ในวันที่ HR เรียกเข้าห้องประชุมแล้วยื่นซองบอกเลิกจ้าง สิ่งที่วิ่งเข้าหัวก่อนคือ "แล้วเดือนหน้าจะเอาอะไรกิน" — แต่สิ่งที่ควรรู้ให้ทันในนาทีนั้นคือ คุณมีเงินตามกฎหมายรออยู่หลายก้อน ไม่ใช่แค่ก้อนเดียว และ "ค่าชดเชย" คือก้อนใหญ่ที่สุด นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ห้ามให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด บทความนี้พาคุณนับอายุงาน เปิดตาราง คูณเลข แล้วรู้ตัวเลขของตัวเองได้โดยไม่ต้องรอใครบอก
KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้ ไม่ใช่นายหน้า ทนายความ หรือที่ปรึกษากฎหมาย ตัวเลขและเงื่อนไขทั้งหมดอ้างอิง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (และฉบับแก้ไข) และประมวลรัษฎากร เป็นข้อมูลทั่วไป ณ มิ.ย. 2569 ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี หากถูกเลิกจ้างจริงหรือมีข้อพิพาท โปรดตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สายด่วน 1546 (หรือ 1506 กด 3) และเรื่องภาษีกับกรมสรรพากร 1161
ค่าชดเชยคืออะไร และทำไมมันไม่ใช่เงินก้อนเดียวที่คุณได้
ค่าชดเชย (Severance Pay) คือเงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อ "เลิกจ้าง" ลูกจ้างที่ไม่ได้ทำผิดร้ายแรง จุดที่คนสับสนบ่อยคือเอาไปปนกับเงินก้อนอื่น ทั้งที่กฎหมายให้สิทธิ์รับได้ "พร้อมกันหลายก้อน" โดยเฉพาะ "สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" ที่คนมักเรียกติดปากว่า "ค่าตกใจ" ซึ่งเป็นคนละก้อนกับค่าชดเชยโดยสิ้นเชิง ตารางนี้แยกให้เห็นชัดว่าใครจ่าย เพราะอะไร
| เงินก้อนที่คุณอาจได้ | ใครจ่าย | ได้เมื่อ |
|---|---|---|
| ค่าชดเชยตามกฎหมาย (ม.118) | นายจ้าง | เลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้ทำผิดร้ายแรงตาม ม.119 |
| สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า / "ค่าตกใจ" (ม.17) | นายจ้าง | เลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าตามรอบจ่ายค่าจ้าง |
| ค่าชดเชยพิเศษ (ม.120–121) | นายจ้าง | เลิกจ้างเพราะย้ายสถานประกอบกิจการ หรือปรับปรุงเทคโนโลยี/ลดคน |
| ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ | นายจ้าง | มีวันลาพักร้อนสะสมเหลือ |
| เงินทดแทนกรณีว่างงาน | ประกันสังคม (สปส.) | จ่ายสมทบครบเงื่อนไข + ขึ้นทะเบียนว่างงาน |
"ค่าตกใจ" (สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ม.17) เกิดเมื่อนายจ้างเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าให้ครบรอบจ่ายค่าจ้างถัดไป โดยทั่วไปประมาณค่าจ้าง 1 รอบจ่าย (มักราว 1 เดือน) — ก้อนนี้แยกต่างหากจากค่าชดเชยตามอายุงาน ดังนั้นถ้าถูกเลิกจ้างแบบกะทันหัน อย่าลืมนับก้อนนี้เข้าไปด้วย
ได้กี่เดือน? อัตราค่าชดเชยตามอายุงาน (ม.118)
หัวใจอยู่ที่ "อายุงานต่อเนื่อง" กับนายจ้างคนเดิม ยิ่งทำนานยิ่งได้มาก ตัวเลขในตารางคืออัตรา "ขั้นต่ำตามกฎหมาย" (จำนวนวันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย) นายจ้างให้มากกว่านี้ได้ แต่ให้น้อยกว่าไม่ได้ ตัวเลขนี้เป็นไปตามมาตรา 118 ที่แก้ไขเพิ่มขั้น "ครบ 20 ปีขึ้นไป = 400 วัน" โดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562
| อายุงานต่อเนื่อง | ค่าชดเชยขั้นต่ำ (วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย) | คิดเป็นประมาณ |
|---|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี | 30 วัน | ≈ 1 เดือน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | 90 วัน | ≈ 3 เดือน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี | 180 วัน | ≈ 6 เดือน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี | 240 วัน | ≈ 8 เดือน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี | 300 วัน | ≈ 10 เดือน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน | ≈ 13.3 เดือน |
ถ้าอายุงานยังไม่ครบ 120 วัน กฎหมายยังไม่กำหนดค่าชดเชยส่วนนี้ แต่ถ้าถูกเลิกจ้างกะทันหันคุณยังอาจได้ "สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" อยู่ — เป็นคนละเรื่องกัน อย่าเข้าใจว่าทำงานสั้นแล้วไม่ได้อะไรเลย
คำนวณเอง 3 ขั้น (พร้อมตัวอย่างจริง)

สูตรไม่ซับซ้อน: ค่าชดเชย = ค่าจ้างต่อวัน × จำนวนวันตามอายุงาน หรือคิดง่ายกว่าคือ เงินเดือน × จำนวนเดือนตามตาราง โดย "ค่าจ้าง" ที่ใช้คือ "อัตราสุดท้าย" ก่อนถูกเลิกจ้าง ถ้าเป็นงานที่จ่ายตามผลงานให้ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย
- ขั้น 1 — นับอายุงานต่อเนื่อง: จากวันเริ่มงานถึงวันสุดท้าย แล้วดูว่าตกช่วงไหนในตาราง ม.118
- ขั้น 2 — หาฐานค่าจ้างอัตราสุดท้าย: ใช้เงินเดือน/ค่าจ้างประจำ (ตามแนวปฏิบัติทั่วไปจะไม่รวมโอทีหรือเบี้ยที่ไม่แน่นอน เกณฑ์ "ค่าจ้าง" ที่นับรวมให้ยึดตาม พ.ร.บ. และตรวจกับ กสร. 1546 หากไม่ชัด)
- ขั้น 3 — คูณกัน: เงินเดือน × จำนวนเดือนตามอายุงาน = ค่าชดเชยที่ควรได้
| อายุงาน | จำนวนเดือน (ม.118) | ตัวอย่างเงินเดือน 25,000 | ตัวอย่างเงินเดือน 40,000 |
|---|---|---|---|
| 2 ปี | 3 เดือน | 75,000 บาท | 120,000 บาท |
| 4 ปี | 6 เดือน | 150,000 บาท | 240,000 บาท |
| 7 ปี | 8 เดือน | 200,000 บาท | 320,000 บาท |
| 12 ปี | 10 เดือน | 250,000 บาท | 400,000 บาท |
| 20 ปีขึ้นไป | ≈ 13.3 เดือน | ≈ 333,000 บาท | ≈ 533,000 บาท |
ตัวอย่าง: ทำงานบริษัทเดียว 4 ปีเต็ม เงินเดือน 25,000 บาท ถูกเลิกจ้างเพราะบริษัทยุบแผนก (ไม่ได้ทำผิด) → อายุงาน 3–6 ปี = ค่าชดเชย 180 วัน ≈ 6 เดือน → 25,000 × 6 = 150,000 บาท นี่คือก้อนค่าชดเชยอย่างเดียว ถ้าถูกเลิกจ้างกะทันหันยังต้องบวก "ค่าตกใจ" และเงินก้อนอื่นเพิ่มอีก
กรณีไหนนายจ้าง 'ไม่ต้อง' จ่ายค่าชดเชย (ม.119)
ค่าชดเชยคุ้มครองคนที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิดของตัวเอง มาตรา 119 จึงระบุข้อยกเว้นไว้ชัด ส่วนใหญ่คือความผิดร้ายแรงของลูกจ้างเอง หรือการแยกทางด้วยความสมัครใจ จุดสำคัญคือ "ลาออกเอง" ไม่เข้าข่ายเลิกจ้าง จึงไม่มีค่าชดเชย
| สถานการณ์ | มีสิทธิ์ค่าชดเชย? |
|---|---|
| บริษัทยุบแผนก / ลดคน / ปิดกิจการ | ได้ |
| เลิกจ้างเพราะผลงานไม่ถึงเป้า (ไม่ใช่ทุจริต) | ได้ |
| ลาออกเอง / เกษียณโดยสมัครใจ | ไม่ได้ (เพราะไม่ใช่การเลิกจ้าง) |
| ทุจริตต่อหน้าที่ / จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย | ไม่ได้ (ม.119) |
| ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร | ไม่ได้ (ม.119) |
| ฝ่าฝืนข้อบังคับร้ายแรง / ถูกศาลพิพากษาจำคุก | ไม่ได้ (ม.119) |
| สัญญาจ้างมีกำหนดเวลาแน่นอนและสิ้นสุดตามนั้น | ขึ้นกับประเภทงาน — ตรวจสอบกับ กสร. 1546 |
กับดักที่เจอบ่อย: บริษัทตั้งใจเลิกจ้าง แต่ขอให้คุณ "เซ็นใบลาออกเอง" — ถ้าเซ็น คุณอาจเสียทั้งค่าชดเชยและถูกลดสิทธิ์เงินว่างงานจากประกันสังคม (ลาออกเองได้เงินทดแทนน้อยกว่าและสั้นกว่ากรณีถูกเลิกจ้าง) อย่ารีบเซ็น ขอเวลาพิจารณาและโทรปรึกษา กสร. 1546 ก่อน
ค่าชดเชยพิเศษ: ย้ายออฟฟิศ/เอาเครื่องจักรมาแทนคน
นอกจากค่าชดเชยปกติ กฎหมายยังมี "ค่าชดเชยพิเศษ" สองกรณีที่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์: (1) นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปที่อื่นจนกระทบการใช้ชีวิตของลูกจ้างอย่างมาก ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์ไปด้วย มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาและรับค่าชดเชยพิเศษ (ม.120) และ (2) เลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงาน/นำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาแทนคน ถ้าไม่บอกล่วงหน้าครบ 60 วันต้องจ่ายเพิ่ม และลูกจ้างที่อายุงานเกิน 6 ปีได้ค่าชดเชยพิเศษเพิ่มอีก 15 วันต่อปี (รวมไม่เกิน 360 วัน) ตาม ม.121–122 ถ้ากรณีของคุณเข้าข่ายเหล่านี้ ให้สอบถามรายละเอียดกับ กสร. 1546 เพราะตัวเลขขึ้นกับข้อเท็จจริง
ถ้านายจ้างไม่จ่าย ทำยังไง
- เก็บหลักฐานให้ครบ: สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน หนังสือเลิกจ้าง แชต/อีเมลที่เกี่ยวข้อง
- ยื่นคำร้องต่อ "พนักงานตรวจแรงงาน" ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ — ไม่มีค่าใช้จ่าย
- โทรสายด่วน กสร. 1546 (หรือ 1506 กด 3) เพื่อสอบถามขั้นตอนและสิทธิ์เฉพาะกรณีของคุณ
- ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับประกันสังคมภายในเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิ์เงินทดแทนกรณีว่างงาน
เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม (คนละก้อนกับค่าชดเชย) ปรับใหม่: กรณี "ถูกเลิกจ้าง" รับ 60% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 180 วัน/ปีปฏิทิน (เดิม 50%) ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 มีผล 28 มิ.ย. 2568 ส่วนกรณี "ลาออก/สิ้นสุดสัญญา" คงเดิมที่ 30% ไม่เกิน 90 วัน ฐานคำนวณสูงสุดอิงค่าจ้าง 15,000 บาท ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ตรวจล่าสุดกับ สปส. 1506
เรื่องภาษีที่คนมักลืม (และเกณฑ์ยกเว้นที่เพิ่งขยับ)
ค่าชดเชยเป็น "เงินได้เพราะเหตุออกจากงาน" ที่มีวิธีคำนวณภาษีเฉพาะ และมีส่วนที่ได้รับยกเว้น จุดที่อัปเดตและคนมักใช้ตัวเลขเก่า: เดิมค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง 300 วันสุดท้าย และไม่เกิน 300,000 บาท — ปัจจุบันขยายเป็น "ไม่เกินค่าจ้าง 400 วันสุดท้าย และไม่เกิน 600,000 บาท" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2567) ออกตามประมวลรัษฎากร โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่ปีภาษี 2566 ตัวเลข 300,000 บาทจึงเป็นเกณฑ์ "เดิม" ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ตรวจล่าสุดกับ rd.go.th
ข้อควรระวัง: ยกเว้นนี้ใช้กับ "ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน" เท่านั้น เงินก้อนอื่นจากการออกจากงาน (เช่น สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัสพิเศษ) มีเกณฑ์ภาษีของตัวเอง ถ้าได้เงินก้อนใหญ่ครั้งเดียวและทำงานครบ 5 ปีขึ้นไป อาจเลือกแยกคำนวณตามใบแนบฯ ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ 7,000 บาท × จำนวนปีที่ทำงาน แล้วหักอีก 50% ของส่วนที่เหลือ ก่อนคำนวณภาษี รายละเอียดและการเลือกวิธีที่ได้เปรียบสุด ควรปรึกษานักบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาต หรือสอบถามกรมสรรพากร 1161 เพราะขึ้นกับตัวเลขเฉพาะกรณี
สรุปให้จำง่าย: (1) ค่าชดเชยคิดตามอายุงาน 30–400 วัน (ม.118) (2) สูตร = เงินเดือน × จำนวนเดือนตามตาราง (3) "ค่าตกใจ" เป็นอีกก้อน อย่าลืมนับ (4) ถูกเลิกจ้างโดยไม่ผิด = มีสิทธิ์ / ลาออกเอง–ทุจริต = ไม่ได้ (ม.119) (5) ยกเว้นภาษีขยับเป็นไม่เกิน 400 วัน/600,000 บาท (6) ไม่ได้รับความเป็นธรรม โทร กสร. 1546 ฟรี







