ป้ายสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ติดมุมกระจกหน้ารถ — อันที่เราจ่ายเงินต่อทุกปีพร้อมภาษีรถ แล้วก็ลืมไปจนปีหน้า — นั่นแหละค่ะคือ "พ.ร.บ." วันที่ทุกอย่างปกติมันดูเหมือนใบเสร็จที่จ่ายเปล่า ๆ แต่วันที่มีคนล้มอยู่กลางถนน มันคือเงินก้อนแรกที่เดินเข้าโรงพยาบาลแทนเราได้โดยไม่ต้องเถียงกันก่อนว่าใครผิด บทความนี้ขอชวนดูให้ครบว่ามันจ่ายอะไรให้บ้าง เท่าไหร่ ใครเป็นคนควักเงิน และถ้าวันนั้นมาถึงจริง ต้องถือเอกสารอะไรไปบ้าง
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าหรือตัวแทนประกัน · เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล · ตัวเลขวงเงินเป็นไปตามประกาศที่อ้างอิงด้านล่าง (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2026) ควรตรวจกับกรมธรรม์ของคุณหรือสายด่วน คปภ. 1186 อีกครั้งเสมอ
ก่อนอื่นต้องแยกให้ขาดสักนิด พ.ร.บ. ย่อมาจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี (ไม่มีก็ต่อภาษีไม่ได้) และหัวใจของมันคือคุ้มครอง "คน" ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ ไม่ใช่ "ตัวรถ" ค่าซ่อมรถยุบ ๆ บุบ ๆ เป็นเรื่องของประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1/2/3) คนละกระเป๋ากันเลยค่ะ
พ.ร.บ. จ่ายเป็นสองจังหวะ — ตรงนี้ที่คนสับสนที่สุด
เวลาคนบ่นว่า "ทำไม พ.ร.บ. จ่ายฉันแค่นิดเดียว" ส่วนใหญ่เป็นเพราะยังไม่รู้ว่าเงินมันมาเป็นสองก้อน คนละจังหวะ ก้อนแรกได้ก่อนแบบไม่ต้องพิสูจน์อะไร ก้อนที่สองได้เพิ่มเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเราเป็นฝ่ายถูก
- ค่าเสียหายเบื้องต้น — เบิกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด แค่พิสูจน์ว่าเป็นผู้ประสบภัยจากรถจริง บริษัทต้องจ่ายภายใน 7 วันนับแต่ได้รับคำร้องขอ
- ค่าสินไหมทดแทน (ส่วนที่เพิ่มขึ้น) — ได้เพิ่มเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเราเป็น "ฝ่ายถูก" วงเงินจะขยับขึ้นไปถึงเพดานเต็ม
จำง่าย ๆ: "ค่าเสียหายเบื้องต้น" = ได้ก่อน ไม่ต้องเถียงว่าใครผิด (จ่ายใน 7 วัน) · "ค่าสินไหมทดแทน" = ได้เพิ่มถ้าเราเป็นฝ่ายถูก รวมแล้ววงเงินสูงขึ้น
พ.ร.บ. เคลมได้เท่าไหร่ — ดูเป็นตัวเลขกันชัด ๆ
ตารางนี้คือวงเงินตามประกาศ คปภ. ที่ออกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งวงเงินชุดปัจจุบันปรับเพิ่มและมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 (ยังเป็นเกณฑ์ที่ใช้อยู่ ณ มิ.ย. 2026) อ่านสองคอลัมน์ด้วยกันนะคะ ซ้ายคือ "ได้ก่อนแน่ ๆ" ขวาคือ "เพดานเต็มถ้าเป็นฝ่ายถูก"
| รายการ | ค่าเสียหายเบื้องต้น (ได้ก่อน ไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด · จ่ายใน 7 วัน) | กรณีพิสูจน์แล้วเป็นฝ่ายถูก (เพดานเต็ม) |
|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) | สูงสุด 30,000 บาท/คน | สูงสุด 80,000 บาท/คน |
| เสียชีวิต | 35,000 บาท/คน | 500,000 บาท/คน |
| ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 35,000 บาท/คน | 500,000 บาท/คน |
| ทุพพลภาพถาวร (ไม่สิ้นเชิง) | 35,000 บาท/คน | 300,000 บาท/คน |
| สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วนขึ้นไป | 35,000 บาท/คน | 500,000 บาท/คน |
| สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน | 35,000 บาท/คน | 250,000 บาท/คน |
| สูญเสียนิ้ว | 35,000 บาท/คน | 200,000 บาท/คน |
| ชดเชยรายวัน (นอนรักษาเป็นผู้ป่วยใน) | — | 200 บาท/วัน สูงสุด 20 วัน (รวม 4,000 บาท) |
กรณีบาดเจ็บก่อนแล้วต่อมาเสียชีวิต ค่าเสียหายเบื้องต้นรวมสองส่วน (ค่ารักษาตามจริง + ค่าเสียชีวิต) รวมกันไม่เกิน 65,000 บาท/คน — นี่คือก้อน "ได้ก่อน" ส่วนเพดานเต็ม 500,000 บาทจะมาเมื่อพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูกแล้ว
กรณีเสียชีวิต เงินก้อนนี้ (เบื้องต้น 35,000 บาท หรือเต็ม 500,000 บาทถ้าเป็นฝ่ายถูก) คือเงินที่ครอบคลุมค่าปลงศพและค่าจัดการศพอยู่ในตัวแล้ว ทายาทเป็นผู้มีสิทธิ์รับ ไม่มีก้อน "ค่าปลงศพ" แยกต่างหากนะคะ
แล้วใครเป็นคนควักเงินจ่าย

เงินทุกบาทมาจาก "บริษัทประกันที่ออก พ.ร.บ. ของรถคันที่เกี่ยวข้อง" ไม่ใช่เงินภาษีของรัฐ แต่กฎหมายก็เผื่อใจไว้สำหรับเคสที่หาคนจ่ายไม่ได้ ด้วยการตั้ง "กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย" มารับช่วงจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแทน เพื่อไม่ให้คนเจ็บถูกทิ้งกลางทาง
| สถานการณ์ | ใครเป็นผู้จ่าย |
|---|---|
| รถที่เกี่ยวข้องมี พ.ร.บ. | บริษัทประกันของรถคันนั้น |
| ชนแล้วหนี / ตามหารถไม่เจอ | กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย (จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น) |
| รถคันนั้นไม่มี พ.ร.บ. | กองทุนทดแทนฯ จ่ายก่อน แล้วไปไล่เบี้ยเอากับเจ้าของรถ |
| ค่ารักษาในโรงพยาบาล | รพ. มักตั้งเบิกตรงกับบริษัทประกัน/กองทุนให้ เราสำรองจ่ายเองน้อยลง |
ขั้นตอนเบิก พ.ร.บ. ทำอะไรก่อน-หลัง
เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนถ้าเก็บเอกสารครบตั้งแต่วันเกิดเหตุ จุดที่คนพลาดบ่อยคือทิ้งใบเสร็จตัวจริงหรือลืมลงบันทึกประจำวัน แล้วมาตามทีหลังยากค่ะ
- 1. ลงบันทึกประจำวัน/แจ้งความกับตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานว่าเกิดอุบัติเหตุจากรถจริง
- 2. เข้ารักษาที่โรงพยาบาล แจ้งว่าเป็นผู้ประสบภัยจากรถ (มี พ.ร.บ.) ให้ รพ. ทราบตั้งแต่แรก
- 3. เตรียมเอกสาร: สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบภัย, ใบเสร็จค่ารักษา/ใบรับรองแพทย์ (เก็บตัวจริง), สำเนา พ.ร.บ./ทะเบียนรถ, สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ
- 4. ยื่นเบิกกับบริษัทประกันของรถที่เกี่ยวข้อง (หรือกองทุนทดแทนฯ กรณีไม่มี พ.ร.บ./ชนแล้วหนี)
- 5. กรณีเสียชีวิต ทายาทยื่นเพิ่มด้วยสำเนาใบมรณบัตร + เอกสารแสดงความเป็นทายาท
กรอบเวลาที่ต้องจำ: ขอใช้สิทธิ "ค่าเสียหายเบื้องต้น" ต้องยื่นภายใน 180 วันนับแต่วันเกิดเหตุ และเมื่อยื่นครบแล้วบริษัทต้องจ่ายภายใน 7 วัน · ส่วนสิทธิ "ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน" ตามสัญญาประกันภัยมีอายุความ 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย (ป.พ.พ. มาตรา 882) อย่าปล่อยให้เลยกำหนด — ถ้าไม่แน่ใจว่าเคสตัวเองเข้ากรอบไหน โทร คปภ. 1186 ถามได้ฟรี (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2026)
พ.ร.บ. ไม่ได้คุ้มครองอะไรบ้าง
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่ามี พ.ร.บ. แล้วครบจบทุกอย่าง จริง ๆ มันคุ้มครองเฉพาะ "ความเสียหายต่อร่างกาย/ชีวิตของคน" เท่านั้น สิ่งเหล่านี้ไม่รวม:
- ค่าซ่อมรถของเราและรถคู่กรณี (ต้องใช้ประกันภาคสมัครใจ ชั้น 1/2+/3+)
- ทรัพย์สินอื่นที่เสียหาย เช่น โทรศัพท์ กระเป๋า ของในรถ
- ค่ารักษาส่วนที่เกินเพดานวงเงินที่ พ.ร.บ. กำหนด
- อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจากรถ (เช่น เดินลื่นล้มเอง)
พ.ร.บ. = คุ้มครอง "คน" (ภาคบังคับ ราคาถูก วงเงินจำกัด) · ประกันชั้น 1/2/3 = คุ้มครอง "รถ + คน" เพิ่มเติม (ภาคสมัครใจ เลือกเองได้) สองอันนี้ทำงานคู่กันถึงจะอุ่นใจเต็มที่
ถ้าบริษัทเงียบ จ่ายช้า หรือจ่ายไม่ครบ ทำยังไง
กรณีบริษัทดึงเรื่อง จ่ายช้าเกินกำหนด หรือบ่ายเบี่ยงไม่จ่าย เรามีช่องทางรักษาสิทธิ์ที่ไม่เสียเงินสักบาท ลองไล่เป็นขั้น ๆ แบบนี้ค่ะ
- 1. โทรร้องเรียนสายด่วน คปภ. 1186 (รับเรื่อง 24 ชม.) หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ PPMS ที่ complaintportal.oic.or.th (ล็อกอินด้วย ThaID) — ไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (ICC) ได้ที่ 0-2515-3999
- 2. ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ เข้าสู่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัยโดยผู้ชำนาญการ (คนกลางที่เป็นบุคคลภายนอก) ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ของ คปภ. — ฟรีเช่นกัน
- 3. ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ยุติ และกรมธรรม์เปิดทาง สามารถยื่น "คำเสนอข้อพิพาท" เข้าสู่อนุญาโตตุลาการของ คปภ. ได้ โดยอนุญาโตตุลาการต้องทำคำชี้ขาดให้เสร็จภายใน 90 วัน (เป็นกรอบฐาน ขยายได้ถ้ามีเหตุจำเป็น)
การจงใจดึงเรื่องไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมตามกำหนด เข้าข่าย "ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน" ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ตาม พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มาตรา 36 และมีโทษตามมาตรา 88 (ปรับไม่เกิน 500,000 บาท และถ้ายังฝ่าฝืนต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท) — ฉะนั้นการกดดันผ่าน คปภ. มีน้ำหนักจริง (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2026)
อยากเทียบช่วงราคาและความคุ้มครองประกันรถภาคสมัครใจแบบไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ลองใช้ตัวช่วย เปรียบเทียบประกัน ของเราได้ และถ้าวันหนึ่งต้องเคลมจริงแต่กลัวโดนปฏิเสธ อ่านสิทธิ์และขั้นตอนได้ที่ คู่มือการเคลม หรือถ้าเจอบริษัทประวิงเวลา/จ่ายไม่ครบ ดูวิธีรักษาสิทธิ์เพิ่มเติมที่ จ่ายจริงไหม (Jaai-Jing) ค่ะ
และอย่าลืมเก็บเอกสารสำคัญอย่าง พ.ร.บ. ทะเบียนรถ และกรมธรรม์ไว้ในที่เดียวให้หยิบง่ายเวลาฉุกเฉิน ลองจัดระเบียบไว้ใน ตู้เซฟเอกสาร จะได้ไม่ต้องวิ่งหาตอนเกิดเหตุ







