วันที่เซ็นใบลาออก หรือวันที่ได้รับจดหมายเลิกจ้าง คำถามแรกที่วิ่งเข้าหัวมักไม่ใช่ "จะหางานใหม่ที่ไหน" แต่เป็น "ค่าผ่อนบ้าน ค่าเทอมลูก เดือนหน้าจะมาจากไหน" ถ้าเราเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบครบเงื่อนไข ประกันสังคมมี "เงินทดแทนกรณีว่างงาน" เป็นเงินก้อนช่วยประคองค่าใช้จ่ายระหว่างหางานใหม่ บทความนี้สรุปให้ครบว่าใครมีสิทธิ ได้กี่บาท กี่เดือน และต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้เงินเข้าบัญชี โดยใช้ตัวเลขปี 2569 ที่อัปเดตตามเพดานค่าจ้างใหม่
สรุปสั้น (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569): ลาออกเอง/สิ้นสุดสัญญา = รับ 30% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน/ปีปฏิทิน · ถูกเลิกจ้าง = รับ 60% ของค่าจ้าง สูงสุด 180 วัน/ปีปฏิทิน คำนวณจากฐานค่าจ้างเพดานใหม่ 17,500 บาท (ปรับขึ้นจากเดิม 15,000 เมื่อ 1 ม.ค. 2569) ตัวเลขเป็นประมาณการ ควรตรวจล่าสุดกับ สปส. สายด่วน 1506
ใครมีสิทธิเบิกเงินว่างงานบ้าง
เงินก้อนนี้เป็นสิทธิเฉพาะ "ผู้ประกันตนมาตรา 33" คือคนทำงานในสถานประกอบการที่ถูกหักเงินสมทบทุกเดือนเท่านั้น ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ไม่มีความคุ้มครองกรณีว่างงาน เงื่อนไขหลักที่ต้องครบทั้งหมดมี 3 ข้อ
- จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันว่างงาน
- ว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป ไม่ว่าจะลาออก สิ้นสุดสัญญา หรือถูกเลิกจ้าง
- มีความสามารถและพร้อมจะทำงาน ไม่ปฏิเสธการฝึกงาน และต้องไปรายงานตัวตามนัดทุกครั้ง
ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ออกจากงาน การยื่นช้ากว่านั้นไม่ทำให้เสียสิทธิทั้งหมด แต่จะเสียเงินในช่วงที่ยื่นล่าช้าไป เพราะระบบจ่ายให้นับจากวันที่ขึ้นทะเบียน ไม่ใช่วันที่ออกจากงาน ยิ่งรีบยื่นยิ่งได้ครบค่ะ
ลาออกกับถูกเลิกจ้าง ได้ไม่เท่ากัน
จุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยคือคิดว่าว่างงานแล้วได้เท่ากันหมด แต่ "สาเหตุที่ออกจากงาน" คือตัวกำหนดทั้งอัตราเปอร์เซ็นต์และจำนวนวันที่ได้รับ ที่สำคัญคือฐานคำนวณตอนนี้ใช้เพดานใหม่ 17,500 บาท (เริ่ม 1 ม.ค. 2569) แทนเพดานเดิม 15,000 บาท ทำให้เพดานเงินที่ได้สูงขึ้นกว่าตัวเลขที่หลายเว็บยังเขียนค้างไว้
| กรณีออกจากงาน | อัตราที่ได้รับ | ระยะเวลาสูงสุด | เพดานต่อเดือน (โดยประมาณ)* |
|---|---|---|---|
| ลาออกเอง / สิ้นสุดสัญญาตามกำหนด | 30% ของค่าจ้างรายวัน | 90 วัน/ปีปฏิทิน | ราว 5,250 บาท |
| ถูกเลิกจ้าง (ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง) | 60% ของค่าจ้างรายวัน | 180 วัน/ปีปฏิทิน | ราว 10,500 บาท |
| ว่างงานจากเหตุสุดวิสัย | ตามประกาศเป็นกรณีไป | ตามประกาศ | ตรวจกับ สปส. 1506 |
*ฐานคำนวณใช้ค่าจ้างจริง แต่ไม่เกินเพดาน 17,500 บาท (และไม่ต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท) เช่น ถ้าเงินเดือน 25,000 บาท จะคิดที่เพดาน 17,500 บาท: ถูกเลิกจ้าง = 17,500 × 60% ≈ 10,500 บาท/เดือน · ลาออกเอง = 17,500 × 30% ≈ 5,250 บาท/เดือน ส่วนคนที่เงินเดือนต่ำกว่าเพดาน ระบบจะแปลงเป็นค่าจ้างรายวัน (เงินเดือน ÷ 30) แล้วคูณอัตรา % และจำนวนวันที่ว่างงานจริง ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
จุดที่เปลี่ยน ควรรู้ไว้: อัตราเลิกจ้างเพิ่งปรับจาก 50% เป็น 60% (ประกาศราชกิจจานุเบกษา 27 มิ.ย. 2568 · มีผล 28 มิ.ย. 2568 ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568) และเพดานค่าจ้างเพิ่งขยับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท (1 ม.ค. 2569 ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงฯ ตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568) ดังนั้นตัวเลข "เลิกจ้างสูงสุด 9,000 บาท/เดือน" หรือ "50%" ที่ยังเห็นในบทความเก่า ถือเป็นเกณฑ์เดิมแล้ว
กล่าวอีกแบบ คนที่ถูกเลิกจ้างและค่าจ้างถึงเพดาน อาจได้รับรวมตลอดสิทธิสูงสุดราว 63,000 บาท (10,500 × 6 เดือน) ส่วนคนที่ลาออกเองได้รวมสูงสุดราว 15,750 บาท (5,250 × 3 เดือน) ทั้งสองตัวเลขเป็นเพดานบนสุด คนที่เงินเดือนต่ำกว่าเพดานจะได้ตามสัดส่วนจริง และนับเป็นสิทธิ "ต่อปีปฏิทิน"
ขั้นตอนเบิกเงินว่างงาน ทำออนไลน์ได้เอง

ปัจจุบันทำออนไลน์ได้เกือบทั้งหมดผ่านระบบของกรมการจัดหางาน ไม่ต้องลางานไปต่อคิวที่สำนักงาน ทำตามนี้ทีละขั้น
| ขั้นที่ | สิ่งที่ต้องทำ | ช่องทาง / หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1 | ขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วันหลังออกจากงาน | ระบบกรมการจัดหางาน e-service.doe.go.th (หรือ empui.doe.go.th) |
| 2 | กรอกและยื่นแบบขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) | ทำต่อในระบบเดียวกันได้เลย |
| 3 | แจ้งเลขบัญชีธนาคาร หรือผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน | ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรช่วยให้เงินเข้าเร็วและไม่ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชี |
| 4 | รายงานตัวตามนัด เดือนละ 1 ครั้ง | รายงานออนไลน์ได้ ต้องอยู่ภายในเดือน/ช่วงที่ระบบนัด |
| 5 | รอเงินทดแทนโอนเข้าบัญชี | หลังอนุมัติ ปกติใช้เวลาไม่กี่วันทำการ ตรวจสถานะในระบบได้ |
แม้ยังหางานไม่ได้ ก็ต้องเข้าไปรายงานตัวตามนัดทุกเดือน เดือนไหนขาดรายงานตัว เดือนนั้นจะไม่ได้รับเงินทดแทน ตั้งเตือนในมือถือไว้ล่วงหน้า 2-3 วันจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
คำถามที่คนกำลังเปลี่ยนงานถามบ่อย
| คำถาม | คำตอบสั้น ๆ |
|---|---|
| ลาออกเองได้เงินไหม | ได้ค่ะ ถ้าส่งสมทบครบ 6 เดือน (ใน 15 เดือนก่อนว่างงาน) แต่ได้แค่ 30% ไม่เกิน 90 วัน |
| ได้งานใหม่แล้วยังรับต่อได้ไหม | ไม่ได้ เพราะถือว่ากลับเข้าทำงานในระบบแล้ว ต้องหยุดรายงานตัว และแจ้งกลับเข้างาน |
| รับเงินว่างงานพร้อมค่าชดเชยจากนายจ้างได้ไหม | ได้ เป็นคนละก้อนกัน ค่าชดเชยเลิกจ้างเป็นสิทธิตามกฎหมายแรงงาน ไม่ตัดสิทธิเงินว่างงานจากประกันสังคม |
| ออกจากงานไปดูแลลูก/ครอบครัว ยังเบิกได้ไหม | เงื่อนไขคือต้องพร้อมทำงานและไม่ปฏิเสธงานที่จัดหาให้ ถ้าไม่พร้อมกลับเข้าทำงานอาจไม่เข้าเกณฑ์ |
| เลิกจ้างเพราะทำผิดร้ายแรง ยังได้ไหม | กรณีถูกเลิกจ้างจากความผิดตามกฎหมาย (เช่น ทุจริต จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย) อาจไม่ได้รับสิทธิว่างงานส่วนนี้ ตรวจรายละเอียดกับ สปส. 1506 |
เงินว่างงานเป็นแค่ตัวช่วยประคองชั่วคราว ไม่ใช่รายได้ทดแทนเต็มจำนวน ลองทำงบรายเดือนช่วงเปลี่ยนงานคู่กันไป และถ้ารายได้ทั้งปีเปลี่ยน อย่าลืมทบทวนเรื่องภาษีด้วย
นอกจากเงินว่างงานแล้ว ช่วงเปลี่ยนงานยังมีเรื่องต้องดูต่อ เช่น สิทธิรักษาพยาบาลประกันสังคมที่ยังคุ้มครองต่อระยะหนึ่งหลังออกจากงาน (ตรวจระยะเวลาล่าสุดกับ สปส. 1506) และการวางแผนภาษีเมื่อรายได้ทั้งปีเปลี่ยนไป ถ้ากำลังมองหาประกันสุขภาพหรือความคุ้มครองไว้เสริมช่วงไม่มีสวัสดิการบริษัท การเทียบความคุ้มครองแบบกลาง ๆ ตามไลฟ์สไตล์ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้เห็นภาพรวมก่อน และควรเก็บเอกสารสำคัญอย่างหนังสือรับรองการออกจากงานและหน้าบัญชีไว้ให้หาง่ายเวลายื่น
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล และ KUMKRONG เป็นสื่อให้ความรู้/เปรียบเทียบ ไม่ใช่นายหน้าประกันภัย ตัวเลขเงินทดแทน อัตรา และเงื่อนไขเป็นข้อมูล ณ มิ.ย. 2569 ซึ่งสำนักงานประกันสังคมปรับได้ตามกฎกระทรวง กรุณาตรวจสอบล่าสุดและยืนยันสิทธิเฉพาะกรณีของคุณกับสำนักงานประกันสังคม (สายด่วน 1506) และกรมการจัดหางานก่อนดำเนินการทุกครั้ง







