สิ้นเดือนทีไร พอเงินเข้าบัญชี หลายคนก็เลื่อนผ่านบรรทัด "หักประกันสังคม" ไปเฉย ๆ ทั้งที่มันคือเงินของเราที่ถูกกันออกไปทุกเดือน ปีนี้บรรทัดนั้นขยับขึ้นนิดหน่อยด้วยค่ะ เพราะตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ประกันสังคมปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณจาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาท ทำให้ยอดหักสูงสุดขยับจาก 750 เป็น 875 บาทต่อเดือน บทความนี้จะพาไล่คำนวณเงินสมทบมาตรา 33 ทีละขั้น จนคุณหยิบสลิปของตัวเองมาเช็กได้เองว่าเลขที่บริษัทหักไปถูกหรือเปล่า

สรุปก่อนเข้าเรื่อง: ผู้ประกันตน ม.33 (ลูกจ้างที่มีนายจ้าง) จ่ายสมทบ 5% ของ "ฐานค่าจ้าง" โดยฐานนี้ถูกล็อกไว้ในกรอบ ต่ำสุด 1,650 บาท ถึงสูงสุด 17,500 บาท ยอดหักจึงอยู่ระหว่าง 83 ถึง 875 บาทต่อเดือน · ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569

สูตรเดียวที่ต้องจำ

การคำนวณทั้งหมดสรุปได้ในบรรทัดเดียวค่ะ — เงินสมทบ = ฐานค่าจ้าง × 5% สิ่งที่คนพลาดบ่อยคือคิดว่า "ฐานค่าจ้าง" เท่ากับเงินเดือนเต็มจำนวน แต่จริง ๆ ฐานนี้ถูกตีกรอบไว้สองด้าน คือ พื้นล่างที่ 1,650 บาท และเพดานบนที่ 17,500 บาท (มีผลปี 2569–2571) ถ้าเงินเดือนคุณอยู่ในกรอบนี้ ก็คูณ 5% ได้ตรง ๆ แต่ถ้าต่ำกว่าพื้นหรือสูงกว่าเพดาน ฐานจะถูกดึงไปชนขอบที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วค่อยคิด 5%

เพราะมีเพดาน คนเงินเดือน 18,000 กับคนเงินเดือน 80,000 จึงหักประกันสังคมเท่ากันเป๊ะที่ 875 บาท ส่วนของที่จ่ายมากขึ้นจริง ๆ คือฝั่งภาษีเงินได้ ไม่ใช่ฝั่งประกันสังคม

ลองคิดทีละเคส: 12,000 / 18,000 / 30,000

มาดูสามเงินเดือนที่เจอบ่อยที่สุดกันค่ะ จะได้เห็นชัดว่าตรงไหน "คิดตรง" และตรงไหน "ชนเพดาน"

  • เงินเดือน 12,000 บาท — อยู่ในกรอบพอดี ฐานคือ 12,000 คิด 12,000 × 5% = 600 บาท/เดือน
  • เงินเดือน 18,000 บาท — เกินเพดาน 17,500 ฐานจึงถูกตรึงไว้ที่ 17,500 (ไม่ใช่ 18,000) คิด 17,500 × 5% = 875 บาท/เดือน ส่วนเกินอีก 500 บาทไม่ถูกนำมาคิด
  • เงินเดือน 30,000 บาท — เกินเพดานเหมือนกัน ฐานคือ 17,500 คิดได้ 875 บาท/เดือน เท่ากับคนเงินเดือน 18,000 ทุกบาท

ตารางสรุป: เงินเดือนเท่านี้ หักกี่บาท

สิทธิและความคุ้มครองของแรงงานมีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบ
เงินเดือน (บาท)ฐานที่ใช้คำนวณหักประกันสังคม/เดือน
1,5001,650 (ชนพื้น)83
12,00012,000600
15,00015,000750
17,50017,500 (ชนเพดาน)875
18,00017,500 (ชนเพดาน)875
30,00017,500 (ชนเพดาน)875

ดูสองแถวหัวกับท้ายเป็นพิเศษนะคะ ใครเงินเดือนต่ำกว่า 1,650 บาท ระบบจะดันฐานขึ้นมาที่พื้น 1,650 (หัก 83 บาท) ส่วนใครเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะถูกตรึงที่เพดาน หัก 875 บาทเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเงินเดือนหลักหมื่นปลายหรือหลักแสน ตัวเลข 875 จึงเป็นยอดหักสูงสุดของ ม.33 ในปีนี้ · ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569

ปีนี้เปลี่ยนอะไร แล้วใครกระทบ

เพดานค่าจ้าง 15,000 บาทอยู่กับเรามานานหลายปี (หักสูงสุด 750 บาท) จนกฎกระทรวงฉบับใหม่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 ปรับเพดานขึ้นเป็น 17,500 บาท มีผล 1 มกราคม 2569 คนที่กระทบคือกลุ่มเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งจะถูกหักเพิ่มสูงสุด 125 บาท/เดือน (จาก 750 เป็น 875) ส่วนใครเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท ยอดหักไม่ขยับเลยค่ะ และนี่ยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะกฎกระทรวงฉบับเดียวกันวางแผนปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดไว้แล้ว

ช่วงปี (พ.ศ.)เพดานค่าจ้าง (บาท)หักสูงสุด/เดือน (บาท)
ถึง 2568 (เดิม)15,000750
2569–257117,500875
2572–257420,0001,000
2575 เป็นต้นไป23,0001,150

อัตราและเพดานประกันสังคมเปลี่ยนได้ตามประกาศราชการ ตัวเลขในตารางนี้อ้างอิงกฎกระทรวงฯ มาตรา 33 พ.ศ. 2568 (ราชกิจจาฯ 12 ธ.ค. 2568) · ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569 ก่อนวางแผนจริงควรเช็กกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 หรือ sso.go.th อีกครั้ง

เงิน 875 บาทนี้ ลดหย่อนภาษีได้ด้วย

ข่าวดีที่หลายคนลืม คือเงินสมทบที่ถูกหักไปทั้งปี เอามาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง เมื่อเพดานขยับเป็น 875 บาท/เดือน เพดานลดหย่อนของผู้ประกันตน ม.33 ในปีภาษี 2569 จึงขยับเป็น 875 × 12 = 10,500 บาท/ปี (จากเดิม 9,000 บาท สมัยเพดาน 750) ใครยื่นภาษีแบบสามีภรรยา ต่างคนต่างลดหย่อนเงินสมทบของตัวเองตามที่จ่ายจริงได้ ไม่ใช่เอามารวมแล้วตัดที่ก้อนเดียว

หมายเหตุ: หน้าเว็บกรมสรรพากร (rd.go.th/60061.html) ยังพิมพ์ตัวเลข 9,000 ซึ่งเป็นเพดานเดิมสมัยจ่ายสูงสุด 750/เดือน สำหรับปีภาษี 2569 ที่จ่ายสูงสุด 875/เดือน เพดานลดหย่อนตามจ่ายจริงคือ 10,500 บาท/ปี อิงตามมาตรา 47(1)(ฌ) ที่ให้หักตามจริงไม่เกินที่กฎหมายประกันสังคมกำหนด · ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569

แล้ว 5% นี้ไปคุ้มครองอะไรบ้าง

เงินสมทบไม่ใช่ "เงินที่หายไป" นะคะ มันถูกแบ่งไปดูแลเราใน 3 ก้อน และที่สำคัญ นายจ้างต้องสมทบเข้ามาอีก 5% เท่ากับเรา บวกกับรัฐช่วยอีกส่วนหนึ่ง เท่ากับเงินที่คอยดูแลคุณในกองทุนมีมากกว่าที่หักจากสลิปเองหลายเท่า

เจ็บป่วย/ทุพพลภาพ/คลอด/เสียชีวิต
1.5
ว่างงาน
0.5
สงเคราะห์บุตร/ชราภาพ
3
  • 1.5% — ดูแลตอนเจ็บป่วย เข้ารักษาตามสิทธิ ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
  • 0.5% — เงินทดแทนตอนว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง ช่วยให้มีเวลาหายใจระหว่างหางานใหม่
  • 3% — ก้อนใหญ่สุด สะสมเป็นบำนาญ/บำเหน็จชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร เปรียบเหมือนเงินออมระยะยาวที่ติดตัวคุณไป

ก้อน 3% ชราภาพคือเงินที่ทยอยสะสมกลับมาเป็นบำนาญตอนเกษียณ ยิ่งส่งต่อเนื่องนานยิ่งได้มาก อยากเห็นภาพรวมการวางแผนภาษีและการเงินส่วนตัว ลองแวะดูที่หน้า วางแผนภาษีและลดหย่อน ได้ค่ะ

คำถามที่คนทำงานถามบ่อย

  • ลาคลอดยังถูกหักไหม — ช่วงที่ไม่มีค่าจ้างเข้า ก็ไม่มีฐานให้หัก แต่สิทธิคลอดบุตรยังคุ้มครองถ้าส่งสมทบครบเงื่อนไข โดยได้สองก้อนแยกกัน คือ ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง (จำนวนคงที่ ไม่ขึ้นกับเงินเดือน) และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอด = 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน (ก้อนนี้คิดบนเพดาน จึงขยับจากสูงสุด 22,500 เป็น 26,250 บาทตามเพดานใหม่)
  • ทำงาน 2 ที่ ถูกหักซ้ำไหม — ถ้าทั้งสองที่เป็น ม.33 อาจถูกหักทั้งคู่ แต่ส่วนที่จ่ายเกินเพดานรวม ยื่นขอคืนกับ สปส. ได้
  • ลาออกแล้วอยากส่งต่อ — สมัครมาตรา 39 รักษาสิทธิต่อได้ โดย ม.39 จ่าย 432 บาท/เดือน (คิดจากฐานคงที่ 4,800 × 9%) ซึ่งใช้ฐานคนละแบบกับ ม.33
  • เงินเดือนขึ้นกลางปี — ยอดหักจะขยับตามฐานใหม่ในเดือนที่ปรับ จนกว่าจะชนเพดาน 17,500 บาท หลังจากนั้นเงินเดือนขึ้นอีกเท่าไรก็หัก 875 เท่าเดิม

KUMKRONG อธิบายเรื่องประกันสังคมเพื่อการศึกษา ไม่ใช่นายหน้า ไม่ได้ให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลหรือทำธุรกรรมแทนคุณ ตัวเลขทั้งหมดเป็นประมาณการเพื่อการศึกษา ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคม (สายด่วน 1506 · sso.go.th) ก่อนตัดสินใจเสมอ

ลองหยิบสลิปเดือนล่าสุดมาคูณ 5% ดูเลยค่ะ ถ้าเงินเดือนถึง 17,500 ขึ้นไปแล้วเห็นเลข 875 ก็แปลว่าถูกต้อง ถ้าไม่ตรง สอบถาม HR ได้ทันที ประกันสังคมเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ดีมาก แต่ก็มีเพดานของมัน ใครอยากเสริมความคุ้มครองสุขภาพหรือวางแผนเกษียณเพิ่ม ลองศึกษาตัวเลือกอื่น ๆ แล้วเปรียบเทียบความคุ้มครองแบบเป็นกลางได้ที่ KUMKRONG