เลย ค่ารักษาคนเจ็บหลักหมื่นถึงหลักแสนต้องสำรองจ่ายเองก่อน อันนี้แหละคือ "ค่าปรับ" ที่แพงที่สุดค่ะ
เบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ปีละเท่าไหร่

ข่าวดีคือเบี้ย พ.ร.บ. ไม่แพงและเป็นอัตราคงที่ทั่วประเทศ คปภ. กำหนดตายตัวตามขนาดเครื่องยนต์ (cc) ของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ทุกช่องทาง ทุกบริษัท ราคาเท่ากัน เป็นเบี้ยรวมอากร/ภาษีแล้ว (รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง/สาธารณะจะคนละอัตรา) ตารางด้านล่างเป็นอัตราที่ใช้อยู่ ณ มิ.ย. 2569 แนะนำให้ตรวจราคาล่าสุดกับ คปภ. หรือบริษัทประกันอีกครั้งก่อนซื้อ เพราะอัตราอาจปรับได้
| ขนาดเครื่องยนต์ | เบี้ย พ.ร.บ. ต่อปี (โดยประมาณ) |
|---|---|
| ไม่เกิน 75 cc | 161.57 บาท |
| เกิน 75–125 cc | 323.14 บาท |
| เกิน 125–150 cc | 430.14 บาท |
| เกิน 150 cc ขึ้นไป | 645.21 บาท |
เทียบกันแล้ว มอเตอร์ไซค์ทั่วไปส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 125–150 cc คือเบี้ยราว 323–430 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่ถึงเดือนละ 40 บาท ขณะที่ค่าปรับจากการไม่มี พ.ร.บ. เริ่มที่หลักพันถึงหมื่น เห็นภาพชัดว่าทำไมการต่อให้ครบจึงคุ้มกว่ามากค่ะ
ความคุ้มครอง พ.ร.บ. ที่หายไปตอนขาดต่อ
ลองดูว่าเบี้ยปีละไม่กี่ร้อยบาทแลกกับวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ ถ้าขาดต่อแล้วเกิดเหตุ ตัวเลขเหล่านี้จะกลายเป็นศูนย์ทันที วงเงินด้านล่างเป็นกรอบตามที่ คปภ. กำหนด คิดเป็นรายบุคคล (ต่อคน) — ตรวจอัตราล่าสุดกับ คปภ. ที่ oic.or.th อีกครั้ง
อธิบายตัวเลขให้ชัด: "ค่าเสียหายเบื้องต้น" คือเงินที่ระบบ พ.ร.บ. จ่ายให้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูก — ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท/คน และกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท/คน (รวมเบื้องต้นสูงสุด 65,000 บาท/คน หากบาดเจ็บแล้วเสียชีวิตหรือพิการภายหลัง) ส่วนวงเงินที่สูงขึ้น เช่น ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 80,000 บาท และกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาท/คน จะได้เมื่อพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก รวมถึงยังมีเงินชดเชยผู้ป่วยในวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วันด้วย (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 จาก คปภ.)
พ.ร.บ. จ่ายเฉพาะค่ารักษา/ชดเชยชีวิตของ "คน" ไม่ได้ซ่อมรถให้นะคะ ถ้าอยากให้ตัวรถเสียหายมีคนซ่อมด้วย ต้องมีประกันสมัครใจ (ชั้น 1/2+/3) เพิ่ม สองอย่างนี้ทำงานคนละหน้าที่กันค่ะ
ขาดมานานแล้ว ต้องทำยังไง
ไม่ต้องตกใจค่ะ ขาดต่อแล้วแก้ได้เสมอ หลักสำคัญคือ "ซื้อ พ.ร.บ. ใหม่ก่อน" แล้วค่อยเอาไปต่อภาษี ขั้นตอนคร่าว ๆ มีดังนี้
- 1) ซื้อ พ.ร.บ. ใบใหม่ (เบี้ยมอเตอร์ไซค์หลักร้อยบาทต่อปีตามตารางด้านบน) ได้จากบริษัทประกัน ตัวแทน หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส
- 2) ถ้าภาษีขาดเกิน 1 ปี ต้องนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน แล้วได้ใบรับรองมาประกอบ
- 3) นำ พ.ร.บ. + ใบตรวจสภาพ (ถ้ามี) ไปต่อภาษีที่สำนักงานขนส่ง หรือช่องทางออนไลน์ พร้อมชำระภาษีและเงินเพิ่ม 1%/เดือนที่ค้าง
- 4) ถ้าขาดเกิน 3 ปี ทะเบียนถูกระงับ ต้องคืนป้ายเดิมและจดทะเบียนใหม่ที่สำนักงานขนส่ง (มีค่าธรรมเนียมจดทะเบียน คู่มือ และป้ายใหม่)
| ระยะเวลาที่ขาด | ต้องเตรียม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 1 ปี | พ.ร.บ. ใหม่ + ต่อภาษี | ยังไม่ต้องตรวจสภาพ (กรณีทั่วไป) |
| เกิน 1–3 ปี | พ.ร.บ. ใหม่ + ใบตรวจสภาพ ตรอ. + เงินเพิ่มภาษี | ตรวจสภาพที่ ตรอ. ก่อนต่อภาษี |
| เกิน 3 ปี | จดทะเบียนใหม่ | ทะเบียนถูกระงับ ต้องคืนป้ายเดิม |
ตั้งเตือนในมือถือล่วงหน้าสัก 1 เดือนก่อน พ.ร.บ. หมด แล้วซื้อ พ.ร.บ. กับต่อภาษีรอบเดียวจบ จะได้ไม่ต้องวิ่งสองรอบ อยากเก็บวันหมดอายุ พ.ร.บ. ภาษี และเอกสารรถไว้ที่เดียวกันลืม ลองใช้ ตู้เซฟเอกสาร ช่วยจำแทนได้ค่ะ
วางแผนค่ารถทั้งปีให้ไม่สะดุด
พ.ร.บ. + ภาษี + ประกันสมัครใจ (ถ้ามี) รวมแล้วเป็นก้อนที่มาทุกปีแน่นอน เทคนิคคือกันเงินเป็นรายเดือนเล็ก ๆ ไว้ล่วงหน้า พอถึงรอบจ่ายจะไม่เจ็บกระเป๋า สำหรับมอเตอร์ไซค์ ก้อนนี้มักไม่ถึงหลักพันต่อปี กันเดือนละไม่กี่สิบบาทก็เหลือ ใครอยากจัดระเบียบค่าใช้จ่ายรถและของใช้ในบ้านให้เป็นระบบ แวะอ่านแนวทาง วางแผนการเงินรายปี เพิ่มเติมได้ค่ะ และถ้าอยากเทียบว่าควรมีประกันสมัครใจชั้นไหนเสริมจาก พ.ร.บ. ดู หน้าเปรียบเทียบ ประกอบได้
สรุปง่าย ๆ: พ.ร.บ. ไม่ต่อไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายและเป็นกุญแจสำหรับต่อภาษี ตัว พ.ร.บ. เองไม่มีค่าปรับย้อนหลัง แต่ถ้าใช้รถโดยไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (เจ้าของกับผู้ใช้ผิดคนละมาตรา รวมได้ถึง 20,000) ภาษีที่ค้างคิดเงินเพิ่ม 1%/เดือน และที่แพงที่สุดคือเสียสิทธิ์ค่ารักษาเมื่อเกิดเหตุ เพราะฉะนั้นเสียปีละไม่กี่ร้อยต่อให้ครบ คุ้มและสบายใจกว่าเยอะ (ตัวเลขค่าปรับ/ภาษี/เบี้ยเป็นข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ควรตรวจล่าสุดกับ คปภ. และกรมการขนส่งทางบกก่อนดำเนินการ)
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้เรื่องการเงินและการประกันภัย ไม่ใช่นายหน้าหรือตัวแทนประกันภัย บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลขเบี้ย/วงเงิน/ค่าปรับอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบล่าสุดและทำธุรกรรมกับบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาต หรือสำนักงาน คปภ./กรมการขนส่งทางบกโดยตรง






