สรุปสั้น ๆ ก่อนเลย: เงินที่เราจ่ายคืน กยศ. ในแต่ละปี ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 'ไม่ได้' ค่ะ เพราะไม่อยู่ในรายการค่าลดหย่อนตามประมวลรัษฎากร บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำภาษีรายบุคคล ก่อนยื่นจริงควรตรวจกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ทุกครั้ง
ทุกสิ้นเดือนพอเงินเดือนเข้า ยอดผ่อน กยศ. ก็ถูกหักออกไปอีกก้อน หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำงานเลยตั้งคำถามตรง ๆ ว่า ในเมื่อนี่คือหนี้เพื่อการศึกษา ทำไมเอามาลดหย่อนภาษีไม่ได้ ทั้งที่ดอกเบี้ยบ้านยังลดหย่อนได้เลย คำถามนี้สมเหตุสมผลมากค่ะ และคำตอบก็มีเหตุผลทางกฎหมายชัดเจน เรามาทำความเข้าใจให้ครบ เพื่อจะได้ไม่กรอกผิดตอนยื่น ภ.ง.ด.90/91 และวางแผนใช้สิทธิ์ตัวอื่นให้คุ้มที่สุด
คำตอบ: จ่ายคืน กยศ. ลดหย่อนภาษีไม่ได้ — และนี่คือเหตุผล
ค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 'รายการปิด' (closed list) ที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะเจาะจง เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา เบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ กองทุนเพื่อการเกษียณ ดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัย และเงินบริจาค ทุกรายการอยู่ในเอกสาร 'ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง' ของกรมสรรพากร และในนั้นไม่มีรายการ 'เงินชำระคืน กยศ.' หรือ 'ดอกเบี้ย กยศ.' อยู่เลย เมื่อไม่อยู่ในรายการ ก็แปลว่านำมาหักไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินต้นหรือดอกเบี้ยส่วนใดก็ตาม
อีกจุดที่ทำให้สับสนคือคำว่า 'หักนำส่งกรมสรรพากร' เพราะปัจจุบัน กยศ. ใช้วิธีหักเงินเดือนผ่านนายจ้างและนำส่งคืนกองทุนผ่านระบบของกรมสรรพากร (e-PaySLF) ฟังดูเหมือนเกี่ยวกับภาษี แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพียง 'ช่องทางชำระหนี้' ที่อาศัยระบบกรมสรรพากรเป็นทางผ่านเท่านั้น ไม่ใช่การลดภาษีหรือได้เครดิตภาษีคืนแต่อย่างใด
อย่าสับสนกับ 'ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ/สร้างที่อยู่อาศัย' ที่ลดหย่อนได้ตามจ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท/ปี — อันนั้นคือ 'หนี้บ้าน' กฎหมายให้ลดหย่อนเฉพาะดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ส่วน 'ดอกเบี้ย กยศ.' เป็นหนี้การศึกษา ไม่มีสิทธิ์ลดหย่อนแบบเดียวกัน (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
ทำไมคนถึงเข้าใจว่า กยศ. ลดหย่อนได้?
ความเข้าใจคลาดเคลื่อนนี้มักมาจากสองทางค่ะ ทางแรกคือเทียบกับต่างประเทศ — บางประเทศ เช่น สหรัฐฯ ให้นำดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการศึกษามาหักได้จริง แต่กฎหมายภาษีไทยไม่มีบทบัญญัตินี้ ทางที่สองคือสับสนระหว่าง 'การลดหย่อนภาษี' กับ 'มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.' เช่น การลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับ พักชำระ หรือปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องของ 'ส่วนลดหนี้' ไม่ใช่ 'ส่วนลดภาษี' — ทั้งสองอย่างช่วยเราประหยัดเงินได้ แต่คนละกลไกและคนละหน่วยงานกันเลย
| ประเด็น | การลดหย่อนภาษี | มาตรการช่วยเหลือหนี้ กยศ. |
|---|---|---|
| คืออะไร | หักออกจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี | ลด/พัก/ปรับโครงสร้างหนี้ที่ต้องจ่ายคืน |
| กยศ. เกี่ยวไหม | กยศ. ไม่ใช่รายการลดหย่อน | เป็นเรื่องของหนี้โดยตรง |
| ช่วยลดภาษีไหม | ลดได้เฉพาะรายการที่กฎหมายระบุ | ไม่ช่วยลดภาษี (แต่ช่วยลดภาระหนี้) |
| ดูแลโดยใคร | กรมสรรพากร (rd.go.th) | กองทุน กยศ. (studentloan.or.th) |
แล้วคนที่ยังผ่อน กยศ. ลดหย่อนอะไรได้บ้าง?

ข่าวดีคือถึงตัว กยศ. จะลดหย่อนไม่ได้ แต่มนุษย์เงินเดือนยังมีสิทธิ์ลดหย่อนตัวอื่นอีกหลายรายการที่ช่วยลดภาษีได้จริง ตารางด้านล่างเป็นเพดานของรายการลดหย่อนถาวรยอดนิยม ตัวเลขอ้างอิงเอกสารกรมสรรพากร (ปีภาษี 2567) และยังใช้ต่อเนื่องในปีภาษี 2568 อย่างไรก็ตามเงื่อนไขและมาตรการพิเศษปรับได้ทุกปี ควรตรวจกับกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนยื่นจริงนะคะ
| รายการ | เพดาน/เงื่อนไขโดยย่อ |
|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 บาท |
| คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) | 60,000 บาท |
| บุตรชอบด้วยกฎหมาย | คนละ 30,000 บาท (คนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 คนละ 60,000) |
| อุปการะบิดามารดา (อายุ 60+ และมีเงินได้ไม่เกิน 30,000/ปี) | คนละ 30,000 บาท |
| เบี้ยประกันชีวิต (กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป) | ตามจ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท |
| เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง | สูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000) |
| ดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัย | ตามจ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท |
| RMF | 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 (นับรวมในเพดานเกษียณ 500,000) |
| ThaiESG | 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 (เพดานแยก ไม่นับรวมในกลุ่มเกษียณ 500,000) |
ระวังเรื่อง SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม): สิทธิลดหย่อน SSF ให้เฉพาะปีภาษี 2563–2567 เท่านั้น ปีภาษี 2568 เป็นต้นไป 'ไม่มีสิทธิลดหย่อน' แล้ว (มาตรการยังไม่ต่ออายุ ณ มิ.ย. 2569) ถ้าวางแผนปีภาษี 2568 ให้ดูทางเลือกอื่น เช่น RMF หรือ ThaiESG แทน — หน่วย SSF ที่ซื้อช่วง 2563–2567 ยังต้องถือครบ 10 ปีนับจากวันซื้อจึงจะได้สิทธิภาษีตามเดิม
เพดานบางรายการเทียบให้เห็นภาพ
กราฟด้านล่างเทียบเพดานสูงสุดต่อปีของค่าลดหย่อนถาวรบางรายการ เพื่อให้เห็นว่ารายการกองทุนเพื่อการเกษียณมีเพดานสูงกว่ารายการพื้นฐานมาก โปรดอ่านเป็น 'เพดานสูงสุด' ไม่ใช่ยอดที่ทุกคนใช้ได้เต็ม เพราะ RMF ผูกกับ 30% ของเงินได้และนับรวมในเพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 ส่วน ThaiESG เป็นเพดานแยกต่างหาก (ข้อมูลปีภาษี 2567/2568)
เคล็ดลับวางแผนสำหรับคนที่ยังผ่อน กยศ.
- จ่ายคืน กยศ. ให้ตรงเวลา เพื่อรับสิทธิ์ลดเบี้ยปรับ/ดอกเบี้ยตามมาตรการของกองทุนเอง (คนละเรื่องกับภาษี แต่ช่วยประหยัดเงินจริง) และตรวจยอดหนี้กับ กยศ. (studentloan.or.th) เป็นระยะ
- ใช้สิทธิ์ลดหย่อนตัวอื่นให้เต็มตามกำลังเงิน เช่น เบี้ยประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และกองทุนเพื่อการเกษียณ — แต่จำไว้ว่ากองทุน RMF/ThaiESG เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ผลตอบแทนไม่การันตี ควรเลือกตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้
- เก็บเอกสาร/หนังสือรับรองการชำระและหนังสือรับรองการลดหย่อนไว้ให้ครบ เผื่อใช้ยืนยันสิทธิ์ตอนยื่นภาษีหรือถูกขอตรวจสอบ
- ก่อนยื่นจริง ลองคำนวณภาษีคร่าว ๆ ดูว่าปีนี้ต้องเสียเท่าไรและยังเติมลดหย่อนตัวไหนได้คุ้ม เพื่อตัดสินใจอย่างมีข้อมูล
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ทางการเงินและภาษีเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษีหรือนายหน้า เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำรายบุคคล กองทุน RMF/ThaiESG เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ผลตอบแทนไม่การันตี หากต้องการคำแนะนำเฉพาะตัวควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงิน/ภาษีที่มีใบอนุญาต และตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) และกองทุน กยศ. (studentloan.or.th) เสมอ
สรุป
ผ่อนคืน กยศ. ลดหย่อนภาษีได้ไหม? คำตอบคือไม่ได้ค่ะ เงินต้นและดอกเบี้ยที่จ่ายคืน กยศ. ไม่อยู่ในรายการค่าลดหย่อนตามประมวลรัษฎากร และการ 'หักนำส่งผ่านกรมสรรพากร' เป็นเพียงช่องทางชำระหนี้ ไม่ใช่สิทธิทางภาษี แต่ข่าวดีคือคนที่ยังผ่อน กยศ. ยังมีรายการลดหย่อนอื่นให้ใช้สิทธิ์ได้เต็มที่ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ กยศ. เองก็ช่วยลดภาระหนี้ได้อีกทางหนึ่ง วางแผนทั้งสองด้านควบคู่กัน พร้อมตรวจตัวเลขล่าสุดกับหน่วยงานทางการก่อนยื่นทุกครั้ง จะช่วยให้เราจ่ายภาษีอย่างถูกต้องและประหยัดที่สุดค่ะ








