ช่วงต้นปีของทุกปีคือฤดูยื่นภาษี และสิ่งที่ทำให้หลายคนผัดวันไม่ใช่ตัวเลขภาษี แต่เป็นความรู้สึกว่า "ไม่รู้ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง" พอถึงเวลายื่นจริงเลยต้องวิ่งหาใบโน้นใบนี้แบบนาทีสุดท้าย บทความนี้คุ้มครองจะช่วยจัดระเบียบให้ตั้งแต่ต้น ไล่ทีละใบว่าใบไหนต้องมี ขอจากใคร และเก็บหลักฐานลดหย่อนอย่างไรให้ครบ เพื่อให้คุณยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ได้จบในรอบเดียว และใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มที่โดยไม่ตกหล่นค่ะ
ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำภาษีหรือการลงทุนรายบุคคล KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษีหรือนายหน้า ตัวเลขเพดานลดหย่อน เงื่อนไขกองทุน และกำหนดเวลายื่นเป็นข้อมูลที่ปรับปรุงได้ทุกปี โปรดยืนยันล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนยื่นจริงเสมอ และหากเป็นเรื่องการลงทุน (RMF/ThaiESG/ประกัน) ควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินหรือภาษีที่มีใบอนุญาต
ก่อนเริ่ม รู้จักแบบที่ต้องยื่นและกำหนดเวลา
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีแบบหลักอยู่ 2 แบบ ถ้าทั้งปีคุณมีเฉพาะเงินเดือน/ค่าจ้างประจำ (เงินได้ตามมาตรา 40(1)) จะใช้แบบ ภ.ง.ด.91 แต่ถ้ามีเงินได้ประเภทอื่นด้วย เช่น ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ขายของออนไลน์ หรือมีหลายประเภทรวมกัน จะใช้แบบ ภ.ง.ด.90 กำหนดยื่นปกติคือ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี และถ้ายื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Filing) มักได้ขยายเวลาเพิ่มอีกราว 8 วัน (ตัวอย่างปีภาษี 2567 ยื่นออนไลน์ได้ถึงราว 8 เมษายน 2568) วันที่แน่นอนปรับได้ทุกปี จึงควรตรวจกับกรมสรรพากรก่อนยื่น (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
1. ใบ 50 ทวิ — เอกสารหัวใจที่ทุกคนต้องมี
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ หรือที่เรียกติดปากว่า "ใบ 50 ทวิ" คือเอกสารที่นายจ้างหรือผู้จ่ายเงินออกให้ บอกว่าตลอดปีคุณได้รับเงินได้เท่าไหร่ และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้วเท่าไหร่ ตัวเลขในใบนี้คือฐานของการคำนวณภาษีทั้งหมด รวมถึงเป็นตัวบอกว่าคุณจะได้ภาษีคืนหรือต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าไม่มีใบนี้ก็แทบกรอกแบบไม่ได้เลยค่ะ
กำหนดออกใบ 50 ทวิ: สำหรับเงินเดือน/ค่าจ้างที่ทำงานถึงสิ้นปีภาษี นายจ้างต้องออกให้ภายใน 15 กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป (ตามมาตรา 50 ทวิ) ส่วนกรณีออกจากงานระหว่างปี ต้องออกภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ออก ถ้ามีรายได้หลายทาง เช่น ฟรีแลนซ์ ค่าคอมมิชชั่น หรือดอกเบี้ย ต้องขอหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากผู้จ่ายเงินทุกราย แล้วนำมารวมกันตอนยื่น (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569)
| แหล่งรายได้ | เอกสารที่ต้องมี | ขอจากใคร |
|---|---|---|
| เงินเดือน / โบนัส (ม.40(1)) | ใบ 50 ทวิ | ฝ่ายบุคคล / นายจ้าง |
| รับจ้างทำของ / ฟรีแลนซ์ / รีวิว (ม.40(2)) | ใบ 50 ทวิ | ผู้ว่าจ้างแต่ละราย |
| ค่าเช่า / ค่าสิทธิ (ม.40(5)–(6)) | ใบ 50 ทวิ + สัญญาเช่า | ผู้เช่า / ผู้จ่าย |
| ดอกเบี้ย / เงินปันผล (ม.40(4)) | หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย | ธนาคาร / บริษัทหลักทรัพย์ |
| ขายของออนไลน์ / ธุรกิจ (ม.40(8)) | สรุปยอดขาย รายรับ-รายจ่าย | เก็บเองจากบัญชีร้าน |
2. หลักฐานลดหย่อนภาษี — ยิ่งครบ ยิ่งใช้สิทธิได้เต็ม

ค่าลดหย่อนคือรายการที่กฎหมายให้นำมาหักออกจากเงินได้ ทำให้เงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษีลดลง แต่ระบบไม่ได้ใส่ให้อัตโนมัติทุกอย่าง คุณต้องกรอกเอง และเก็บหนังสือรับรองไว้เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจย้อนหลัง ตารางด้านล่างเป็นหมวดที่คนวัยทำงานใช้บ่อย พร้อมเพดานตามปีภาษี 2567 (ข้อมูลกรมสรรพากร อัปเดต 28 ม.ค. 2568) ซึ่งรายการถาวรเหล่านี้ยังใช้ต่อเนื่องในปีภาษี 2568
| หมวดลดหย่อน | เอกสารหลักฐาน | เพดาน / หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ประกันชีวิต (กรมธรรม์ ≥10 ปี) | หนังสือรับรองเบี้ยจากบริษัทประกัน | ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพตนเอง | หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพ | ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท และรวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | หนังสือรับรองเบี้ย + หลักฐานความเป็นบิดามารดา | ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท (บิดามารดามีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี) |
| RMF | หนังสือรับรองหน่วยลงทุนจาก บลจ. | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท |
| ThaiESG | หนังสือรับรองหน่วยลงทุนจาก บลจ. | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท (เพดานแยกของตัวเอง) |
| เงินสมทบประกันสังคม | ระบบดึงอัตโนมัติ / ใบรับรอง สปส. | ตามที่จ่ายจริงตามที่กฎหมายกำหนด |
| ดอกเบี้ยกู้ซื้อ/สร้างที่อยู่อาศัย | หนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคาร | ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท |
| เงินบริจาคผ่าน e-Donation | ระบบ e-Donation / ใบอนุโมทนา | บริจาคการศึกษา/กีฬา/รพ.รัฐ หักได้ 2 เท่า (ภายในเพดานที่กำหนด) |
ระวังเรื่อง SSF เป็นพิเศษ: กองทุน SSF ใช้สิทธิลดหย่อนได้เฉพาะปีภาษี 2563–2567 เท่านั้น สำหรับปีภาษี 2568 เป็นต้นไปยังไม่มีการต่ออายุมาตรการ จึงไม่สามารถนำเงินซื้อ SSF ใหม่มาลดหย่อนได้ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 — ตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากร) ทั้งนี้หน่วย SSF ที่ซื้อในช่วงปี 2563–2567 ยังต้องถือครบ 10 ปีนับจากวันซื้อตามเงื่อนไขเดิม ส่วน ThaiESG มีเพดานแยกของตัวเองที่ 300,000 บาท ไม่นับรวมเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณ และในปีภาษี 2568 ยังมีมาตรการชั่วคราว ThaiESGX เพิ่มเข้ามาด้วย — การลงทุนในกองทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนไม่การันตี ควรศึกษาเงื่อนไขปีปัจจุบันก่อนซื้อ
เคล็ดลับสำคัญสำหรับเบี้ยประกันและหน่วยลงทุน: ปัจจุบันคุณต้อง "แจ้งความประสงค์" ให้บริษัทประกันและ บลจ. ส่งข้อมูลเข้าระบบกรมสรรพากร มิฉะนั้นสิทธิลดหย่อนอาจไม่ขึ้นในระบบ จึงควรเช็คกับผู้ออกกรมธรรม์/กองทุนตั้งแต่ต้นปี และเก็บหนังสือรับรองตัวจริงไว้เป็นหลักฐานคู่กันด้วยค่ะ
3. เอกสารและข้อมูลส่วนตัวที่ต้องมีติดมือ
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี — บุคคลธรรมดาใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักแทนได้ (ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2555) ผู้ไม่มีบัตรประชาชนจึงค่อยขอเลขผู้เสียภาษีจากกรมสรรพากร
- พร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน — กรมสรรพากรคืนภาษีผ่านช่องทางนี้ ทำให้ได้เงินคืนเร็วและไม่ต้องรอเช็ค
- ข้อมูลคู่สมรสและบุตร (ถ้ามี) สำหรับใช้สิทธิลดหย่อนครอบครัว เช่น เลขบัตรประชาชนและสถานะเงินได้
- บัญชีผู้ใช้/รหัสผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร — ลงทะเบียนหรือกู้คืนรหัสล่วงหน้าจะได้ไม่ติดขัดตอนยื่น
- สรุปรายได้ทุกช่องทางรวมกันให้ครบทั้งปี ไม่ตกหล่นแหล่งใด รวมถึงงานเสริมและรายได้ออนไลน์
4. ลำดับขั้นเตรียมเอกสารก่อนยื่นจริง
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ช่วงเวลาแนะนำ |
|---|---|---|
| 1. รวบรวม | ขอใบ 50 ทวิ และหนังสือรับรองลดหย่อนทุกใบ (50 ทวิ เงินเดือนออกภายใน 15 ก.พ.) | ม.ค. – ก.พ. |
| 2. ตรวจสอบ | เทียบตัวเลขเงินได้และภาษีที่ถูกหักไว้ให้ตรงทุกใบ | ก.พ. |
| 3. คำนวณ | ลองคำนวณภาษีและรวมสิทธิลดหย่อนที่มีหลักฐานครบ | ก.พ. – มี.ค. |
| 4. ยื่น | กรอกในระบบ e-Filing แล้วยื่น (ออนไลน์มักขยายถึงราว 8 เม.ย.) | ก่อน 31 มี.ค. |
สแกนหรือถ่ายรูปเอกสารทุกใบเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียว ตั้งชื่อให้ค้นง่าย เช่น "50ทวิ_บริษัทA_2568" หรือ "ประกันชีวิต_2568" เพราะกรมสรรพากรมีสิทธิขอเอกสารย้อนหลังเพื่อตรวจสอบ การมีไฟล์พร้อมจะช่วยให้คุณส่งได้ทันทีและสบายใจ ไม่ต้องตามหาภายหลัง
สรุปก่อนกดยื่น
หัวใจของการยื่นภาษีให้ราบรื่นคือ "เก็บครบตั้งแต่ต้นปี" ไม่ใช่ตามหานาทีสุดท้าย เริ่มจากใบ 50 ทวิ ทุกแหล่งรายได้ ตามด้วยหนังสือรับรองลดหย่อนทุกหมวดที่คุณมีสิทธิ แล้วเตรียมข้อมูลส่วนตัวอย่างเลขบัตรประชาชนและพร้อมเพย์ให้พร้อม เมื่อเอกสารครบ การยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ก็เหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอน และอย่าลืมว่ารายการลดหย่อนบางอย่าง โดยเฉพาะกองทุนและประกัน มีเงื่อนไขและเพดานที่ปรับได้ทุกปี จึงควรตรวจข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่นเสมอค่ะ
ทบทวนอีกครั้ง: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือภาษีรายบุคคล ตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงเกณฑ์ปีภาษี 2567 (กรมสรรพากร อัปเดต 28 ม.ค. 2568) และสถานะมาตรการ ณ มิ.ย. 2569 ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณายืนยันล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) และปรึกษาที่ปรึกษาที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีเฉพาะของคุณ








