ตอนเล็งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสักคัน สิ่งที่หลายบ้านลืมใส่ในงบไม่ใช่ราคาป้าย แต่เป็น "ค่ารายปี" ที่ตามมาทุกปี ทั้ง พ.ร.บ. ภาคบังคับ ภาษีประจำปี และประกันภาคสมัครใจ (ถ้าจะทำ) บทความนี้แยกให้เห็นทีละก้อนแบบมีตัวเลขอ้างอิงได้ และจะตอบคำถามที่คนใช้ EV สองล้อมักเข้าใจสลับกันบ่อย ๆ ว่า "เกณฑ์ประกันรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ คปภ. เพิ่งออก ใช้กับมอไซค์ไฟฟ้าของเราด้วยไหม" คำตอบสั้น ๆ คือ "ไม่" และเดี๋ยวเราจะอธิบายว่าทำไมค่ะ
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้และเปรียบเทียบเชิงข้อมูล ไม่ใช่นายหน้าประกัน เราไม่แนะนำให้ซื้อแผนใดแผนหนึ่งเป็นการเฉพาะ ธุรกรรมจริงทำบนเว็บบริษัทประกัน/ขนส่งฯ ที่ได้รับอนุญาต ตัวเลขในบทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ณ มิ.ย. 2569 ค่าที่ผันผวน (เบี้ยภาคสมัครใจ ราคารถ) ให้ตรวจล่าสุดกับบริษัทประกัน/ผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจเสมอ
ด่านแรก: มอไซค์ไฟฟ้าของเรา "ต้องจดทะเบียน" ไหม
ไม่ใช่ของไฟฟ้าสองล้อทุกคันจะถือเป็น "รถจักรยานยนต์" ในสายตากฎหมายค่ะ ตัวแบ่งอยู่ที่กำลังมอเตอร์และความเร็ว ของที่กำลังต่ำและช้า (กลุ่มจักรยานไฟฟ้า/อีไบก์ทั่วไปในตลาดมักมอเตอร์ราว ๆ ไม่เกิน 250 วัตต์ และวิ่งไม่เกิน ~25 กม./ชม.) มักไม่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน แต่ "มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า" ที่ออกแบบมาวิ่งบนถนนหลวงจริง มีกำลังและความเร็วระดับใช้งานทั่วไป จะเข้าข่ายต้องจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์กับกรมการขนส่งทางบก (DLT) เหมือนมอไซค์น้ำมัน
ตัวเลขกำลัง/ความเร็วที่ใช้แบ่งประเภทมีรายละเอียดและปรับปรุงเป็นระยะ ก่อนซื้อให้ถามร้าน/ผู้นำเข้าตรง ๆ ว่า "คันนี้จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ และมีเอกสารครบไหม" แล้วยืนยันสถานะกับ DLT (eservice.dlt.go.th) อีกครั้งจะชัวร์สุด เพราะถ้าจดทะเบียนไม่ได้ = ทำ พ.ร.บ. ไม่ได้ และวิ่งถนนสาธารณะไม่ได้ตามกฎหมาย
หลักจำง่าย ๆ: ถ้าคันนั้น "จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์" และออกวิ่งถนนสาธารณะได้ กฎหมายก็มองว่าเป็นมอเตอร์ไซค์เต็มตัว นั่นแปลว่าต้องมี พ.ร.บ. และต้องต่อภาษีประจำปีเหมือนกัน
พ.ร.บ. มอไซค์ไฟฟ้า: ภาคบังคับ และเป็นอัตรา "ตายตัว" ตามที่ราชการกำหนด
พ.ร.บ. (ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535) คือประกันภาคบังคับที่รถจดทะเบียนทุกคันต้องมี ไม่มีไม่ได้ และต้องต่อทุกปีถึงจะต่อภาษีได้ จุดที่ดีสำหรับคนใช้มอไซค์ไฟฟ้าคือ เบี้ย พ.ร.บ. ไม่ได้ลอยตามตลาด แต่เป็น "อัตราที่ราชการกำหนดไว้คงที่" จึงเทียบราคาได้ตรง ๆ ไม่ต้องกลัวโดนบวก
| ประเภทการใช้รถ | เบี้ย พ.ร.บ./ปี (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม/อากร) |
|---|---|
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ส่วนบุคคล | ประมาณ 323.14 บาท |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รับจ้าง/ให้เช่า | ประมาณ 376.64 บาท |
ต่างจากประกันภาคสมัครใจตรงนี้: เบี้ย พ.ร.บ. เป็นอัตรากำหนด จะซื้อกับเจ้าไหนราคาเท่ากัน (เว้นช่องทางที่บวกค่าบริการ) ฉะนั้นเลือกที่สะดวก/เชื่อถือได้ และอย่าลืมเก็บกรมธรรม์ไว้ใช้ตอนต่อภาษี ตรวจอัตราล่าสุดได้ที่ คปภ. (oic.or.th) เพราะอัตรากำหนดอาจมีการทบทวนได้
พ.ร.บ. คุ้มครอง "คน" ไม่ใช่ "รถ" — วงเงินตามกฎหมาย

พ.ร.บ. ออกแบบมาดูแลความบาดเจ็บ/เสียชีวิตของ "คน" จากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเราเอง คนซ้อน หรือคู่กรณี แต่ไม่ดูแลค่าซ่อม "ตัวรถ" และไม่ดูแลแบตเตอรี่มอไซค์ของเรา ตรงนี้คือช่องว่างที่ประกันภาคสมัครใจเข้ามาเติม วงเงินคุ้มครองหลักตามกฎหมายเป็นดังนี้
| รายการ | ค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายก่อน ไม่รอพิสูจน์ถูกผิด) | ค่าสินไหมเพิ่มเติม (เมื่อพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูก) |
|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง) | ไม่เกิน 30,000 บาท | รวมแล้วไม่เกิน 80,000 บาท |
| เสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 35,000 บาท | 500,000 บาท |
| สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ | 35,000 บาท | 200,000–500,000 บาท (ตามกรณี) |
ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นสิทธิที่จ่ายก่อนโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิด ควรยื่นเรื่องภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไปยื่นขอภายใน 180 วันนับจากวันเกิดเหตุ) เก็บใบเสร็จ/ใบรับรองแพทย์/บันทึกประจำวันตำรวจไว้ให้ครบ
ทำไม "เกณฑ์ประกัน BEV ของ คปภ." ถึงไม่ใช่เรื่องของมอไซค์ไฟฟ้า
ถ้าเคยอ่านข่าวว่า คปภ. ออกกรมธรรม์ประกันรถยนต์ไฟฟ้าฉบับมาตรฐานที่ "คุ้มครองแบตเตอรี่" ขอย้ำว่าอันนั้นคือ คำสั่งนายทะเบียนที่ 47/2566 ซึ่งใช้กับ "รถยนต์ไฟฟ้า BEV" (รถสี่ล้อ ไฟฟ้า 100%) ประกาศให้ออกกรมธรรม์ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 และบังคับใช้กับกรมธรรม์ใหม่ทุกฉบับตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2567 — ขอบเขตคือ "กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์" ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ ฉะนั้นกติกาเด่น ๆ ของฝั่งรถยนต์ เช่น การชดใช้แบตตามอายุ (ปีแรก 100% ลดปีละ 10% ต่ำสุด 50%) หรือการระบุชื่อผู้ขับ 1–5 คน จึง "ไม่ได้" ผูกกับมอไซค์ไฟฟ้าของเราโดยอัตโนมัติ
บทเรียนสำคัญสำหรับคนใช้ EV สองล้อ: เพราะยังไม่มีกรมธรรม์ "มาตรฐานเฉพาะมอไซค์ไฟฟ้า" แบบที่รถยนต์ BEV มี เงื่อนไขแบตเตอรี่/น้ำท่วม/อะไหล่ไฟฟ้า ของประกันภาคสมัครใจมอไซค์จึง "แล้วแต่กรมธรรม์แต่ละเจ้า" ต้องอ่านความคุ้มครองและข้อยกเว้นเป็นราย ๆ ไป อย่าเหมาว่าครอบคลุมแบตเหมือนรถยนต์ BEV
ภาษีประจำปีมอไซค์ไฟฟ้า: เป็น "อัตราคงที่" ไม่ใช่คิดตามน้ำหนัก
จุดที่คนสับสนบ่อยคือนำวิธีคิดภาษีของรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้กับมอไซค์ จริง ๆ แล้วต่างกันค่ะ ภาษีประจำปี "รถยนต์" ไฟฟ้าคิดตามน้ำหนักรถ แต่ภาษีประจำปี "รถจักรยานยนต์" (รวมไฟฟ้า) เป็นอัตราคงที่ต่อคัน ไม่ขึ้นกับน้ำหนักหรือขนาดมอเตอร์ จึงเป็นเงินหลักสิบบาทเท่านั้น (แหล่งอ้างอิงระบุอัตราพื้นฐานราว ๆ 50–100 บาท/ปี — ให้ยึดยอดที่ DLT แจ้งจริงตอนต่อภาษีของคันเรา)
นอกจากนี้ยังมี "ส่วนลดภาษี EV 80%" ตามพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มีผล 9 พ.ย. 2565) ซึ่งครอบคลุมรถไฟฟ้าใหม่ที่จดทะเบียนภายในกรอบเวลาเดิม 1 ต.ค. 2565–30 ก.ย. 2568 โดยให้ส่วนลดเป็นเวลา 1 ปีต่อคันนับจากวันจดทะเบียน เมื่อภาษีมอไซค์ฐานต่ำอยู่แล้ว ส่วนลดนี้จึงทำให้เหลือเพียงหลักสิบบาทต้น ๆ ในปีที่ได้สิทธิ์
หน้าต่างรับสิทธิ์ส่วนลด 80% รอบเดิมสิ้นสุด 30 ก.ย. 2568 และมีข่าวการพิจารณาขยาย/ปรับเงื่อนไข ดังนั้นสำหรับปี 2569 ให้ถือว่าเป็นสิทธิ์ "มีกรอบเวลา" — คันที่ยังอยู่ในปีสิทธิ์ของตนยังได้ส่วนลด ส่วนคันที่พ้นสิทธิ์/พ้น 1 ปีจะกลับไปจ่ายอัตราเต็ม ตรวจสถานะสิทธิ์ล่าสุดของคันเราที่ DLT (eservice.dlt.go.th) ก่อนต่อภาษีค่ะ
ประกันภาคสมัครใจ: จำเป็นไหม และเบี้ยขยับตามอะไร
พ.ร.บ. ดูแลแค่ "คน" เบื้องต้น ถ้าอยากให้ดูแล "รถเรา" ด้วย ต้องเสริมประกันภาคสมัครใจ ซึ่งมีโครงสร้างชั้นเหมือนรถยนต์ คือ ชั้น 1 (ครบสุด) > 2+ > 3+ > 3 (พื้นฐานสุด) ความต่างหลักอยู่ที่ "รถเราพังเองแบบไม่มีคู่กรณี" และ "ไฟไหม้/รถหาย" จะคุ้มครองหรือไม่
| ชั้น | รถเราชนแบบมีคู่กรณี | รถเราเสียหายเองแบบไม่มีคู่กรณี | ไฟไหม้/รถหาย | รับผิดต่อคู่กรณี |
|---|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ชั้น 2+ | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ชั้น 3+ | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ชั้น 3 | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง |
เรื่องเบี้ยภาคสมัครใจของมอไซค์ไฟฟ้า — นี่คือส่วนที่ "ผันผวน" และห้ามยึดเป็นราคาตายตัว ตัวเลขจริงขึ้นกับราคา/ทุนประกันของรุ่นรถ (มอไซค์ไฟฟ้ามีตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน) ประวัติผู้ขับ และโปรของแต่ละบริษัท อีกทั้งบางบริษัทยังรับทำภาคสมัครใจให้มอไซค์ไฟฟ้าจำกัดรุ่น ให้ขอใบเสนอราคาจริงรายคันที่บริษัทประกัน ณ เวลาที่จะซื้อ
เลือกชั้นไหนให้เข้ากับวิธีใช้รถ
ใช้ "วิธีใช้รถ" เป็นตัวตั้ง แล้วชั้นที่เหมาะจะชัดขึ้นเอง ลองเทียบกับสถานการณ์ของเราดูค่ะ
- ขับทุกวันในเมือง คันใหม่ราคาสูง อยากให้ดูแลรถเราแม้ล้มเอง/ชนเสาเอง: ชั้น 1 อุ่นใจสุด แต่เบี้ยสูงสุด
- อยากดูแลรถเราเฉพาะตอนชนกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี และคุมงบ: ชั้น 2+ (เพิ่มไฟไหม้/รถหาย) หรือ 3+ (ไม่รวมไฟไหม้/รถหาย)
- รถราคาไม่สูง เน้นสบายใจเรื่องคู่กรณีเป็นหลัก: ชั้น 3 ในงบประหยัด
- ใช้นาน ๆ ครั้ง ขับใกล้บ้าน: อย่างน้อยต้องมี พ.ร.บ. ตามกฎหมาย แล้วค่อยชั่งน้ำหนักภาคสมัครใจตามความเสี่ยงจริง
คำถามเฉพาะ EV สองล้อที่ควรถามก่อนเซ็น: (1) แผนนี้ดูแล "แบตเตอรี่" กรณีไหนบ้าง และคิดค่าเสื่อมอย่างไร (2) ถ้าลุยน้ำ/น้ำท่วมจนระบบไฟฟ้าเสียหายครอบคลุมไหม (3) ที่ชาร์จที่แถมมากับรถอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ เพราะมอไซค์ไฟฟ้าไม่มีกรมธรรม์มาตรฐานกลางแบบรถยนต์ BEV คำตอบจึงต่างกันได้มากในแต่ละเจ้า
เช็กลิสต์ก่อนออกรถ ให้ครบเรื่องค่ารายปี
- ยืนยันกับร้าน/DLT ว่าคันนี้จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ และเอกสารครบ
- ทำ พ.ร.บ. ให้เรียบร้อย (อัตรากำหนด ส่วนบุคคล ~323 บาท/ปี) เพราะเป็นภาคบังคับและใช้ต่อภาษี
- เช็กยอดภาษีประจำปีจริงและสถานะส่วนลด EV 80% ของคันเราที่ DLT
- ถ้าจะทำภาคสมัครใจ: ขอใบเสนอราคาจริงรายคัน และอ่านเงื่อนไขแบตเตอรี่/น้ำท่วม/ที่ชาร์จให้ชัด
- เทียบหลายเจ้า ดูทั้งเบี้ย ทุนประกัน และข้อยกเว้น ไม่ดูแค่ราคาถูกสุด
อยากเริ่มเทียบแบบเห็นภาพตามบริบทการใช้รถ ลองใช้เครื่องมือ เปรียบเทียบประกัน ของเราได้เลย เป็นการเปรียบเทียบเชิงข้อมูล ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัว และถ้ากังวลตอนเคลม อ่าน วิธีเตรียมตัวก่อนเคลม กับรีวิวประสบการณ์เคลมจริงที่ จ่ายจริง ประกอบ จะตัดสินใจได้มั่นใจขึ้นค่ะ
สรุปให้จำง่าย
มอไซค์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนวิ่งถนน = ต้องมี พ.ร.บ. (อัตรากำหนด ส่วนบุคคลราว 323 บาท/ปี) + ต่อภาษีประจำปีซึ่งเป็นอัตราคงที่หลักสิบบาท ไม่คิดตามน้ำหนักเหมือนรถยนต์ ส่วนเกณฑ์ประกัน BEV ของ คปภ. (47/2566) เป็นเรื่องของ "รถยนต์" ไม่ใช่มอไซค์ ฉะนั้นถ้าจะทำประกันภาคสมัครใจให้สองล้อไฟฟ้า ต้องอ่านเงื่อนไขแบต/น้ำท่วม/ที่ชาร์จเป็นราย ๆ และขอเบี้ยจริงรายคัน เท่านี้ก็วางงบและออกรถได้แบบไม่มีเซอร์ไพรส์ค่ะ
KUMKRONG เป็นสื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้า · ราคา/เบี้ยภาคสมัครใจเป็นประมาณการ ณ มิ.ย. 2569 · ธุรกรรมดำเนินการโดยบริษัทประกัน/หน่วยงานราชการที่ได้รับอนุญาต · บทความนี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อแผนใดเป็นการเฉพาะ







