เงินเดือนเข้าช้าสองสัปดาห์แล้วยังเงียบ ค่าโอทีหายไปเฉยๆ หรือถูกเรียกเข้าห้องแล้วบอกว่า 'พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วนะ' โดยไม่มีค่าชดเชยสักบาท สถานการณ์แบบนี้ทำให้ผู้หญิงทำงานหลายคนนอนไม่หลับ เพราะมีค่าผ่อน ค่าเทอมลูก และค่าใช้จ่ายในบ้านที่รอไม่ได้ ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ กฎหมายแรงงานไทยยืนอยู่ข้างลูกจ้าง และการร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ทำได้ฟรี ไม่ต้องจ้างทนายในขั้นแรก บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าเรื่องของคุณต้องไปที่ไหน เตรียมอะไร และเริ่มต้นยังไงให้ถูกทางตั้งแต่แรก
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่สำนักงานกฎหมายหรือนายหน้า บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายรายบุคคล กรณีที่ซับซ้อนหรือมีมูลค่าสูง ควรปรึกษานักกฎหมาย/ทนายความ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรง ตัวเลข สิทธิ และช่องทางต่างๆ อาจปรับเปลี่ยนได้ ข้อมูลในบทความนี้ตรวจสอบ ณ มิถุนายน 2569
ขั้นแรกสุด: แยกให้ออกว่าปัญหาของคุณ 'อยู่กองไหน'
คนส่วนใหญ่ร้องเรียนผิดที่เพราะคิดว่า 'เรื่องแรงงานก็คือเรื่องแรงงาน' แต่จริงๆ มีสองกองใหญ่ที่แยกกันชัดเจน กองแรกคือ 'สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน' เช่น ค่าจ้าง ค่าโอที ค่าชดเชยเลิกจ้าง ดูแลโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) อีกกองคือ 'สิทธิประกันสังคม' เช่น เงินว่างงาน เจ็บป่วย คลอดบุตร ชราภาพ ดูแลโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ส่วนการ 'ขึ้นทะเบียนว่างงาน' เพื่อรับเงินทดแทน เป็นงานของกรมการจัดหางาน (กกจ.) อีกหน่วยหนึ่ง ตารางนี้ช่วยจับคู่ปัญหากับหน่วยงานให้ถูกตั้งแต่แรก
| ปัญหาที่เจอ | หน่วยงานที่รับเรื่อง | ช่องทางหลัก |
|---|---|---|
| ไม่ได้ค่าจ้าง / ค่าจ้างค้างจ่าย / จ่ายไม่ครบ | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) | ยื่นคำร้อง คร.7 ที่สำนักงานพื้นที่ · สายด่วน 1546 |
| ไม่ได้ค่าโอที ค่าทำงานวันหยุด | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) | พนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ · 1546 |
| ถูกเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) | ยื่นคำร้อง คร.7 · 1546 |
| ขึ้นทะเบียน/รายงานตัวว่างงาน เพื่อรับเงินทดแทน | กรมการจัดหางาน (กกจ.) | e-service.doe.go.th (ภายใน 30 วัน) |
| บาดเจ็บ/เจ็บป่วยจากการทำงาน | สำนักงานประกันสังคม (กองทุนเงินทดแทน) | สปส. พื้นที่ · สายด่วน 1506 |
| นายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม | สำนักงานประกันสังคม (สปส.) | สปส. พื้นที่ · สายด่วน 1506 |
จำง่ายๆ: เรื่อง 'เงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้คุณ' (ค่าจ้าง ค่าโอที ค่าชดเชย) → กสร. โทร 1546 · เรื่อง 'สิทธิจากกองทุนประกันสังคม' (ว่างงาน เจ็บป่วย คลอด ชราภาพ) → สปส. โทร 1506 · ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนของใคร โทร 1506 กด 3 ได้ เป็นคอลเซ็นเตอร์รวมของกระทรวงแรงงานที่เชื่อมหลายกรมในสายเดียว ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
ทิปก่อนไปร้อง: แยกประเภทปัญหาให้ออกก่อนว่าเป็นเรื่องค่าจ้าง/ค่าชดเชย (→ กสร.) หรือเรื่องสิทธิประกันสังคม (→ สปส.) จะช่วยให้ไปร้องถูกที่ตั้งแต่แรก ไม่เสียเวลาเดินทางหลายรอบ ไม่แน่ใจโทร 1506 กด 3 ถามได้ก่อน
กรณีพบบ่อยที่สุด: ทำงานแล้วไม่ได้ค่าจ้าง
ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง จ่ายไม่ครบ หรือจ่ายช้าเกินกำหนด เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ 'พนักงานตรวจแรงงาน' ภายใต้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน คุณยื่นเป็นคำร้องที่เรียกว่าแบบ คร.7 (ตามมาตรา 123 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541) ได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ พนักงานตรวจแรงงานจะสอบสวนข้อเท็จจริง เรียกนายจ้างมาชี้แจง และมีอำนาจออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินได้ ทั้งหมดนี้ลูกจ้างไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่จำเป็นต้องจ้างทนายในขั้นนี้
ยื่น คร.7 ออนไลน์ได้: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดให้ยื่นคำร้องตามมาตรา 123 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ eservice.labour.go.th (บริการตลอด 24 ชั่วโมง) เหมาะกับคนที่ลางานไปสำนักงานไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องเร่งด่วนหรือมีเอกสารเยอะ การเดินเข้าสำนักงานพื้นที่เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ตรงๆ มักจัดการได้ครบในที่เดียว ตรวจช่องทางล่าสุดได้ที่ labour.go.th หรือโทร 1546
| ขั้นตอน | ทำอะไร |
|---|---|
| 1. รวบรวมหลักฐาน | สลิป/หลักฐานการจ่ายเงินเดือน สัญญาจ้าง แชต/อีเมลสั่งงาน ตารางเข้างาน รายการเดินบัญชีที่เคยรับโอนค่าจ้าง |
| 2. ยื่นคำร้อง คร.7 | ที่สำนักงาน กสร. พื้นที่ที่ทำงาน หรือออนไลน์ผ่าน eservice.labour.go.th |
| 3. พนักงานตรวจแรงงานสอบสวน | เรียกทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสาร |
| 4. ออกคำสั่ง | ถ้าพบว่าค้างจ่ายจริง สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินภายในเวลาที่กำหนด |
| 5. ติดตามผล | ขอเลขรับเรื่องไว้ติดตามสถานะ หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีขั้นบังคับตามกฎหมายต่อไป |
สิทธิเรียกร้องค่าจ้างและค่าชดเชยมี 'อายุความ' (ระยะเวลาที่ยังฟ้อง/ร้องได้) ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทของเงินและขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเคส ยิ่งยื่นเรื่องเร็ว หลักฐานยิ่งสด ตามเงินได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้านายจ้างกำลังจะปิดกิจการหรือย้ายหนี ควรตรวจสอบอายุความที่ใช้กับกรณีของคุณกับพนักงานตรวจแรงงาน กสร. ในพื้นที่ (สายด่วน 1546) ก่อนเสมอ
ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง: สิทธิที่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมี

ถ้าถูกเลิกจ้างโดยไม่ใช่เพราะความผิดร้ายแรงของคุณเอง เช่น บริษัทลดคน ปรับโครงสร้าง หรือเลิกจ้างเพราะ 'ไม่ถูกใจ' กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่าย 'ค่าชดเชย' ตามอายุงาน คิดเป็นจำนวน 'วัน' ของค่าจ้างอัตราสุดท้าย ยิ่งทำงานนานยิ่งได้มาก โครงสร้างนี้เป็นไปตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ขั้นสูงสุด 400 วัน เพิ่มเข้ามาตามฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) ลองดูว่าอายุงานของคุณอยู่ขั้นไหน
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าคุณทำงานมา 7 ปี ได้เงินเดือน 30,000 บาท คุณอยู่ขั้น '6–<10 ปี' = ค่าชดเชย 240 วัน คิดเป็นประมาณ 30,000 ÷ 30 × 240 = ราว 240,000 บาท (เป็นการประมาณการเพื่อให้เห็นวิธีคิด ตัวเลขจริงขึ้นกับอัตราค่าจ้างสุดท้ายและองค์ประกอบค่าจ้างของคุณ) นอกจากค่าชดเชยแล้ว ถ้านายจ้างไม่บอกล่วงหน้าตามกฎหมาย คุณอาจมีสิทธิได้ 'ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า' (ที่หลายคนเรียกว่าค่าตกใจ) เพิ่มอีกส่วนหนึ่งด้วย
ระวังกับดัก 'ขอให้เขียนใบลาออกเอง': ถ้าจริงๆ คือถูกเลิกจ้าง แต่ยอมเซ็นใบลาออก คุณอาจเสียทั้งค่าชดเชยจากนายจ้าง 'และ' เสียสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตราที่สูงกว่าจากประกันสังคม เพราะ 'ลาออกเอง' กับ 'ถูกเลิกจ้าง' ให้สิทธิต่างกันมาก หากถูกกดดัน ให้ขอเวลาคิดและโทรปรึกษา กสร. 1546 หรือ สปส. 1506 ก่อนเซ็นทุกครั้ง
ตกงานแล้ว อย่าลืม 'ขึ้นทะเบียนว่างงาน' ภายใน 30 วัน
นี่คือจุดที่หลายคนพลาดเงินที่ควรได้ ถ้าคุณเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องออกจากงาน (ทั้งกรณีถูกเลิกจ้างและลาออก) ให้ขึ้นทะเบียนว่างงานกับกรมการจัดหางานผ่านเว็บไซต์ e-service.doe.go.th 'ภายใน 30 วัน' นับจากวันที่ว่างงาน แล้วรายงานตัวตามนัด (อย่างน้อยเดือนละครั้ง) จึงจะมีสิทธิรับเงินทดแทน เงื่อนไขสำคัญคือต้องเคยจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน อัตราเงินทดแทนปัจจุบันต่างกันตามสาเหตุการออกจากงาน
| สาเหตุการว่างงาน | อัตราเงินทดแทน | ระยะเวลาสูงสุด |
|---|---|---|
| ถูกเลิกจ้าง | 60% ของค่าจ้างรายวัน (ปรับขึ้นจากเดิม 50%) | ไม่เกิน 180 วัน/ปีปฏิทิน |
| ลาออก / สิ้นสุดสัญญาตามกำหนด | 30% ของค่าจ้างรายวัน | ไม่เกิน 90 วัน/ปีปฏิทิน |
อัตราเลิกจ้าง 60% เป็นของใหม่ ปรับขึ้นจากเดิม 50% ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ กรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่ 28 มิ.ย. 2568 ฐานคำนวณคิดจากค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท/เดือน (เงินทดแทนเลิกจ้างจึงสูงสุดราว 9,000 บาท/เดือน) ส่วนกรณีลาออก 30% × ไม่เกิน 90 วัน ยังคงเดิม ตัวเลขสิทธิประกันสังคมปรับได้ตามกฎกระทรวง ตรวจล่าสุดกับ สปส. 1506 ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
ช่องทางร้องเรียน: ไปเอง โทร หรือออนไลน์ แบบไหนเหมาะกับคุณ
ข่าวดีคือทุกวันนี้ไม่ต้องลางานไปนั่งรอทั้งวันก็เริ่มเรื่องได้ มีหลายช่องทางให้เลือกตามความสะดวกและความเร่งด่วนของเรื่อง
| ช่องทาง | เหมาะกับ | ข้อดี |
|---|---|---|
| สายด่วน กสร. 1546 | เรื่องค่าจ้าง ค่าชดเชย ชั่วโมงทำงาน | คุยกับกรมที่ดูแลโดยตรง ปรึกษาก่อนยื่น คร.7 |
| สายด่วน สปส. 1506 (กด 3 = สายรวมแรงงาน) | สิทธิประกันสังคม หรือยังไม่แน่ใจเรื่องไหนของใคร | เชื่อมหลายกรมในสายเดียว เร็ว ฟรี |
| สำนักงาน กสร./สปส. พื้นที่ | ยื่นคำร้องเป็นทางการ มีเอกสารเยอะ | ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตรง จบในที่เดียว |
| ระบบออนไลน์ (eservice.labour.go.th / e-service.doe.go.th) | คนที่เดินทางไม่สะดวก | ยื่น/รายงานตัวจากบ้าน ติดตามสถานะได้ |
| ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 | ถูกเอาเปรียบหลายเรื่อง อยากให้ช่วยประสาน | รับเรื่องร้องทุกข์ทั่วไป ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยว |
เก็บหลักฐานให้ครบจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานเร็วขึ้น: สลิป/หลักฐานการจ่ายค่าจ้าง สัญญาจ้างหรือหนังสือผ่านงาน บัตรพนักงาน ภาพถ่ายตารางเข้างาน แชต/อีเมลที่นายจ้างสั่งงานหรือรับปากเรื่องเงิน และรายการเดินบัญชีธนาคารที่เคยรับโอนเงินเดือน ยิ่งหลักฐานชัด เจ้าหน้าที่ยิ่งช่วยได้ไว
สิ่งที่ควรทำ vs ไม่ควรทำ
- ทำ: เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ตั้งแต่วันแรกที่รู้สึกผิดปกติ อย่ารอให้เรื่องบานปลาย
- ทำ: โทรปรึกษา 1546 (กสร.) หรือ 1506 (สปส.) ก่อน เพื่อไปร้องถูกที่ตั้งแต่แรก
- ทำ: ถ้าตกงาน ขึ้นทะเบียนว่างงานที่ e-service.doe.go.th ภายใน 30 วัน ทันที
- ทำ: ขอใบรับเรื่อง/เลขรับเรื่องไว้ทุกครั้งเพื่อติดตามสถานะ
- ไม่ทำ: เซ็นใบลาออกหรือเอกสารใดๆ ทั้งที่ยังไม่เข้าใจหรือถูกกดดัน
- ไม่ทำ: รับเงินก้อน 'ปิดปาก' โดยไม่รู้ว่าตามกฎหมายควรได้เท่าไร
- ไม่ทำ: ปล่อยเรื่องนานจนหลักฐานหายหรือใกล้สิ้นอายุความ
กฎหมายคุ้มครองแรงงานคุ้มครองลูกจ้าง 'ไม่เลือกสัญชาติ' ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้รับค่าจ้างหรือถูกเอาเปรียบ ก็มีสิทธิร้องเรียนเช่นกัน สอบถามช่องทางและบริการล่ามได้ที่กรมการจัดหางานหรือสำนักงาน กสร. ในพื้นที่
สรุป: คุณไม่ต้องทนคนเดียว
การถูกเอาเปรียบเรื่องค่าจ้างไม่ใช่เรื่องที่ต้อง 'กล้ำกลืน' เพราะกลัวเสียงาน กฎหมายแรงงานไทยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง บริการฟรี และไม่จำเป็นต้องจ้างทนายในขั้นแรก เพียงจำหลักง่ายๆ ว่า เรื่องค่าจ้าง–ค่าชดเชย ไปที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (1546) เรื่องสิทธิประกันสังคม–ว่างงาน–เจ็บป่วย ไปที่ประกันสังคม (1506) และถ้าตกงานอย่าลืมขึ้นทะเบียนว่างงานกับกรมการจัดหางานภายใน 30 วัน จากนั้นเตรียมหลักฐานให้พร้อมแล้วยื่นเรื่อง ตัวเลขและเงื่อนไขในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ตรวจสอบ ณ มิ.ย. 2569 และอาจปรับเปลี่ยนได้ ควรยืนยันรายละเอียดล่าสุดกับ กสร. 1546, สปส. 1506 หรือกรมการจัดหางานอีกครั้งก่อนดำเนินการจริง







