คำว่า "จ่ายไม่ได้ค่ะ" จากปลายสายบริษัทประกัน ไม่ใช่คำพิพากษา มันเป็นแค่ "จุดเริ่มต้น" ของอีกกระบวนการหนึ่งที่กฎหมายเขียนเอาไว้ให้เราโดยเฉพาะ — เพราะการประกันภัยในไทยไม่ได้ปล่อยให้บริษัทกับผู้เอาประกันเถียงกันตามลำพัง แต่มีสำนักงาน คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) เป็นผู้กำกับ และมีสายด่วน 1186 ให้โทรร้องเรียนได้ฟรี บทความนี้จะพาดูทั้งภาพ ตั้งแต่ "สิทธิที่เรามีตามกฎหมาย" ไปจนถึง "บันได 4 ขั้นของการทวงสิทธิ" ว่าควรเดินตามลำดับไหน ใช้เอกสารอะไร และมีเส้นตายอะไรที่พลาดไม่ได้

คุ้มครองเป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าและไม่ใช่ทนายความ บทความนี้อธิบาย "สิทธิและขั้นตอน" ตามกฎหมายและข้อมูลสาธารณะของ คปภ. เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการและตัดสินใจเอง ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล ไม่รับรองผลแพ้-ชนะ และไม่ยื่นเรื่องแทน รายละเอียดเฉพาะคดีควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ คปภ. 1186 หรือทนายความ

ก่อนจะร้องเรียน รู้ก่อนว่ากฎหมายให้สิทธิอะไรเราไว้บ้าง

หลายคนร้องเรียนทั้งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองถือไพ่อะไรอยู่ในมือ ทำให้คุยกับบริษัทแล้วเสียเปรียบ ความจริงคือมีกติกาเป็นลายลักษณ์อักษรหลายข้อที่อยู่ข้างเรา ลองดู 3 เรื่องนี้ก่อนเป็นพื้นฐาน

  • บริษัทต้องจ่ายภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน — ตามประกาศ คปภ. (ลงนาม 24 ม.ค. 2566) ทั้งฝั่งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต กรอบนี้เริ่มนับเมื่อ "เอกสารครบ" ไม่ใช่ตั้งแต่วันยื่นครั้งแรก จึงควรขอใบรับเอกสารหรือหลักฐานว่ายื่นครบเมื่อไหร่
  • การ "ประวิง" (ดึงเรื่องให้ช้าโดยไม่มีเหตุผล) เป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่บริการแย่ — สำหรับประกันวินาศภัย ห้ามตาม พ.ร.บ. ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มาตรา 36 และมีโทษตามมาตรา 88
  • เรามีเวลาฟ้องเรียกค่าสินไหม 2 ปี นับแต่ "วันวินาศภัย" (วันเกิดเหตุ) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 — ถ้าเรื่องยืดเยื้อ ต้องไม่ปล่อยให้เลยเส้นตายนี้

ถ้าบริษัทเงียบหรือยื้อเกินกรอบ 15 วัน อย่าเพิ่งคิดว่า "คงเป็นปกติ" — ลองถามตรง ๆ เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะจ่ายวันไหน การที่บริษัทไม่กำหนดวันจ่ายที่แน่นอน หรือจ่ายเกินกรอบโดยไม่มีเหตุอันควร เข้าข่าย "ประวิง" ซึ่งเป็นประเด็นที่ คปภ. รับไปตรวจสอบได้

สิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเคลม (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2026)
เรื่องสาระสำคัญอ้างอิง
กรอบเวลาจ่ายค่าสินไหมภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนประกาศ คปภ. (24 ม.ค. 2566) วินาศภัย + ประกันชีวิต
ประกันชีวิต กรณีสงสัยขยายเวลาพิจารณาเป็น 90 วันได้ ถ้ามีเหตุอันควรสงสัย โดยภาระพิสูจน์อยู่ที่บริษัทประกาศ คปภ. การชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต พ.ศ. 2559 (และฉบับ 2566)
ห้ามประวิงการจ่าย (วินาศภัย)ห้ามตามมาตรา 36; โทษตามมาตรา 88 — ปรับไม่เกิน 500,000 บาท และหากฝ่าฝืนต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาทพ.ร.บ. ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535
อายุความฟ้องเรียกค่าสินไหม2 ปี นับแต่วันวินาศภัย (วันเกิดเหตุ)ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคหนึ่ง

ระวังจุดที่คนสับสนบ่อย: บทห้ามประวิงข้างต้นและโทษปรับตามมาตรา 88 เป็นของ "ประกันวินาศภัย" (รถ สุขภาพ อุบัติเหตุ ทรัพย์สิน) ส่วนประกันชีวิตใช้ชุดมาตราคนละฉบับ จึงอย่านำเลขมาตรา 88 ไปใช้กับเคสประกันชีวิต และอายุความ 2 ปี ตาม ม.882 คือการฟ้อง "บริษัทประกัน" — คนละเรื่องกับการฟ้องคู่กรณีที่ทำละเมิดเราเองซึ่งมีอายุความ 1 ปี

คปภ. 1186 ช่วยอะไรเราได้ และช่วยอะไรไม่ได้

คปภ. เป็นหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลบริษัทประกันทั้งประเทศ ถ้าเรารู้สึกว่าถูกปฏิเสธเคลมไม่เป็นธรรม จ่ายล่าช้า หรือบริษัทไม่ยอมชี้แจง เรายื่นเรื่องให้ คปภ. เข้ามาเป็น "คนกลาง" ตรวจสอบและช่วยไกล่เกลี่ยได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องเข้าใจขอบเขตให้ตรงตั้งแต่ต้น

  • ทำได้ — รับเรื่องเมื่อบริษัทปฏิเสธจ่าย จ่ายล่าช้าเกินเหตุ หรือไม่ชี้แจง เรียกบริษัทมาให้เหตุผล และจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยโดยผู้ชำนาญการที่เป็นกลาง
  • ทำได้ — ให้คำปรึกษาเรื่องสิทธิตามกรมธรรม์ผ่านสายด่วน 1186 (รับเรื่อง 24 ชม.) และมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการประกันภัย (ICC) กับระบบออนไลน์ PPMS รองรับ
  • ทำไม่ได้ — คปภ. ไม่ใช่ผู้รับประกันแทน ไม่จ่ายเงินเแทนบริษัท และไม่รับประกันว่าทุกเคสจะ "ชนะ" หากข้อเท็จจริงเข้าข้อยกเว้นจริง ผลก็อาจเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ทิปสำคัญก่อนเริ่ม: ขอ "หนังสือปฏิเสธการจ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร" จากบริษัทเสมอ เอกสารใบนี้คือหัวใจของเรื่อง เพราะมันบังคับให้บริษัทระบุชัดว่าอ้างเงื่อนไข/ข้อยกเว้นข้อไหน เรานำไปเทียบกับเล่มกรมธรรม์ และใช้เป็นหลักฐานตอนร้องเรียนได้ทันที ถ้าบริษัทบ่ายเบี่ยงไม่ยอมออกหนังสือ นั่นก็เป็นประเด็นที่ร้องเรียนได้เช่นกัน

บันได 4 ขั้นของการทวงสิทธิ — เดินทีละขั้นจะได้เปรียบที่สุด

เก็บหลักฐานให้พร้อม ช่วยให้ขั้นตอนเคลมราบรื่นขึ้น

กระบวนการของ คปภ. ออกแบบเป็นลำดับขั้น ยิ่งเริ่มจากขั้นล่างที่เบาและฟรีก่อน แล้วค่อยขยับขึ้นถ้ายังตกลงกันไม่ได้ จะยิ่งเสียเวลาและพลังน้อย ลองเห็นภาพรวมก่อนว่าทั้งเส้นทางมี 4 ขั้น

เส้นทางทวงสิทธิ 4 ขั้น (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2026)
ขั้นทำอะไรช่องทาง / เงื่อนเวลา
1. ปรึกษา/แจ้งเรื่องโทรปรึกษาและแจ้งเรื่องเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ช่วยประเมินว่าควรทำอย่างไรต่อสายด่วน 1186 (รับเรื่อง 24 ชม.) โทรฟรี
2. ยื่นร้องเรียนเป็นทางการยื่นเรื่องพร้อมเอกสาร ให้ คปภ. ตรวจสอบและเรียกบริษัทมาชี้แจงออนไลน์ PPMS (complaintportal.oic.or.th ล็อกอิน ThaID) หรือศูนย์ ICC โทร 02-515-3999 / อีเมล ppd@oic.or.th
3. ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทถ้าตกลงกันไม่ได้ เข้าสู่การไกล่เกลี่ยโดยผู้ชำนาญการที่เป็นกลางศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย — ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย
4. อนุญาโตตุลาการ คปภ.ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ยุติ ยื่น "คำเสนอข้อพิพาท" ให้ชี้ขาด (กรมธรรม์มาตรฐานให้สิทธิผู้เรียกร้องเลือกใช้และผูกพันบริษัท)ทำคำชี้ขาดให้เสร็จภายใน 90 วัน (ขยายได้ถ้ามีเหตุจำเป็น)

ข้อควรรู้: ทั้งการร้องเรียนผ่าน PPMS และการไกล่เกลี่ยโดยผู้ชำนาญการเป็นบริการที่ "ไม่เสียค่าใช้จ่าย" ส่วนชั้นอนุญาโตตุลาการเป็นกระบวนการที่ผูกพันตามกฎหมายและมักต้องเตรียมข้อมูลละเอียดขึ้น หากถึงขั้นนี้และเรื่องซับซ้อน การปรึกษาทนายความเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล

ลงมือทำจริง 5 สเต็ป

  • สเต็ป 1 — ทวงสิทธิกับบริษัทก่อน: ขอหนังสือปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุข้อยกเว้น/เงื่อนไขที่อ้าง พร้อมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • สเต็ป 2 — รวบรวมเอกสารตามเช็กลิสต์: กรมธรรม์ หลักฐานชำระเบี้ย ใบรับรองแพทย์/ใบเสร็จ และหนังสือ-แชต-อีเมลที่โต้ตอบกับบริษัททั้งหมด
  • สเต็ป 3 — เริ่มจากโทร 1186 ปรึกษา แล้วยื่นเป็นทางการผ่าน PPMS (ล็อกอิน ThaID) หรือศูนย์ ICC ทุกครั้งจดเลขรับเรื่องไว้เพื่อใช้ติดตามสถานะ
  • สเต็ป 4 — ติดตามอย่างมีหลักฐาน: เก็บไทม์ไลน์ว่าเอกสารครบเมื่อไหร่ เพราะกรอบจ่าย 15 วันเริ่มนับจากตรงนั้น ถ้าเกินกรอบและบริษัทยังเงียบ แจ้ง คปภ. ให้ตรวจสอบประเด็นประวิงได้
  • สเต็ป 5 — ถ้ายังไม่จบ ขยับขึ้นบันได: เข้าสู่การไกล่เกลี่ย และถ้าจำเป็นจึงใช้อนุญาโตตุลาการ โดยตลอดทางต้องไม่ลืมอายุความฟ้อง 2 ปี นับแต่วันเกิดเหตุ

เอกสารที่ต้องเตรียม — เช็กลิสต์ก่อนยื่น

เช็กลิสต์เอกสารร้องเรียน
เอกสารทำไมต้องมีจำเป็นแค่ไหน
สำเนากรมธรรม์ / ตารางกรมธรรม์ใช้ดูเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่แท้จริงจำเป็นมาก
หนังสือปฏิเสธการจ่ายจากบริษัทหลักฐานชี้ว่าบริษัทอ้างเหตุผล/ข้อยกเว้นใดจำเป็นมาก
หลักฐานการชำระเบี้ยประกันยืนยันว่ากรมธรรม์ยังมีผลบังคับจำเป็น
ใบรับรองแพทย์ / ใบเสร็จค่ารักษาหลักฐานความเสียหายที่เรียกร้องจำเป็น (เคสสุขภาพ/อุบัติเหตุ)
หนังสือโต้ตอบ / แชต / อีเมล + วันที่ยื่นเอกสารครบลำดับเหตุการณ์ และจุดเริ่มนับกรอบ 15 วันช่วยเสริมมาก
บัตรประชาชน (สำเนา)ยืนยันตัวตนผู้ร้องเรียนจำเป็น

เก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลรวมไว้ที่เดียวจะหาง่ายเวลายื่นซ้ำหรือส่งเพิ่ม โดยเฉพาะ "วันที่ยื่นเอกสารครบ" ควรมีหลักฐาน (ใบรับ/อีเมลตอบกลับ) เพราะเป็นจุดเริ่มนับกรอบ 15 วัน — รายละเอียดเล็ก ๆ นี้คือสิ่งที่ทำให้เราพูดได้เต็มปากว่าบริษัทเกินกำหนดหรือยัง

เข้าใจ "เหตุผลปฏิเสธ" ที่เจอบ่อย ก่อนตัดสินใจร้องเรียน

ไม่ใช่ทุกการปฏิเสธจะไม่เป็นธรรม บางครั้งบริษัทอ้างเงื่อนไขมาตรฐานที่มีในกรมธรรม์จริง การเข้าใจเหตุผลก่อนช่วยให้เราเตรียมข้อโต้แย้งตรงจุด และรู้ว่าควรขอหลักฐานอะไรเพิ่ม

เหตุผลปฏิเสธยอดฮิต และสิ่งที่ควรตรวจ
บริษัทอ้างว่าควรตรวจสอบอะไร
ปกปิด/แถลงข้อมูลสุขภาพไม่ตรง (โรคที่เป็นมาก่อน)เราแจ้งตามจริงตอนสมัครหรือไม่ และบริษัทมีหลักฐานว่าเป็นก่อนจริงไหม — กฎหมาย (ป.พ.พ. ม.865) ให้บริษัทบอกล้างสัญญาได้ก็จริง แต่ต้องใช้สิทธิภายใน 1 เดือนนับแต่ทราบมูล และไม่เกิน 5 ปีนับแต่ทำสัญญา มิฉะนั้นสิทธิบอกล้างระงับ
ยังอยู่ในระยะเวลารอคอย (waiting period)เทียบวันเริ่มกรมธรรม์กับวันรักษาให้ชัด และดูเงื่อนไขระยะรอคอยในเล่มของเราเอง (แต่ละแผนกำหนดไม่เท่ากัน)
เข้าข้อยกเว้นในกรมธรรม์ขอให้ระบุข้อยกเว้นข้อที่อ้างเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วเทียบถ้อยคำในเล่มของเราว่าตรงกันไหม
เอกสารไม่ครบขอรายการที่ขาดให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วยื่นเพิ่มในกำหนด — มักแก้ได้โดยไม่ต้องถึงขั้นร้องเรียน และอย่าลืมเก็บหลักฐานวันยื่นครบ

สำคัญ: คปภ. เป็นคนกลางช่วยตรวจสอบและไกล่เกลี่ย ไม่ใช่ผู้รับประกันแทน และไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะ "ชนะ" ทุกเคส สิ่งที่ควรมองว่าเป็นชัยชนะที่แท้จริงคือ "การได้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่และโปร่งใส" บนหลักฐานและกรอบเวลาที่กฎหมายให้ไว้

สรุปสั้น ๆ ก่อนลงมือ

  • ขอหนังสือปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสมอ และเก็บหลักฐานวันที่ยื่นเอกสารครบ (จุดเริ่มนับกรอบ 15 วัน)
  • รู้สิทธิพื้นฐาน: จ่ายใน 15 วันนับแต่เอกสารครบ, ห้ามประวิง (วินาศภัย ม.36 โทษ ม.88), ฟ้องได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันเกิดเหตุ
  • เดินตามบันได: 1186 ปรึกษา → ยื่น PPMS/ICC → ไกล่เกลี่ย (ฟรี) → อนุญาโตตุลาการ (90 วัน ขยายได้)
  • จดเลขรับเรื่องไว้ทุกครั้ง และตามเรื่องอย่างมีหลักฐาน
  • ยึดข้อมูลล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ คปภ. 1186 เป็นหลัก และปรึกษาทนายความหากเรื่องซับซ้อน

คุ้มครองเป็นสื่อเปรียบเทียบและให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย ข้อมูลทั้งหมดเป็นการให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ราคา/เงื่อนไขเป็นการประมาณการ และธุรกรรมจริงดำเนินการโดยบริษัทประกันที่ได้รับใบอนุญาต